วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนล่าง โดยขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเชิงนิเวศ และการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวของชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมจะขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี วันนี้ท่านรัฐมนตรีเลยยิ้มหลายครั้งนะครับ ผมเชื่อว่าในศักยภาพของท่านท่านจะมีส่วน ในการพัฒนาผลักดันการท่องเที่ยวของชาติให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่างครับ ผมจะขออนุญาตเปึนตัวแทนทางกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง อันประกอบไปด้วยกลุ่มจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์และกําแพงเพชร เพราะที่ผ่านมาแล้วเวลาเราพูดถึงการท่องเที่ยวในภาคเหนือทุกคนก็จะมองไปที่จังหวัด เชียงใหม่ เชียงรายแล้วก็แม่ฮ่องสอน แต่ในข้อเท็จจริงแล้วในพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง นั้นมีศักยภาพครับ เพียงแต่ว่าพวกเราไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลเท่าที่ควร เรามี ศักยภาพหลาย ๆ เรื่องถ้ารัฐบาลดูแลพวกเราอย่างจริงจัง การท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ ตอนล่างน่าจะบูมมากกว่านี้ครับ ท่านรัฐมนตรีลองนึกภาพนะครับว่า รัฐมนตรีคงเคยไป เที่ยวสโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ที่ประเทศอังกฤษเปึนแท่งหินอยู่ไม่กี่แท่งเรียงกันครับ เขาโฆษณาให้คนทั้งโลกไปเที่ยวไปดูแล้วเหมือนเอาไม้ไอศกรีมไม่กี่แท่งมาวางพาดกัน ผมเชื่อว่าในพื้นที่ศักยภาพของภาคเหนือตอนล่างนั้นดีกว่าพื้นที่นั้นหลายเท่าถ้ารัฐบาล ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอย่างจริงจัง ผมมีข้อมูลพื้นฐานคร่าว ๆ ที่จะเรียนรัฐมนตรีว่า ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ นั้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่ผมกล่าวมา ๕-๖ จังหวัดนั้นมี นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่เปึนนักท่องเที่ยวไทยประมาณ ๓.๙ ล้านคน ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีประมาณ ๔๕๒,๔๕๓ คน คิดเปึน ๑๓.๕ เปอร์เซ็นต์ของ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งถ้าเทียบดูแล้วน้อยมาก นะครับ ท่านรัฐมนตรีลองดูที่จังหวัดเชียงใหม่จังหวัดเดียวจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง ๒,๐๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นทํารายได้เข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ คิดเปึนเงินประมาณ ๒๐,๖๙๙.๔๒ ล้านบาท ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เปึน นักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มภาคเหนือตอนล่างทํารายได้ให้กับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง แค่ ๙๐๘.๕ ล้านบาท ถ้าคิดโดยภาพรวมเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มาในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จะคิดเปึนค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยประมาณ ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ บาทต่อคนต่อวัน และระยะเวลา ในการอยู่อาศัยประมาณ ๒.๑ วันเท่านั้น จะเห็นว่าในภาพเหล่านี้สะท้อนจริง ๆ เลยว่า วันนี้ศักยภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจัง ผมจะชี้ข้อเท็จจริงให้เห็นครับ ในกลุ่มพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเรามีศักยภาพอย่างไรบ้าง
๑. พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมีมรดกโลกอยู่ ๓ แห่งนั้นประกอบไปด้วย ที่จังหวัดสุโขทัย ๑ แห่ง ที่อําเภอศรีสัชนาลัยอีก ๑ แห่ง แล้วที่กําแพงเพชรอีก ๑ แห่ง ซึ่งถือว่า เปึนมรดกโลกที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) แห่งองค์การสหประชาชาติให้การรับรอง ดังนั้นถือว่าพื้นที่กลุ่มจังหวัดเหล่านี้ไม่ธรรมดา
๒. ความสมบูรณ์โดยธรรมชาติโดยเฉพาะเขตอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง ๖-๗ จังหวัดนั้นไม่ธรรมดาเช่นกัน เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ก็มีอุทยาน แห่งชาติเขาค้อที่สวยงาม จังหวัดพิษณุโลกก็มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง สุโขทัยก็มี อุทยานแห่งชาติรามคําแหง และพื้นที่อื่น ๆ ก็มีอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งน้ําตกทีลอซู ที่จังหวัดตาก
๓. ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างก็มีความพร้อมทางด้านการคมนาคม โดยเฉพาะมีความพร้อมทางด้านสนามบินที่มีอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก มีความพร้อม ทางด้านการคมนาคมโดยเส้นทางรถยนต์และรถไฟ ดังนั้นอยากจะย้ํากับท่านรัฐมนตรี ว่าถึงเวลาที่รัฐมนตรีต้องดูแลพวกเราในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอย่างจริงจัง เพราะที่ ผ่านมานั้นเปึนแค่พื้นที่เพียงเส้นทางผ่านเท่านั้นเอง รัฐมนตรีคงจะแปลกใจวันนี้ ส.ส. ภาคเหนือมาเรียกร้องว่าให้รัฐบาลดูแลอย่างจริงจัง ต้องการให้ดูแลอย่างไร สิ่งที่ผมจะพูด จากนี้ไปเปึนข้อสรุปของนักธุรกิจท่องเที่ยวร่วมกับหอการค้าจังหวัดและหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนําเสนอให้กับรัฐบาลเข้าไปช่วยดูแล โดยเราหวังว่ายุทธศาสตร์ที่รัฐบาล จะผลักดันการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนล่างเปึนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว เชิงมรดกโลกและเมืองร่วมสมัยเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย เท่ากับว่าเรากําลังจะบอกรัฐบาล เรากําลังจะเสนอรัฐบาลว่าให้พื้นที่ของเราเปึนพื้นที่ ท่องเที่ยวในเชิงแพคเกจ (Package) อันประกอบไปด้วยพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และพื้นที่ท่องเที่ยวในเชิงนิเวศและการผจญภัย ท่านรัฐมนตรีที่เคารพครับ หลังจากนี้ไป ผมจะสรุปเปึนประเด็นที่นําเสนอสั้น ๆ เนื่องจากมีเวลาจํากัด คือข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ ที่จะเสนอคือ ข้อที่ ๑ อยากจะให้รัฐบาลฟุ๋นฟูบูรณะแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณสถาน ซึ่งขณะนี้เรามีมรดกโลกอยู่ ๓ แห่ง แล้วก็เรามีโครงการพระราชวังจันทน์ซึ่งรัฐบาลกําลัง ดูแลอยู่ ผมจะขออนุญาตเพิ่มเติมว่าพระราชวังจันทน์เปึนพระราชวังที่อยู่อาศัยของ พระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แล้วก็ถือว่าเปึนแผ่นดินของสมเด็จพระนเรศวร ที่ผ่านมาเคยบูรณะมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ แต่วันนี้ความคืบหน้ายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร อยากจะฝากรัฐบาลในประเด็นนี้นะครับ นอกจากนี้แล้วอยากจะฝากรัฐบาลเกี่ยวกับ เรื่องการจัดทําแผนความชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดินว่าพื้นที่ไหนเปึนพื้นที่ที่เปึน มรดกโลกหรือพื้นที่ประวัติศาสตร์และพื้นที่ไหนควรจะได้รับการส่งเสริมเพื่อเปึน การอยู่อาศัยของประชาชนให้มีความชัดเจนกับประชาชนในพื้นที่ และในส่วนที่ ๓ คืออยากจะให้มีการส่งเสริมให้ชุมชนและประชาชนในพื้นที่นั้นเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะเช่น รายการที่เรียกว่า โฮม สเตย์ และข้อสุดท้ายคืออยากเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง เปึนมาร์เก็ตติ้ง ยูนิต (Marketing unit) ทําแพคเกจในการโฆษณาอย่างจริงจังในกลุ่มจังหวัด ทั้ง ๕-๖ จังหวัดนี้ทั้งหมด ไม่ใช่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งครับ
และท้ายที่สุดนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้เรายังไม่มี คณะกรรมาธิการ ถ้าเรามีคณะกรรมาธิการสามัญแน่นอนผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน คงไม่มาเสียเวลาอยู่กันทั้งวันทั้งคืนขนาดนี้ แต่วันนี้ตัวแทนพวกเราทุกคนจะต้องนําเสนอ ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดมาเสนอผ่านท่านประธานไปสู่ยังรัฐมนตรี เราก็ยังไม่แน่ใจว่า ในวันพรุ่งนี้จะตั้งคณะกรรมาธิการได้หรือไม่ ดังนั้นอยากจะกราบเรียนว่าจุดนี้จะเปึน จุดสําคัญที่ผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจึงเปึนสิ่งที่จําเปึน เพื่อจะให้ตัวแทน ของพวกเราเข้าไปร่วมในการปรึกษาหารือหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อนําเสนอกับรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวของชาติต่อไป ดังนั้นอยากเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