สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

นริศา อดิเทพวรพันธุ์ หารือเรื่องปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยางที่มีปัญหาค่าปุ๋ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาเกษตรกรรมและเพิ่มพื้นที่การปลูกปาล์ม

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ค่ะ ดิฉันจะขออภิปรายในเรื่องของ ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางนะคะ ซึ่งมีผลกระทบจากการที่ปุิย มีราคาแพงสูงขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ เปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะท่านประธานว่า ปาล์มน้ํามันนั้นเปึนพืชเศรษฐกิจค่ะ ที่มีความสําคัญไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นนะคะ แล้วก็ยังอีกหลายประเทศทั่วโลกค่ะ เพราะว่าน้ํามันปาล์มนั้นสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะใช้ในด้าน ของการบริโภคหรือการอุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้มีการนําน้ํามันปาล์มนั้นไปใช้ เปึนพลังงานทดแทนที่เราเรียกกันว่า ไบโอดีเซล ซึ่งจะลดการน้ําเข้าน้ํามันเชื้อเพลิงจาก ต่างประเทศ ช่วยให้ประเทศนั้นมีเสถียรภาพในด้านพลังงานมากขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ไบโอดีเซลก็ยังจะช่วยลดในเรื่องของสภาวะโลกร้อนอีกด้วย รัฐบาลก็มีนโยบายที่จะให้ ประชาชนซึ่งใช้น้ํามันดีเซลร้อยเปอร์เซ็นต์มาใช้น้ํามันบี ๒ (B ๒) ซึ่งจะต้องใช้น้ํามันปาล์มดิบ ถึงป้ละประมาณ ๓ แสนตัน และถ้าพัฒนาไปให้ประชาชนใช้น้ํามันบี ๕ (B ๕) ก็จะต้อง ใช้น้ํามันปาล์มดิบถึงป้ละประมาณ ๗ แสนตันค่ะ แล้วถ้าจะต้องใช้น้ํามันบี ๑๐ (B ๑๐) ก็จะต้องพื้นที่ในการเพาะปลูกปาล์มเพิ่มมากขึ้นอีก ดังนั้นรัฐบาลจึงมีการสนับสนุนให้ เกษตรกรนั้นหันมาปลูกปาล์มน้ํามันมากขึ้น ซึ่งเปัาหมายในการปลูกปาล์มน้ํามัน เขาจะต้องปลูกให้ได้อย่างน้อยอีก ๕ ล้านไร่ ภายในป้ ๒๕๕๒ นี้เพื่อที่จะต้องการมา รองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น แล้วสําหรับพื้นที่การปลูกปาล์มค่ะท่านประธานได้มี การสํารวจพื้นที่ทั่วประเทศ พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด และนอกจากนั้นก็ยังเปึนพื้นที่ในจังหวัดทางภาคตะวันออก สําหรับพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีการปลูกปาล์มน้ํามันอยู่แล้วในขณะนี้ที่ปลูกกันมากก็ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัด ชุมพร จังหวัดกระบี่ และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สําหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชนะคะ ท่านประธาน มีโครงการหนึ่งซึ่งเปึนโครงการพัฒนาลุ่มน้ําปากพนัง โครงการนี้เปึน โครงการในพระราชดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่ะ โครงการนี้เกิดขึ้นมา เพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในบริเวณนี้ที่ดินมีปัญหาค่ะ มีการทิ้งไว้ให้รกร้างเนื่องจากว่าทํานาแล้วไม่ได้ผล น้ําเค็ม รุกล้ําเข้ามาในเขตของน้ําจืดทําให้ดินเปรี้ยวแล้วก็ดินในบริเวณนั้นเปึนกรด ซึ่งในขณะนี้ เปึนข่าวดีเปึนอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ได้สามารถปรับปรุงดิน พัฒนาดินจนสามารถที่จะปลูก ปาล์มน้ํามันได้นะครับ ซึ่งบริเวณนี้กินพื้นที่ถึง ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ค่ะ จากการสนับสนุนของ ภาครัฐที่ขยายพื้นที่การเพาะปลูกปาล์มน้ํามันการมีตลาดที่แน่นอน การสร้างรายได้ สร้างความมั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกรได้ ท่านประธานคะเกษตรกรจํานวนมาก ได้เปลี่ยนแปลงอาชีพจากการปลูกข้าว การทําสวนผลไม้ การทํานากุ้งมาปลูกปาล์มค่ะ เพราะถือว่าเปึนอาชีพที่มีอนาคตที่สดใส ท่านประธานคะ การปลูกปาล์มน้ํามันนั้นจะได้ ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุดนั้นต้องขึ้นอยู่กับ แน่นอนค่ะ พันธุ์ปาล์ม ถ้าพันธุ์ปาล์มดีก็จะให้ ผลผลิตที่ดี การควบคุมดิน น้ํา ปาล์มต้องการความชื้นแล้วก็การให้น้ํา การจัดการสวน และสิ่งที่สําคัญที่สุดค่ะท่านประธานก็ในเรื่องของการให้ปุิยที่เหมาะสม สําหรับปุิยที่ปาล์ม ต้องการนะคะ ท่านประธานมีอยู่ทั้ง ๒ ประเภท ไม่ว่าจะเปึนปุิยอินทรีย์และก็ปุิยเคมี สําหรับปุิยอินทรีย์นั้นเพื่อเปึนการปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดินนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ปุิยเคมีท่านประธานจะเกี่ยวข้องกับผลผลิตปาล์มที่จะออกมา ปุิยเคมีที่ปาล์ม ต้องการนั้นจะเปึนปุิยไนโตรเจน ซึ่งจะทําหน้าที่ในการบํารุงใบและบํารุงตาดอกนะครับ สูตร ๒๑-๐-๐ ปุิยฟอสเฟท สูตร ๐–๓-๐ ปุิยโปแตสเซียมอันนี้ก็สําคัญมากเช่นเดียวกันค่ะ เพราะว่าจะมีหน้าที่ในการบํารุงผลและก็ให้ทะลายปาล์มนั้นใหญ่ ให้มีความสมบูรณ์ มีน้ํามันมาก อันนี้ก็จะต้องใช้สูตร ๐-๐-๖๐ ค่ะ นอกจากนั้นก็ยังมีปุิยกลีเซอไรด์ (Glyceride) และปุิยโบแรคซ์ (Borax) ท่านประธานคะในการใส่ปุิยให้กับปาล์มนั้นก็จะแตกต่างไปตาม ชนิดของปุิย แล้วก็แตกต่างไปแต่ละช่วงเวลานะคะ ซึ่งดิฉันก็จะไม่ขอลงรายละเอียดในที่นี้ แต่จะต้องขอบอกว่าการให้ปุิยที่ครบตามจํานวนที่ปาล์มต้องการนั้น จึงจะทําให้ปาล์มนั้น ให้ผลผลิตสูงสุด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วก็จะได้ประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ กิโลกรัมต่อต้นต่อป้หรือ ประมาณ ๔ ตันต่อไร่ต่อป้ค่ะ ปาล์มที่สมบูรณ์นะคะท่านประธาน ปาล์มน้ํามันนั้นจะต้องเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่ปาล์ม มีอายุตั้งแต่ ๒ ป้ขึ้นไปค่ะ แต่ก็จะให้ผลผลิตเต็มที่ในป้ที่ ๖ ท่านประธานทราบหรือไม่คะว่า ถ้าเราไม่ใส่ปุิยครบตามจํานวน หรือว่าใส่บ้างไม่ใส่บ้าง จะเกิดอะไรขึ้นกับต้นปาล์มของ เราบ้างนะคะ คําตอบก็คือต้นปาล์มนั้นก็จะไม่สมบูรณ์ค่ะ ทะลายปาล์มต่อต้นก็จะน้อย ผลที่ออกมาก็จะลีบ เล็ก แบน ไม่มีน้ํามัน ขายไม่ได้ราคาค่ะ แล้วถ้าเกิดว่าเราคิดว่า เราไม่ใส่ปุิยไปสักพักหนึ่ง แล้วเราต้องการที่จะกลับมาฟุ๋นฟูให้ปาล์มของเรานั้นกลับมา มีสภาพสมบูรณ์นั้น ทราบไหมคะว่าบางต้นอาจจะต้องใช้เวลาเปึนป้หรือ ๒ ป้ ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาที่ต้นปาล์มนั้นขาดปุิย