ทองดี มนิสสาร พูดถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะมาตรา 8 และมาตรา 11 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติ และขอแก้ไขปัญหาการออกเสียงประชามติในชนบท
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขอกราบขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่มีโอกาสได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ สถานการณ์ทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เกิดจากการไม่เข้าใจหรือว่าเข้าใจระบบทางการเมืองนั้น การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขก็คือการเลือกตั้ง คือเข้ามาสู่ระบบทางการเมือง เพราะฉะนั้นอีกภาคส่วนหนึ่งก็ไปต่อสู้ทางการเมืองอยู่นอกรัฐสภาหรือนอกสภาผู้แทนราษฎร พอเกิดตรงนี้ขึ้นมาภาคส่วนตรงนี้ก็หาทางออกทางสังคมให้ดีที่สุดก็คือเกี่ยวกับการมี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพราะฉะนั้นผมขอตั้ง ข้อสังเกตตามที่มีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว มาตรา ๘ เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ถ้าผู้มาใช้สิทธิไม่เกินกึ่งหนึ่งนั้นก็ถือว่าการออกเสียงประชามติตกไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ ขออนุญาตชัดเจนว่าที่ออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นที่ผ่านมาแล้ว ภาคอีสาน ภาคเหนือตอนบน ๑๗ จังหวัดแล้วก็บวกภาคเหนืออีกนั้นที่ไม่เห็นด้วยกับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็เปึนพื้นที่สีแดงของทางสังคมที่ตราหน้าว่าเปึนพื้นที่ที่มี การปลุกระดมปลุกเร้าให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงประชามติไม่เห็นด้วยกับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านที่เคารพครับ การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นนั้นไม่ว่าความคิดเห็น จากฝ์ายใดนั้นคงไม่ใช่เปึนประเด็นหลักของทางด้านระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น หลายฝ์ายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นนั้นเปึนส่วนที่คิดว่าท่านทําถูกต้องแล้ว พวกผมก็ทํา ถูกต้องในส่วนนี้ การเอาความรู้สึกเรื่องส่วนตัวนําออกมาอภิปรายในสภานั้นก็ถือว่าท่าน ได้นําเอาความรู้สึกที่มีอยู่ของท่านว่าให้แนวโน้มของการหยั่งเสียงประชามติหรือว่า ความคิดเห็นของท่านออกไปในทางนี้ แต่สําหรับตัวผมแล้วเห็นว่าการออกเสียงประชามติหรือว่าเปึนการแสดงออกของพี่น้อง ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการที่ประชาธิปไตยนั้นถ้าพี่น้องประชาชนภาคส่วนประชาชน มีส่วนร่วม ทุกภาคส่วนนั้นก็จะมีอะไรที่เกิดความขัดแย้งกันอยู่ ในส่วนใดที่ไม่เห็นด้วย ในส่วนนี้ก็จะออกมาสู่ระบบ เพราะฉะนั้นที่ให้ทิศทางของระบบการเมืองหรือประชาธิปไตย ให้มันไปได้ก็คือเกี่ยวกับพี่น้องทุกภาคส่วนเราได้มีสติตั้งมั่นให้ดีว่า ขอกราบขอบพระคุณ ที่ทาง กกต. นะครับ ที่เปึนส่วนกลางเปึนผู้ประสานงานในส่วนนี้ได้ทําร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเข้าสู่สภาเพื่อแก้ปัญหาให้สังคมกับพวกเราหาทางออก ในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นมาตรา ๘ ตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเราทําเหมือนที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ๒๕๕๐ นั้น จะเปึนเรื่องที่สมบูรณ์ แล้วก็เปึนกลางที่สุดในส่วนนั้น ผมคนหนึ่งนะครับที่ได้ออกไปอยู่ฝ์ายปฏิบัติในส่วนที่ เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือการออกเสียงประชามตินั้น ผมอยู่พื้นที่ชนบทรู้ข้อมูล ในส่วนนี้อยู่ในฝ์ายปฏิบัติมารู้ดีในส่วนนี้คือมาตรา ๘ และมาตรา ๑๑ ส่วนมาตรา ๑๑ นั้น เกี่ยวกับเขตการออกเสียงประชามตินะครับ ขอตั้งข้อสังเกตว่าให้แต่ละหน่วยในการออกเสียง ประชามติ ๘๐๐ คนของผู้มีสิทธิขึ้นไปนั้นถ้าเขตชุมชนหรือหมู่บ้าน เพราะฉะนั้น ชุมชนชนบทนะครับ หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านมันจะห่างกันมากกว่า ๒ กิโลเมตรขึ้นไปนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าท่านไม่ดําเนินการในส่วนที่แก้ไขปัญหาชุมชนหรือชุมชนเมืองครับ เปึนเขตหนาแน่นของชุมชนแต่ชนบทนั้นหมู่บ้านในชนบทจะห่างไกลกัน เพราะฉะนั้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการที่พี่น้องประชาชนจะไปออกเสียงประชามตินั้น ก็ถือว่า ในหมวดนี้ไม่มีการบังคับหรือว่าไม่มีการที่ถ้าไม่ไปแล้วเสียสิทธิอะไรบ้างตรงนี้เราไม่ได้ กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่อยากจะออกไปนั้นก็ถือว่าออกไปด้วยความสมัครใจ แล้วก็เห็นว่าบ้านเมืองมีทางออกว่า เห็นด้วยไหมกับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือที่เกี่ยวกับ การลงประชามติอย่างอื่นนั้น เพราะฉะนั้นส่วนนี้ มาตรา ๘ กับ มาตรา ๑๑ จะมีการโยงประเด็น ตรงนี้กันครับ เพราะฉะนั้นในการนับคะแนนที่หน่วยถือว่าถูกต้องแล้ว ท่านที่เคารพครับ หลายฝ์ายข้างต้นบอกว่าการลงคะแนนเสียงแล้วถ้านับที่หน่วยเลือกตั้งหรือหน่วยนะครับ การประชามตินั้นกลัวจะมีฝ์ายที่ไปดําเนินการให้ผิดกฎหมายในส่วนนี้แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเอาคะแนนไปรวมกันแล้วนับที่เดียวตรงนั้นจะมีปัญหา มากกว่า ในส่วนนี้ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาของสภาเรานะครับ เพราะฉะนั้นขอฝากว่ามาตรา ๑๑ ในส่วนที่ถ้าไม่มาออกเสียงประชามติไม่เกินกึ่งหนึ่งแล้ว ถือว่าการหยั่งเสียงประชามติตกไปนั้น ถือว่าความชอบธรรมในตรงนี้มันเปึนเหตุที่จะต้องดูว่า เปึนไปได้ไหมถ้าทําประชามติแล้วพี่น้องเสียงส่วนมากเห็นว่าควรแก้ไข ควรปรับปรุงตรงนี้ ตรงนี้ แต่เสียงส่วนน้อยไม่เห็นด้วยก็ถือว่าไม่ใช่เพราะเสียงส่วนใหญ่ให้ตกไปตามที่ท่าน เขียนไว้ในตรงประเด็น มาตรา ๘ นี้ก็แสดงว่า ขอให้ถ้าปรับปรุงตรงนี้ได้นะครับ ก็จะเปึน ประเด็นที่จะเข้าหลักที่ว่าระบอบประชาธิปไตย ระบอบในการออกเสียงประชามติของ พี่น้องประชาชนนั้นจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ และมาตรา ๑๑ ก็ขออนุญาตฝากด้วยว่า การที่หมู่บ้านนั้น ชุมชนนั้นก็ขออย่าไปกําหนดให้เปึนตายตัวว่า ๘๐๐ เสียงขึ้นไป เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตว่าให้นับจํานวนหมู่บ้านหรือชุมชนที่ใกล้เคียงที่สุดนะครับ ที่จะได้มีการออกมาให้พี่น้องประชาชนมาในตรงนี้ เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนในการที่ ออกเสียงประชามตินั้นก็ถือว่าเปึนหลักแห่งประชาธิปไตยแล้วทางออกของสังคมนั้น เรามีทางออกที่ดีที่สุดก็คือ ให้เสียงส่วนมาก ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการที่เราทําอะไรไปที่มีทางตันหรือว่ามัน ไปไม่ได้ก็ต้องให้เสียงส่วนใหญ่มีการแสดงความคิดเห็น เสียงส่วนใหญ่เอาอย่างไร สภาแห่งนี้เปึนสภานิติบัญญัติ สภาที่ออกกฎหมาย แต่จริง ๆ แล้วเดี๋ยวนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้เขียนชัดเจนว่าศาลก็สามารถเสนอกฎหมายออกมาได้เหมือนเมื่อวานนี้ และวันนี้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญคือกฎหมายเกี่ยวกับการลงประชามติก็เปึนอํานาจของ กกต. องค์กรกลางที่จะต้องมาเปึนเจ้าภาพในส่วนนี้ ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งที่กระผม ส.ส. ทองดี มนิสสาร ที่ได้แสดงออกว่า ๒ ประเด็นหลักที่ผมขอ ตั้งข้อสังเกตนะครับ มาตรา ๑๑ กับมาตรา ๘ ขอกราบขอบคุณด้วยความเคารพ สวัสดีครับ