ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2552 ที่จะใช้จ่ายไปมากกว่ารายได้ภาษี และจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มอีก ทำให้งบประมาณขาดดุล เขาแนะนำให้รัฐบาลระมัดระวังการใช้จ่ายเงินทุนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และควรตรวจสอบการประมาณการรายได้และความผันผวนของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ศึกษาความรู้จากบรรหาร ศิลปอาชา เพื่อใช้ในการจัดการงบประมาณที่มีคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ก่อนอื่น ต้องกราบขอบพระคุณท่านหัวหน้าพรรคครับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา และท่าน ส.ส. กัญจนา ศิลปอาชา ที่กรุณามอบหมายให้โอกาสกระผมได้อภิปราย ในสัดส่วนของท่านหัวหน้าพรรคครับ กระผมได้ฟัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กรุณา ให้รายละเอียดงบประมาณประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ในส่วนดี ๆ ไปทั้งหมดแล้วนี่นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ยืนยันว่าผมจะให้การสนับสนุนงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๒ นี้ แต่อย่างไรก็ตามกระผมขอแสดงความกังวล ขอแสดงข้อคิดเห็นที่ น่าจะเปึนประโยชน์สําหรับรัฐบาลในหลาย ๆ เรื่องดังนี้ครับ
ท่านประธานครับ งบประมาณจํานวน ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะเริ่มใช้ ในระยะเวลา ๑๒ เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๒ ถามว่าเงินงบประมาณจํานวนนี้มันมากมายขนาดไหน ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสมมุติเอาสนามฟุตบอลมานี่แล้วสนามฟุตบอลหนึ่งสามารถวางเงินลงไปได้ ๑ แสนล้านบาท เราจะต้องใช้สนามฟุตบอลทั้งหมด ๑๘,๓๕๐,๐๐๐ สนามครับ ท่านประธานครับ นี่จะเปึนรูปธรรมที่เห็นชัดเจนครับว่ามันมากมายมหาศาล แล้วถามต่อไปว่ารัฐบาลจะไปเอาเงินจํานวนนี้มาจากไหน แน่นอนครับ จัดเก็บภาษี ซึ่งเปึนรายรับ รายได้ต่อไป แล้วเก็บได้ครบไหม ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่ครบครับ ท่านประธานครับ ด้วยภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้จําเปึนต้องไปกู้เงินมาใช้จ่ายในป้หน้า ถามว่ากู้อีกเท่าไรครับ จะต้องใช้เงินกู้อีก ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หย่อนไป ๕๐๐ ล้านบาท จะถึง ๓ แสนล้านบาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ นี้เราจึงเรียกว่า งบประมาณขาดดุลครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตแสดงความห่วงใย ในงบประมาณขาดดุลสัก ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ในเอกสารงบประมาณโดยสังเขปฉบับนี้ได้ให้รายละเอียด เกี่ยวกับหนี้สิน หนี้สาธารณะของประเทศของเราไว้ดังนี้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๑ หนี้สินคงค้างภายในประเทศ ๒,๕๔๕,๐๒๔ ล้านบาท มากกว่างบประมาณป้นี้อีกครับ เฉพาะพันธบัตรที่รัฐบาลจําเปึนจะต้องรับผิดชอบจํานวนเงินถึง ๑,๗๗๖,๔๒๖ ล้านบาท นี่เปึนเฉพาะหนี้ภายในประเทศ ถามว่าแล้วหนี้คงค้างต่างประเทศอีกเท่าไร หนี้คงค้างต่างประเทศอีก ๒๗๙,๙๐๖ ล้านบาท ท่านประธานลองหลับตานึกดูสิครับว่า ประเทศเราทําไมมีหนี้สิน มากมายขนาดนี้ และยิ่งไปกว่านั้นแสดงความห่วงใยในเรื่องของการที่จะต้องมีหนี้สิน ต่อไปอีกในโครงการเมกะโปรเจกต์ (Mega project) ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาชี้แจงไปแล้วอีกนับเปึนแสนล้านบาท ถามว่าผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาทําไม หยิบยกขึ้นมาก็เพราะว่าอยากจะให้รัฐบาลตระหนักอยู่เสมอว่าการจัดงบประมาณ การใช้จ่ายงบประมาณคงจะต้องคํานึงถึงนโยบายที่กําหนดไว้ว่าจะคํานึงถึงความยั่งยืน ทางการคลังของประเทศเปึนหลัก นอกจากนี้เรื่องที่ ๓ งบประมาณผูกพันที่รัฐบาล จะต้องดําเนินการต่อไปในวันข้างหน้า ป้นี้รัฐบาลตั้งงบประมาณรายการใหม่ที่จะต้อง มีผลผูกพันไปในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ต่อไปอีกเปึนงบผูกพันทั้งสิ้น ๑๓๔,๒๘๖ ล้านบาท เปึนรายการใหม่ที่เกิดขึ้นในงบประมาณป้นี้ รวมทั้งสิ้นเรามี ภาระผูกพันงบประมาณต่อไปในอนาคตทั้งหมด ๔๒๖,๑๓๐ ล้านบาท เหล่านี้ ด้วยจิตสํานึกของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผมเชื่อว่าก็เปึนจิตสํานึกของรัฐบาล เช่นเดียวกันว่ามรดกเหล่านี้มันจะตกทอดไปยังลูกหลานในอนาคตของเราที่เขาจะต้องมา รับผิดชอบประเทศชาติต่อไป เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนต้องระมัดระวังเปึนอย่างยิ่งว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เกิดขึ้นภายใต้งบประมาณนั้นจะต้องเกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมเปึนหลักครับท่านประธานที่เคารพ
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตแสดงความเปึนห่วงอีกสัก ๒-๓ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณนี้ถ้าเปรียบเปึนมือซ้ายกับมือขวา สมมุติว่ามือขวา เปึนรายรับ มือซ้ายก็จะเปึนรายจ่าย ผมขออนุญาตพูดถึงมือขวาก่อนว่างบประมาณป้นี้ รัฐบาลคาดหมายไว้ว่าจะมีรายได้สุทธิทั้งหมดที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง เมื่อสักครู่นี้รายได้สุทธิหลังจากที่หักภาษีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ไปแล้ว เราจะเหลือรายได้สุทธิ ๑,๕๘๕,๕๐๐ ล้านบาท ถามว่าเมื่อป้ที่แล้วเราตั้งงบประมาณ รายได้สุทธิไว้เท่าไร เราตั้งงบประมาณรายได้สุทธิไว้ ๑,๔๙๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ป้นี้สูงกว่าป้ที่แล้ว ๙๐,๕๐๐ ล้านบาท และป้ที่แล้วจัดเก็บได้ตามที่ประมาณการไว้ไหม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ลองดูเอกสารหน้า ๓๙ ตารางที่ ๒-๓ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้มีมติปรับลดประมาณการรายได้จากเดิมที่ประมาณการไว้ ๑,๔๙๕,๐๐๐ ล้านบาท ปรับลดลงเหลือ ๑,๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ จัดเก็บรายได้ ในป้ ๒๕๕๑ ลดลงไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่เปึนข้อสังเกตครับ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจ อย่างนี้การประมาณการรายได้เปึนเรื่องที่สําคัญครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากจะประมาณการรายได้นี่นะครับ ลองดูครับ ลองดูการคาดหมายแนวโน้ม การขยายตัวเศรษฐกิจตามเอกสารที่รัฐบาลได้แจกมานี่นะครับ บันทึกวิเคราะห์ สรุปสาระสําคัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ หน้าที่ ๓ ครับ บอกไว้ชัดเจนครับว่า แนวโน้มจะเปึนอย่างไร ในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ เขาวิเคราะห์ว่าผลกระทบของ อัตราเงินเฟัอที่เร่งตัวสูงอย่างรวดเร็วตามภาวะราคาน้ํามันและค่าอาหาร การชะลอตัว ของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าและบริการ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ที่มีแนวโน้มลดลงครับ นี่ป้ ๒๕๕๑ ครับ คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจเปึนอย่างนี้ ดังนั้น เขาจึงคาดการณ์ว่าการขยายตัวเศรษฐกิจในป้ ๒๕๕๑ จึงอยู่ระหว่างร้อยละ ๔.๕-๕.๕ ถามว่าอัตราเงินเฟัอเท่าไร อัตราเงินเฟัอคาดการณ์ไว้ประมาณร้อยละ ๕.๕-๖ ครับ แล้วมาป้ ๒๕๕๒ ในเอกสารฉบับนี้ครับ ผมก็ค่อนข้างสับสนครับ เมื่อสักครู่นี้ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง แต่ในเอกสารเขียนไว้อย่างนี้นะครับท่านประธาน วิเคราะห์ ปัจจัยที่ต้องพึงระวังในการบริหารจัดการเศรษฐกิจป้ ๒๕๕๒ ประกอบด้วยราคาน้ํามัน และต้นทุนวัตถุดิบที่จะยังทรงตัวในระดับสูง และมีความผันผวนได้ง่าย ซึ่งจะทําให้ อัตราเงินเฟัอเร่งตัวสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้ แล้วเหตุไฉนครับ ผมไม่แปลกใจหรอกครับ ที่คาดการณ์การขยายตัว แนวโน้มการขยายตัวประมาณร้อยละ ๕.๕ เอาล่ะเพราะมันมี เมกะโปรเจกต์ลงมา อาจจะขยายตัวถึง ๕.๕ แล้วทําไมเปึนคําถามเดียวกับท่านผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ครับ แล้วทําไมเงินเฟัอจึงคาดการณ์ไว้แต่เพียง ร้อยละ ๓.๕ เท่านั้น ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณนะครับ ท่านวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ หรือพี่ตู่ผมนี่นะครับ ผมว่าท่านอาจจะพิมพ์ผิด ที่อาจจะพิมพ์ผิด ก็เพราะว่าผมลองไปดูนะครับท่านประธาน ลองไปดูเอกสารของสํานักดัชนีเศรษฐกิจการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ เขาสรุปตัวเลขเงินเฟัอออกมาอย่างนี้นะครับ เดือนมกราคม ๒๕๕๑ เงินเฟัอ ๕.๗ เดือนกุมภาพันธ์ ๖.๓ เดือนมีนาคม ๖.๒ เดือนเมษายน ๗.๙ และ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาร้อยละ ๑๐.๕ เลข ๒ หลักแล้วครับ ผมว่าน่าจะมีอะไรผิดพลาด ในการจัดพิมพ์เอกสารเรื่องอัตราเงินเฟัอ ป้ ๒๕๕๒ นี้อย่างแน่นอนครับ ท่านประธาน ลองให้เจ้าหน้าที่ดูนะครับ (Priority : การจัดลําดับความสําคัญ) ไปเปึนปัญหาเร่งด่วนที่จําเปึนจะต้อง แก้ไขเรื่องแรก แล้วยกไว้อันดับ ๑ เลย ท่านกําหนดไว้อย่างนี้ว่านโยบายของรัฐบาล เร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก ข้อ ๑.๑ เลยนะครับ เรื่องอะไรทราบไหมครับ ท่านประธาน เรื่องสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย เรามาตามต่อไป เมื่อมีนโยบายแล้วรัฐบาลก็ได้กําหนดไว้ในการจัดทํางบประมาณ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ นี้ อยู่ในสัดส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือ ยุทธศาสตร์ในเรื่องของการฟุ๋นฟู ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศ ในแผนงานที่ ๑.๑ อีกเหมือนกัน แผนงานที่ ๑.