สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หารือเรื่องการวางแผนงบประมาณและปัญหาที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลก เช่น ราคาพลังงาน การเก็งกำไร และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการบริโภคพลังงาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกฎหมายร่วมทุนปี 2535 การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การปรับปรุงการบริหารจัดการ งบประมาณ และการกระจายอำนาจให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาในทุกพื้นที่ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการศึกษา สวัสดิการ สุขภาพ และการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครอบครัว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอใช้เวลาสั้น ๆ ไม่มากเพื่อที่จะได้ตอบข้อซักถาม และข้อสังเกตของท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาให้ข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์จํานวนมาก ต้องเรียนว่าขอชื่นชมที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาศึกษา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณและก็ได้ให้ข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์ มีข้อสังเกต หลายประการซึ่งผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็คิดว่าจะได้รับไปดําเนินการ สําหรับในการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในป้ต่อ ๆ ไปนะครับ ก็จะมีข้อสังเกต บางประการที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ถาม ก็จะได้ให้ความเห็นในส่วนที่ ทางรัฐบาลได้พิจารณาในเรื่องเหล่านั้นนะครับ เรื่องเกี่ยวกับการวางแผน เรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณ อันนี้เปึนความจริงอย่างยิ่งครับว่า เปึนการวางแผน ในภาวะที่เราไม่สามารถที่จะคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าเมื่อเริ่มต้น ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ซึ่งเริ่มต้น ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ จนกระทั่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ นั้นสภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและของโลกจะดําเนินไปอย่างไรนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เปึนความยากลําบากของผู้ที่จัดทําแผนงบประมาณในทุก ๆ ป้ เพราะว่า ถ้าเปรียบเสมือนก็คือเหมือนกับเปึนการขับรถไปข้างหน้า ในขณะที่อาศัยมองจากกระจกหลัง ว่าเส้นทางที่ผ่านมานั้นเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นก็คาดการณ์ว่าในเส้นทางข้างหน้านั้น มันก็ควรจะใกล้เคียงไม่แตกต่างไปมากกว่าที่เราได้เคยผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในช่วง ๑๐ เดือน ในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ จนกระทั่งถึงปัจจุบันความผันผวน ของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาพลังงาน การเปลี่ยนแปลงเรื่องเกี่ยวกับราคา ของพืชผลที่เปึนอาหาร รวมทั้งเรื่องอัตราเงินเฟัอเปึนเรื่องที่ทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แล้วก็ความไม่เข้าใจอย่างยิ่งของทุก ๆ คนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน ก็มีการคาดการณ์กันว่าสภาวะที่เราเจออยู่ในทุกวันนี้มันเกิดขึ้นจากอะไร ยกตัวอย่างเช่น เรื่องปัญหาของราคาพลังงาน ก็มีผู้ที่ทั้งเห็นว่าเปึนปัญหาเรื่องของอุปสงค์ อุปทาน มีทั้งผู้ที่เห็นว่า เปึนปัญหาของเรื่องการเก็งกําไร อย่างข้อมูลที่ผมเองก็เพิ่งได้รับทราบเมื่อไม่นานนี้ก็เปึนข้อมูล จากฝัืงผู้ที่เปึนผู้เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ํามันในตะวันออกกลาง เขาบอกได้ชัดเจนว่า ถ้าหากดูจากเรื่องปัจจัยของการใช้และความต้องการแล้ว จริง ๆ ราคาน้ํามันในตลาดโลก วันนี้ควรจะอยู่ในระดับราคาเพียง ๕๐ เหรียญ ถึง ๖๕ เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้น แต่ว่าส่วนต่าง ที่ขึ้นมาถึงวันนี้เปึนประมาณ ๑๓๐ ประมาณ ๘๐ ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เปึนปัจจัย จากการเก็งกําไร อันนั้นก็เปึนความเห็นของฝัืงหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นก็คงจะเห็นได้ว่า เรื่องของการที่จะทํานายว่าราคาน้ํามันในตลาดโลกจากนี้ไปจะเปึนอย่างไร อาจจะไม่ใช่ เปึนเพียงสมการง่าย ๆ ที่จะบอกจากปัญหาเรื่องความต้องการหรืออุปสงค์ แล้วก็การผลิต หรืออุปทานก็ตาม ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าปัญหาแรงกดดันจากเรื่องการเก็งกําไรนั้น อาจจะไม่มีทิศทางที่ชัดเจนเหมือนกับในช่วง ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาอีกแล้ว เพราะว่าหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับโลกเริ่มให้ความสนใจทิศทางเรื่องของการเก็งกําไรนี้ อย่างยิ่ง มีการศึกษาข้อมูลของหลาย ๆ หน่วยงานที่เปึนองค์กรระดับโลก เช่น องค์กรการเงิน ระหว่างประเทศก็ดี องค์กรอื่น ๆ ก็ดี หรือแม้แต่ถ้าหากได้ศึกษาว่าพฤติกรรม ของการบริโภคพลังงานในโลกเองตอนนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป อเมริกามีตัวเลขล่าสุดว่าการใช้ พลังงานเริ่มลดลง ตัวเลขของประเทศไทยเราเองตอนนี้ก็เห็นสะท้อนภาพชัดเจนว่า การบริโภคพลังงาน การนําเข้าพลังงานที่เปึนน้ํามันเริ่มมีทิศทางที่ลดลง รวมทั้งการส่งเสริม เรื่องพลังงานทดแทนพลังงานทางเลือกก็เปึนปัจจัยหนึ่งที่เชื่อกันว่าถ้าหากในสายตา ของผู้เก็งกําไรซึ่งธรรมดาผู้เก็งกําไรก็จะคาดการณ์ว่าถ้ามีความต้องการของการใช้สินค้า ที่ตัวเองเก็งกําไรนั้นในอนาคตเพิ่มมากขึ้นก็มีโอกาสที่จะเก็งกําไรสูงขึ้นไปเปึนลําดับ แต่ถ้าหากสินค้าที่ตัวเองเก็งกําไรมีโอกาสที่จะมีการใช้ลดลง หรือมีตัวเลือกที่สามารถ ที่จะมาทดแทนสินค้าที่ตัวเองเก็งกําไรนั้นการเก็งกําไรก็จะเร่งตัวช้าลงหรืออาจจะ ไม่เกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นการคาดการณ์ว่าในอนาคตน้ํามันอาจจะขึ้นไปถึง ๑๕๐ เหรียญ หรือแม้แต่ ๒๐๐ เหรียญ อันนั้นจะเปึนการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ประมาณสัก ๑ เดือน วันนี้เราก็เริ่มเห็นว่าการคาดการณ์อย่างนั้นชักเริ่มไม่แน่เสียแล้ว ราคาน้ํามันที่บอกว่า จะพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ชักเริ่มไม่แน่เสียแล้ว เพราะว่าปัญหาที่เปึนปัจจัยที่เกิดขึ้นจาก ความต้องการการบริโภคที่ลดลงเพราะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ดี การที่มีทางเลือก ใหม่ ๆ ก็ดี แล้วยิ่งขณะนี้เริ่มมีข่าวคราวมาว่าทางเลือกพลังงานที่เปึนพลังงานทดแทน ซึ่งเปึนเทคโนโลยีใหม่ที่อยู่ในห้องปฏิบัติการ เราก็เชื่อว่าภายใน ๒-๓ ป้ข้างหน้า จะสามารถเข้ามาสู่ในขั้นตอนของการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ทําให้มีพลังงานทดแทน ที่แทนน้ํามันได้ในราคาที่ต่ํามาก ๆ ตรงนั้นก็เปึนข่าวคราวที่จะทําให้ผู้เก็งกําไรก็ต้อง ระมัดระวัง ฉะนั้นจึงเปึนสาเหตุ ก็คงเรียนเปึนข้อสังเกตเช่นเดียวกัน วันนี้เราคงไม่ทราบว่า น้ํามันจะขึ้นไปอีกมากแค่ไหน อัตราเงินเฟัอที่เราคาดการณ์ว่าที่ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้จะมีความเปึนจริงมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าหากคิดในเชิงว่าป้นี้มีอัตราเงินเฟัอ ที่เร่งตัวขึ้นเปึนฐานในป้ ๒๕๕๑ ถ้าราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มีการเร่งตัวมากเหมือนกับ ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ป้ฐานในป้ ๒๕๕๐ ที่สูงอยู่แล้วโอกาส ที่จะทําให้มีอัตราเงินเฟัอเพิ่มขึ้นจากป้ฐานในป้นี้อีก ไปอีก ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ง่ายนัก เพราะฉะนั้นตัวเลข ๓๕ เปอร์เซ็นต์ก็เปึนตัวเลขที่กลาง ๆ ที่โอกาสปรับสูงกว่านี้เปึนไปได้ ถ้าหากมีปัญหาที่ไม่คาดหวังที่เราได้เผชิญกันมาในช่วง ๑๐ เดือนนี้ได้เกิดขึ้นซ้ําอีกครับ เรื่องเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้เองซึ่งท่านตั้งข้อสังเกตว่าจะเปึนไปได้ตามเปัาหรือไม่นะครับ ผมเองได้ให้เปึนนโยบายกับทางกรมที่จัดเก็บภาษีโดยที่ผ่านท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงการคลังทั้ง ๒ ท่านว่าการจัดเก็บภาษีจะต้องเปึนธรรมต่อผู้ที่ถูกจัดเก็บ ไม่ใช่ไปจัดเก็บโดยที่ไม่คํานึงถึงความเดือดร้อน ไม่คํานึงถึงผลประกอบการที่แท้จริง ไม่คํานึงถึงว่าในภาวะที่ยากลําบากที่มีต้นทุนการผลิต ต้นทุนต่าง ๆ ต้นทุนแรงงาน ที่เพิ่มมากขึ้น จะไปนั่งเร่งจัดเก็บภาษีโดยที่ไม่ได้คํานึงถึงความอยู่รอดของธุรกิจต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทําคือไม่ใช่ไปเร่งจัดเก็บภาษีจากผู้ที่เสียภาษีเดิม ที่จะต้องเร่งคือ ขยายฐานภาษีจากผู้ที่ไม่เคยอยู่ในระบบภาษีมาก่อน ทําอย่างไรที่สามารถจะกระตุ้นจูงใจ ให้เข้ามาสู่ระบบฐานภาษีโดยที่จะต้องมีการส่งเสริมให้ผู้ที่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีนั้น มีความรู้ความเข้าใจได้ทราบถึงประโยชน์ของการที่เมื่อจัดเก็บภาษีแล้วได้เกิดประโยชน์ ในการพัฒนาประเทศชาติอย่างไร รวมทั้งอาจจะต้องมีมาตรการต่าง ๆ ที่จะต้องคิด ตามมาว่าเพื่อให้ผู้ที่เมื่อก่อนนี้ไม่เข้าอยู่ในระบบฐานภาษีนั้นมีความตั้งใจที่จะเข้ามาสู่ ในฐานภาษีมากขึ้น เรื่องเกี่ยวกับรายจ่ายลงทุนที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่าไม่แน่ใจว่าจะสามารถที่จะทําให้เราสามารถที่จะพัฒนาประเทศได้ชัดเจน ต่อไปได้มากขึ้นหรือไม่ ก็คงต้องเรียนว่านี่เปึนข้อจํากัดของเรื่องพระราชบัญญัติ งบประมาณในทุก ๆ ป้ที่ผ่านมาว่าเรามีรายจ่ายประจําจํานวนมาก รายจ่ายจากเงินเดือน รายจ่ายจากรายละเอียดต่าง ๆ ที่เปึนงบประจํา ฉะนั้นงบลงทุนก็มักจะเปึนปัญหาว่า เราไม่สามารถที่จะลงทุนได้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ นี่ถึงเปึนเหตุที่ทางรัฐบาลเอง ได้ตั้งเปัาว่าการจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ การลงทุน เพื่อการศึกษา การลงทุนเพื่อสาธารณสุขจึงเปึนเรื่องจําเปึนที่จะต้องลงทุนในขณะนี้ เพราะว่าเราว่างเว้นการลงทุนมานานแล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะต้องใช้เงินนอกงบประมาณผ่านระบบเงินกู้ก็ดี ผ่านระบบ ของการที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมก็ดี ตรงนี้ก็จะเปึนทิศทางที่สําคัญที่ทางรัฐบาล จะได้เน้นในการที่จะลงทุนในช่วงนับตั้งแต่ป้หน้าเปึนต้นไป ซึ่งผมเห็นด้วยว่า ถ้าหากจะมีโอกาสที่จะได้มีการสรุปในภาพรวมของการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเปึนเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินที่ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตรงนี้ก็จะทําให้เกิดภาพรวมที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในป้ต่อ ๆ ไปก็น่าจะได้มีโอกาส ที่จะได้นําเสนอในเรื่องนี้ในตอนที่นําเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณ
เรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของทางภาคเอกชนว่าจะมีความสัมพันธ์ กับกฎหมายร่วมทุนป้ ๒๕๓๕ อย่างไร มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายที่เปึนการทํางาน ร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชนที่เปึนจีพีพี (GPP) ก็เรียนว่าอันนั้นเปึนงานในเชิงนโยบาย เปึนการพยายามที่จะร่วมกันกําหนดว่าในภาพรวมเชิงรุกต่อทางรัฐ ทางเอกชนจะสามารถ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาเชิงโครงสร้างพื้นฐานก็ดี ทางด้านเกี่ยวกับการลงทุน อื่น ๆ ก็ดีเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดดได้อย่างไร เรื่องกฎหมายร่วมทุน ก็เปึนเรื่องของเวลาลงไปปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติให้เปึนไปตามกฎหมาย
