สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องปัญหาการมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินทับซ้อนในเขตกําแพงเมือง-คูเมืองของจังหวัดพิษณุโลก และเรียกร้องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหานี้

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะขอเปึนตัวแทนพี่น้องชาวพิษณุโลกในการนําปัญหาของพี่น้องประชาชน ในจังหวัดพิษณุโลกมานําเสนอกับท่านประธาน ผ่านญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาการมีเอกสารสิทธิเปึนโฉนดที่ดินทับซ้อน เขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง สิ่งที่ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาวันนี้ ที่ผมมานําเสนอนั้นเปึนปัญหาที่ผมดูแล้วใน ๑๗ ญัตติ สิ่งที่ผมนํามาเสนอวันนี้เปึน ปัญหาเดียวที่ไม่เหมือนกับที่อื่น ปัญหาของที่ดินในหลาย ๆ พื้นที่ที่มีการนําเสนอ ญัตติในวันนี้นั้นส่วนใหญ่เปึนปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน แต่ปัญหาของผม ที่นํามาเสนอในวันนี้เปึนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในเขตเมืองที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากกรมธนารักษ์จะไปยึดพื้นที่ของประชาชนในเขตเมือง โดยเฉพาะ จังหวัดพิษณุโลกผมมีความจําเปึนที่จะต้องปูพื้นเนื่องจากว่าปัญหาเหล่านี้หลาย ๆ ท่าน ที่ไม่ได้มีการติดตามเรื่องเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยเข้าใจ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ประชาชน ที่อยู่ในเขตเมืองขณะนี้ โดยเฉพาะเมืองที่เปึนเมืองในประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเปึนเชียงราย เชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง น่าน พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ไล่ไปถึงภาคใต้และภาคอีสาน ผมทราบจากกรมธนารักษ์ว่าเมืองที่มีประวัติศาสตร์อยู่ในตัวเองประมาณ ๘๐๐ กว่าเมือง ทั่วประเทศขณะนี้ล้วนเปึนปัญหา เปึนปัญหาที่ผมจะเล่าให้กับท่านประธานฟัง ดังต่อไปนี้ครับ เนื่องจากว่าเมืองทุกเมืองที่เปึนประวัติศาสตร์นั้นจะมีที่ดินที่เรียกว่า กําแพงเมือง-คูเมือง และปัญหาของกําแพงเมือง-คูเมืองนั้นกรมธนารักษ์มีพระราชบัญญัติ ที่เรียกว่า พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ สอดคล้องกับกรมศิลปากรที่มีพระราชบัญญัติ ที่เรียกว่า พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ๒ พ.ร.บ. นี้มีผลทําให้ทั้งกรมธนารักษ์และกรมศิลปากรประกาศเขตพื้นที่เหล่านี้ คือเขตที่เรียกว่า กําแพงเมืองและคูเมืองเปึนโบราณสถาน และสามารถให้กรมธนารักษ์ เข้ามาดูแลในฐานะเปึนที่ราชพัสดุ หลังจากมีการประกาศเปึนเขตที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ก็จะสามารถออกหนังสือสําคัญที่เรียกว่า หนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง เพื่อยึดถือเปึน ที่ราชพัสดุ สิ่งที่เกิดขึ้นที่อยู่ในภาพรวมของประเทศคือว่า พื้นที่กําแพงเมือง-คูเมืองที่เกิดขึ้น ทั่วประเทศขณะนี้นั้นบางที่ ๑๐๐ ป้ ๒๐๐ ป้ ๓๐๐ ป้ ๕๐๐ ป้ ๗๐๐ ป้ มันไม่มีร่องรอยเหลือ ทําให้คณะรัฐมนตรีจึงมีมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากําหนดขอบเขต ที่ดินกําแพงเมืองและคูเมือง ผมย้ํานะครับ พื้นที่กําแพงเมือง-คูเมืองบางแห่งมีอายุ ๖๐๐ ป้ ๗๐๐ ป้ไม่มีสภาพร่องรอยเกิดที่ชัดเจนเท่าไร คณะรัฐมนตรีจึงมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาชุดหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการเพื่อพิจารณากําหนดขอบเขตที่ดินกําแพงและคูเมือง คณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วยตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ แต่เกินครึ่ง ส่วนใหญ่เปึนตัวแทนจากกรมธนารักษ์ โดยมีท่านอธิบดีกรมธนารักษ์เปึนประธานคณะกรรมการชุดนี้ คณะกรรมการชุดนี้ มีอํานาจสิทธิขาดในการกําหนดเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง โดยที่มติคณะรัฐมนตรีถือว่า การศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้เปึนการศึกษาที่ถูกต้องครับ และสามารถกําหนด เปึนเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง ตามมติของคณะรัฐมนตรี เท่ากับว่าคณะกรรมการชุดนี้ หลังจากตั้งขึ้นมาแล้ว ศึกษาเขตอะไรขึ้นมาแล้ว ปักหมุดแนวเรียบร้อยแล้วถือว่าตรงนั้น คือเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง ถือว่าเปึนเขตที่ถูกต้อง หลังจากเปึนเขตที่ถูกต้องเท่ากับว่า กรมธนารักษ์สามารถยึดพื้นที่นี้เปึนที่ราชพัสดุอย่างทันทีครับ และเกิดถ้ามีร่องรอยของ โบราณสถานที่กรมศิลปากรจะไปขุดหรือพัฒนาให้อนุรักษ์เปึนเชิงประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ก็มีสิทธิที่จะทําได้ และประชาชนที่เข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่เหล่านี้ถือว่าเปึนผู้บุกรุกเขตแนว กําแพงเมือง-คูเมือง นี่คือพื้นฐานและภาพรวมที่ผมจะปูพื้นให้กับท่านประธานได้ฟัง เวลาท่านประธานได้ฟังลงหนังสือพิมพ์ว่าประชาชนบุกรุกเขตแนวกําแพงเมือง คูเมือง ถ้าคนไม่เข้าใจก็ถือว่าเปึนการบุกรุกจริง ๆ และถือว่าจะต้องมีการดําเนินการหรือจัดการ การบุกรุกเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง ซึ่งถ้าฟังอย่างนี้ผิวเผินแล้วเหมือนกับว่าประชาชนผิด เหมือนกับว่าช่วงประมาณสัก ๒-๓ เดือนเศษ ๆ นั้นมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่เขียนว่า ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกบุกรุกเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมืองโบราณของเมืองพิษณุโลก ซึ่งถ้าฟังผิวเผินแล้วเหมือนกับว่าเราบุกรุกจริง ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ ผมจะปูพื้น เจาะลงไปว่าจังหวัดพิษณุโลกวันนี้เปึนอย่างไร จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า พี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลกของผมวันนี้เขารอญัตตินี้ครับ เมื่อสักครู่ผมโทรศัพท์กลับไปบอก พี่น้องชาวพิษณุโลกบอกว่าญัตติผมสงสัยจะเข้าดึกเขาบอกไม่เปึนไรดึกเท่าไรก็จะรอ หวังว่าสภาจะใช้เวทีแห่งนี้ในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลก ผมจะเล่า รายละเอียดเฉพาะจังหวัดพิษณุโลกเผื่อมีท่านสมาชิกเอาปัญหาของหลาย ๆ พื้นที่ ผมทราบว่า ๘๐๐ แห่งทั่วประเทศครับ ในปัญหาที่กรมธนารักษ์ประกาศไว้ครับ ในหลาย ๆ จังหวัด ผมเชื่อได้เลยว่าทุกจังหวัดมีปัญหา เพียงแต่ว่าพี่น้องหลาย ๆ ท่านไม่มีโอกาสได้นําเสนอ ผ่าน ส.