สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หารือเรื่องการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดิน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ผม และ ส.ส. พรรคชาติไทยทุกท่านนะครับ ได้ร่วมกันขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาการถือครองที่ดินทํากินของเกษตรกรและการออกเอกสารสิทธิ ครอบครองที่ดิน ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านประธานได้ให้โอกาสผมอภิปรายในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมและพรรคชาติไทยทุกคนทราบกันเปึนอย่างดีครับว่าปัญหาหนึ่งที่มี คู่กับชาติไทยของเรานั้นก็คือ ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับความยากจน คนจนบางคนก็ยังมีรถ คนจนบางคนก็ยังมีบ้าน แต่คนจนบางคนไม่มีแม้แต่ที่ดินที่เปึนของตนเอง เราคงจะ เรียกว่าจนอย่างไรไม่ได้ครับนอกจากจนมาก แล้วเราก็เชื่อครับว่าการที่จัดสรรให้คนจน เหล่านั้น ให้ผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้นเขาได้มีที่ดินทํากิน ได้มีที่ดินเพื่อจะได้อยู่อาศัยนั้นนับว่า เปึนการช่วยแบ่งเบาภาระ นับว่าเปึนการช่วยแก้ปัญหาความยากจนอย่างหนึ่ง และในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาก็ได้มีครับ มีแนวนโยบายมีแนวทางในการแก้ปัญหาความยากจน ในการจัดสรรที่ทํากินให้แก่ประชาชน โดยมีวิธีการที่ว่านําที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าของรัฐมา จัดสรรให้ประชาชนได้อยู่อาศัยทํากิน แล้วก็นําที่ดินของรัฐที่มีการบุกรุกนํามาทําการจัดสรร จัดระเบียบและออกหนังสือสัญญาอนุญาตให้ทํากินในที่ดินของรัฐ ท่านประธานครับ โดยที่การจัดสรรนั้นมี ๖ หน่วยงานที่มาเกี่ยวข้องนั่นก็คือ มีกรมป์าไม้ กรมธนารักษ์ ส.ป.ก. กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และกรมที่ดิน ฟังดูเหมือนกับว่า การแก้ปัญหานั้นน่าจะเปึนไปได้ง่ายเนื่องจากมีหลายหน่วยงานมาเกี่ยวข้อง แต่ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนครับว่าไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเลย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการดําเนินการจัดรังวัดจัดสรรที่ดินสาธารณประโยชน์ให้แก่ราษฎร คิดแล้วนี่ได้ร้อยละ ๔๔.๕๓ ของเปัาหมายการจัดการที่ดินของกระทรวงมหาดไทย โดยจังหวัดศรีสะเกษได้รับเปัาเปึนอันดับ ๑ แต่ปัญหาไม่ได้ลดน้อย ไม่ได้หมดสิ้นไปเลยครับ เนื่องจากว่ามีที่ดินอีกจํานวนมากที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ เนื่องจากว่าพื้นที่ ในจังหวัดศรีสะเกษอยู่หลายอําเภอด้วยกันเปึนพื้นที่ที่ประกาศให้มีการปฏิรูปที่ดินทั้งอําเภอ ทําให้ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่ไม่มีหลักฐานตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ เนื่องจากมีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ป้ ๒๕๓๕ และป้ ๒๕๓๗ กําหนดว่า ที่ดินที่ไม่มีหลักฐานที่ดินเดิมก็คือ ส.ค. ๑ ส.ค. ๒ น.ส. ๓ และ น.ส. ๓ ก อยู่ก่อน วันประกาศปฏิรูปที่ดินไม่สามารถนํามาดําเนินการออกโฉนดที่ดินได้เนื่องจากไม่มีหลักฐาน ทั้งที่ความเปึนจริงแล้วในปัจจุบันนี้มีที่ดินอยู่หลายที่ ที่ดินอยู่หลายแปลงครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ที่ดินประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ ออกเอกสารสิทธิ ออกโฉนดไปได้แล้วประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ ไร่ แต่เพียง ๒๐๐ หรือ ๓๐๐ ไร่ที่อยู่บริเวณนั้นหาเอกสารไม่เจอก็ไม่สามารถ ที่จะออกโฉนดได้เนื่องจากติดกฎหมายปฏิรูปที่ดินส่งผลเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธาน