สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑

สุชาติ ลายน้ําเงิน หารือเรื่องกฎหมายการออกเสียงประชามติ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ กกต. พิจารณาและแก้ไขความไม่เหมาะสม

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ขึ้นมาอภิปรายเรื่องกฎหมายการออกเสียงประชามติที่จะใช้กับ คนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ก็ได้นั่งฟังผู้ร่วมอภิปรายมาตั้งแต่เช้า แล้วทางท่าน กกต. ก็ได้มานั่งฟังอยู่ ก่อนอื่นก็ต้องฝากชื่นชมทาง กกต. ผ่านท่านประธานไปถึงทาง กกต. ครั้งที่ผ่านมาได้ช่วยกันทําการเลือกตั้งมาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมจนได้มีผู้แทนราษฎร ที่มาจากประชาธิปไตยมานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ก็อยากจะฝากให้ท่านได้ดูกฎหมายการออกเสียง ประชามติต่อไปว่ากฎหมายการออกเสียงประชามติฉบับนี้จะออกไปใช้กับคนไทยทั้งประเทศ จะออกไปใช้กับคนที่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่เขาบอกว่าอย่างเปึนกลางนะครับ มีเพื่อนหลาย ๆ คน ได้พูดออกไปแล้วว่ากฎหมายการออกเสียงประชามติจะใช้อย่างไร จะมีมาตราใดบ้างที่อยู่กับ ประชาชน มีมาตราอะไรบ้างที่ใช้กับคน มีอยู่มาตราหนึ่งที่อยากจะฝากท่านไว้พิจารณาก็คือ การที่ออกเสียงประชามติว่าจะต้องใช้กับคนต่างประเทศด้วยหรือไม่ ก็มีคนบอกว่าในเมื่อเขา เปึนคนไทยถ้ามีการทําประชามติก็ขอให้เขามีสิทธิมีเสียงในการออกเสียงประชามติตรงนี้ด้วย ฝากท่าน กกต. ไปไว้พิจารณา แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมจะพูดอีกสักนิดหนึ่งก็คือหลาย ๆ ท่าน คงจะเห็นหลายคนถกเถียงว่ากฎหมายการออกเสียงประชามตินี้จะทําให้เกิดแตกแยก หรือไม่ จะมีการแบ่งพวกแบ่งชั้นหรือไม่ วันนี้ก็ต้องฝากท่าน กกต. ว่ากฎหมายการออกเสียง ประชามติ คําว่า ประชา ประชา แปลว่า คนส่วนมาก ก็ต้องตอบว่าเปึนมติส่วนมากอีก เหมือนกัน ถ้าเสียงส่วนมากออกมาแล้วว่าจะต้องเปึนแบบนี้ จะต้องเปึนแบบนั้นมันต้อง ยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับกันก็ต้องมีขบวนการที่ไปเคลื่อนไหวเคลื่อนทัพอยู่ข้างนอกอยู่ตลอดเวลา วันนี้ กกต. จะคิดอย่างไรคิดว่ากฎหมายการออกเสียงประชามติก็แล้วแต่ร่าง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติก็แล้วแต่ที่ท่านออกมานี้ถ้าเอาไปใช้กับเขาแล้วทุกคนต้องยอมรับ เพราะนี่คุณเปึนคนไทย ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่ไม่พอใจกันก็ไปตั้งเวที พอเลือกแล้วก็ไม่ยอมจบ แล้วคนที่เลือกแล้วบางคนก็บอกว่ากฎหมายการออกเสียงประชามติดี บางคนก็บอกไม่ดี พอคนที่บอกว่าไม่ดีพอไปลงเลือกตั้งสอบตกก็ไปตั้งเวทีข้างนอกโจมตีกันแบบแหลกลาญ ให้ประเทศมันเดินหน้าไม่ได้ วันนี้หลายคนบอกว่ากฎหมายการออกเสียงประชามติฉบับนี้ จะเอาไปใช้กับอย่างอื่น อาจจะไปใช้ช่วงกรณีฉุกเฉิน อาจจะไปใช้ช่วงการเลือกตั้งหรือพูดถึง ขนาดการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไป เมื่อเช้าผมนั่งฟังเพื่อนอภิปรายอยู่ว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญต้องมี พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติก่อน ผมว่ามันไม่น่าใช่ ในเมื่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญถ้ามันดี ถ้ามันเปึนกลาง แล้วประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงก็คงไม่มีใครที่จะต้อง ลุกมาแก้ไข ลุกมาหารือ หรือตอบโต้กันไปมา แต่นี่เพียงว่า ๑. ครั้งที่ไปที่มาของมันไม่มีตรงนี้ เกิดขึ้น การมาของกฎหมายการออกเสียงประชามติหรือว่ามาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไป เพิ่มเติมในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเปึนวิปรัฐบาลได้พูดกันเรื่องนี้ว่ามันเหมือนกับ กฎหมายฉบับนี้เข้ามาใหม่ แล้วเพิ่มอํานาจเข้าไปให้มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ที่จริง จะต้องหาคนเปึนกลาง หาคนบริสุทธิ์ยุติธรรมมาเปึนคนเขียนมาเปึนคนร่าง กฎหมายใด ก็แล้วแต่ พ.