ส. เพื่อมาพูดในสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลกนั้นมีการสํารวจ ขอบเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง โดยคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการกําหนด ขอบเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมืองที่คณะรัฐมนตรีตั้งขึ้น คณะกรรมการชุดนี้ได้มีการสํารวจ พื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลกจริงครับ และมีการประชุมกัน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ มีการประชุม เมื่อป้ ๒๕๔๒ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ และครั้งต่อมาประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๖ ๒ ครั้ง โดยที่กรมธนารักษ์ได้ส่งคนเข้ามาสํารวจพื้นที่ที่เรียกว่า เขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง ของจังหวัดพิษณุโลก หลังจากนั้นแล้วจึงมีมติให้ที่ดินใหญ่ ๆ ๓ แปลงเปึนเขตแนวกําแพงเมือง คูเมือง ซึ่งถือว่าเปึนเขตที่ราชพัสดุตามกฎหมาย พื้นที่ ๓ แปลงนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่ที่ ๑ ขนาดประมาณ ๖๔ ไร่ พื้นที่ที่ ๒ เปึนพื้นที่ขนาดประมาณ ๑๕๖ ไร่ และพื้นที่ที่ ๓ เปึนพื้นที่ประมาณ ๕๒ ไร่ ซึ่งรวมพื้นที่เหล่านี้แล้วจะกินพื้นที่ประมาณ ๒๗๓ ไร่ ในพื้นที่ ของเมืองพิษณุโลก ปัญหาจึงมีอยู่ว่าผมจะขออนุญาตให้รายละเอียดนิดหนึ่งว่าในพื้นที่ ภาพรวมที่กรมธนารักษ์บอกว่าพื้นที่เหล่านี้นั้นเปึนเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมืองมีประชาชน อาศัยนะครับ คิดเปึนจํานวนพื้นที่ ๔๓๓ ราย มีส่วนราชการอยู่ ๖ หน่วยงาน และมีวัด อยู่ ๔ แห่ง ซึ่งถ้าคิดเปึนวัดและส่วนราชการผมไม่ติดใจครับ เพราะว่าผมเชื่อว่ามีทางออก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาที่ประชาชนอยู่อาศัย ๔๓๓ รายครับ ผมจะขออนุญาต ท่านประธานในการฉายภาพให้กับท่านประธานได้เห็นครับว่า สิ่งเหล่านี้เปึนปัญหา ที่เกิดขึ้นจริง ๆ และสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ขออนุญาตขอภาพ มีอยู่ไม่กี่ภาพครับ จะได้เห็นภาพมากขึ้น ภาพเหล่านี้คือภาพที่เกิดขึ้นจริง เปึนภาพ ที่แสดงให้เห็นว่ากรมธนารักษ์กําลังจะมาประกาศว่าพื้นที่เหล่านี้คือที่ราชพัสดุ เพราะว่า พื้นที่ที่ผมโชว์นี้เปึนภาพตลาดครับ ซึ่งเปึนเขตแหล่งที่ถือว่าเจริญที่สุดของจังหวัดพิษณุโลก ขอให้เจ้าหน้าที่ปรับภาพไปเรื่อย ๆ เปึนภาพรวมของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งถือว่าเปึนภาพที่ขณะนี้ ประชาชนเปึนแหล่งทํามาหากินใหญ่ เปึนแหล่งเจริญของจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าพื้นที่ดินเหล่านี้ดินบางแปลงซื้อขายกันตารางวาละ ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท ไร่ละประมาณ ๓๐ กว่าล้านบาท อยู่ ๆ วันดีคืนดีมีพี่น้อง หลายท่านลงทุนเซ้งคูหาร้านทอง ๒ ห้อง ๓ ห้อง ลงทุน ๑๐ กว่าล้านบาท อยู่ได้ ๒-๓ เดือน กรมธนารักษ์บอกว่าตรงนี้จะเปึนที่ราชพัสดุปัญหาจึงเกิดขึ้นครับ ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ผมกําลังโชว์กับท่านประธานได้เห็นนี่คือภาพที่กําลังชี้ให้เห็นว่า ไม่มีร่องรอยของคูเมืองหรือกําแพงเมืองอยู่เลยครับ มีแต่สภาพเปึนอาคารพาณิชย์เปึนที่อยู่อาศัย เปึนแหล่งเศรษฐกิจใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก ปัญหาที่ผมต้องย้ํานะครับว่าวันนี้ กรมธนารักษ์อยู่ ๆ จะมาประกาศว่าพื้นที่ ๒๗๓ ไร่เหล่านี้เปึนพื้นที่ราชพัสดุ หลังจาก ท่านประธานได้เห็นภาพประมาณ ๑๐ ภาพไปแล้วนั้นผมจะขออนุญาตถ้ากล้อง สามารถโคลส (Close) ภาพนี้ได้ นี่เปึนภาพถ่ายดาวเทียมที่บังเอิญผมติดมาแค่ครึ่งเดียว เปึนภาพถ่ายดาวเทียมที่เห็นว่านี่คือเมืองของจังหวัดพิษณุโลก ภาพสีแดง ๆ ที่ผมชี้นั้น คือภาพที่กรมธนารักษ์ประกาศว่านี่คือภาพของเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง และจะยึดไป