สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑

ประพันธ์ นัยโกวิท อภิปรายเรื่องการประชามติ โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติและเรียกร้องให้ กกต. ช่วยเหลือในการจัดการเลือกตั้ง และอธิบายว่าเงินที่ใช้ในการประชามติมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการเงิน 1.3 ล้านบาทที่จัดสรรไปไม่ถูกต้อง และการสอบสวนของพรรคเพื่อแก้ไขปัญหา

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ความจริงผมต้องขอขอบคุณที่ท่านได้สอบถามเรื่องเหล่านี้ ซึ่งความจริงผมได้ชี้แจงตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าจริง ๆ มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แต่ว่าที่ท่านพีระพันธุ์ ประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ที่ผมต้องชี้แจงท่านในรายละเอียดเหล่านั้นด้วยเนื่องจากว่าท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรท่านบอกให้ผมชี้แจงไม่อย่างนั้นผมก็คงจะไม่อภิปรายเพราะว่ามันไม่ได้ เกี่ยวในประเด็นในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติมากนัก ผมอยากจะกราบเรียน ท่านพีระพันธุ์ว่าในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ป้ ๒๕๔๑ จะสิ้นผลหรือไม่สิ้นผล อันนี้เราก็ต้องยอมรับว่ามันเปึนความเห็นทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้ตีความให้รัฐบาลแล้วเห็นว่าสิ้นผลไปแล้ว ทีนี้ ในร่างนี้ท่านอยากจะเพิ่มมาตราว่าให้ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ อันนี้เดี๋ยวผมคิดว่าอยู่ในวิสัย ที่จะพิจารณาได้ในชั้นแปรญัตติในวาระ ๒

ในร่างมาตรา ๓๕ กระผมก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าได้มีการปรับปรุงนํามาจาก กฎหมาย พ.ร.บ. ส.ส. ซึ่งถ้าหากท่านเห็นว่าร่างมาตรา ๓๕ นี้ยังไม่ครบถ้วนอย่างไรคงจะ สามารถปรับปรุงได้เช่นเดียวกันในวาระ ๒ ส่วนเรื่องการแก้ไขฐานข้อมูลวันที่ ๑๓ พฤษภาคมอะไรที่ท่านพูด ผมได้เรียนแล้วตั้งแต่แรกว่า ความจริงแล้วผมก็เพิ่งทราบวันนี้เรื่องทั้งหมดที่ว่ามีการเซ็นรับรองความเปึนสมาชิกพรรค อะไรทั้งหลายแหล่นี่ ผมก็เพิ่งทราบวันนี้เหมือนกันนะครับ แล้วก็อย่างที่ได้กราบเรียนแล้ว ว่าผมก็กลับไปประชุมในวันนี้ก็ได้ทราบเรื่องนี้ แล้ว กกต. ก็มีมติตั้งคณะกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงไปแล้วว่าเรื่องราวเปึนอย่างไร ในส่วนที่ท่านพูดนี้ผมก็คิดว่าทางคณะกรรมการ สอบสวนข้อเท็จจริงเขาก็คงอาจจะนําไปพิจารณาด้วย ผมคิดว่าวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ กกต. คงฟังการอภิปรายของท่านอยู่ คิดว่าเขาคงจะนําไปพิจารณานะครับ