ร.บ. ใดก็แล้วแต่ บางครั้งคนเขียนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้เขียน ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานไปบอกว่าถ้าคนไปร่างมาแล้วจิตใจเปึนกลางนะครับ จิตใจเปึนกลาง มันต้องไม่มีเรื่องเกิดขึ้น ผมถึงย้ําว่าประชาธิปไตยก็คือเสียงส่วนมาก คําว่า ประชามติ มันก็ คล้ายกับประชาธิปไตย ท่านครับ ประชามติ ประชาเปึนคนลงมติ ประชามติแล้วก็ไม่ยอม เลิกไม่ยอมลา นี่ครับก็เหมือนกับประชาธิปไตย ในเมื่อคุณเลือกเอาคนส่วนมากมานั่งแล้วก็ ไม่ยอมรับกันแล้วจะเอาไปใช้ได้อย่างไรครับท่านประธาน ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หลายคนลุกขึ้นมาพูด หลายคนลุกขึ้นมาติติง หลายคนมาให้ความคิดเห็น ผมว่ากฎหมาย ฉบับนี้ถามผมว่าจะต้องรับไหม ผมรับแน่นอนครับ เพราะว่ามันจะต้องเปึน พ.ร.บ. ที่จะต้อง ตราไว้ในแผ่นดิน เพราะทําตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าตราแล้วถามว่าความเปึนกลาง อยู่ตรงไหน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน จริยธรรมอยู่ตรงไหน นี่แหละครับท่านประธาน ก็ถึงจะบอกว่าฝากท่านไปเปึนข้อสังเกตจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมจะมาพูดถึง มาตราหนึ่งทําอย่างไร ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะได้ให้คนหลากหลายคนที่เอาไปเขียนไปร่าง ถ้าแก้ได้เปึนบางส่วนก็อาจจะผ่านไป แล้วก็อาจจะไปขอแก้อีกครั้งหนึ่งในวาระ ๒ หรือ วาระ ๓ ที่จะให้มีส่วนร่วมของคนหลาย ๆ คน ความคิดหลาย ๆ ความคิด แต่ที่ผมอ่าน มาแล้วก็เห็นความชื่นชมหลายข้อหลายมาตราที่ตัดออกจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้ ยังมีคนบางพวกบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ การออกเสียงประชามติเอามาใช้กับนักการเมือง บางคนขึ้นอยู่บนเวทีตรงไหนก็แล้วแต่ ไม่ขอเอ่ยนาม ทุกคนออกไปบอกว่านักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว ผมถามว่า กติกาที่เขียนไปแล้วพอคุณเอามาใช้พอใช้แล้วสู้ไม่ได้คุณก็ไปบอกว่านักการเมืองชั่ว คนที่บอกว่านักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลวแต่คนก็อยากจะมาเปึนนักการเมืองกัน ไม่มีหรอกครับที่ไม่อยากเปึนนักการเมือง ผมถึงอยากจะฝากท่านประธาน กกต. หรือ ท่าน กกต. ว่าในเมื่อนักการเมืองมาเล่นตามกติกา มาเดินตามกติกาที่ท่านเขียนไว้ ถ้าประสบความสําเร็จก็ชื่นชม ถ้าไม่ประสบความสําเร็จก็ออกไปด่าชาวบ้านเขา นี่นะครับ ถึงบอกท่านว่าถูกแล้วครับที่จะได้นําพาองค์กรแห่งนี้ออก พ.ร.บ. ไปกําชับว่านักการเมือง จะเดินตามแบบนี้หรือไม่ นักการเมืองจะเดินตามกติกาที่วางไว้หรือไม่ว่า ยกตัวอย่างครับท่าน มันเหมือนเล่นฟุตบอล ๑๑ คนในสนาม กติกาเขาเขียนให้ไปเล่น ๑๑ คน ท่านก็ไปเล่นกับเขา พอแพ้แล้วถ้าอยากชนะก็ต้องไปซ้อมใหม่แล้วมาแข่งใหม่ ไม่ใช่วันนี้พอบอกแพ้แพ้อยู่ไม่ได้ ไปแข่งอีกก็สู้ไม่ไหวก็ต้องล้มมันเสีย กติกาเล่มนี้ล้มมัน นี่คือเปึนแนวที่ทําให้มีการปฏิวัติ รัฐประหารในเมืองไทย ท่านครับ เหตุผลที่ปฏิวัติก็เหมือนกับที่ผมพูดเมื่อกี้เหมือนเล่น ฟุตบอลหรือว่ามีการเปรียบเสมือนกับการเล่นสนุกเกอร์ สู้เขาไม่ได้อ้ายคนนี้มันเก่งกว่า ไปบอกลูกพี่บอกว่าลูกพี่แข่งสู้ไม่ได้มีอย่างเดียวล้มโต๊ะมันเสีย อย่าไปเล่นเลยกติกาแบบนี้ ไปหากติกาใหม่มาเล่นกัน ท่านประธานครับ ก็ต้องฝากว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะมาใช้กับคน มากํากับนักการเมือง มากํากับหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทยก็ขอฝาก ท่านไว้ แล้วก็ต้องขอว่าให้การสนับสนุนขอบคุณมากครับ