๑ ก็คือ แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟุ๋นฟูประชาธิปไตย รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเข้าสู่แผนงานนี้ไว้จํานวน ๒๖๔ ล้านบาทด้วยกัน มีหน่วยงานที่จะมาทําหน้าที่ในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในชาติของเราทั้งหมด ๕ หน่วยงานที่จะใช้งบประมาณ ๒๖๔ ล้านบาทนี้ มีที่ไหนครับ มีสํานักนายกรัฐมนตรี ๘๖ ล้านบาท มีกระทรวงกลาโหม ๖๒ ล้านบาท มีกระทรวงมหาดไทย ๕๓ ล้านบาท มีกระทรวงยุติธรรม ๒๐ ล้านบาท และมีรัฐวิสาหกิจหนึ่ง ที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้ไปด้วย นั่นก็คือการกีฬาแห่งประเทศไทย ผมดีใจว่ารัฐบาล ได้เห็นความสําคัญในการที่จะใช้ยุทธวิธีที่จะนําไปสู่การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น กับคนในชาติของเรา ซึ่งยุทธวิธีอย่างนี้แหละหลายประเทศเคยใช้สร้างความสมานฉันท์ ในการเมืองระหว่างประเทศสําเร็จมาแล้ว ไม่ว่าจะใช้ป่งปอง ใช้กีฬาเปึนตัวเชื่อม วันนี้งบประมาณป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ นี้เราจะเห็นสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ของเราอย่างแน่นอนครับ ด้วยภายใต้การทํางานอย่างหนักของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกีฬาและการท่องเที่ยว ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ท่านผลักดันเรื่องนี้มาก นั่นก็คือเราจะมีสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) สปอร์ต แชนเนล (Sport channel) เกิดขึ้นงบประมาณป้หน้า แล้วผมเชื่อว่า สปอร์ต (Sport) กีฬาจะเปึน ส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยสร้างความสมานฉันท์ สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม ของบ้านเรา ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตาม อย่างที่ผมกราบเรียนไว้ตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่า งบประมาณอย่างเดียวไม่พอภายใต้ปัญหาวิกฤติความแตกแยกอย่างรุนแรง ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศของเรามาก่อนเหมือนอย่างในปัจจุบัน ยังจะต้องมีปัจจัยอื่น ไปช่วยให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ท่านเห็นไหมครับ การชุมนุม ของม็อบ (Mob) ต่าง ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะการชุมนุมของม็อบทางการเมือง วันนี้ครับ ผมขออนุญาตเรียกร้องไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลาย ๆ ส่วนครับว่า เรามาช่วยทําให้ นโยบายที่สําคัญนี้ก็คือนโยบายสร้างความปรองดองสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น แล้วเราจะสามารถประหยัดงบประมาณ ๒๖๔ ล้านบาทนี้ได้อย่างแน่นอนครับ ผมเรียกร้องไปยังใครบ้างครับ อันดับแรกครับผมใช้เวทีสภานี่บางทีอาจจะได้ยินไปถึง ผู้ชุมนุมที่เราเรียกว่า พันธมิตรประชาธิปไตย ขอได้โปรดเถอะครับ ลองสดับตรับฟัง ด้วยเหตุผลสักนิดหนึ่งท่านเปึนส่วนหนึ่งที่จะทําให้เกิดความปรองดอง เกิดความสมานฉันท์ ขึ้นในชาติบ้านเมืองของเรา ไม่ใช่คนอื่นคนไทยด้วยกันครับ ผมเรียกร้องไม่ใช่เฉพาะ กลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเท่านั้นครับ ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลด้วยครับ ผมไม่เอ่ยชื่อ ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลครับ ท่านเปึนส่วนสําคัญอย่างแน่นอนที่จะช่วยกัน สร้างบรรยากาศของความปรองดองของความสมานฉันท์ภายใต้นโยบายที่ท่านเขียน ไว้เอง ช่วยสร้างอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าที่เขาจะเรียกขุนศึก ไม่ว่าที่เขาจะ เรียกขุนพลต้องเบาลงครับ เมื่อวานนี้เปึนวันสุนทรภู่ครับท่านประธาน สุนทรภู่เคยเขียน บทกลอนที่ประทับใจอย่างมากครับ ท่านเขียนไว้อย่างนี้ครับ ถึงบางพูดพูดดีเปึนศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทําลายมิตร จะถูกผิดในมนุษย์เพราะพูดจา คําพูดสําคัญมากครับ ช่วยกันเถอะครับ อย่าสาดน้ํามันเข้าไปในกองไฟ ช่วยกันสาดน้ํา เข้าไปไฟจะได้ดับครับ บ้านเราจะได้เกิดความสันติ เกิดความสงบ อันอ้อยตาล หวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย ท่านลืมกันไปแล้วหรือครับ นโยบาย ข้อแรกไม่ต้องใช้งบประมาณก็ได้ครับ นี่จะเปึนบันไดเปึนสะพานนําไปสู่การสร้าง การปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศชาติของเราครับ นอกจากนั้น ผมเรียกร้องครับ ใครที่เกี่ยวข้องที่นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้เขียนถึงนี่นะครับ ท่านหยุด เถอะครับ บอบช้ําเหลือเกินครับบ้านเมืองของเรา ช่วยกันทําให้เกิดความสันติ ความร่มเย็นให้เกิดขึ้นกันทีครับ นอกจากนั้นครับ เรียกร้องไปฝ์ายบริหารอีกครั้งหนึ่ง การบริหารบ้านเมือง หลักที่สําคัญที่สุดที่ควรจะยึดถือหลักคุณธรรม เมอริท ซิสเต็ม (Merit system) ทิ้งไม่ได้ครับ นอกจากหลักคุณธรรมแล้วธรรมาภิบาลต้องท่องไว้เลย กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) จําเปึนต้องมีอย่างยิ่ง ท่านประธาน ผมยกตัวอย่าง ไม่ใช่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเดียวที่เกิดปัญหาขึ้นในขณะนี้นะครับ แม้แต่ในเรื่อง ของการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ผมก็ไม่ทราบว่าจะเลือกปฏิบัติหรือไม่ สร้างความเสมอภาค สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยหรือไม่ ผมมีตัวอย่างให้เห็นครับท่านประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อสักครู่นี้ก็เห็นตรงกันนะครับ ฝ์ายค้านก็เห็นว่าควรจะให้ ความสําคัญ รัฐบาลก็เห็นตรงกันว่าควรจะให้ความสําคัญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขา ได้พยายามแก้ไขปัญหาแล้วแก้ไขปัญหาในชุมชนของเขาเอง เขาทําประชาคม ด้วยความยากลําบากเพื่อจะเปลี่ยนแปลงฐานะของเขาให้เหมาะสมกับสภาพในพื้นที่ ของเขา เปลี่ยนแปลงฐานะจาก อบต. มาเปึนเทศบาล กว่าจะผ่านประชาคม กว่าจะผ่าน นายอําเภอ กว่าจะผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดมายังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น แสนสาหัสครับ อุปสรรคเยอะเหลือเกินครับและมันมีกําหนดระยะเวลาที่เขากําหนดว่า เขาจะครบวาระเมื่อไร แล้วผลบังคับของกฎการเปลี่ยนแปลงฐานะจะเกิดขึ้นควรจะเกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะหมดวาระ ท่านประธานทราบไหมขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เอกสารฉบับนี้ครับ เสนอเรื่องเข้าไปกองอยู่ในห้องรัฐมนตรีกี่แห่งทราบไหมครับ ๑๕๐ แห่ง บางแห่งเสนอมาเปึนเดือนแล้ว รัฐมนตรียังไม่อนุมัติเลย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับท้องถิ่น