สุวิทย์ คุณกิตติ หารือเรื่องราคาอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายยุคหลายสมัย รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยโดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อช่วยเหลือและอุดหนุน แต่ปัญหานี้ยังไม่หมดไป และจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างทางกฎหมายและโครงสร้างการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ซึ่งเปึน เกษตรกร เปึนตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย แล้วก็ติดตามเรื่องของอ้อยและ น้ําตาลมาตลอดระยะเวลาที่ท่านมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของท่านที่ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้เปึนกระทู้ถามสดเรื่องแรก ของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนี้ ซึ่งผมคิดว่าพี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวไร่อ้อยคงมี ความพอใจ แล้วก็มีความเชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้ได้ให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่อง อ้อยและน้ําตาลทราย ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรกว่า ๕ แสนคนทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ จากคําถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้ถามเรื่องราคาอ้อยนั้น จริง ๆ ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาเรื่องราคาอ้อยนี่เปึนปัญหา ที่ผูกติดพันกันมาหลายยุคหลายสมัยด้วยกัน ผมเองในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รัฐมนตรีถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างกระทรวงก็ตามได้มีโอกาสทํางานกับท่านเจริญ จรรย์โกมล ในการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาอ้อยให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยอยู่เปึนประจําและ สม่ําเสมอ ในช่วงที่ราคาน้ําตาลทรายในตลาดโลกตกต่ํา ผลกระทบถึงราคาอ้อยภายใน ประเทศก็เกิดขึ้น ป้นี้ก็เช่นเดียวกันไม่ได้แตกต่างกันเลย แล้วผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ในตลาดโลกนั้นทําให้เกิดผลกระทบต่อราคา เพราะฉะนั้นในป้ที่ผ่าน ๆ มาเราก็ได้ดําเนินการ โดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ในการเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนหรืออุดหนุนกับชาวไร่อ้อย โดยใช้กองทุนอ้อยและ น้ําตาลทราย ดําเนินการกู้ยืมเงินไปจ่ายให้กับเกษตรกรเพื่อเปึนการช่วยเหลือไปก่อน แล้วเมื่อราคาอ้อยดี น้ําตาลดีขึ้น ก็เอาเงินในส่วนนั้นมาชดใช้คืน แต่ในขณะนี้ต้องเรียน นะครับว่า หนี้สินของกองทุนอ้อยและน้ําตาลทรายซึ่งลดลงมาจาก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในวันนี้ ในป้นี้ที่ ครม. ได้มีมติในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จากราคาอ้อยเบื้องต้นที่ประกาศไป ๖๐๐ บาทนั้น โดยเพิ่มให้ เปึน ๗๐๐ บาทนี่นะครับ ผมถามว่าพอไหม ก็คงยังไม่พอ เพราะว่าถ้าคิดราคาต้นทุน การปลูกอ้อยของชาวไร่อ้อยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ ๘๐๗ บาท ตรงนี้ก็ทําให้ชาวไร่อ้อย ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน แต่ว่าเปึนการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง เกษตรกรชาวไร่อ้อย เพราะฉะนั้นถามว่าราคาอ้อยในป้นี้จากราคาเบื้องต้น ๖๐๐ บาท ก็ต้องมีการกู้ยืมเงินอีกประมาณ ๔,๒๐๐ กว่าล้านบาทในการเข้ามาช่วยเหลืออุดหนุน เพื่อที่จะยกระดับราคาอ้อย เงินที่จะต้องชําระให้กับพี่น้องเกษตรกรไปก่อนสําหรับในป้นี้ เปึน ๗๐๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงจะช่วยบรรเทาปัญหาผลกระทบความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ว่ากระบวนการในการแก้ไข ปัญหาเรื่องราคาอ้อยเปึนเรื่องที่จําเปึนจะต้องปรับปรุงเรื่องของโครงสร้างทางด้าน กฎหมาย โครงสร้างในเรื่องของการผลิต เพราะในขณะนี้นอกจากเอาอ้อยไปผลิตเปึน น้ําตาลทราย เปึนน้ําตาลแล้ว วันนี้เรายังจะมีการดําเนินการในการจัดตั้งโรงงานเอทานอล (Ethanol) ที่จะเอาอ้อยมาผลิตเปึนพลังงานทดแทน ตรงนี้เปึนปัญหาที่ผมอยากจะเข้าไป ถึงคําถามที่ ๒ ด้วยนะครับ เพราะว่าปัญหาตรงนี้เปึนปัญหาสําคัญ เพราะว่าการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างในเรื่องของการแปรรูปอ้อยมันทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของราคาด้วย ปัญหาผลกระทบทางด้านกฎหมายในเรื่องของอ้อยและน้ําตาลทรายที่มีการแบ่งสัดส่วน ระหว่างเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานในอัตราส่วน ๗๐:๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น จะต้องมี การปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดจะปล่อยให้คงอยู่อย่างนี้ต่อไปคงไม่ได้ เพราะว่าเกิดปัญหา ขึ้นแล้ว ประเด็นที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้ถามว่าจะเอาอะไรในส่วนของอ้อยไปผลิต เปึนพลังงาน ผมก็เรียนว่าจริง ๆ ในส่วนของอ้อยนี่เอาไปได้ทั้งหมดแหละครับ ตั้งแต่ กากอ้อย น้ําอ้อย โมลาสส์ (Molasses) นะครับ สามารถที่จะเอาไปผลิตเปึนเอทานอลได้ ทั้งสิ้น แต่ว่าที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างตรงที่ท่านเจริญเองได้เคยร้องเรียนในเรื่องนี้ ไปก่อนหน้านี้แล้วว่า โรงงานเอาน้ําอ้อยไปทดลองผลิตเปึนเอทานอล แล้วน้ําอ้อยที่เอาไป นี่ได้มีการแบ่งสัดส่วนรายได้ให้กับเกษตรกรหรือไม่ อันนี้ต้องเรียนว่าเปึน ความละเอียดอ่อนซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของท่านเจริญ จรรย์โกมล ในการติดตาม อย่างใกล้ชิดว่าโรงงานนั้นเอารัดเอาเปรียบชาวไร่อ้อยหรือไม่ ซึ่งผมเองเรียนว่าจริง ๆ กระบวนการในการที่จะเอาน้ําอ้อยไปผลิตเอทานอลนี้แล้วไม่มีส่วนแบ่งให้กับเกษตรกรนั้น แน่นอนที่สุดครับมันไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน เพราะว่าน้ําอ้อยมันจะไปผลิตเปึนน้ําตาล เพื่อที่จะนําส่วนแบ่งตรงนี้ไปให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย แม้กระทั่งกฎหมายเองก็ตาม นี่นะครับ ก็มีปัญหาอยู่ในหลายประเด็น กฎหมายตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ยังไม่มีการรีไวส์ (Revise) ปรับปรุงกันทั้งระบบเลย ซึ่งผมเรียนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องมานั่งดูเรื่องของ โครงสร้างทางกฎหมาย แล้วการปรับปรุงเรื่องผลประโยชน์ส่วนแบ่งให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่อ้อย หรือจะยกเลิกกฎหมายดังกล่าวเพื่อทําให้กระบวนการเกิดการค้าเสรีในระบบ อ้อยและน้ําตาลทราย อันนี้ก็คงต้องมาดูว่าจะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอ้อยและ น้ําตาลทรายและพี่น้องเกษตรกรอย่างไร แต่แน่นอนที่สุดครับ โครงสร้างตรงนี้จะต้องมี การปรับเปลี่ยนนะครับ แล้วผลประโยชน์ส่วนแบ่งไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโมลาสส์ก็ดี เรื่องของผลประโยชน์อื่น ๆ ที่มันต่อเนื่องกันก็ดีจะต้องมีการมาพิจารณา ถ้าเผื่อว่า เรายังจะคงโครงสร้างของกฎหมายที่จะต้องมีการปรับปรุงในเรื่องส่วนแบ่งรายได้ให้กับ พี่น้องเกษตรกร ผมเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ว่าในส่วนนี้ ท่านกับผมคงต้องมานั่งคุยกัน ปรึกษาหารือกันว่าจะมีการปรับโครงสร้างของกฎหมาย อย่างไร ปรับโครงสร้างเรื่องส่วนแบ่งกันอย่างไร และในที่สุดเรื่องของการผลิตเอง ในเรื่อง ของอ้อยเอง ก็จะต้องมา จัดสรรปันส่วนว่าจะเอาไปผลิตพลังงานนะครับ จะเอาส่วนไหนไปผลิตเปึนพลังงาน จะเอาส่วนไหนไปผลิตเปึนน้ําตาล ซึ่งจะต้องมีการแบ่งแล้วก็ปรับปรุงโครงสร้างในส่วนนี้ แต่ผมเชื่อนะครับว่า เมื่อเรามีการปรับปรุงโครงสร้างในส่วนนี้แล้วแน่นอนที่สุดว่าจะทําให้ เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น เกษตรกรสามารถที่จะยืนได้ แล้วก็อุตสาหกรรมอ้อย และน้ําตาลทรายของเราจะเดินหน้าไปได้ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนจะเดินหน้าไปได้ ผมก็อยากกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเจริญ จรรย์โกมล ที่ท่านได้ให้ความสนใจ ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ ในนามของกระทรวงอุตสาหกรรม ในนามของรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย ต้องขอขอบคุณ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ที่ได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ และผมในฐานะที่อยู่กลางไร่อ้อย บ้านผมอยู่จังหวัดขอนแก่นอยู่กลางไร่อ้อย อยู่อําเภอเขาสวนกวาง พี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ผมนั้นปลูกอ้อยทั้งหมดเลย ก็มีความเปึนห่วงในเรื่องนี้แล้วก็ติดตาม แล้วก็ช่วย สนับสนุนในการแก้ไขมาตลอดนะครับ ผมคิดว่าในส่วนใดที่ผมจะทําให้เกิดประโยชน์แล้ว ก็ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ผมยินดีที่จะทําอยู่แล้ว และตั้งใจที่จะทําอยู่แล้ว ในคราวนี้ เข้ามาก็รีบมาดูแลในเรื่องนี้นะครับ ผมเชื่อมั่นว่าโดยการสนับสนุนของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติและสภาแห่งนี้จะทําให้พี่น้องเกษตรกรของเรานั้นได้รับผลประโยชน์ ตอบแทนที่คุ้มค่าแล้วก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