สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการดําเนินงานของกระทรวงยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตั้งสํานักงานและคณะกรรมการตามกรอบกฎหมายที่กำหนด และเสนอชื่อคุณสุนัยให้เป็นเลขาธิการสํานักงาน และการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 120 วัน หลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และกล่าวถึงความเสี่ยงของการไม่ปฏิบัติงานตามเวลา

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อันดับแรก กระผมใคร่ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากสงขลาที่ได้กรุณาให้ความสนใจ ในเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรม การดําเนินงานของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากสงขลา นั้นนับว่าเปึนประโยชน์ต่อกระทรวงอย่างยิ่ง และไม่เพียงต่อเปึนประโยชน์ต่อกระทรวง อย่างเดียวยังเปึนประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วย ในประเด็นที่ท่านที่เคารพได้สอบถาม ผมคงจะไม่อธิบายในรายละเอียดมากมาย แต่จะตอบคําถามของท่าน ๒ ข้อ นั่นคือ เรื่องการย้ายไปช่วยราชการที่ ป.ป.ท. ซึ่งผมจะใช้คําย่อ แต่ในที่นี้ย่อมาจาก ปัองกัน และปราบปรามการทุจริตภาครัฐนะครับ อันนั้นที่เรียกว่า ป.ป.ท. ซึ่งท่านได้กําหนดไว้ว่า กฎหมายได้ถูกตีตกไปแล้วอันนั้นนะครับ

แล้วเรื่องที่ ๒ ท่านถามว่าการกระทําดังกล่าวนั้นทําเพื่อประโยชน์ให้ มือที่มองไม่เห็นหรือไม่ ก็เรียนท่านอย่างนี้ครับ

ในประเด็นแรก กระผมขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่า กฎหมาย ป.ป.ท. กับ กฎหมาย ป.ป.ช. ที่ท่านได้รับฟังเมื่อวานว่าทางสมาชิก สนช. เวลาพิจารณานั้น ไม่ครบองค์ประชุม ทางศาลรัฐธรรมนูญจึงได้มีมติให้กฎหมายเหล่านั้นตกไป แต่กฎหมาย ป.ป.ช. นั้นเปึนกฎหมายที่ได้บรรลุเปัาหมายไปแล้ว นั่นคือผ่านทาง สนช. ผ่านราชกิจจานุเบกษา ลงพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเปึน กฎหมายที่มีผลบังคับแล้วนะครับ ในขณะที่กฎหมายมีผลบังคับทาง ป.ป.ท. หรือ สํานักงานเลขาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐก็จะดําเนินการต่อไปนะครับ การดําเนินงานเช่นนี้จะหยุดได้ก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุด เพราะถือว่าเปึนเรื่องที่ สําคัญที่สุด แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดคราวที่แล้วที่ผ่านมา ๒ วันนั้นไม่ได้เกี่ยวกับ กฎหมาย ป.ป.ท. แม้แต่เล็กน้อย

ประการที่ ๒ ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมขอกราบเรียนว่า สํานักงานปัองกัน และปราบปรามการทุจริตภาครัฐเพิ่งเริ่มตั้งขึ้น กระผมขอเรียนว่าพระราชบัญญัตินี้ ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วมีข้อบังคับอยู่ ๓ ประการ

