สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินและระบบท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตร

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน วันนี้ต้องขอกล่าวในที่นี้ครับว่าเวลาในขณะนี้ก็ไม่มากไม่มาย ถ้าเราพูดกันภาษาง่าย ๆ ๒๓ นาฬิกา เกือบ ๓๐ นาที ๕ ทุ่มครึ่งโดยประมาณ ต้องเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วเนื่องจากในวันพรุ่งนี้เราจะมีภารกิจอีก ๑ วันก่อนที่สภานี้จะป่ด แล้วก็ได้ทราบว่า จะมีภารกิจเพิ่มเติมการที่จะไปงานพระราชทานเพลิงศพมารดาของท่านรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร ดอกเตอร์อภิวันท์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า ญัตติที่ผมได้ยื่นมา นั่นก็คือญัตติในเรื่องของการที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท ในเรื่องของการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทํากินแล้วก็หนี้สิน และระบบท่อส่งน้ํา เพื่อการเกษตร ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ผมต้องยื่นญัตติให้ครอบคลุม ครบระบบในลักษณะนี้เพราะว่าแม้ว่าการจัดที่ดินทํากินให้พี่น้องประชาชนเกษตรกร เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นส่วนหนึ่งโดยประมาณ ๑ ล้านครอบครัว ไม่มีที่ดินทํากินของตนเอง นี่คือเรื่องสําคัญในบ้านเมือง เกิดในแผ่นดินนี้แต่ไม่มีที่ดิน ทํากิน ทั้ง ๆ ที่ดินในประเทศนี้มีมากมายมหาศาลมันเปึนเพราะอะไร นี่คือสิ่งที่เราต้อง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือการจัดการใหม่หรือไม่ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ สาเหตุของ การที่ไม่มีที่ดินทํากินเปึนของตนเองนั้น ทําให้ประเทศเรานั้นมีเกษตรกรส่วนหนึ่ง จะต้องเช่าที่ดินทํามาหากิน ซึ่งเปึนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้กับผลผลิตที่จะเกิดขึ้นมาในประเทศ ของเรา เมื่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแน่นอนที่สุดท่านประธานครับว่า การแข่งขันถ้าเกิดว่า ราคาสินค้าผลิตผลทางการเกษตรนั้นถ้าราคามันไม่สูงมากนักในผู้ที่ซื้อ แน่นอนการแข่งขัน ลําบากและยากแล้วก็ทําได้ลําบาก พี่น้องประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนนั่นก็คือพบกับ การขาดทุน สิ่งที่โชคดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ช่วงนี้ราคาไม่ว่าจะเปึนราคาข้าว ราคามันหรือ ราคาพืชผลเกษตรอื่น ๆ นั้นค่อนข้างจะดี หรืออาจจะเรียกว่าดีมากทีเดียว รัฐบาลได้ให้ความสนใจ ได้ให้การเอาใจใส่ในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องผลิตผลการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน ให้ราคาผลิตผลการเกษตรแต่ละตัวนั้นดีขึ้น จนกระทั่งท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดให้พี่น้องประชาชน หรือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเปึนป้ทองของพี่น้องประชาชน เปึนป้ทองของแผ่นดินไทยที่พี่น้องประชาชนจะได้ผลผลิตการเกษตรหรือผลิตผลการเกษตรนั้น มีราคาที่พี่น้องประชาชนนั้นจะสามารถยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเอง หรือว่ามีเงินมีทอง จะใช้ในชีวิตประจําวันหรือดําเนินการในเรื่องของการทํามาหากินในโอกาสต่อไป แต่ในขณะเดียวกันต้องบอกว่าภาระของพี่น้องประชาชนสําคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การที่ไม่มี ที่ดินทํากินเปึนของตนเอง นอกจากภาวะของราคาผลิตผลการเกษตรที่จะแข่งขันลําบาก หรือมีราคาที่สูงขึ้น เพราะว่าต้องเช่าที่ดินทํากินแล้วยังไม่พอ พี่น้องประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ก็ไม่สามารถจะมีที่ดินทํากินได้แม้ว่าจะต้องการเช่าก็ตามแต่ นี่คือสิ่งที่ลําบากและยากเย็นยิ่งขึ้น พี่น้องประชาชนคนส่วนหนึ่งนั้นไม่มีที่ดินทํากินต้องอาศัยวิธีการที่จะต้องเรียกว่ารับจ้างเขา มีงานก็ไป ไม่มีงานก็ไม่ไป ลองคิดดูท่านประธานครับว่ายิ่งเปึนจังหวัดที่อยู่ในบ้านนอก โอกาสที่พี่น้องประชาชนจะไม่มีงานทําหรือไม่มีโอกาสที่จะรับจ้างรายวันนั้นยิ่งมากขึ้น เพราะว่าในต่างจังหวัดนั้นงานมีทําน้อย ดีอยู่ช่วงนี้อาจจะเรียกว่าดีนิดหนึ่งก็คือ ในเรื่อง ของราคาข้าวหรือราคาผลิตผลการเกษตรที่ดีขึ้น พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่มีไร่นา ของตนเอง อาชีพรับจ้างก็อาจจะมารับจ้างงานในส่วนนี้ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น อยากจะเรียน ท่านประธานครับว่า นอกจากนั้นยังไม่พอ ที่ดินส่วนหนึ่งที่ผมกล่าวมาว่าพี่น้องประชาชน ไม่มีที่ดินทํามาหากินนั้น แต่ว่ารัฐได้มีที่ดินของตนเองของรัฐเอาไว้ส่วนหนึ่งที่กันเอาไว้ ก็ตามแต่หรือด้วยเหตุใดก็ตามแต่ยังไม่ออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เปึน ๒ รูปแบบ แบบ ๑ ก็คือพี่น้องประชาชนนั้นได้ครอบครองที่ดิน ไว้แล้วแต่รัฐไม่ออกเอกสารสิทธิให้ อีกสิ่งหนึ่งที่เปึนปัญหากับพี่น้องประชาชน ก็คือ พี่น้องประชาชนไม่มีที่ดินจริง ๆ นั่นก็คือเปึนที่ของรัฐโดยแท้ พี่น้องประชาชนส่วนนี้ไม่มีที่ดินเลย แม้จะเปึนที่ดินของรัฐที่ไม่มีเอกสารสิทธิก็ตามแต่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทยของเรา พี่น้องประชาชนคนไทยของเรานั้นจะต้องมีที่ทํากิน ผมใช้คําว่า ที่ทํากิน เพราะอะไรครับ เพราะว่าเกิดในแผ่นดินนี้แล้วไม่มีที่ดินทํากินจะอยู่ อย่างไร เพราะว่าที่ดินนั้นถือว่าเปึนพื้นฐานปัจจัยสําคัญของมนุษย์ที่จะยืนอยู่ในแผ่นดินนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่มีที่ดินของตนเอง เราไม่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ ท่านประธานลองคิดดูว่า แล้วพี่น้องประชาชนคนในชนบทตรงนั้นเขาอยู่ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราในฐานะที่มีโอกาส ออกกฎหมาย หรือเปึนผู้ที่สามารถจะดําเนินการในรูปแบบของการจัดการโดยออกกฎหมาย หรือระเบียบข้อใด ๆ ก็ตามแต่ เพื่อให้รัฐเข้าไปดําเนินการในการปฏิบัติให้พี่น้องประชาชนนั้น สามารถมีที่ดินที่เปึนของตนเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเปึนสิ่งที่เรียกว่าสําคัญอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าที่ผมเรียกร้องว่าถึงเวลาหรือยัง อีกสิ่งหนึ่งก็คือว่า การใช้ ที่ดินที่ไม่คุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ ถามว่าทําไมไม่คุ้มค่า ที่ดินที่มีอยู่ในบ้านเมืองของเรา ถ้าท่านประธานออกไปในต่างจังหวัดหรือถนนเส้นใดก็ตามแต่ ท่านประธานก็จะเห็นว่า บางครั้งนั้นไม่ได้เอาไปทําอะไรเลย นาก็ไม่ได้ทํา ไร่ก็ไม่ได้ทํา