อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของการยกเลิกพระราชบัญญัติเก่า และขอให้ใส่มาตราเพื่อยกเลิกพระราชบัญญัติเก่า และให้ใช้ฉบับใหม่เป็นฉบับแม่ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองมีความเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่าจะต้อง มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับนี้ เพราะว่าเปึนกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญครับ มันชัดเหลือเกินว่าภายใน ๑ ป้นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญก็ต้องมี กฎหมายฉบับนี้ แต่วันนี้ผมมีปัญหานิดหนึ่งครับว่ามันรีบเกินไปหรือเปล่า มันรีบเกินไป หรือเปล่าคําถามนี้สําคัญครับ เพราะวันนี้สังคมเรากําลังแตกแยก มีคนกลุ่มหนึ่งมองว่า การที่รัฐบาลนั้นรีบที่จะเอาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติฉบับนี้เข้าสู่สภาก็เปึนเพราะว่าต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ แบบเร่งด่วน กล่าวกันไปไกลถึงขนาดที่เรียกว่าแก้เพื่อปัองกันการยุบพรรค แก้เพื่อปัองกัน การปกปัองผลประโยชน์ในทางคดีให้กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี วันนี้บ้านเมืองคิดไป อย่างนี้ครับ แล้วก็มีความเปึนห่วงในความเร่งรีบ ผมเรียนอย่างนี้เถอะครับว่าเราชะลอ สักนิดหนึ่ง มองให้ถี่ถ้วนว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติจริงหรือไม่ แล้วปล่อยครับ ปล่อยให้การพิจารณาคดีนั้นเปึนเรื่องของศาล เปึนเรื่องการใช้อํานาจของ ฝ์ายตุลาการ ผมเชื่อครับศาลจะแก้วิกฤตินี้ได้แล้วจะไม่ทําให้บ้านเมืองประเทศชาตินี้ พังซ้ําสอง ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมผมถึงบอกว่าอยากจะให้ช้าและตรองดูสักนิดครับ ผมได้มาดูครับ พบว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นเกิดขึ้นโดยการนํามาผสมรวมกันระหว่าง กฎหมายฉบับที่แล้วเรื่องของประชามติที่สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แล้วก็ประกาศ แล้วก็ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับของคณะปฏิวัติที่เห็นอยู่นะครับ เปึนการรวมกันนะครับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ๒๕๔๑ แล้วก็เปึนการรวมกันกับประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและ การออกเสียงประชามติ ๒๕๕๐ กับ พ.ร.บ. ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แล้วก็ยํารวมมาเปึนกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่หมวดหนึ่งครับ แล้วเปึนข้อดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องบอกว่าในส่วนตัวผมเองแล้ว คัดค้านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตั้งแต่ต้นครับ แล้วก็ค้านตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ครับ เพราะเชื่อว่า บ้านเมืองนั้นมีกฎเกณฑ์อยู่ และการที่เคารพกฎเกณฑ์ที่เปึนธรรมนูญสูงสุดในการปกครอง ประเทศนั้นเปึนเรื่องสําคัญ แต่ด้วยความที่เอาล่ะครับรับกันมาแล้วแล้วก็ผ่านประชามติ มาด้วย ผมไปศึกษาพบว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นั้นให้โอกาสกับประชาชนในฐานราก ได้ดีมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดเรื่องเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ในหมวด ๑๔ เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ในหมวดนี้มีการพัฒนา เยอะแยะมากมายเลยครับ แล้วที่พัฒนามาถึงที่สุดก็คือว่า ในมาตรา ๒๘๗ วรรคสอง หมวด ๑๔ ในรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ นั้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. นี่ล่ะครับสามารถที่จะจัดทําประชามติได้ด้วย พอเข้ามาถึงประเด็นนี้ก็พลิกไปดูกฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๘๗ วรรคสองก็บอกว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ถ้าเรื่องไหนที่คิดว่ามีผลกระทบต่อชีวิตและความเปึนอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นในสาระ ก็สามารถที่จัดทําประชามติเพื่อตัดสินใจก็ได้ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายกําหนด กฎหมายไหน ท่านประธานครับ ก็กฎหมายฉบับนี้ล่ะครับ ก็กฎหมายประชามติฉบับนี้ล่ะที่จะต้องเปึน กฎหมายแม่บทให้กับระดับท้องถิ่นด้วย พอมาอ่านดูร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็พบว่า ไม่ได้ให้ความสําคัญกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘๗ ที่ให้สิทธิองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอาไว้เท่าที่ควร ส่วนมากจะเปึนเรื่องการทําประชามติในระดับที่ท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. เห็นชอบร่วมกันให้จัดทําโดยผ่านการปรึกษาท่านประธานหรือปรึกษาท่านประธาน