ผมจึงเห็นว่าในการแก้ปัญหานี้นั้นถ้ามีคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาจะสามารถนํา ปัญหาเหล่านี้มาพิจารณาและแก้ไขได้ โดยเห็นว่าอําเภอไหน เขตไหนที่มีการประกาศ เขตปฏิรูปเปึนอําเภอนั้นน่าจะเอามาจัดสรรกันใหม่ แบ่งเขตเปึนโซน (Zone) ว่าโซนนี้เราจะจัดสรร หรือไม่อย่างไร ขอยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ที่ดินอยู่ในเขต อําเภอเมืองศรีสะเกษที่แปลงหนึ่งที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า ที่ดินโนนป์ายาง มีเรื่องเปึนมาเช่นนี้ ตั้งแต่ป้ ๒๔๕๙ ที่ดินแปลงนี้ได้มีประชาชนส่วนหนึ่งเข้ามาอยู่อาศัย ต่อมาในป้ ๒๔๖๘ รัฐได้ประกาศว่าให้ที่แปลงนี้เปึนที่ทําเลเลี้ยงสัตว์โดยมีพื้นที่ประมาณ ๔,๑๒๕ ไร่เศษ ต่อมาป้ ๒๔๙๗-๒๔๙๘ ทางอําเภอได้ออกเอกสาร ส.ค. ๑ ให้กับผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้น แล้วบอกว่าในอนาคตผู้ออก ส.ค. ๑ อาจจะนําไปออกโฉนดได้ ป้ ๒๕๓๐ เทศบาลเมือง ศรีสะเกษได้ขยายเขตมาปกคลุมที่บริเวณนี้ในบางส่วน ป้ ๒๕๓๙ ได้มีคณะกรรมการ ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมขึ้นทําการสํารวจที่บริเวณโนนป์ายางทั้งสิ้น ๓ ครั้ง แล้วบอกว่าในอดีตนั้นที่ ๔,๐๐๐ กว่าไร่อาจจะมีการคลาดเคลื่อน กําหนดเขตใหม่ เหลือเพียง ๑,๕๓๑ ไร่ ๒ งาน ๙ ตารางวา ที่แปลงนี้มีถนนผ่ากลาง โดย ๓๗๕ ไร่ ๑ งาน ๔๕ วา อยู่ในเขตเทศบาล และกําหนดว่าให้เทศบาลเปึนผู้ดูแลและเก็บค่าเช่าได้สถานเดียว อีกแปลงหนึ่ง ๑,๑๕๖ ไร่ ๔๖ ตารางวา มอบอํานาจให้สํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อจะได้ไป ดําเนินการออกเปึน ส.ป.ก. ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวบ้านโนนป์ายางนั้นต่อสู้ เพื่อที่เขาจะได้มีโฉนดที่อยู่อาศัยของเขามาเปึนเวลาหลายสิบป้ และบริเวณนั้นก็มีวัดครับ วัดได้ขออนุญาตก่อสร้างวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาได้ขอต่อมหาเถรสมาคม ขอจัดตั้งให้ถูกต้องเปึนวัดตามกฎหมาย แต่วัดที่จะประกอบศาสนกิจได้ครบถ้วนนั้น จําเปึนอย่างยิ่งครับที่จะต้องมีพระอุโบสถ และพระอุโบสถนั้นก็ต้องกําหนดเขตวิสุงคามสีมา และการจะกําหนดเขตวิสุงคามสีมานั้นมันก็ต้องมีโฉนด แต่ ส.ค. ๑ ที่ได้มานั้นไปออกโฉนด กรมที่ดินก็บอกว่าออกโฉนดไม่ได้เนื่องจาก ส.ค. ๑ ไปออกทับซ้อนกับที่ที่เขาประกาศ เปึนที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ป้ ๒๔๖๘ ผ่านมาหลายสิบป้ครับท่านประธาน ปัญหาเหล่านี้ ยังไม่ได้มีการแก้ไข ไปสอบถามเทศบาล เทศบาลเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้อยากได้หรอกเงิน ที่ได้มาจากค่าเช่าของชาวบ้านเหล่านี้ ปัจจุบันนี้มีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นี้ไม่ต่ํากว่า ๕๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งผมเชื่อครับว่าถ้าเรามีการหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาพูดน่าจะเปึนการบรรเทา ทุกข์ของชาวบ้านไปได้มาก และเหตุที่ผมเห็นว่าเปึนเรื่องจําเปึนเร่งด่วนเนื่องจากว่ามี ประกาศของอธิบดีกรมที่ดิน ประกาศว่าประชาชนผู้ใดที่ถือครอง ส.ค. ๑ แล้วไม่ไปแจ้ง ออกโฉนดก่อนวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ถ้าจะออกโฉนดหลังจากนั้นจะต้องเอา ส.ค. ๑ แนบไปพร้อมกับคําสั่งศาลจึงจะได้ออกโฉนด ดังนั้นเรื่องนี้ผมจึงเห็นว่าเปึนเรื่องจําเปึน เร่งด่วนเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องขอความกรุณาจากสภาแห่งนี้ได้โปรดตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาและพิจารณาปัญหานี้ ขอขอบพระคุณครับ