สวนก็ไม่ได้ทํา ไม่ได้ทําทั้งนั้นเลย ทิ้งไว้เฉย ๆ เลย ท่านประธานครับ เราปล่อยให้ประเทศนี้ แผ่นดินนี้เปึนอย่างนี้ได้อย่างไร คนอีกส่วนหนึ่งไม่มีที่ดินทํากินเปึนของตนเอง แต่คนอีกส่วนหนึ่งมีที่ดินจนไม่รู้จะไปทําอะไร ทิ้งไว้เฉย ๆ เราปล่อยได้อย่างไร สมควรหรือยังที่เราต้องจัดการรัฐของเราใหม่ ประเทศของเราใหม่ ถ้าเราไม่จัดการนะครับท่านประธาน คนเกิดก่อนย่อมได้เปรียบมีโอกาสมากกว่าคนเกิดทีหลัง แล้วคนเกิดทีหลังเขาจะอยู่อย่างไร ถามคําถามกลับไปว่าคนที่ต่อสู้สู้รบเอาแผ่นดินนี้ เอาไว้ตั้งแต่บรรพกาล เรียกว่า ยุคไหนแผ่นดินไหนก็ว่ากันไป แต่ผมอยากจะบอกกับ ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เมื่อได้ทําการต่อสู้แล้วเขาได้เสียชีวิตลง เขาได้พิการไป ถามว่า หลังจากนั้นเราได้เยียวยาอะไรให้เขาบ้าง รัฐได้เยียวยาอะไรให้เขาบ้าง ลูกหลานเขาอยู่อย่างไร ยากไร้ขนาดไหนหรือไม่อย่างไร นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียกร้อง หรือคนที่อยู่ได้ดีมีสุขก็อยู่กันไป คนไหนตายไป พิการไปก็ทิ้งมันไป อย่างนั้นหรือท่านประธาน ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธาน เห็นในเรื่องอะไร ในเรื่องที่อยากจะเปรียบเทียบให้เห็นก็คือนักธุรกิจ นักธุรกิจที่ผมอยากนํามา เปรียบเทียบก็คือ เมื่อเขาทําธุรกิจหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท พันล้านบาท รัฐก็ได้ภาษี จากเขาไป ถามคําถามในแผ่นดินนี้ว่า เมื่อเขาล้มลงรัฐเยียวยาอะไรเขาบ้าง ดูแลเขาบ้างไหม ทํานองเดียวกันที่คนที่ไปสู้รบปรบมือเอาแผ่นดินนี้ไว้ให้พวกเราทั้งหลายได้อยู่ได้กินมี ความสุขทุกวันนี้ถามคําถามว่า คนเหล่านั้นเขามีแผ่นดินหรือมีที่ดินให้ลูกหลานเขามากน้อย ขนาดไหน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สมควรหรือยัง ถึงเวลาหรือยัง เราพูดกันอยู่เสมอว่าคนเรามีที่ดินนั้นควรจะมีเท่านั้นเท่านี้ ผมได้มีโอกาสเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ วันนี้ป้ ๒๕๕๑ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะคิดคํานึงถึงอยู่เสมอก็คือในเรื่องทําให้พี่น้องประชาชนนั้นมีที่ดิน เสมอเหมือนกัน สมควรหรือยังที่ผมพูดอยู่เสมอนั่นก็คือ เราจะเก็บภาษีแบบใหม่ เราจะปรับปรุงที่ดิน แบบใหม่ เราจะเข้าไปจัดการที่ดินแบบใหม่ สมควรหรือยังอย่างไร แน่นอนที่สุดครับ วันนี้ถ้าเราเข้าไปจัดการในอย่างนั้น คนที่มีที่ดินมาก ๆ ย่อมเดือดร้อนและไม่เห็นด้วย เผลอ ๆ แผ่นดินก็จะลุกเปึนไฟเพราะว่าคนเขาไม่ยอม แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเราไม่ดําเนินการ ไม่จัดการ ปล่อยไปเรื่อย ๆ ไว้ให้ปัญหามันหนักอึ้งเสียก่อนแล้ว ค่อยมาจัดการ ถามคําถามกลับไปว่า แล้วปัญหามันจะเกิดซับซ้อนมากมายใหญ่โตยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นอยากจะเรียนว่า มันถึงเวลาแล้วครับที่เราต้องจัดการรัฐเราแบบใหม่ ให้พี่น้องประชาชนคนยากไร้ พี่น้องประชาชนคนที่ไม่มีที่ดินทํากินได้มีโอกาสมีที่ดินทํากิน พี่น้องประชาชนคนไม่มี ที่อยู่อาศัยต้องมีที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เกิดในแผ่นดินนี้ร่วมกันแล้วไม่มีที่ดินที่อยู่อาศัย ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าขอฝากไว้ครับ ขอบคุณครับ