คมเดช ไชยศิวามงคล พูดถึงปัญหาในการออกเสียงประชามติ โดยชี้ว่าระบบปัจจุบันมีข้อบกพร่อง เช่น การใช้เงื่อนไขไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมในการกำหนดผลลัพธ์ของการลงประชามติ และการกำหนดระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้เกิดปัญหาในการลงประชามติ และเสนอแนวทางแก้ไขโดยการลดระยะเวลาการลงประชามติให้สั้นลงและใช้ระบบการลงคะแนนแบบหมู่บ้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. กาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ตามร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ซึ่งเปึนข้อมูลส่วนหนึ่งสามารถที่จะดําเนินการ แก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งของประเทศ ท่านประธานครับ ในการเลือกตั้งเพื่อให้เข้ามาแก้ไข ปัญหาในระบบสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่ง มันก็มีปัญหาเล็ก กลาง ใหญ่ ปัญหาเล็กก็แก้ได้ ฝ์ายบริหาร ปัญหากลางแก้ได้ ปัญหาใหญ่ซึ่งเปึนสิ่งที่กระทบสําหรับประชาชนทั่วประเทศ มันมีการแก้ไขปัญหาอยู่ ๒ แนวด้วยกัน การวางมาตรการต่าง ๆ ถ้าเราวางมาตรการแล้วก็ แก้ไขปัญหา ถ้าแก้ไม่ถูกจุดมันจะเปึนการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมา การบริหารจัดการมีอยู่ ๔ หลักใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ คน งาน เงิน เวลา ตัวเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่ามันไม่ใช่ เปึนการสิ้นเปลือง เพราะว่าเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทมันเปึนค่าจัดการทั้งหมด ไม่ว่าการประชาสัมพันธ์ ค่ายานพาหนะ ค่าคน แล้วอีกอย่างหนึ่งเปึนการใช้จ่ายเงิน ในประเทศ ตรงนี้คงไม่ติดใจอะไร ส่วนเกี่ยวกับตัวคนซึ่งเปึนสิ่งหนึ่งที่คาบลูกคาบดอก เพราะว่าท่านองค์กรกลาง กกต. เข้าไปผูกพันกับการออกกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ การแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันมีเงื่อนไข ตัวเงื่อนไขตัวหนึ่งที่มันไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็คือถ้ากฎหมายลงประชามติไม่ผ่าน ประธาน คมช. สามารถที่จะเอากฎหมายฉบับไหน ก็ได้มาใช้ มันก็เปึนลักษณะกึ่งบังคับ อันนี้สําหรับแนวทางการประชามติ ป้ ๒๕๕๐ แล้วอีกอย่างหนึ่งครับท่าน ตามมาตรา ๘ ถ้าท่านใช้เงื่อนไขตรงนี้สําหรับกฎหมาย ลงประชามติ ป้ ๒๕๕๐ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่แท้เลยนะครับท่าน เพราะว่า ตามที่ท่านร่างกฎหมาย มาตรา ๘ การออกเสียงเพื่อมีข้อยุติโดยเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ การออกเสียง หากปรากฏว่าผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเปึนจํานวนไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของ จํานวนผู้มีสิทธิออกเสียง ให้ถือว่าประชาชนโดยเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยกับเรื่อง ที่จัดทําประชามติ เพราะฉะนั้นการลงประชามติกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ เห็นชอบ ๕๐ กว่า ไม่เห็นชอบ ๔๐ กว่า เฉลี่ยแล้วประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็แสดงว่า ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถ้าเอาไปบวกกับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ซึ่งเปึนตัวตั้ง ถ้าเอามาตรา ๘ นี่ไปใช้นะครับ เราไม่ได้ใช้ กฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ หรอกครับ เพราะฉะนั้นนี่คือตัวงานตัวหนึ่งที่เปึนจุดอ่อน มันเปึนจุดอ่อน เพราะว่าตัวบุคคลที่นําเสนอมานี้มีผลเกี่ยวกับการได้เสียของกฎหมายที่ออกมา ผมคง ไม่ตําหนิเกี่ยวกับการที่ท่านมีที่มาในการเปึน กกต. แต่จุดหนึ่งที่เปึนจุดที่อยากตําหนิก็คือ การมีผลได้เสียเกี่ยวกับเงื่อนเวลา องค์กรกลางอยู่ ๗ ป้ ๘ ป้ ๙ ป้ ในด้านการเมืองแล้วอยู่ ๔ ป้ ๒ ครั้ง ก็ ๘ ป้ เปึน ๒ สมัย ถ้าไม่มีการยุบสภานี่เลือกตั้ง ๓ ครั้งครับ ถ้ามีการยุบสภา อาจจะเปึน ๔ หรือ ๕ ครั้ง อันนี้มันเกิดเปึนประเด็นปัญหาครับ ตรงนี้ต้องมีการแก้ไข ไม่อย่างนั้นตาชั่งของท่านจะไม่มีความเปึนกลาง อีกจุดหนึ่งครับท่านที่บอกว่า ให้ใช้ จํานวนคนเปึนตัวตั้งโดยคํานึงถึงจํานวนผู้มีสิทธิออกเสียงในแต่ละหน่วยออกเสียง จํานวน ๘๐๐ คนเปึนประมาณ และความสะดวกในการเดินทาง ความจริงแล้วความสะดวก ในการเดินทางมันก็เกี่ยวเนื่องกันไปเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในยุคน้ํามันแพง ท่านครับ ถ้าจะไปวางมาตรการให้คนต้องเสียค่ารถค่าเรือไปลงคะแนน ลงประชามติ นี่เปึนการเพิ่มปัญหาครับ ผมอยากนําเสนอให้ใช้หมู่บ้านเปึนหลักไปเลย คล้าย ๆ กันกับเลือก ส.ส. เลือกกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เดินไปลงคะแนนได้ต้องเซฟ (Save) ค่าใช้จ่ายตรงนี้ครับ ไม่อย่างนั้นผลในการลงประชามติถ้ามันเปลืองมากจนเกินไปก็ไม่มีใครอยากจะไปทํา หน้าที่ตรงนี้ อีกส่วนหนึ่งครับท่าน เกี่ยวกับเงื่อนเวลา เงื่อนเวลาที่ท่านวางไว้นี้มันเปึน ๙๐ วันถึง ๑๒๐ วัน ๙๐ วันถึง ๑๒๐ วันนี้ผมว่าถ้าไปเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้ายุบสภาใช้เวลาประมาณ ๖๐ วัน ถ้าไม่ยุบสภา ๔๕ วัน ผมว่าในลักษณะที่ในสังคมไทยเกิดข้อขัดแย้งขึ้นมา ถ้าเราใช้เวลามากจนเกินไปมันเปึน การสร้างปัญหาขึ้นมา สร้างปัญหาให้คนทะเลาะกันครับ ยืดยาวจนเกินไปในลักษณะ เทคโนโลยีสังคมยุคใหม่ ประเทศไทยเรามีการสื่อสารใช้โทรศัพท์มือถือประมาณ ๔๘ ล้านเครื่อง ผมว่าข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ไม่เกินอาทิตย์หนึ่งคนรู้จักหมดแล้วเดี๋ยวนี้ มันไม่มีความจําเปึน ต้องใช้เวลา ๙๐-๑๒๐ วัน แล้วอีกอย่างหนึ่งเวลากับค่าใช้จ่ายมันเปึนตัวเดียวกัน ถ้าเราตัดสั้น ทอนลงมาประมาณ ๔๕-๖๐ วันเท่ากันกับมาตรการในการเลือก ส.ส. ผมคิดว่าคงจะ อยู่ในจุดที่พอดี เพราะฉะนั้นแนวทางในการร่างกฎหมายประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วย การออกเสียงประชามติ ๑. คน ๒. งาน ๓. เงิน ๔. เวลา ตัวงานตัวมาตรา ๘ ตรงนี้ถ้าทําอย่างนี้ มันไม่ใช่เปึนการแก้ไขปัญหาครับ เปึนการสร้างปัญหาเพิ่มตัวตั้งขึ้นมาเลยในทางการเมือง คนร้อยคนมาลงคะแนนประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นี่ก็มากพอที่สุดแล้ว อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนตัวตั้งของคนที่ไม่เห็นด้วย อันนี้จบเลยครับ ก็หาอีก ๒๑ เสียง ก็คล้าย ๆ กันกับกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ว. ส.ว. เลือกสรรมาครึ่งหนึ่ง คัดสรรครึ่งหนึ่ง ไปเลือกตั้ง ครึ่งหนึ่ง เลือกครึ่งหนึ่งก็ไปเอาเลือกตั้งมาอีกคนหนึ่งมันยึดสภาสูงได้แล้วครับอย่างนั้น นี่คือการออกกฎหมายที่มันมีเงื่อนงํา มันไม่มีความเปึนธรรมตรงนี้ แล้วสภาสูงเอาอํานาจ เข้าไปเต็มเลยถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้ อันนี้มันเปึนเผด็จการสภาสูงนะครับท่าน ตัวกฎหมายต่าง ๆ ถ้าเราไม่มีความเปึนกลางมันพังตั้งแต่แรก ผมดูประเทศไทยแล้วมันไม่ใช่ เปึนปัญหาที่ตัวบุคคล มันเปึนปัญหาที่ระบบ สภาสูงเลือกองค์กรกลาง ๓ ป้องค์กรกลาง ตั้งกรรมการขึ้นมา มาเลือกสภาสูงคัดสรรแล้วก็เลือก ส.ว. อีก ๒ คนก็จบแล้วครับ แล้วก็เกิดข้อขัดแย้งกันระหว่างสภาล่าง สภาสูงกับองค์กรกลาง เพราะว่ากฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ยึดไปหมดแล้ว ยึดกลางกับสภาสูง นี่เปึนตัวอย่างตัวหนึ่งที่ผมเห็นว่าเราจะต้องบอกความจริง ให้พี่น้องประชาชนฟังว่ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้น แล้วแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ คงต้อง กราบเรียนท่านว่า ถ้าแก้ไขปัญหาไม่ถูกแล้วมันจะเปึนการเพิ่มปัญหาให้บ้านเมืองครับ