วิชาญ มีนชัยนันท์ พูดถึงปัญหาเกษตรกรรมในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปุิยที่มีราคาสูงขึ้นและไม่เหมาะสมกับการเกษตรแบบธรรมชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรในการผลิตปุิยที่เหมาะสม
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลัง ประชาชน กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานครับ เพราะเมื่อกี้ ท่านประธานได้กรุณาเอ่ยชื่อผมไปแล้ว ในส่วนของญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอ เกี่ยวกับเรื่องราคาปุิยซึ่งมีราคาสูงขึ้น ณ วันนี้ ส่วนหนึ่งต้องขออนุญาตครับว่า ในพื้นที่ หลายจังหวัดทั่วประเทศก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ในส่วนของกรุงเทพมหานครเองก็ยัง มีพื้นที่ที่ยังทําการเกษตร แล้วก็ยังมีพื้นที่ยังทําเกษตรประเภทธุรกิจที่เรียกว่าประเภท ธุรกิจเนื่องจากว่ามีพื้นที่บางส่วนในกรุงเทพมหานครนั้นยังเปึนพื้นที่ซึ่งถูกอนุรักษ์ เพื่อการเกษตร แต่เปึนพื้นที่ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ขายนา ขายพื้นที่ดังกล่าวแล้วก็ให้ นายทุนมาซื้อไป เนื่องจากมีการกําหนดพื้นที่ดังกล่าวเปึนพื้นที่ผังเมือง ซึ่งบางพื้นที่นั้น กําหนดเปึนสีเขียวไลน์ (Line) แล้วก็ไม่เหมาะที่จะให้มีการทําธุรกิจหรืออุตสาหกรรม จึงปล่อยว่างเปล่าไว้ ดังนั้นพี่น้องประชาชนเข้าไปเช่าพื้นที่นาเหล่านี้มาทําการเกษตร แต่ส่วนใหญ่แล้วต้องขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จะทําอย่างไรให้พื้นที่ที่ปล่อยรกร้างว่างเปล่าสามารถเข้าไปทําในเรื่องของอาชีพเกษตรได้ ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือต้นทุนในการที่จะมาทําการเกษตรวันนี้มันต่างกันครับ ในพื้นที่เขต ของผมที่มีการทํานาอยู่ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ไร่โดยประมาณพื้นที่รอบนอก พื้นที่ดังกล่าว คนที่ทํานาส่วนใหญ่ก็จะเปึนผู้เช่าหรือเจ้าของนาส่วนหนึ่ง แต่ปรากฏว่าการเช่านานั้น ก็เปึนต้นทุนอันหนึ่ง การลงทุนเดี๋ยวนี้การไถ การหว่าน ก็มีคนที่มาเหมาจ้าง การเก็บ โดยรถไถก็มีการจ้าง และมีการออกเฉพาะในเรื่องของปุิยหรือน้ํามันซึ่งจะต้องใช้ ในการผลิต ซึ่งเปึนต้นทุนตัวหนึ่ง ปุิยวันนี้ซึ่งมีต้นทุนราคาสูง เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดไปแล้ว ผมขออนุญาตครับว่าบริษัทต่าง ๆ ที่นําปุิยเข้ามาในประเทศนั้น เรานําเข้า ปุิยรายใหญ่ที่สุดจากประเทศจีน และนําเข้ามาเปึนปริมาณจํานวนมาก แต่กลับไปถาม ประเทศจีนสิครับ ประเทศจีนเดี๋ยวนี้เขายังคงใช้ปุิยประเภทชีวภาพหรือปุิยอินทรีย์ ซึ่งถ้าเทียบเคียงกับตัวเลขของเมืองไทยแล้วมันขึ้นมาโดยตลอด แต่ถ้าเราจะเปึนคู่ค้า หรือแข่งขันกับต่างประเทศนั้น ท่านประธานครับ รัฐบาลเองได้ทราบอยู่แล้วว่าต้นทุนปุิยนั้น ราคาของปุิยขึ้นมาทุกป้ แต่การที่จะเข้าไปดูแลปุิยนั้นเขาบอกว่าต้องปล่อยไปตามกลไก ของตลาด วันนี้ไม่ได้แล้วถ้าขืนเปึนอย่างนี้เรามีการลงทะเบียนคนที่ทําเกษตรว่ามีพื้นที่ เท่าไร ทําต่อรายเท่าไร ในจํานวนทั้งหมดทั่วประเทศ เราคิดออกมาเปึนตัวเลขได้ครับว่า ในป้หนึ่งถ้าทํานาป้หนึ่งไม่เกิน ๓ ครั้ง ถ้าทําสวน ถ้าเปึนพืชยืนต้นจะใช้ผลผลิตเท่าไร ใช้ปุิยประมาณเท่าไร ถ้าเปึนพืชผักจะต้องใช้เท่าไร แล้วเปึนปุิยประเภทใด เราจะนําเข้า สมมุติว่าเราจะนําเข้านะครับ วันนี้เรานําเข้าไม่ต้องสมมุติหรอกนะครับ เรานําเข้าประเภท ไหนที่จะต้องใช้แล้วก็เปึนตัวเลขเท่าไรคิดคํานวณไปเลยครับ เราต้องใช้องค์กรหรือกลไก ที่เราลงทะเบียนไว้ แล้วก็ให้ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งดูแลใช้กรมวิชาการ เกษตรลงไปดู ดูตั้งแต่การโพรเซส (Process) แรกในการเตรียมดิน ในการเจาะสํารวจ ท่านประธานเชื่อไหมครับ เสียเงินไปป้ ๆ หนึ่งเปึนจํานวนหลายร้อยล้านบาทในการสํารวจดิน แต่ดินทุกป้นี่คุณภาพดินต่ําแล้วก็เสื่อมลงมา ในยุคสมัยรัฐบาลที่เริ่มเอาปุิยเคมีเข้ามานี่ ผมต้องโทษรัฐบาลตรงนั้น เมื่อประมาณป้ ๒๕๑๘ เราเริ่มนําปุิยเคมีเข้ามาใช้แทนปุิย ชีวภาพหรือปุิยอินทรีย์ เรานําเข้ามาเพิ่มตลอดครับไปเพาะฝ๊กนิสัยให้คนที่เปึนชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนสบายขึ้น แล้วก็เอาปุิยเหล่านี้นะครับ ซึ่งเอาเวลาต่าง ๆ แทนที่จะไป สมัยก่อนนี่พอทําไร่ ทํานาเสร็จปุ็บอย่างทํานานี่เราเก็บเกี่ยวไปเสร็จฟางข้าวต่าง ๆ เราก็มี การไถคราดเพื่อที่จะให้มันเน่าเป๋ือยลงไปในชั้นดิน แล้วมันก็กลายเปึนปุิย แล้วก็ยังมี มูลสัตว์ เช่น วัว ควาย ที่ใช้ในการไถ เดี๋ยวนี้มูลสัตว์ต่าง ๆ ที่เลี้ยงไว้นี่ครับ ส่วนหนึ่ง แถวบ้านผมเลี้ยงวัว เลี้ยงแพะ แต่ปรากฏว่ามูลสัตว์เหล่านี้น้อยรายมากครับ ที่จะเอามา คิดแล้วก็มาทําเปึนปุิยหมักหรือปุิยคอก กรุงเทพมหานครเองก็ไม่ได้ส่งเสริม ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เองก็มีหน่วยงานที่อยู่เต็มพื้นที่ แม้แต่กรุงเทพมหานครก็ยังมีหน่วยงาน ภาคเกษตร แต่ก็มีจํานวนไม่พอ ๑ หน่วยงานนั้นนะครับ มีเจ้าหน้าที่อยู่ ๓–๔ คน ๓–๔ คนดูแลอย่างพื้นที่ในมีนบุรีไปดูแลถึงบางเขน ไปดูแลถึงดอนเมืองไปดูแล ถึงจุดต่าง ๆ ซึ่งกินแอเรีย (Area) พื้นที่กว้างเกินไปแล้วไปแนะนํากลุ่มเหล่านี้ ทั้ง ๆ พื้นที่ดินมันยังมีส่วนที่จะสามารถทําพืชไร่เหล่านี้ได้ แล้วก็สามารถที่จะเตรียมดิน โดยวิธีการนะครับ ในเรื่องเชิงวิชาการที่ถูกต้อง เราต้องปัดกวาด หรือกลับมานําใช้ในสิ่งที่ มีทรัพยากรอยู่แล้ว ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครนั้น หมู่บ้านต่าง ๆ นั้นปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้าเต็มไปหมด ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าตัดต้นไม้ ต้นหญ้าเหล่านี้นี่ไม่เคยมีใคร ที่บอกว่าเอาไปป์นเพื่อที่จะมาทําปุิยหมัก แต่กลับเอาไปทิ้งข้างถนนเต็มไปหมดครับ เปึนภาระกรุงเทพมหานคร แล้วกรุงเทพมหานครมีหน่วยงานสมัยก่อนเขาเรียกว่า โรงปุิย โรงปุิยนั้นอยู่ที่ดินแดงเดี๋ยวนี้ยุบไปแล้วครับ ผมก็แปลกใจครับว่าสมัยก่อนนี่เขาเอาปุิยที่ สูบจากอุจจาระต่าง ๆ นี่ แล้วก็เอาจากมูลต่าง ๆ เอามาผสมเอามาทําเปึนปุิย ปุิย กทม. ถือว่าเปึนปุิยคอก แล้วก็เปึนปุิยที่ดีที่สุด เดี๋ยวนี้ขายไปอ้างบอกว่าขาดทุนอ้างบอกว่าไม่ใช่ เปึนต้นทุนที่สูง แต่พอดูไปดูมามันไม่ใช่ครับ กระบวนการที่จะไปจัดเตรียมหรือ กระบวนการที่จะดําเนินการนั้นมันค่อย ๆ หายไป เพราะการนําเข้าหรือซื้อปุิยมันมีต้นทุน ที่ง่ายแล้วก็มีผลประโยชน์ซึ่งเห็นกันอยู่เสมอครับว่าราคาที่มันสูงขึ้น ๆ นั้นเกิดขึ้นจาก การฮั้ว การฮั้วในการนําเข้าของแต่ละบริษัท การนําปุิยเหล่านี้เข้ามาเพื่อที่จะเปึน การทดแทนให้โรงงานหรือสิ่งที่รัฐบาลบอกว่าต้องกลับมาใช้ธรรมชาติเพื่อช่วยเหลือให้กับ การผลิตนั้นไม่เปึนอันตรายต่อการใช้ปุิยเคมี ปุิยหมัก ปุิยอินทรีย์ต่าง ๆ แต่มันสวนทางครับ ยิ่งเร่ง ยิ่งปรึกษา ยิ่งศึกษา แต่ไม่มีการส่งเสริมเอาจริงเอาจัง มีแต่บางส่วนที่ เขารวมตัวกันแล้ว แล้วก็ทํา ผมมีส่วนหนึ่งที่จะขออนุญาตแนะนําครับว่าวันนี้เรา ลงทะเบียนแล้ว เราทําไมไม่ใช้กลไกที่ต่อรอง แทนที่จะให้บริษัทเปึนผู้นําเข้า ทําไมไม่ให้เอากลุ่มสหกรณ์ ต่าง ๆ ซึ่งบางสหกรณ์นะครับท่านประธาน อย่างสหกรณ์เครดิต ยูเนียน (Credit union) ที่อยู่ที่คลองจั่นมีเงินหลายพันล้าน เขาเก็บสะสมครับ เขาพร้อมที่จะให้กู้ เพราะเขา มีต้นทุนผลประกอบที่กําไร และมีต้นทุนที่เขาแบ่งกําไรออกมา ถ้าเอาสัดส่วนต่าง ๆ แล้วมี ผู้ที่จะซื้อ คือมีคนที่จะต้องการซื้อปุิยจริง ๆ เราเอาลูกค้าเหล่านั้น เราก็เอาเงินจากตรงนี้ไป ซื้อโดยตรง ถ้าจําเปึนต้องเอาปุิยเคมีเข้านะครับ แต่ถ้าเราบอกว่าเราจะทําล่ะ เอาปุิยคอก ปุิยอินทรีย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่นี่เอามารวมกันแล้วก็ผลิต แล้วก็บอกว่ามาซื้อ จากกลุ่มเหล่านี้ ส่งเสริมไปเลยครับท่านประธาน ผมว่ามันยังไม่สาย จากการใช้ปุิยเคมี ดินก็แน่นขึ้น รากพืชต่าง ๆ ก็ลําบาก แล้วก็มีปัญหาครับ บอกว่าแล้วจะเอาพวกนี้ ไปทําอย่างไร ซังข้าวก็ใช้เผาเอา ในกรุงเทพมหานครเผาหญ้า เผาซังข้าวตลอดเลยครับ ท่านประธานทราบไหมครับ เกิดอุบัติเหตุเยอะมาก ต่างจังหวัดก็คล้ายกัน ยิ่งแถว ๆ ชายถนนต่าง ๆ ที่ทําไร่ ทํานา มีปัญหาหมด จนต้องออกกฎหมายมาบังคับ ผมขอฝาก อีกเรื่องหนึ่งครับ พื้นที่ผมรอบนอกนี่ท่านประธานทราบไหมครับว่าเรามีการปลูกหญ้า ตอนนี้หญ้าที่ปลูกออกไปส่งขายมาเลเซีย หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย ขายสิงคโปร์ ขายอินโดนีเซีย ส่วนหนึ่งแล้วออกไปทั่วประเทศนี่อยู่ที่มีนบุรี แต่ราคาต้นทุนมันสูงขึ้นมา โดยตลอด จนกระทั่งต้องขายนา ขายที่ เพราะเขายึดอาชีพเหล่านี้ไม่ได้ มันไม่คุ้มครับ แต่ถ้าบอกว่าวันนี้รัฐบาลรวบรวมกลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ แล้วบอกว่าไม่เอาแล้ว ถ้าขืนปล่อย เปึนกลไกในระบบของภาคเอกชนแข่งขันกัน การแข่งขันถ้าแข่งขันกันถูกไม่มีปัญหา แต่นี่แข่งขันโดยวิธีการที่เขาเรียกว่ามีการฮั้วกันนะครับ ตั้งแต่ขบวนการจัดซื้อ ในต่างประเทศ ตั้งแต่ไปซื้อล่วงหน้าในส่วนของโรงงานต่าง ๆ คือเรียกว่าล็อกกันไว้หมด พอเอาเข้ามาก็กําหนดราคาแต่ละส่วน แล้วก็ไปอ้างบอกว่ากลไกราคาของน้ํามันที่มัน สูงขึ้น เพราะอนุมูลการผลิตนั้นสัดส่วนต่าง ๆ มันอยู่ในภาคของการผสมในส่วนของเคมี ต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมมองว่าถ้าวันนี้เราขืนปล่อยอย่างนี้นะครับ ประเทศลาว ดินเขาบริสุทธิ์เรายังไปติดต่อบอกว่าคนต่างประเทศเขากลัวตาย ยิ่งประเทศทางสหภาพ ยุโรปที่อยู่ทางยุโรปเขาก็มาเตรียมนะครับ ญี่ปุ์นเขามาซื้อมาตกลงกับประเทศลาวเอาดิน ตรงนั้น ซึ่งเปึนดินที่สะอาดบริสุทธิ์ เอามาปลูกพืชผลทางการเกษตรโดยใช้ปุิยอินทรีย์ ปุิยธรรมชาติต่าง ๆ และต้นทุนที่ผลิตเขาต่ํา แต่เขาตีราคาของพืชไร่ราคาสูงกว่าประเทศไทย เพราะในเมืองไทยได้ผลิตออกมาแล้วสารตกค้างเยอะ ทั้งในดิน ทั้งคนทํา และผู้ที่บริโภค สรุปว่าต่อไปเราบอกว่าเราจะแข่งขัน แต่การแข่งขันของเราต้นทุนก็สูงอะไรก็สูงไปหมด ครับ แล้วถึงแม้ว่ารัฐบาลจะประกันแล้วก็แทรกแซงราคาข้าว แต่ผมถามว่ายิ่งแทรกแซงยิ่ง ประกันราคาข้าวกําไรก็ลดน้อยลง เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อประกันราคาสูงพวกที่เขา เอาปุิยเข้าเขาก็เพิ่มราคา เพราะเห็นราคามันสูงขึ้น เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบอกเพราะมัน เบ็ดเสร็จครับ น้ํามันก็เอาของเขามา ปุิยก็เอาของเขามา พอพืชผลออกมาก็ตีราคา เบ็ดเสร็จในราคาที่ต้องการ ผมขออนุญาตครับว่าในเรื่องดังกล่าวในญัตติอย่างนี้มันถึง เวลาหรือยังครับท่านประธาน ป้หน้าสมัยหน้าก็จะมีอย่างนี้เข้ามาอีกและป้ต่อ ๆ ไป ตราบใด ที่จะไม่มีการดูแลแก้ไขให้เปึนกระบวนการเบ็ดเสร็จ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลชุดนี้ต้อง หาทางแก้ไขอย่างเปึนรูปธรรม จะต้องไปติดต่อเจรจากับประเทศคู่ค้า จะต้องมีการเปลี่ยน จากการนําเข้าปุิย ถ้าจําเปึนนะครับ ผมเน้นนะครับถ้าจําเปึนต้องใช้ปุิยเคมี จะแลกเปลี่ยนเปึนพืชผลทางการเกษตรหรือไม่ อย่างไร ต้องไปคิดครับ เพราะวันนี้เกษตรกรทั่วประเทศนั้นเดือดร้อนมากครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