สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑

ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการออกเสียงประชามติ โดยกล่าวถึงความหลากหลายของการทําประชามติในประเทศต่าง ๆ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติและข้อมูลที่ครบถ้วนในการตัดสินใจ และหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของการให้ความเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... แม้ว่าการออกกฎหมายฉบับนี้จะต้องทําไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๐๒ และมาตรา ๑๖๕ แต่ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าดิฉันสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วย ในหลักการ เพราะถือว่าเปึนอีกกลไกหนึ่งที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็เปึนการส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งมีลักษณะเปึนประชาธิปไตยโดยตรง เสริมกับระบอบ ประชาธิปไตยในระบบตัวแทน ท่านประธานคะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันมีประเด็นที่จะต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานเพื่อจะผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นและรวมทั้ง ท่าน กกต. ที่นั่งอยู่ในที่นี้ด้วย

ประเด็นที่ ๑ เรื่องของความชอบธรรมแล้วก็ความเหมาะสมในการที่จะ พิจารณากําหนดประเด็นที่จะทําประชามติค่ะ แม้ว่ารัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๕ (๑) จะกําหนดเอาไว้ว่าการออกเสียงประชามตินั้นกระทําได้ในกรณีที่ ครม. เห็นว่ากิจการในเรื่องใด อาจจะกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติและประชาชน แต่ท่านประธานคะ การใช้ดุลยพินิจที่จะตัดสินใจกําหนดประเด็นตรงนี้ล่ะค่ะเปึนเรื่องสําคัญมากเลย ประโยชน์ ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชนในเรื่องใด ระดับใดคะที่มีคุณค่าคุ้มค่าหรือว่าจําเปึน ต่อการทําประชามติ เราจะพิจารณากําหนดกันไว้บ้างได้ไหมคะในส่วนที่ ๑ ซึ่งเปึน บททั่วไปนะคะว่าเรื่องใด เรื่องสําคัญใดที่จําเปึนจะต้องออกเสียงประชามติ การทําประชามติ ทั่วไปในหลายประเทศที่เขากระทํากันมาอาจจะเปึนการกระทําตามกฎหมายซึ่งระบุไว้ ชัดเจนให้ต้องทําประชามติในบางเรื่องและเฉพาะเรื่อง เช่น เรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการถอดถอนผู้นําประเทศ หรือการให้สัตยาบันต่ออนุสัญญา หรือว่าสัญญาระหว่างประเทศซึ่งในกรณีเหล่านี้เขาก็ถือว่าเปึนพันธะผูกพัน แต่ว่า นอกจากนั้นก็ยังมีการทําประชามติที่อาจริเริ่มจากผู้ที่มีอํานาจในกิจการสาธารณะ เช่น ประธานาธิบดี รัฐบาลซึ่งก็เปึนนายกรัฐมนตรี รัฐสภาหรือว่าประชาชน ในกรณีเหล่านี้อาจจะถือว่าเปึนพันธะผูกพันหรือไม่เปึนพันธะผูกพันก็ได้ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตใช้เวลายกตัวอย่างการทําประชามติในประเทศอื่น ๆ สัก ๓-๔ ประเทศ ในประเทศออสเตรเลียการทําประชามติในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ถือว่า เปึนสิ่งจําเปึนต้องทําเลยค่ะ แต่ว่าเงื่อนไขก็คือ ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องผ่าน ความเห็นชอบของสภาเสียก่อน ประเทศแคนาดามีการทําประชามติที่ระดับประเทศ น้อยมากเลยที่ผ่านมาก็มีเพียง ๓ ครั้งเท่านั้น ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๕ แล้วก็เปึน การทําประชามติในเรื่องของสาระรัฐธรรมนูญ แต่ในประเทศแคนาดาเองก็มีการทําประชามติ ที่ดําเนินการในระดับรัฐหรือว่าท้องถิ่นได้ แล้วก็การทําประชามติในประเทศแคนาดาซึ่งเปึนที่ รับรู้กันทั่วไปแล้วก็เปึนที่น่าตื่นเต้นก็คือ การทําประชามติที่เกิดขึ้นในป้ ๒๕๒๓ และป้ ๒๕๓๘ ในกรณีการแยกตัวของควิเบกหรือว่าในป้ที่แล้วที่ผ่านมาออนตาริโอก็ทําประชามติในเรื่อง การปรับแก้ระบบการเลือกตั้ง ประเทศสิงคโปร์รัฐธรรมนูญของประเทศสิงคโปร์นี่ระบุเอาไว้ เรื่องการทําประชามตินี่ให้กระทําได้น้อยมาก เช่น ในกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาแล้วก็ตาม แต่เมื่อไปถึงประธานาธิบดีก็ถูกปฏิเสธ อย่างนี้เขาให้ทําประชามติเลย หรือในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับอธิปไตยของประเทศ ที่จริง ที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์ทําประชามติครั้งเดียวเท่านั้นเองในป้ ๒๕๐๕ เมื่อตอนที่ ตัดสินใจรวมประเทศกับประเทศมาเลเซีย แต่ซึ่งในเวลาต่อมาก็ได้แยกออกมาจาก ประเทศมาเลเซียในป้ ๒๕๐๘ ประเทศอิตาลีอีกประเทศหนึ่งรัฐธรรมนูญระบุให้ทํา ประชามติได้โดยถือเปึนพันธะผูกพันอยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน ส่วนที่ ๑ ก็คือการยกเลิก กฎหมายทั้งฉบับหรือบางส่วนที่ริเริ่มจากผู้มีสิทธิจํานวนถึง ๕ แสนคน หรือว่าสภาภูมิภาค ๕ สภา แต่ตรงนี้เขามีเงื่อนไขว่าต้องให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนนั้นออกมาใช้เสียงใช้สิทธิเกิน กว่ากึ่งหนึ่ง แต่ว่าทั้งนี้เขาก็มีระบุไว้ชัดเจนว่ากฎหมายที่จะยกเลิกกันนั้น ยกเว้นกฎหมาย ประเภทการเงิน นิรโทษกรรม หรือการทําสัตยาบัน ในส่วนที่ ๒ กรณีอีกกรณีหนึ่งก็คือเปึน เรื่องของการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือเปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ประเทศ อิตาลีเองก็ยังกําหนดไว้ชัดเจนว่าจะไปทําประชามติเรื่องนี้ก็ต้องให้สภาเห็นชอบร่างที่ แก้ไขแล้วจึงจะนําออกไปทําประชามติอย่างนี้เปึนต้น เหล่านี้ก็ถือว่าเปึนตัวอย่างของการทํา ประชามติในประเทศอื่น ๆ ท่านประธานคะ จะเห็นได้ว่าการทําประชามตินี้แม้จะมี ความหลากหลายแต่ก็มักจะจํากัดไว้กับเรื่องเฉพาะที่สําคัญมากจริง ๆ ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับ โครงสร้างความสัมพันธ์ของภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศที่กําหนดไว้ว่าจําเปึนจะต้องทํา เช่น ในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ หรือการแก้ไขอย่างนี้ล่ะค่ะ ซึ่งท่านก็จะเห็นว่าอย่างไรเสีย ก็จะต้องให้ร่างที่แก้ไขแล้วนั้นผ่านความเห็นชอบของสภาเสียก่อนจึงจะไปทําได้นะคะ หรือว่าเรื่องของระบบการเลือกตั้งซึ่งเขาก็ถือว่าเปึนส่วนได้ส่วนเสียของนักการเมืองโดยตรง