เรื่องเกี่ยวกับการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นอันนี้ก็เปึนประเด็นสําคัญ ที่ผมเองก็มีความเชื่อมั่นว่าถ้าหากเราสามารถจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง น่าจะเปึนประโยชน์ในการที่จะทําให้เราสามารถยกระดับของการพัฒนาในทุก ๆ พื้นที่ ในประเทศไทยให้มีการพัฒนาที่อยู่ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าวันนี้ มีปัจจัยหลาย ๆ เรื่องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองยังจะต้องพัฒนาเรื่องการบริหาร จัดการ เรื่องของการจัดสรรงบประมาณ การใช้งบประมาณ มีตัวเลขอยู่ตัวเลขหนึ่ง ซึ่งในครั้งแรกที่ผมได้รับทราบเองก็ขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจนว่างบประมาณขณะนี้ ที่ได้มีการจัดสรรสู่องค์กรส่วนท้องถิ่นนั้นมีเงินที่ยังค้างอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ยังไม่ได้ใช้จ่ายเปึนเงินอยู่ประมาณกว่า ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่า งบประมาณรายจ่ายประจําป้ที่เคยได้จัดสรรไปนั้นได้จัดสรรไปแล้วปรากฏว่าไม่ได้ สามารถที่จะใช้จ่ายไปให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา ไม่ว่าจะเปึนพัฒนาเรื่องคน พัฒนาเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการในส่วนท้องถิ่น แล้วก็เปึนปัญหาว่าเงินตรงส่วนนั้น ก็ตกค้างอยู่ และนอกจากนั้นก็มีข่าวในทํานองเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อที่ไม่โปร่งใสก็ดี เรื่องเกี่ยวกับการใช้เงินไปในลักษณะที่ไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดก็ดี เช่น มีข่าวคราวว่า ไปใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการไปดูงานในต่างประเทศโดยที่ไม่จําเปึน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เปึนเรื่องที่เราก็อยากจะเห็นว่าถ้าหากจะได้มีการทําให้สมดุลว่าให้ขณะที่มีการส่งเสริม เรื่องเกี่ยวกับการให้งบประมาณกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เต็มที่ ในขณะเดียวกัน ก็ควบคู่กับการที่พยายามจะส่งเสริมให้การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เปึนไปอย่างเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพและโปร่งใสด้วย ซึ่งอันนั้นก็เปึนทิศทางใหญ่ ๆ ที่ทางรัฐบาลเองก็ตั้งใจว่าถ้าในอนาคตเมื่อมีการถ่ายโอนเรื่องเกี่ยวกับภาระสิทธิ ไปให้ชัดเจน มีเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมเรื่องการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เม็ดเงินต่าง ๆ ที่ไปทําให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นนั้นก็น่าจะมีโอกาสที่จะเพิ่มได้มากขึ้น ต่อไปในอนาคต
เรื่องทางด้านเกี่ยวกับการศึกษาผมคงจะขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการท่านได้กรุณามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงต่อไป
เรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการ เรื่องสุขภาพ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่าในเรื่อง ของการลงทุน เรื่องสถานบริการเพื่อที่สามารถจะรองรับในการที่จะดูแลผู้ป์วย ที่เปึนปัญหา อย่างเช่น ผู้ป์วยโรคไตวายเรื้อรัง ตรงนั้นก็เปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วก็เปึนภาระ ต่อค่าใช้จ่ายของครอบครัว แล้วก็เปึนผลที่ทําให้หลาย ๆ ครอบครัวเองต้องเผชิญกับ ภาวะทางเศรษฐกิจของตัวเอง เรื่องนี้ก็จะอยู่ในโครงการหนึ่งที่จะมีโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ในส่วนของทางด้านสาธารณสุขที่จะส่งเสริมให้มีโครงสร้างทางกายภาพ สถานบริการ มีบุคลากร มีอุปกรณ์ที่สามารถจะรองรับในการดูแลโรคเฉพาะ โรคที่ทําให้ เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง อย่างเช่น โรคเรื้อรังอย่างไตวายเรื้อรัง เปึนต้น
เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ดี เรื่องคูปองคนจนก็ดี ผมรับข้อสังเกต แล้วก็ คิดว่าเปึนประโยชน์ ก็จะได้นําข้อสังเกตเหล่านั้นไปประกอบในการดําเนินการต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