ประการแรกก็คือว่า หลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถัดไป ๑ วัน นับไป ๓๐ วัน กฎหมายนี้จะต้องมีผลบังคับใช้ก็คือว่า ท่านจะต้องมีสํานักงานและมี เลขาธิการของสํานักงานนี้ ซึ่งก็เรียนด้วยความเคารพว่า ราชกิจจานุเบกษานั้นลงวันที่ ๒๔ มกราคม วันถัดไปก็คือวันที่ ๒๕ มกราคม ภายใน ๓๐ วันหลังจากวันที่ ๒๕ มกราคม มันก็น่าจะอยู่ประมาณวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นภายใน ๓๐ วันจะต้องมี สํานักงานนี้ กระผมถูกกรอบของกฎหมายบังคับ ไม่ได้มีการตั้งอกตั้งใจที่จะโยกย้าย เพื่อรองรับบุคคลสําคัญ ที่จะเดินทางเข้ามาในวันนี้เปึนต้น ก็ขอกราบเรียนท่านด้วย ความเคารพและได้โปรดทําความเข้าใจอันนี้ ผมถูกกรอบของกฎหมายบังคับ แล้วก็ กราบเรียนท่านด้วยความเคารพครับว่า ท่านคงจะมีความคิดเห็นคล้ายคลึงกับผมก็คือว่า ในบรรยากาศแห่งนี้ท่านจะต้องตรวจดูบุคคลที่มีคุณสมบัติที่จะมาดําเนินกิจการในเรื่อง เกี่ยวกับสํานักงานเลขาธิการสํานักงานปัองกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐแห่งนี้ ในกระทรวงยุติธรรมก็ขอเรียนด้วยความเคารพว่า มีบุคคลที่มีความสามารถมากมาย แต่ท่านเองก็ยังได้ยืนยันว่าคุณสุนัยนั้นเปึนบุคคลที่มีความสามารถสูงสุด เปึนคนดีได้ ทํางานให้กับชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด แล้วก็เปึนคนบริสุทธิ์ยุติธรรมซึ่งก็กระผมเห็นด้วย ร้อยเปอร์เซ็นต์กับท่านที่เคารพทั้งหลาย ผมจึงได้เสนอได้นําคุณสุนัยให้มาดูแลสํานักงาน แห่งนี้ สํานักงานแห่งนี้กราบเรียนด้วยความเคารพในข้อที่ ๒ ที่กราบเรียนต่อไปหลังจากที่ ๓๐ วันแล้ว ถัดไปอีก ๓๐ วัน คือ ๖๐ วัน สํานักงานนี้จะต้องมีคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการนี้ก็คือเปึนคณะกรรมการคล้ายกับสํานักงาน ป.ป.ช. ต้องมีการเสนอ รายชื่อให้กับท่านที่เคารพคือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหลังจากนั้นก็ต้องไปให้กับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งทําหน้าที่วุฒิสภาได้ตรวจสอบอีกที มันจะใช้เวลา ขณะนี้ ผมมีเวลาเหลืออีก ๒๖ วัน ๒๗ วันที่จะต้องตั้งคณะกรรมการนี้ ท่านจะบอว่าผมปุบปับ ที่ท่านใช้คําว่า ปุบปับ ต้องทําอย่างโน้นทําอย่างนี้แต่งตั้งนั้น มันไม่ใช่ท่านที่เคารพครับ มันเปึนเรื่องที่กระผมเรียนด้วยความเคารพ มันเปึนความจําเปึนมีกรอบของกฎหมาย รองรับอยู่ ซึ่งจะต้องทําตามนั้น

และประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ภายใน ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น สํานักงานเลขาธิการนี้ต้องทํางานได้ ทํางานได้หมายความว่ารองรับคดีต่าง ๆ ที่อยู่ในสํานักงาน ป.ป.ช. ประมาณ ๖,๐๐๐ คดี ที่จะต้องนํามาพิจารณานะครับ หากช้าไปวัน ๒ วัน หรือใด ๆ ก็แล้วแต่มันก็อาจจะมี บางคดีที่หมดอายุความไป และความดังกล่าวนี้นะครับ มันก็มาตกอยู่ที่ข้าราชการและ ตัวกระผมก็แล้วแต่ที่กระทรวงยุติธรรม เราอาจจะโดนคดีละเว้นก็ได้ท่านที่เคารพ ต้องขอ กราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่า ไม่ใช่ปุบปับ เปึนเรื่องที่กระผมโดนกรอบของกฎหมาย บังคับจึงได้ดําเนินการเช่นนี้ครับ แล้วก็เรื่องมือที่มองไม่เห็นไม่ใช่นะครับ ขอกราบเรียน ครับ ผมตอบแค่นี้ก่อนท่านประธานที่เคารพครับ