บางท้องถิ่นที่ได้รับการอนุมัติผมก็ไม่ทราบว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร มีคนชี้ให้ผมเห็นครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดท่านประธานสภานี่นะครับ เยอะเลยครับ ได้รับการอนุมัติ เสนอมา ๒ สัปดาห์ อนุมัติออกมาแล้ว แต่บางแห่งเข้าไปเปึนเดือน ไม่ออกมา ผมก็ไม่ทราบว่าเขาใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณาอย่างนี้ล่ะครับ เปึนส่วนหนึ่ง เปึนสาเหตุหนึ่ง ความสมานฉันท์ไม่เกิดครับ ความปรองดองไม่เกิดถ้าไม่ใช้หลักเกณฑ์ ไม่ใช้ระบบคุณธรรม ไม่ใช้หลักธรรมาภิบาลในการพิจารณา ผมไม่อยากยกตัวอย่าง ตําบลใดตําบลหนึ่ง ไม่เอ่ยชื่อครับท่านประธานครับ นั่นเปึนส่วนที่ ๑ ครับ ไม่ต้องใช้ งบประมาณเลยการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นครับ นี่เปึนตัวอย่างแรกนะครับ อีกตัวอย่างหนึ่ง ครับท่านประธาน เราใช้งบประมาณบางส่วนแก้ไขแต่อีกส่วนหนึ่งใช้ในการบริหารจัดการ แก้ไขได้ครับ ป้นี้ราคาข้าวดีเหลือเกิน ข้าวที่ออกทุกรวงทุกเมล็ดเปรียบเหมือนทองนะครับ ป้นี้ทํานาไร่เดียวได้ทอง ๑ บาทเลยครับ แล้วป้นี้ข้าวดีเหลือเกิน ผมออกไปเยี่ยมชาวนา ในทุ่งอําเภอบางปลาม้า อําเภอสองพี่น้องของจังหวัดสุพรรณบุรีก็ปลื้มใจไปกับชาวนาด้วย มันเขียวทุกทุ่งครับ แล้วคาดการณ์กันว่าไร่หนึ่งได้ไม่ต่ํากว่า ๑ ตันแน่นอน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปรากฏว่าทองที่กําลังจะรับกับมือมา เงินที่กําลังจะรับกับมือกลับสูญหาย ไปพร้อมกับอุทกภัยซ้ําแล้วซ้ําเล่า ป้นี้ก็เช่นเดียวกันครับเกิดอุทกภัย หน่วยงานที่สําคัญ ที่สุดก็คือกรมชลประทาน ป้นี้ท่านนายอําเภอผมเหนื่อยมาก ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน สักนิดเถอะครับ ท่านนายอําเภอประพันธ์ บุญคุ้ม นายอําเภอบางปลาม้านี้ทุ่มเท แก้ไขปัญหาอุทกภัย ท่านนายอําเภอสองพี่น้อง นายอําเภอนิธิภัทร เสนาะดนตรี ทุ่มเทครับ ไม่ว่าจะเปึนดึกดื่นเที่ยงคืนอย่างไร น้ํามันจะทะลักทะลุเข้ามาในคันที่ยกขึ้นมาอย่างไร ท่านก็ไปช่วยพี่น้องเกษตรกรแก้ไขปัญหา ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลหลายแห่งครับ กํานันบางท่านถึงกับดําลงไปแก้ไขปัญหาในท่ออุดตัน นี่คนหนึ่งป์วยอยู่โรงพยาบาล เพราะว่าเกิดบาดแผลที่เท้าต้องคว้านเนื้อเท้า พักอย่างน้อย ๆ เปึนเดือนครับ ชื่อกํานัน ประดิษฐ์ แจ้งบุญ เขาช่วยตัวเองทุกคนทุกฝ์าย ผมฝากไปถึงกรมชลประทานครับว่า การบริหารจัดการแบบบูรณาการช่วยแก้ได้ครับ เพราะว่าโครงการหลายโครงการของกรมชลประทานมันคาบเกี่ยวกันต้องบูรณาการ เข้าไป ท่านอาจจะขีดเส้นแดงไว้สักเส้นหนึ่งว่าถ้าน้ํามาถึงตรงนี้แล้ว โครงการที่ ๑๒ ชัยนาท โครงการที่ ๑๓ พนมทวน โครงการที่ ๑๑ บางบัวทองต้องช่วยกันเอาน้ําพร่องน้ํา อย่างไร กันน้ํา กระจายน้ําอย่างไร เหมือนกับบริหารการจราจรนะครับ ท่านประธานครับ เวลารถมาตรงนี้มาก ถนนเมน (Main) หลักมากเขาจะมีมอนิเตอร์ (Monitor) ดูว่า จะกระจายการจราจรไปถนนไหนบ้าง ก็เช่นเดียวกันครับ การบริหารน้ําก็เช่นเดียวกันครับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ให้นโยบายไปแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีทราบแล้วจะดําเนินการ นอกจากนั้นการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของกรมชลประทานจําเปึนครับ เพราะว่าการที่จะเอาฝ์ายก่อสร้างมาอยู่ส่งน้ํา เอาส่งน้ําไปอยู่ฝ์ายก่อสร้าง ก่อสร้าง ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารน้ําเลยนี่ครับ มันก็ทําให้การจัดจราจรทางน้ํา ไม่ประสบความสําเร็จ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นครับ อีกสักนิดเดียวครับ งบประมาณ ที่ต้องใช้ครับ เงินชดเชยน้ําท่วมครับ ป้นี้ ๔๑๔ บาท ไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะต้นทุนการผลิตสูงเหลือเกิน นโยบายประกันภัยความเสี่ยงพืชผลทางการเกษตร ป้นี้ให้งบประมาณ ๖๐ ล้านบาทเอง แล้วจะไปช่วยเกษตรกรทั้งประเทศได้อย่างไรครับ ปุิยให้ ๓๐๐ ล้านบาท ขอไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลให้เพียง ๓๐๐ ล้านบาท ซื้อไม่ได้หรอกครับ ผมยืนยันครับ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วครับ คืนรัฐบาลไปเถอะ ๓๐๐ ล้านบาทจะเอาไปซื้อปุิยที่ไหน เอามาแจกเกษตรกรก็ถูกด่า แจกไม่ทั่วถึง รัฐบาลต้องคิดอย่างนี้ครับว่า สร้างโรงงานปุิยแห่งชาติอีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อเกษตรกร ๓๐ ล้านครอบครัว เกษตรกรเกือบครึ่งประเทศจะได้อานิสงส์จากนโยบาย สําคัญ ๆ อย่างนี้ของรัฐบาล ปุิยปลอมครับ ท่านประธานครับ ผมไม่พูดปุิยแพง เดี๋ยวจะพูดทีหลัง ปุิยปลอม กรมวิชาการเกษตรมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ผมฝาก ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ ป้นี้ถ้ากรมวิชาการเกษตรตั้งงบประมาณสําหรับนิติกร บุคลากรขึ้นมาเกี่ยวกับการเปึนสารวัตรในการปราบปรามปุิยนี่นะครับ ให้เขาไปเถอะครับ เพราะกําลังเจ้าหน้าที่เขาไม่พอ แล้วฝากท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับปุิยด้วยนะครับ อย่าไปเลือกปฏิบัตินะครับ อันไหนเปึนพวกกันแล้วปล่อยให้ขายปุิยปลอมนี่ทําร้ายชาวนา อย่างน่าเวทนาที่สุดนี่ครับ เหมือนกับปล่อยให้เขาทายาปลอม ท่านประธานครับ จะจบแล้วครับ
สุดท้ายครับ ปุิยอีกเหมือนกันครับ ก็คงจะหมดเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายนี่นะครับ ผมฝากท่านประธานครับ ด้วยงบประมาณที่เปึนหนี้เปึนสินเขามากขนาดนี้ รัฐบาลลองส่งเจ้าหน้าที่มาหาความรู้กับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา สักหน่อยเถอะครับว่า ท่านใช้จ่ายงบประมาณที่จํานวนเท่า ๆ กันนี่แต่คุณภาพงานของ ฯพณฯ บรรหารที่เกิดขึ้น ในจังหวัดสุพรรณบุรี จึงทําไมมีคุณภาพมากกว่าจังหวัดอื่น ท่านมาเรียนรู้เทคนิคครับ ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณกรุณามาดูหน่อยเถอะ ผมว่าเปึนประโยชน์สําหรับ คนทั้งประเทศเลยครับ ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ คําอภิปรายของผมมีวัตถุประสงค์ให้เปึนยาขม มากกว่าคําชมหวาน ๆ เพราะผมเชื่อว่า หวานเปึนลม ขมเปึนยา จะก่อให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลเท่านั้น ยังก่อประโยชน์ ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนเจ้าของเงินทุกสลึงทุกเฟุ๋องที่เกิดขึ้นจากงบประมาณ จํานวนนี้ ประโยชน์สูงสุดควรจะตกเปึนของเจ้าของประเทศนะครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