อภิวัฒน์ เงินหมื่น หารือเรื่องการขออนุญาตตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรและปัญหาการออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินล่าช้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนิคมสร้างตนเองและนิคมสหกรณ์ โดยกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดที่ดินของรัฐทับซ้อนกับพื้นที่สงวนและความล่าช้าในการออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชน และขอความกรุณาต่อประธานพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอํานาจเจริญ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือท่าน ส.ส. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ระบบสัดส่วน ท่าน ส.ส. ศุภชัย ศรีหล้า ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี ท่าน ส.ส. สุทัศน์ เงินหมื่น ระบบสัดส่วน ท่าน ส.ส. เรวัต อารีรอบ จังหวัดภูเก็ต และกระผม ขอเสนอญัตติด่วน พิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินของเกษตรกร และการออกเอกสารสิทธิ ครอบครองที่ดินล่าช้า ท่านประธานครับ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีอาชีพ ด้านการเกษตร ที่ดินทํากินจึงถือเปึนปัจจัยการผลิตที่สําคัญ และยังเปึนแหล่งรวมของ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ตลอดจนวิถีชีวิตของคนไทย การเพิ่มขึ้นของประชากร ในประเทศ ความต้องการผลผลิตทางการเกษตรของตลาด การแสวงหาผลประโยชน์ ของนายทุน การใช้ที่ดินผิดประเภท หรือใช้ไม่เหมาะสม ที่ดินมีจํานวนจํากัด ประชาชนบุกรุก ที่สาธารณะ ทางราชการบุกรุกที่ทํากินของประชาชน เปึนปัญหาที่ขยายตัวออกไปทั่วประเทศ และยังทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวันทําให้ประชาชนมีความเดือดร้อนเปึนอันมาก เบื้องต้น กระผมได้รวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ประมาณ ๘ ปัญหาครับ นั่นก็คือ
ปัญหาที่ ๑ เกี่ยวกับขอบเขตของที่ดินสงวนหวงห้ามนั่นก็คือ การออกโฉนดที่ดิน ในพื้นที่ติดต่อกับเขตที่ดินสงวนหวงห้ามซึ่งก็คือ ป์าสงวนแห่งชาติ ป์าไม้ถาวร ที่ราชพัสดุ อุทยานแห่งชาติ ที่สาธารณประโยชน์ ที่เหล่านี้ไม่สามารถออกโฉนดในแปลงที่ติดต่อกับ พื้นที่เหล่านี้ได้เนื่องจากไม่มีหลักเขตที่ชัดเจน
ปัญหาที่ ๒ เกี่ยวกับเขตปฏิรูปที่ดิน ปัญหานี้เกิดจากการสํารวจออกโฉนดที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรไม่สามารถจะออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ครอบครองและทําประโยชน์ อยู่ก่อนวันที่กฎหมายที่ดินบังคับใช้นั่นก็คือ โดยการไม่แจ้ง ส.ค. ๑ หรือแจ้งตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หรือครอบครองทําประโยชน์ในที่ดินหลังประมวลกฎหมายที่ดิน ใช้บังคับได้
ส่วนปัญหาข้อต่อไปคือปัญหาข้อที่ ๓ เกี่ยวกับนิคมสร้างตนเองของ กรมประชาสงเคราะห์ และนิคมสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปัญหานี้เนื่องจากเมื่อได้ จัดที่ดินให้กับสมาชิกในนิคมสร้างตนเองหรือนิคมสหกรณ์แล้วนิคมไม่สามารถที่จะออก หนังสือทําประโยชน์หรือ น.ค. ๓ หรือ กสน. ๕ ให้กับสมาชิกได้ จึงไม่สามารถที่จะออก โฉนดที่ดินในพื้นที่เหล่านี้
ปัญหาที่ ๔ การประกาศเขตนิคมสหกรณ์นั่นก็คือ ราษฎรที่ครอบครอง ทําประโยชน์ในที่ดินที่รัฐได้จําแนกเปึนที่จัดสรรและมอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ดําเนินการแล้วแต่ไม่สามารถได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินได้
ปัญหาที่ ๕ โฉนดที่ดินที่ไม่มีหลักเขตที่ดิน ปัญหานี้เนื่องจากกรมที่ดิน ได้สํารวจออกโฉนดที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดินตามโครงการพัฒนากรมที่ดิน และเร่งรัดออก โฉนดที่ดินทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ ป้ เริ่มตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๘ ได้โฉนดที่ดิน ทั้งหมดประมาณ ๙ ล้านแปลง ซึ่งในจํานวนนี้ที่ที่เปึนโฉนดที่ดินปรับแก้โดยการย้าย รูปแปลงจากหนังสือรับรองการทําประโยชน์ตามแบบ น.ส. ๓ ก ซึ่งจะออกจากระวางรูปถ่าย ทางอากาศตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินประมาณ ๓ ล้านแปลง ที่เหล่านี้ เปึนโฉนดที่ดินที่ไม่มีหลักเขตที่ดิน
ปัญหาที่ ๖ โฉนดที่ดินที่ได้รับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมถูกห้ามโอน โดยไม่มีกําหนดนั่นก็คือ ปัญหาที่เกิดจากโฉนดที่ดินที่ออกจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ห้ามโอนตลอดไปโดยไม่มีกําหนดเวลา บางกรณีหากทายาทรับราชการหรือประกอบอาชีพอื่น ๆ ก็ไม่อาจรับที่ดินต่อจากบิดามารดาได้
ปัญหาที่ ๗ โครงการจัดที่ดินของรัฐทับซ้อนกับพื้นที่สงวน เนื่องจากการจัดที่ดิน ของรัฐ นั่นก็คือปัญหาที่เกิดจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมประชาสงเคราะห์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เกิดการทับซ้อนกับพื้นที่สงวนต่าง ๆ เช่น ป์าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ ทําให้สมาชิก ในพื้นที่เขตที่ดินนั้น ๆ ไม่สามารถที่จะมีเอกสารสิทธิที่ดินหรือโฉนดที่ดินได้
ปัญหาสุดท้ายคือปัญหาที่ ๘ นั่นก็คือ ความล่าช้าในการออกเอกสารสิทธิ ให้แก่ประชาชนและเรียกรับประโยชน์จากพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน
ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น กระผมขอกราบเรียนท่านประธานถึงปัญหาเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้เกิดมานานแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข นับวันยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทําให้ ประชากรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก กระผมและคณะจึงขอความกรุณาต่อท่านประธาน พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและพิจารณาแก้ปัญหาเหล่านี้ในการต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