ในส่วนที่ท่านเชาวริน ประทานโทษที่เอ่ยนาม ที่บอกว่าผมไม่ได้ฟังท่าน ผมก็เลยไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ความจริงนี่ผมฟังท่านโดยตลอด เพียงแต่ว่าผมเดินทางกลับไป ประชุมแล้วผมก็ฟังวิทยุจากมือถือผมตลอดแต่ว่าวิ่งกลับมาไม่ทัน แต่ว่าก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ก่อนที่ท่านจะได้เข้ามา ทีนี้ความจริงท่านเชาวรินกับผมคนบ้านเดียวกัน คนราชบุรีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่ท่านอภิปรายนี่ผมก็เข้าใจนะครับ แต่ที่ท่านบอกว่าในร่างมาตรา ๘ มันเหมือนกับว่า กกต. รักษาตําแหน่งหรือเปล่า มายกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การออกเสียงประชามติซ่อนอะไรบางอย่างหรือไม่ อันนี้กระผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในการทํางานของกระผมเอง และผมคิดว่าของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จริง ๆ แล้ว บอกตรง ๆ ไม่ได้อยากเข้ามาเปึน มันเปึนเหตุการณ์จําเปึนเข้ามา ไหน ๆ พูดก็พูดแล้ว เขาก็พาดพิงอย่างนี้ ความจริงผมเปึนรองอัยการสูงสุด ผมสบายดีอยู่แล้ว ผมยังไม่เกษียณด้วย ผมอยู่ในตําแหน่งรองอีกประมาณป้กว่า แล้วผมสามารถเปึนอัยการอาวุโสได้อีก ๑๐ ป้ แล้วเหตุที่มาก็เปึนความจําเปึน แล้วก็คิดว่า กกต. ชุดนี้ก็มาตระหนักหน้าที่ของตัวเองนะครับ แล้วความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง ผมคิดว่าเปึนความเห็นโดยสุจริต ไม่ว่าท่านใดผมคิดว่า กกต. ชุดนี้ตั้งใจทํางานอย่างที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ถ้า กกต. ชุดนี้ไม่เปึนกลาง การออกเสียง ประชามติคงจะต้องมีการประท้วงวุ่นวาย วันที่ ๑๙ สิงหาคม เพราะก่อนหน้านั้นก็มีคน อภิปรายทํานองนี้ นายประพันธ์ นัยโกวิท เปึนกรรมาธิการร่าง เปึน กกต. เดี๋ยวต้องมีไพ่ไฟ แล้วเปึนอย่างไรครับ มีผู้มาเห็นชอบ ๑๔ ล้านคน ไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านคน ผมถือว่าสวยงาม มากนะครับ ถ้าเปึนมวยไม่มีใครแพ้ใครชนะ ถ้า กกต. ไม่เปึนกลาง มีไพ่ไฟ พลร่ม ไม่อย่างนี้ หรอกครับ แล้วไม่มีใครคัดค้านแม้แต่หน่วยเลือกตั้งเดียวหน่วยออกเสียงเดียว ถ้าหากว่า กกต. ไม่เปึนกลางไม่สุจริต ผมเชื่อเลย ๘๘,๕๐๐ หน่วยต้องมีคนประท้วงแต่ไม่มีคนประท้วง รวมทั้งคนที่คัดค้านไม่เห็นด้วย ผมถือว่าอันนี้เปึนการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างหนึ่ง อันนี้ ผมต้องขอชมเชยเลย แล้วถ้า กกต. ไม่เปึนกลาง บังเอิญไม่ทราบว่าผมชี้แจงท่านอยู่หรือเปล่า วันที่ ๒๓ ธันวาคมผมยังไม่ทราบเลยว่าจะมีเลือกตั้งหรือเปล่า กกต. จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ถูกฟัอง คือพูดง่าย ๆ อยากจะให้มันพ้นไปเสียที ถ้าเราไม่ยืนหยัดอยู่ ผมไม่ทราบนะครับว่า เราจะมีวันที่ ๒๓ ธันวาคมหรือเปล่า แล้วจะมีสภาวันนี้หรือไม่ มีรัฐบาลวันนี้หรือไม่ แล้วถ้าไม่เปึนกลางผมยังไม่เห็นมีพรรคไหนเลยที่ว่าจัดการเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคมเสร็จ มีพรรคไหนออกมาประท้วงคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันรุ่งขึ้นพอทราบผล ๔ ทุ่มครึ่ง เราให้ผลอย่างไม่เปึนทางการออกมา วันรุ่งขึ้นอียู (EU : สหภาพยุโรป) ซึ่งอียูคอยจ้อง ตามตลอด เขาให้เราทําเอ็มโอยู (MOU) กกต. ยืนหยัดมาว่าเราตั้งองค์กรมา ๙ ป้ เราไม่เคยทําเอ็มโอยูกับใคร เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ทํากับอียู ผมเปึนห่วงที่สุดว่าอียู จะไม่รับรองการเลือกตั้ง ปรากฏวันรุ่งขึ้นอียูแถลงยอมรับว่าฟรีแอนด์แฟร์มีแล้ว สหรัฐอเมริกาแถลงยอมรับฟรีแอนด์แฟร์ ญี่ปุ์นแถลงยอมรับและให้เงินกู้รถไฟสายสีม่วง ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วเขาน่าจะอนุมัติตั้งนานแล้ว ออสเตรเลียประกาศยอมรับมีหนังสือ ชมเชยมาที่ กกต. คือถ้าบอกว่าทําอะไรมีซ่อนหรือเปล่า ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า ผมก็ต้องชี้แจง

