สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แสดงความเห็นเกี่ยวกับการตราพระราชบัญญัติ โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญและอธิบายว่าการตราพระราชบัญญัติในฉบับปัจจุบันอาจทำให้พระราชบัญญัติที่ออกไว้แล้วพ้นสภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากมาตรา 35 และเรียกร้องการตรวจสอบการแก้ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีอดีตกรรมการการเลือกตั้ง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผมจะใช้เวลาไม่มาก ท่านประธานครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบพระคุณท่านกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประพันธ์ นัยโกวิท ขออภัยที่เอ่ยนาม ผ่านทางท่านประธานที่ได้กรุณาตอบข้อชี้แจงให้เกิดความชัดเจน เพิ่มขึ้นครับ แต่ผมคิดว่าต้องขออนุญาตท่านประธานบันทึกไว้ในที่ประชุม เพราะว่าคงจะต้อง เปึนเกณฑ์ที่จะใช้ในการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญด้วยนะครับ ทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่ากฎหมายฉบับเดิมป้ ๒๕๔๑ ได้พ้นสภาพไปแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่าด้วยเหตุผลเรื่องอะไรกันแน่ แต่เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านประพันธ์ ขออภัยเอ่ยนามครับ ที่ท่านได้กรุณาอธิบายว่าเขาให้เหตุผลว่าเนื่องจากว่าตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดเรื่องของการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไว้ต่างหาก แล้วก็เปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิม ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานบันทึกไว้ว่าจะได้ เปึนประเด็นนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าให้เหตุผลลักษณะนี้จะทําให้เปึนปัญหาครับ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ การร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญกับ พระราชบัญญัติทั่วไปจะอยู่ด้วยกัน แต่ว่าฉบับปัจจุบันนี้แยกไว้เปึนคนละส่วน อยู่ในส่วนที่ ๖ กับส่วนที่ ๗ เหตุผลที่ร่างแยกกันนี้ ผมคิดว่าสาเหตุสําคัญคือ ไม่ต้องการให้มีการยกร่าง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจนไม่มีขอบเขตจํากัด กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงได้กําหนดว่า ให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกี่ฉบับบ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจน อันที่ ๒ ก็ให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการเสนอกฎหมายครับว่าการเสนอกฎหมาย รัฐธรรมนูญกับกฎหมายเปึนพระราชบัญญัติทั่วไปนั้นไม่เหมือนกัน เนื่องจากพระราชบัญญัติ ทั่วไปเราจะให้ประชาชนเพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงจําเปึนต้องแยก แต่สาระ วิธีการตราไม่เปลี่ยนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ชัดเจนว่า ในมาตรา ๑๔๐ วรรคท้าย บอกว่า ให้นําหลักเณฑ์การตราพระราชบัญญัติในหมวดนี้ของพระราชบัญญัติทั่วไปที่อยู่ในส่วนที่ ๗ มาใช้บังคับกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วย จะเห็นว่า การตราพระราชบัญญัติจะเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนส่วนที่อยากจะกราบเรียน ให้ทราบว่าแตกต่างกัน แต่ถ้าหากว่าเราใช้หลักเกณฑ์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปลี่ยนแปลง รูปแบบการตราพระราชบัญญัติ แล้วทําให้พระราชบัญญัติที่ได้เคยออกไว้แล้วซึ่งไม่สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีผลเปึนอันพ้นสภาพ ผมเกรงว่าจะทําให้เกิดปัญหากับพระราชบัญญัติ ด้วยครับ เพราะถ้าใช้หลักเกณฑ์เดียวกันนี้กับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เปึน พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติทั่วไปก็จะเหมือนกันครับ วิธีการตราพระราชบัญญัติของ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้แตกต่างจากป้ ๒๕๔๐ ท่านประธาน ที่เห็นได้ชัดเจน มีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานอยู่ในมาตรา ๑๔๒ วรรคห้า กับวรรคหก วรรคห้าบอกว่า กรณีที่กฎหมายที่เสนอเข้าที่เรียกว่าพระราชบัญญัตินี้จะต้องมี บทบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติเสนอด้วย แต่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่มี แล้วพวกเราก็ไม่เคยทํา แล้วนอกจากนั้นในวรรคท้ายของมาตรา ๑๔๒ บอกว่า ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอต่อสภาจะต้องเป่ดเผยให้ประชาชนได้มีโอกาสรับทราบและเข้ามา มีส่วนเข้าถึงข้อมูลด้วย เปึนตัวอย่างจะเห็นว่า ๒ เรื่องนี้ก็แตกต่างจากการตราพระราชบัญญัติ ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้๒๕๔๐ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไปใช้หลักเกณฑ์ทํานองนั้น จะทําให้พระราชบัญญัติทั้งหมดที่อยู่วันนี้พ้นสภาพหมดเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็เลย อยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้เปึนข้อสังเกตจะได้เปึนแนวทาง

ประการที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนให้เกิดความชัดเจนในเรื่องมาตรา ๓๕ เดี๋ยวท่าน จะเข้าใจผิด ผมไม่ได้บอกว่าท่านไปยกขึ้นมาเองหรือทําขึ้นมาใหม่ แล้วก็ไม่ได้บอกว่า จะเอามาจากไหน ประเด็นสําคัญอยู่ที่ว่าตรงนั้นมันอาจจะเกิดช่องโหว่ที่ทําให้เกิดปัญหา พ้นความรับผิดได้ต่างหากต้องไปพิจารณา ไม่ได้แปลว่าเมื่อมันพ้นความรับผิดได้เปึน ช่องโหว่ในกฎหมายอื่นแล้วกฎหมายนี้ก็ตามเลยได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนข้อสังเกตไว้

สุดท้ายท่านประธานครับ สุดท้ายก็คือเรื่องของการที่ผมได้สอบถามเมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านตอบเปึนประเด็นสุดท้ายในคําถามของผม ประเด็นหลักนี่ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกท่าน รวมถึงท่านประพันธ์ด้วย ที่บอกว่าจะตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ แต่ว่าประเด็นหลักเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมกราบเรียน ไม่ใช่ประเด็นที่ว่ามีการไปรับรองอะไรนะครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่ามีการแก้ฐานข้อมูลเหมือน คดีเดิม ผมถึงไปอ้างคดีเดิม ท่านประธานครับ ที่อยู่ในมือผมเปึนฐานข้อมูล ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคํา เปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ในเว็บไซต์ของ กรรมการเลือกตั้ง หลังจากที่เปึนปัญหาจบสิ้นแล้ววันนี้เว็บไซต์ของกรรมการการเลือกตั้ง ปรากฏว่านายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคํา เปึนสมาชิกพรรคไทยรักไทย เมื่อป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ ด้วย เห็นไหมครับ แบบเดิมอีกแล้วครับ แก้ฐานข้อมูลนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะไปตรวจสอบ สอบเรื่องนี้ด้วยครับ ไม่ใช่เพียงไปสอบเรื่องว่าไปรับรองกันได้โดยพลการหรือเปล่าครับ ต้องสอบเรื่องการแก้ฐานข้อมูลซึ่งเหมือนเดิม ผมจึงบอกว่ากรณีของอดีต กกต. นั้นจบไปแล้ว แต่ลูกมือลูกไม้ของท่านที่ทําหน้าที่อยู่ในปัจจุบันนี้ทีมงานท่านยังอยู่และยังปฏิบัติหน้าที่ ฝากท่านไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