วุฒิสภานะครับ จะอิงไปแนวนั้นเสียส่วนมาก ซึ่งลืมไปเลยครับว่าเรามีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปกเกล้ารัชกาลที่ ๗ นั้น พระองค์ท่าน ก็มีการวางแนวพระราชดําริเอาไว้ครับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบนี้ล่ะครับ ที่ท่านเรียกว่าเทศบาลนั้นเปึนรากฐานในระบอบประชาธิปไตย แต่วันนี้ท่านก็ลืม ไม่ครบถ้วนที่จะใส่ลงไป ผมย้อนอดีตสักนิดหนึ่งว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีความสําคัญอย่างไรกับบ้านเมือง เมื่อสมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาเน้นย้ําเรื่องของ รายได้ครับว่าจะให้มีการกระจายรายได้ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงต้องมี พระราชบัญญัติ ๑ ฉบับขึ้นมา เขาเรียกว่าแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ ว่าในเรื่องของการกระจายรายได้ให้กระจายรายได้นั้นในป้ ๒๕๔๙ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องมีรายได้เปึน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่รัฐจะต้องได้ และแล้วรัฐบาลที่ผ่านมาก็ทําไม่สําเร็จ เพราะท่านเลือกที่จะใช้งบประมาณจากส่วนกลาง ให้เห็นรัฐบาลเปึนพระเจ้าในการที่จะส่งเงินลงไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๆ ที่ท่านมีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องทําอยู่ในพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน การกระจายอํานาจ ป้ ๒๕๔๒ วันนี้ก็อีกเช่นกันครับ ท่านก็ลืมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมไม่โทษท่านผู้ชี้แจง คณะกรรมการ กกต. นะครับ แต่ผมเปึนห่วงเรื่องของความเร่งรีบ เรื่องของความถูกต้อง ผมฝากไว้ในประเด็นแรกของผมในเรื่องของการทําประชามติ ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องที่เปึนห่วงครับ เมื่อวานนี้ผมเองก็ได้มีการอภิปรายนะครับ ในตัวร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงแหน่ง ทางการเมืองแล้วก็เปึนห่วงในรูปแบบว่าความมีอยู่ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น มีหรือไม่แค่ไหนเพียงใด ในความคิดของผมนั้นทราบดีครับว่ามีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ บอกเอาไว้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่มันมีการถกเถียงกัน เรื่องจริงครับว่าเมื่อทําการปฏิวัติแล้ว ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งหมด จากนั้นไม่ทราบ ด้วยเหตุผลกลใด อาจจะเปึนเพราะว่าคณะปฏิรูปอาจจะเพิ่งนึกออกเลยเริ่มมีการแก้ไขให้ แต่ละตัวนั้นกลับขึ้นมามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ จนกระทั่งมาตรา ๓๐๒ นั้นบอกว่าเอากลับมาได้ ซึ่งมันจะปลอดภัยกว่าหรือเปล่าครับถ้าเราใส่ถ้อยคําที่บอกว่ายกเลิกพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญในเรื่องที่ผ่านมาเมื่อป้ ๒๕๔๐ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะบอก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อการประชุมเมื่อวานนี้ในวาระที่แล้ว แต่ในวาระนี้มันหนักกว่านั้นครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การออกเสียงประชามตินั้นวันนี้ขาดหายในหัวข้อเรื่องของการยกเลิกฉบับเก่าซึ่งยังเปึน ข้อถกเถียงครับ เพราะว่าในมุมมองกฤษฎีกามุมหนึ่งก็บอกว่าถ้ากฎหมายแม่คือ รัฐธรรมนูญนั้นหายไป กฎหมายลูกซึ่งเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้นต้องหายไปด้วย แต่อีกมุมหนึ่งครับ มุมวิชาการอีกมุมหนึ่งเขาก็มองว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ศักดิ์มันเท่ากับพระราชบัญญัติปกติ ที่มาและการยกเลิกต้องคล้ายคลึงกัน วันนี้ถ้าเราใส่ เข้าไปสักมาตราหนึ่งจะได้ไหมครับว่าให้ยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับที่แล้วไม่ว่าจะออกโดย สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือออกโดยสืบเนื่องจากประกาศคณะปฏิรูปก็แล้วแต่ แล้วก็ให้ใช้ฉบับนี้เปึนฉบับแม่มีแบบนี้จะปลอดภัยกว่าไหมครับ นั่นคือข้อที่ผมกังวลใจ เมื่อวานนี้ แล้วก็กังวลใจเพิ่มขึ้นในวันนี้ในวาระนี้ครับ ท่านประธานครับ ก็ฝากไว้ ใน ๒ ประเด็นด้วยกัน ก็คือเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของผมอย่าลืมให้ความสําคัญ กับเขาด้วย แล้วก็เรื่องรูปแบบกฎหมายวันนี้ช้าสักนิดความชอบธรรมจะมี ช้าสักนิดบ้านเมือง เราไปได้ เพราะว่าวันนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาแน่นว่ารัฐบาลต้องเร่งสุดขีดเลยครับ ให้ประชามติออกเพราะกลัวคดีในศาล อย่าให้เกิดภาพนั้นครับ สร้างความชอบธรรมให้กับ คดีที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านมีด้วย เพราะฉะนั้นขอเถอะครับ อย่ารีบครับ ขอบคุณครับ