แต่ถ้าเกษตรกรผู้นั้นโชคร้ายค่ะท่านประธาน ปาล์มนั้นอาจจะต้องปลูกต้นใหม่ทดแทน ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นก็จะทําให้ เกษตรกรนั้นเสียทั้งเวลาและเสียเงินที่ได้ลงทุนไปแล้ว ท่านประธานคะ ที่ดิฉันย้ําตรงนี้ อีกครั้งหนึ่งนะคะ ก็เพื่อที่จะให้เห็นว่าปุิยเคมีทั้ง ๒ ตัว ที่ดิฉันได้กล่าวมานั้นมีความจําเปึน อย่างยิ่งที่เกษตรกรจะต้องใช้ค่ะ แต่ในขณะนี้นะคะท่านประธาน เหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ สถานการณ์ในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้วค่ะ ราคา น้ํามันถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วก็ความต้องการปุิยก็เพิ่มขึ้นในแต่ละประเทศด้วย ไม่ว่าจะเปึนในประเทศบราซิล ประเทศจีน หรือประเทศอินเดียที่มีความต้องการใช้ปุิย มากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างปุิยที่มีความจําเปึนอย่างยิ่งกับ ปาล์มน้ํามัน ๒ ประเภท ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องย้อนหลังไปนาน ค่ะท่านประธาน เพียงป้เดียว เมื่อต้นป้ ๒๕๕๐ เปรียบเทียบกับต้นป้นี้ ป้ ๒๕๕๑ ปุิยไนโตรเจนค่ะ กระสอบละ ๕๐ กิโลกรัม จากเดิมกระสอบละ ๓๘๐ บาท ณ ขณะนี้ เพิ่มขึ้นเปึนกระสอบละ ๗๐๐ บาท หรือถ้าเราคิดกลับคํานวณเปึนเปอร์เซ็นต์นะคะ ก็จะ พบว่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๘๔ มาดูปุิยอีกตัวหนึ่งค่ะ ซึ่งจะทําให้ลูกของปาล์มน้ํามันนั้น ออกมาสมบูรณ์หรือไม่ก็คือปุิยโปแตสเซียมค่ะ จากเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๐ กระสอบละ ๕๓๐ บาท ณ ขณะนี้ถ้าไปซื้อนะคะ เพิ่มเปึนกระสอบละ ๑,๐๗๐ บาท ลองคํานวณ อัตราที่เพิ่มขึ้นนะคะ เพิ่มขึ้นถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเท่าตัวทีนี้เรามาดูในรายได้ของ เกษตรกรนะคะ หลายท่านอาจจะพูดว่าที่ผ่านมาเมล็ดปาล์มนั้นก็มีราคาสูงขึ้น ใช่ค่ะ ท่านประธานคะ ในป้ ๒๕๕๐ นั้นปาล์มโดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ ๔.๒๕ บาท แต่ในเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๐ ราคาอยู่ที่ประมาณเฉลี่ยแล้วกิโลกรัมละ ๕ บาท แต่เมื่อ เราย้อนคิดกลับคํานวณไปจะเห็นว่าราคานั้นเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ ๒๐ บาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่รายได้นะคะท่านประธาน สูงขึ้นเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองค่ะ ทั้งหมดที่ดิฉัน ได้กล่าวมาแล้วนี้เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ํามันค่ะ ซึ่งต้อง เรียนนะคะว่าในขณะนี้มีพี่น้องเกษตรกรนับล้านคน เพราะว่าพื้นที่ซึ่งปลูกอยู่ ณ ขณะนี้ แล้วก็คือ ๒.๗ ล้านไร่ค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนให้สภาแห่งนี้เข้ามาทําหน้าที่ในการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณา หาแนวทางช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาปุิยราคาแพงให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึน สวนปาล์มหรือนาข้าวหรือเกษตรอย่างอื่นค่ะ ก่อนที่ปัญหานี้จะลุกลามและรุนแรงต่อไป ขอบคุณค่ะ