ประเด็นที่ ๒ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๕ (๒) ที่กําหนดไว้พูดถึงเรื่องของ การออกเสียงประชามติที่อาจจัดให้เปึนการออกเสียงเพื่อให้มีข้อยุติโดยเสียงข้างมาก หรือเปึนการออกเสียงเพื่อเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในกิจการหรือเรื่องนั้น อะไรคือเกณฑ์ ที่ควรนํามาพิจารณาเลือกว่าเรื่องใดจะต้องใช้ข้อยุติโดยเสียงข้างมาก เรื่องใดจะเปึน การเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเพื่อให้คําปรึกษาแก่ ครม. จะกําหนดไว้ได้ไหมคะว่าเปึนเรื่อง สําคัญเฉพาะเรื่องใดบ้างที่จะต้องทําหรือเพียงให้ความเห็นชอบ

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของมาตรา ๙ ดิฉันเปึนห่วงเช่นเดียวกันกับที่ท่านสมาชิก ที่ผ่านมาแล้วได้อภิปรายกันไป เปึนห่วงว่าในเรื่องของการเผยแพร่กระบวนการขั้นตอน การออกเสียงรวมไปถึงการจัดให้แสดงความคิดเห็นตรงนี้จะทําได้อย่างไรถ้าเผื่อว่าท่านจะ กรุณาเล่าให้ฟังในทีหลังก็จะเปึนพระคุณยิ่งเลยว่า การจัดแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ ตรงนี้ดิฉันอยากจะขออนุญาตว่าเปลี่ยนได้ไหมคะ เปึนการนําเสนอข้อมูลได้ไหมคะ เพราะจริง ๆ แล้วการตัดสินใจที่รอบคอบนั้นต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อจะให้ แต่ละคนนั้นสามารถตัดสินใจได้ดีที่สุด มิใช่เพียงความคิดเห็นแต่เพียงอย่างเดียว ก็ขออนุญาตฝากไว้ตรงนี้ด้วย

สุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันขอเรียนอย่างนี้นะคะว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ดิฉันอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการซึ่งจะต้องตั้งขึ้นต่อไปนั้นได้คํานึงถึงแก่นสาระของ การทําประชามติในกฎหมายฉบับนี้ก็คือ ประเด็นที่กําหนดสําคัญมากยิ่งไปกว่าเทคนิค เสียอีก ในกฎหมายฉบับนี้พูดเยอะเลยนะคะในเรื่องของเทคนิค เช่น เขตออกเสียง ผู้มีสิทธิ ลงคะแนน หีบบัตร การคัดค้านซึ่งก็เปึนเรื่องสําคัญนะคะไม่ใช่ไม่สําคัญ เพียงแต่ว่าเทคนิค เหล่านี้ก็จะไร้ความหมายและไร้คุณค่าทันทีถ้าเผื่อแก่นสาระคือประเด็นที่กําหนดไว้นั้น ไม่เหมาะสมหรือไม่ชอบธรรม ควรจะร่วมกันพิจารณากําหนดได้ไหมคะว่าเฉพาะเรื่องใด ที่สําคัญมากที่ต้องทําประชามติแล้วก็ต้องใช้เสียงข้างมากยุติ แล้วก็เงื่อนไขควรจะเปึนอย่างไร วันนี้ท่านประธานต้องยอมรับว่าแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งรีบก่อให้เกิดความกังวล เปึนอย่างยิ่งแล้วก็นําไปสู่ความไม่นิ่งในทางการเมือง ดิฉันก็ได้แต่หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะได้รวมกันที่จะใช้พลังสร้างสรรค์พิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ ของประชาชนแล้วก็ประเทศชาติในอนาคต มิใช่เพื่อประโยชน์ของนักการเมืองคนหนึ่งคนใด หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ ขอบพระคุณค่ะ