นิรมิต สุจารี ระบุว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติเป็นกฎหมายที่ดี ที่จะให้โอกาสประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง และให้การศึกษาทางด้านการเมืองแก่ประชาชน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประโยชน์สาธารณะ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการประชามติ โดยเสนอแนะว่าควรปรับปรุงร่างเพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการประชามติได้อย่างเต็มที่ และควรปรับปรุงเวลาการร้องคัดค้านให้เพียงพอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ โดยส่วนตัวของกระผมเองนั้นกระผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ซึ่งกระผมใคร่ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า การที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๒ บัญญัติให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. .... นั้นเปึนกฎหมายที่ดีเพื่อที่จะเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มี ส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง สิ่งที่สําคัญก็คือว่าเปึนการให้การศึกษาทางด้านการเมือง แก่ประชาชนการออกเสียงประชามตินั้นพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ทางการเมืองเขาจะได้มีส่วนในการที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเปึนปัจจัยสําคัญที่จะทําการพัฒนา ทางด้านการเมืองให้เจริญทัดเทียมกับอารยประเทศซึ่งมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่กระผมอยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับนี้
เรื่องแรกก็คือ เรื่องของผู้ที่มีอํานาจในการที่จะทําการประชามติ มาตรา ๕ ในกรณีจะดําเนินการจัดทําประชามติตามมาตรา ๑๖๕ (๑) ของรัฐธรรมนูญ ผมได้พิจารณา ดูแล้วว่าวรรคสองเปึนอํานาจหน้าที่ที่จะดําเนินการ กรณีที่จะดําเนินการจัดทําประชามติ ตามมาตรา ๑๖๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญ การประกาศให้มีการออกเสียงให้เปึนไปตาม บทบัญญัติของกฎหมาย หรือกฎหมายมิได้บัญญัติให้เปึนไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศกําหนด ตรงนี้แหละครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้สิทธิของพี่น้อง ประชาชนผู้มีสิทธิประชามติสามารถที่จะเข้าชื่อกันขอให้มีการแสดงประชามติกับกฎหมาย ที่จะออกมาซึ่งมีผลประโยชน์ได้เสียกับพี่น้องประชาชนโดยตรง ซึ่งตรงนี้เปึนอํานาจของ กกต. จะเปึนคนกําหนดออกมาว่าจะดําเนินการอย่างไร ถ้าท่าน กกต. จะได้คํานึงถึงว่า รัฐธรรมนูญเจตนารมณ์ให้ประชาชนสามารถที่จะเสนอร่างกฎหมายเข้ามาในสภาได้โดยการเข้าชื่อ ในการที่จะเสนอกฎหมายที่เขามีส่วนได้เสีย หรือมีความจําเปึนที่ทางสภาไม่ได้มองเห็น ความสําคัญ โดยประชาชนสามารถเข้าชื่อกัน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อสามารถที่จะเสนอกฎหมาย เข้ามาได้ แต่สิ่งที่ประชามติถ้าเปึนประชามติตามมาตรา ๕ ถ้าจะกรุณาให้ประชาชนได้มี สิทธิตรงนี้ในการที่จะเสนอชื่อ ใช้สิทธิในการที่จะเสนอชื่อเข้ามาเพื่อให้มีการแสดงประชามติ ได้ก็จะเปึนการเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนผู้เปึนเจ้าของสิทธิได้ใช้สิทธิตรงนี้อย่างเต็มที่
เรื่องที่สอง ที่ผมอยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือว่า ร่างมาตรา ๕ (๑) ในการที่จะกําหนดเรื่องในการจัดทําประชามติซึ่งจะต้องมี ความชัดเจนเพียงพอที่จะให้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่อง ที่จะจัดทําประชามติ คําว่า ชัดเจน ตามตัวบทยกร่างขึ้นมานั้น ผมอยากจะเรียนถามว่า ใครจะเปึนคนกําหนด แล้วใครจะเปึนคนชี้ขาดว่าถ้ามีการโต้แย้งคําว่า ชัดเจน ใครจะเปึน คนชี้ขาด ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่จะทําให้เกิดการโต้แย้งกันได้ บางครั้งคนอ่านไปก็บอกว่า ชัดเจน คนที่เสนอเข้าไปก็บอกว่าชัดเจน แต่คนอ่านอีกบางคนบอกว่าไม่ชัดเจน ตรงนี้ละครับ จะเกิดเปึนปัญหาขึ้นมาในข้อกฎหมายซึ่งผมไม่ทราบว่าในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะ ให้ใครเปึนคนชี้ขาด
เรื่องที่สาม ที่อยากจะกราบเรียนเปึนข้อสังเกตก็คือว่า ร่างมาตรา ๘ ซึ่งกําหนด จํานวนผู้มาออกเสียงในกรณีการออกเสียงเพื่อมีข้อยุติโดยเสียงข้างมากต้องมีจํานวนเกิน กึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และโดยเสียงข้างมากให้ความเห็นชอบจึงจะถือว่าเห็นชอบ ซึ่งผมดูการประชามติของกฎหมายไทยที่มีมาปรากฏว่าเขาใช้คําว่า ถือเอาเสียงข้างมาก ของผู้มาออกเสียง เพราะผมมีประสบการณ์จากการสังเกตดูว่าการประชามติทุกครั้งที่ผ่านมา ประชาชนมาใช้สิทธิน้อยมาก ถ้าสมมุติว่าคนมีสิทธิในการที่จะใช้สิทธิในการประชามติมาก แต่คนมาใช้สิทธิน้อยมันก็จะแพ้ไปโดยปริยายจะไม่สามารถบังคับใช้ตามร่างมาตรา ๘ ได้โดยเด็ดขาด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอเสนอว่าร่างมาตรา ๘ ได้โดยเข็ดขาด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอเสนอว่าร่างมาตรา ๘ นั้นจะต้องมีการปรับปรุง แล้วก็ อีกเรื่องหนึ่งมาตรา ๙ ในเรื่องของการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทํา ประชามติ ซึ่งมาตรา ๙ ได้วางหลักว่าการเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียง ให้ผู้มีเสียงออกเสียงได้รับทราบอย่างทั่วถึง ประเด็นนี้เห็นได้ชัดเจนว่า กกต. ได้ดําเนินการ เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์มีการเผยแพร่ขั้นตอนต่าง ๆ ไปยังพี่น้อง ประชาชน เอกสารที่ส่งไปถึงพี่น้องประชาชนช้ามาก แม้กระทั่งว่าจัดเวทีเพื่อที่จะแสดง ความคิดเห็นต่อประชาชนคนเขาก็ไม่มา ผมไม่ทราบว่าเพราะอะไรทําไมประชาชน จึงไม่ให้ความสําคัญตรงนี้น่าจะมีวิธีการที่ดี ผมอยากจะรับฟังเหมือนกันว่าท่าน กกต. จะนํา บทเรียนที่ผ่านมานั้นมาปรับปรุงแก้ไขอย่างไรในกรณีการออกเสียงประชามติ ซึ่งมันจะเปึน บทเรียนเดิม ๆ การใช้จ่าย งบลงทุนในการที่จะให้พี่น้องประชาชนมารับฟังปรากฏว่า ใช้เงินจํานวนมากแต่ไม่มีคนมาฟังโดยเฉพาะทางภาคอีสานจะเห็นชัดเจน และนอกจากนั้น การแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเท่าเทียมกัน ถ้าการส่งเอกสารหลักฐานไปยังพี่น้อง ประชาชนช้าก็จะทําให้พี่น้องประชาชนไม่มีประเด็นหรือขาดความสนใจที่จะมาแสดง ความคิดเห็น และคําว่า แสดงความคิดเห็นโดยอิสระ โดยผ่านทางสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน วิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐ เวลาที่จัดให้ก็เปึนเวลาที่ค่อนข้างจะ ไม่เหมาะสมเท่าไร เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญที่จะเปึนกุญแจนําเข้าไปสู่ ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการที่จะประชามติได้มากที่สุด ประเด็นนี้ผมก็คิดว่า อยากจะฟังความคิดเห็นของคณะผู้ยกร่างว่าจะมีวิธีการดําเนินการอย่างไรเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมกันอย่างเต็มที่
และอีกประเด็นหนึ่ง ผมใคร่จะขอฝากกับทางท่านผู้ยกร่างก็คือ ร่างกฎหมาย ฉบับนี้มิได้กําหนดให้มีการลงคะแนนโดยการงดออกเสียง ซึ่งโดยหลักทั่วไปแล้วการลงคะแนนจะ ๑. เห็นด้วย ๒. ไม่เห็นด้วย แล้วบางคนเขาไม่อยากจะใช้สิทธิทั้งไม่เห็นด้วยแล้วก็เห็นด้วย ก็คือ งดออกเสียง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้น่าจะเป่ดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนเปึนการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการที่แสดงออกว่างดออกเสียงคือไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็ขอฝากไว้ ประเด็นทั้งหมดนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เมื่อมีการประชามติเปึนที่เรียบร้อยแล้วการคัดค้าน กําหนดเวลาการร้องคัดค้านการออกเสียงนั้น บอกว่ากําหนดเวลาภายใน ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งในข้อเปึนจริงในทางปฏิบัติแล้วการที่จะรวบรวม พยานหลักฐานเพื่อที่จะมาคัดค้านการประชามติ ๒๔ ชั่วโมงนั้นคงไม่พอ ผมอยากจะให้ พิจารณาเพิ่มขึ้นไปอีกว่านับตั้งแต่การลงคะแนนเสียงสิ้นสุดลงนั้นอาจจะเพิ่มขึ้นไป ๓ วัน หรือ ๕ วัน เพื่อที่จะได้มีโอกาสในการที่จะรวบรวมพยานหลักฐานบุคคลที่จะมาคัดค้านต่อไป ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นและ โดยภาพรวมแล้วผมเห็นด้วยในการที่จะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ ในชั้นวาระที่ ๒ ก็คงจะต้องแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะแก้ไข ขอขอบคุณท่านประธานครับ