ส่วนที่ท่านบอกว่าทําประชามติต้องใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ความจริง ประชามติคราวนั้นก็รู้สึกจะใช้ประมาณสัก ๑,๘๐๐ ล้านบาท แต่เหตุที่มันใช้มากท่านไปดู รายการได้ รายจ่ายส่วนมากมันจะเปึนเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ เดิมเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ให้วันละ ๑๕๐ บาท วันทําประชามติรู้สึกเราจะเพิ่มให้ ๒๕๐ บาท เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งแต่ละครั้ง รวมทั้งออกเสียงประชามติ ๘๘,๕๐๐ หน่วย มีเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งหน่วยหนึ่งประมาณ เกือบ ๑๐ คน มีคนมาจัดเลือกตั้งประมาณ ๑ ล้านหรือ ๑ ล้าน ๑ แสนคน เพิ่มเงินอีกวันละ ๑๐๐ บาท เท่าไรครับ เพิ่มเงินอีกวันละ ๑๐๐ บาทเท่ากับเพิ่มอีกวันละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจะต้องมีการอบรม มีการรับหีบบัตรมาทํางานวันออกเสียงประชามติ เงินที่เพิ่มมันจะ เปึนพวกรายจ่ายเหล่านี้ทั้งสิ้น และเปึนเงินที่เจ้าหน้าที่เขาได้รับทั้งสิ้น แล้วที่ท่านบอกว่า น่าจะหาวิธีการอื่นให้ อบต. ทํา การออกประชามติมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ การออกเสียงประชามติ เปึนการใช้อํานาจอธิปไตยทางตรงของประชาชนอย่างที่เขาเรียกว่า ไดเรคท์ ดิโมเครซี (Direct democracy) ตอนที่จะทําประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคมก็เหมือนกัน มีคนบอกว่า อย่าให้ กกต. ทําเลย ใช้วิธีการแบบเลือกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ หมู่บ้านหนึ่งก็เรียกประชาชนมา แล้วใครเห็นชอบก็ยืนฝัืงหนึ่ง ใครไม่เห็นชอบก็ยืนอีกฝัืงหนึ่ง ใช้เงินไม่ถึง ๕๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าทําแบบนั้นผมถามว่าต่างประเทศจะเชื่อท่านไหมครับ การออกเสียงประชามติ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าทําแบบนั้นคนจะเชื่อไหม แล้วท่านเสนอไปทําลักษณะทํานอง เดียวกันอย่างนี้ความเชื่อถือจะอยู่ที่ไหน ผมคิดว่าผมใช้เวลาอภิปรายเรื่องนี้มาพอสมควร ท่านประธานก็มองหน้าอยู่นะครับ

แต่ทีนี้พอท่านพูดถึงว่าจับเงิน ๑ ล้าน ๓ แสนบาททําไมได้ใบเหลือง ผมเรียนท่านตรง ๆ ผมให้ใบแดง ถ้าท่านอยากรู้ แต่มันไม่ได้เสียงข้างมาก คือผมคิดว่า ในระบอบประชาธิปไตยต้องยอมรับความเห็น จะเปึนความเห็นโดยสุจริตและไม่มีผลประโยชน์ แอบแฝงแล้วสามารถอธิบายชี้แจงได้ แล้วใบเหลืองที่ให้ไป คนได้ใบเหลืองไม่ได้กลับมานะครับ แล้วเห็นพูดอยู่อย่างนี้ ผมอยากจะเรียนว่าถ้าท่านสงสัยผมเองก็ให้ใบแดงเหมือนกัน

สําหรับท่านสุวโรชผมก็ได้เรียนแล้ว ผมได้สอบถามแล้วก็ได้ความว่า ในเรื่องของการแก้ไขฐานข้อมูล ป.ป.ช. รับไปดําเนินการแล้ว แล้วมันเปึนคดีอาญา ป.ป.ช. สอบสวนถึงใครก็คงจะสามารถดําเนินการไปได้ ก็คิดว่าคงจะอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของ ป.ป.ช. ผมขอขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณครับ