อนุวัฒน เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ขาดถนน-ประปา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑

อนุวัฒน วิเศษจินดาวัฒน เสนอปัญหาการท่องเที่ยวในนครราชสีมา โดยเฉพาะอำเภอพิมาย ระบุความไม่เพียงพอของงบประมาณสนับสนุนจากททท. และหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขาดแคลนถนน และระบบประปา เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและรายได้ของประชาชน

นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน วันนี้จริง ๆ แล้วท่านประธานน่าจะทําหนังสือเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หลาย ๆ กระทรวงมา เนื่องจากว่าเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั้นมีรัฐมนตรีหลายกระทรวง ที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว ในส่วนของผมนั้นจังหวัดนครราชสีมานั้นเปึนพื้นที่ประตูของ จังหวัดภาคอีสานซึ่งสามารถไปสู่ภาคอีสานได้ จังหวัดนครราชสีมานั้นมีแหล่งท่องเที่ยว หลายแหล่งท่องเที่ยว เช่น เขาใหญ่ ซึ่งเปึนแหล่งธรรมชาติ ส่วนพิมายนั้นเปึนโบราณสถาน ตรงจุดนี้เองอยากจะกราบเรียนว่าอําเภอพิมายซึ่งผมได้ดูแลอยู่นั้น การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยได้มีการสนับสนุนในด้านประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยว เทศกาล เที่ยวพิมายในเดือนพฤศจิกายนในสัปดาห์ที่ ๒ ของทุกป้ ซึ่งเปึนที่น่าสังเกตได้ว่า การท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมานั้น ททท. ในช่วงหลังนี้ไม่ได้สนับสนุนงบประมาณ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้เลย มีแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในป้ที่ผ่านมานี้สนับสนุน ๓ ล้านบาท แล้วก็ อบต. เทศบาล สนับสนุนเพียงเล็กน้อย อยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า การท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมาในส่วนของอําเภอพิมายนั้น มีความสําคัญอย่างยิ่งเนื่องจากว่าโบราณสถานนั้นเปึนโบราณที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เปึนปราสาทหินพิมาย ซึ่งตรงนี้เองชาวต่างชาติได้มาเที่ยวอําเภอพิมายเปึนจํานวนมาก แล้วก็มีประเพณีการแข่งเรือ ซึ่งมีวัฒนธรรมไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นหรือภาคอื่น เนื่องจากว่า นครราชสีมานั้นมีภาษาของตนเองซึ่งเปึนภาษาท้องถิ่น การที่มีการแข่งเรือนั้นในช่วง หลังจากหน้าฝนแล้วจะสังเกตได้ว่าสถานที่ราชการของอําเภอพิมายนั้นมีน้ําท่วมขัง ระยะเวลาประมาณ ๒ เดือน ก่อนการแข่งเรือประเพณีในเดือนพฤศจิกายน ตรงจุดนี้ อยากจะฝากประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าตรงจุดนี้น่าจะทําเปึนพนังกั้น ลําน้ํามูลหรือลําน้ําจักราชเพื่อไม่ให้น้ําท่วมขังสถานที่ราชการซึ่งเปึนสถานที่สําคัญ ของประชาชนที่มาติดต่อ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือถนนหน้าที่ว่าการอําเภอพิมายหรือ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๖ บายพาส (Bypass : ถนนเลี่ยงเมือง) ตรงจุดนี้เองเปึนถนนที่ ขยาย ๔ เลน เปึนบางส่วน เห็นสมควรที่ขยาย ๔ เลนให้จบ แล้วก็ควรจะมีไฟแสงสว่าง เนื่องจากว่าชาวต่างชาติที่มาพักอยู่อําเภอพิมาย พักที่โรงแรมพิมาย อินน์ เดินทางจาก โรงแรมพิมาย อินน์มาปราสาทหินพิมายระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษนี่เปึนทางมืด ไม่มีความปลอดภัยสําหรับชาวต่างชาติตรงจุดนี้ อยากจะกราบเรียนถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ และอีกเรื่องหนึ่งคือ ถนนที่เชื่อมกับทุ่งสัมฤทธิ์ซึ่งเปึนถนนเกี่ยวกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนเส้นนี้เรียกว่าถนนพนังกั้น แม่น้ํามูล ซึ่งเปึนถนนเกี่ยวกับการขนพืชไร่เกษตรกรเพื่อมาเชื่อมกับอําเภอพิมายนั้น เปึนทางลาดยางซึ่งได้รับความเสียหาย ปัจจุบันนี้ขาดการดูแลทําให้ประชาชนสัญจร ไปมาลําบาก อีกส่วนหนึ่งคือถนนคลองส่งน้ําใหญ่จากตําบลในเมือง อําเภอพิมาย ไปเชื่อมตําบลกระชอน ซึ่งสามารถออกไปถึงอําเภอโนนแดงได้ เส้นทางนี้เปึนถนนลาดยางซึ่งเสียหายมากมีระยะทางประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตรซึ่งเปึน ทางลัดสามารถไปดูปราสาทนางรําซึ่งเปึนพื้นที่รับผิดชอบของผมได้ ตรงนี้อยากจะฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลจัดหางบประมาณมาซ่อมแซมตรงจุดนี้ด้วย อีกอย่างหนึ่ง ก็คือจะสังเกตได้ว่าในส่วนของเทศบาลตําบลพิมายนั้นเปึนเทศบาลตําบลมีการปล่อย น้ําเสียลงคู คลอง คือแม่น้ํามูล ตรงจุดนี้จะเห็นได้ว่าน้ําเสียที่ปล่อยออกมานั้นเปึนน้ําไหล จากเทศบาลออกมา ตรงจุดที่น้ําไหลออกมานั้นมาทําน้ําประปาเพื่อให้ประชาชน ชาวเขตอําเภอพิมายนั้นรับการบริโภค ซึ่งตรงนี้ควรจะจัดหางบประมาณ หาแหล่งผลิต น้ําดิบใหม่ เพื่อความปลอดภัย ความสะอาดของการบริโภค งบประมาณต่าง ๆ ในส่วนนี้ อยากจะกราบเรียนว่าควรจะมีการพัฒนาปรับปรุง แก้ไขให้มีความสมดุลกัน ในส่วนของ ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรนั้นได้อภิปรายมาตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงปัจจุบันนั้นพอสรุปได้ว่า ทุกคนได้ทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แล้วก็ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่ทํา อย่างไรจะแก้ไขเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้นั้น อยากจะขอพอสรุปได้ว่ารัฐบาลนั้น ควรจะประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็มีการจัดหางบประมาณ มีการพัฒนาบุคลากรมนุษย์เพื่อให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับพื้นที่ของแต่ละพื้นที่นั้น แล้วก็สร้างจิตสํานึกให้กับประชาชนรักธรรมชาติ ทําอย่างไรว่าประชาชนในพื้นที่ จะมีรายได้เพิ่มเติม ในส่วนนี้อยากจะกราบเรียนถึงประธานว่าระยะเวลาการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นมีระยะเวลาเพียง ๖๐ วัน ตรงจุดนี้ผมเห็นว่ายังไม่สมควร ที่จะตั้ง ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญก่อนเพื่อพิจารณา แล้วก็มาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาความเดือดร้อนของแต่ละจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว ต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