เปึนของที่ราชพัสดุ วันนี้ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกยอมไม่ได้จริง ๆ ครับ บอกผมมาเลยว่า วันนี้อย่างไรก็ยอมไม่ได้รัฐบาลโดยเฉพาะกรมธนารักษ์ต้องหาทางออก แต่ผมมีทางออกให้ครับ หลังจากเห็นภาพนี้แล้วที่ต้องการจะชี้ว่านี่คือเมืองพิษณุโลกทั้งเมืองที่ประชาชนอยู่มา ชั่วอายุคนและมีโฉนดมาชั่วอายุคนจะถูกยึดเปึนของกรมธนารักษ์ โดยที่กรมธนารักษ์ ไม่ใช่ยึดไปเฉย ๆ ไม่ใช่ยึดไปแล้วแล้วจะมาขุดเพื่อจะพัฒนาเปึนกําแพงเมือง-คูเมือง แต่บอกว่าหลังจากยึดเสร็จแล้วจะให้เช่าป้ต่อป้ ประชาชนบอกรับไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่ผม จะขออนุญาตโชว์ท่านประธานครับว่า ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่กรมธนารักษ์ บอกในรูปแบบของแผนที่ที่ผมโชว์ไป ๔๓๓ รายนั้นปรากฏว่าเกือบทั้งหมดเลยครับ เห็นได้ข่าวว่ามีประมาณ ๒ รายที่ไม่มีโฉนด ผมจึงย้ําว่าวันนี้ประชาชนชาวพิษณุโลก ให้กราบเรียนท่านประธานว่าเราไม่ใช่เปึนผู้บุกรุกเราเปึนผู้มีโฉนด ดังนั้นญัตติของผม จึงเขียนไว้ชัดเจนว่า ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ปัญหาการมีเอกสารสิทธิที่เปึนโฉนดที่เปึนที่ดินทับซ้อนเขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง เราไม่ใช่เปึน ผู้บุกรุกนะครับ แต่กรมธนารักษ์กําลังบอกว่า ประชาชนชาวพิษณุโลกคือผู้บุกรุก วันนี้ ต้องย้ําอย่างนี้นะครับ นี่คือตัวอย่างโฉนดที่ผมมีโอกาสได้กลับไปในพื้นที่และขอจากพี่น้อง ประชาชนเพื่อจะมาโชว์ให้กับท่านประธานดูว่านี่คือโฉนดรุ่นเก่า โฉนดฉบับนี้ พ.ศ. ที่ออกคือ พ.ศ. ๒๔๘๖ ถ้าคิดถึงวันนี้แล้วอายุประมาณเกือบ ๗๐ ป้ ๖๐ กว่าป้ เกือบ ๗๐ ป้ แล้วก็ เปลี่ยนมือคนมาเปึนสิบมือเลยครับ ซึ่งกําลังจะชี้ให้เห็นว่าวันนี้ประชาชนเขาทําตาม กฎหมายที่ที่ดินกําหนดไว้ทุกอย่าง ดังนั้นอยากจะย้ํากับท่านประธานนะครับว่า เปึนข้อเรียกร้อง ที่จะเรียกร้องผ่านไปยังกรมธนารักษ์ว่าวันนี้ประชาชนชาวพิษณุโลกเขาอยู่เย็น อยู่กัน อย่างมีความสุขกันมานานแล้วครับ แล้วผมได้อ่านประวัติศาสตร์อยู่ชิ้นหนึ่ง ขอโทษทีนะครับ ที่เกือบจะลืม หลังจากที่มีปัญหาที่กรมธนารักษ์บอกว่าประชาชนชาวพิษณุโลกนั้นมีการบุกรุก เขตแนวกําแพงเมือง-คูเมือง ผมจึงจําเปึนต้องเข้าไปค้นหาประวัติศาสตร์ของ กําแพงเมือง- คูเมือง ของคนพิษณุโลกครับ กําแพงเมือง-คูเมือง ของจังหวัดพิษณุโลก ในหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ทุกเว็บไซต์เขียนมาคล้าย ๆ กัน ผมจะอ่านสั้น ๆ นิดหนึ่งว่า กําแพงเมือง-คูเมือง พิษณุโลกสันนิษฐานว่าชั้นเดิมน่าจะเปึนกําแพงดิน ต่อมาในรัชสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถพระองค์ได้เสด็จมาประทับที่เมืองพิษณุโลก และได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะกําแพงเมืองพิษณุโลกให้สมบูรณ์ มั่นคงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟัาจุฬาโลกมหาราชได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อปัอมปราการและ กําแพงเมืองพิษณุโลก ย้ํานะครับ คนพิษณุโลกบอกมาว่าต้องย้ําประโยคนี้ว่า ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟัาจุฬาโลกมหาราชได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อปัอมปราการและ กําแพงเมืองพิษณุโลกเพื่อมิให้พม่าเข้ามายึดเมืองนี้ และใช้เปึนสถานที่มั่นในการทําศึกกับไทย ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าแม้ในเชิงประวัติศาสตร์กําแพงเมืองพิษณุโลก