เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ เสนอผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาของประเทศไทยในด้านโทรคมนาคม และหารือเรื่องเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ ยังหารือเรื่องการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม การคงสิทธิในการใช้เลขหมายโทรศัพท์เดิม การกระจายบริการโทรคมนาคมในชนบทห่างไกล และบทบาทของ กทช. ในความไม่สงบภาคใต้ รวมถึงการให้ กทช. ร่วมจัดการระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมเพื่อส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และวิทยุชุมชน โดยขอให้ กทช. ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม ศาสตราจารย์เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้รับมอบหมาย จากท่านประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้มาทําหน้าที่ในการชี้แจง รายงานผลการดําเนินงานของคณะกรรมการแทนในวันนี้ ก่อนอื่นกระผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้กรุณาให้คําถาม ให้คําแนะนํา ให้ข้อเสนอแนะ รวมทั้งบางท่าน ก็ให้ข้อตําหนิติเตียน บางท่านให้กําลังใจ บางท่านให้ความเห็นใจในการทํางานของ กทช. ผมรู้สึกเปึนเกียรติอย่างยิ่งที่วันนี้มีคําถามและข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ผมจดไว้ ๕๕ ข้อ ด้วยกันนะครับท่าน ซึ่งถ้าให้ตอบแต่ละข้อ ข้อละ ๒ นาทีก็ต้องเปึน ๑๐๐ นาทีแล้ว แต่จะขอความกรุณาอย่างนี้ครับว่าจะตอบโดยภาพรวมทั้งหมด เพราะว่าคําถาม หลาย ๆ คําถามซ้ํากันซ้อนกันและใกล้เคียงกัน คําถามที่ ๑ ถามว่าทาง กทช. เองได้ติดตามดูแล เรื่องผลสํารวจเปรียบเทียบสถานภาพของกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับ ประเทศอื่นเปึนอย่างไรบ้าง ก็ขอเรียนว่าในกิจการโทรคมนาคมมีตัวชี้ที่วัดว่าแต่ละประเทศ จะมีระดับการพัฒนามากน้อยแค่ไหนเพียงใด ในระยะหลังนี้ก็ดูจาก ๑. จํานวนเลขหมาย โทรศัพท์ที่มีการใช้งานในประเทศ ๒. จํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และ ๓. จํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ที่มีความเร็วสูง ก็ขอเรียนว่าในประเทศไทยเรามีเลขหมายโทรศัพท์ประจําที่ประมาณ ๘ ล้านเลขหมาย มีการใช้งานประมาณ ๗ ล้านเลขหมายเศษ ยังไม่เต็มทั้ง ๘ ล้านเลขหมาย มีโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโทรศัพท์มือถือที่มีเลขหมายใช้งานอยู่ประมาณ ๕๔ ล้านเลขหมาย เพราะฉะนั้นถ้ารวมกันแล้วก็เปึนจํานวนประมาณ ๖๒ ล้านเลขหมาย คือเกือบเท่ากับ จํานวนประชากรของประเทศไทย ส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีประมาณ ๑๓ ล้านเลขหมายเศษ ส่วนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีผู้ใช้งานประมาณ ๒ ล้านเลขหมายก็อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเทียบการพัฒนาของประเทศไทยในกิจการโทรคมนาคม
คําถามที่ ๒ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง แล้วก็พูดถึงว่าการที่จะนํามาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ยกตัวอย่าง เช่น ระบบโทรศัพท์ยุคที่ ๓ หรือที่เรียกว่า ๓ จี หรือระบบที่เปึนบรอดแบนด์ ไวร์เลส แอคเซส (Broadband wireless access) หรือโทรศัพท์ไร้สายความเร็วสูง ประเภทไวไฟ ไวแมกซ์ ก็ขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า กิจการโทรศัพท์ยุคที่ ๓ เปึนกิจการที่ถ้าเข้าระบบที่ใช้คลื่นวิทยุ ในยุคที่ ๓ ต้องเปึนคลื่นในกลุ่มที่ทางสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศจัดไว้เปึนย่าน ๒.๑ กิกะไบต์ ส่วนคลื่นความถี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในประเทศไทยเรานี้ก็มีระบบที่ใช้ตั้งแต่ แรกเริ่มเรามีเลยย่าน ๔๗๐ เมกะเฮิรตซ์ ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๙๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๑,๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็มีการจัดสรรย่าน ๒.๑ กิกะไบต์ ไปด้วย เพราะฉะนั้นการพัฒนาจากระบบ ปัจจุบันที่เรียกว่าเปึนยุคที่ ๒ หรือ ๒.๕ จี (๒.๕ G) มาสู่ยุคที่ ๓ นี่นะครับ ก็จะมีวิธีการ ที่กระทําได้ ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือมาใช้ระบบคลื่นใหม่เลย ซึ่งตรงนี้ก็ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ได้มีการจัดสรรคลื่นสําหรับใช้ในกิจการ ๓ จี โดยกรมไปรษณีย์โทรเลขตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ได้จัดสรรให้ทางตอนนั้น ทศท. กับ กสท. เพื่อใช้งานร่วมกันนะครับ ตอนนั้นผมจําได้แม่น เพราะผมเปึนผู้อนุญาตเองตอนที่ดํารงตําแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขอยู่นะครับ แต่ว่ายังไม่ได้ใช้งานเต็มที่ในลักษณะที่เปึน ๓ จี ส่วนคลื่นปัจจุบันนี้ที่ใช้งานอยู่นี่ โดยพัฒนาการของเทคโนโลยีแล้วสามารถที่จะมีการที่เรียกว่าพัฒนามาสู่ระบบ ๓ จีได้ โดยขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับท่านประธาน ก็คือระบบ ไมเกรชั่น (Migration) จากเทคโนโลยีปัจจุบันมาเปึนยุค ๓ จี ซึ่งตอนนี้ก็มีการมาขออนุญาตดําเนินการส่วนนี้ แล้วเราก็ดําเนินการให้ตามที่ผู้ประกอบกิจการเขาต้องการ และเมื่อได้ไปแล้วนี่ก็จะมี หลักเกณฑ์ กฎเกณฑ์ กติกาที่จะสามารถดําเนินการได้ตามที่ กทช. กําหนด ส่วนเรื่องไวไฟ ไวแมกซ์ ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าขอเรียนรวมกับเรื่องคลื่นความถี่ครับ การบริหารจัดการ คลื่นความถี่ บังเอิญตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๔๐ ตอนนั้นมีผลทําให้ออก พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งกําหนดให้มีองค์กรกํากับดูแล ๒ องค์กร คือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กับคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กสช. แต่บังเอิญ กสช. ยังไม่มาครับ กทช. เพิ่งมาเมื่อป้ ๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ก็ขอเรียนว่าอย่างนี้ครับ บังเอิญในกฎหมายนี้ เขียนเอาไว้ว่าเรื่องการบริหารจัดการเรื่องคลื่นวิทยุหรือคลื่นความถี่กฎหมายเขียนเอาไว้ว่า ให้ กทช. และ กสช. ต้องจัดทําแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ขึ้นมาก่อนนะครับ แล้วก็ให้จัดทําตารางกําหนดคลื่นความถี่วิทยุของชาติขึ้นมา โดยทําร่วมกับทาง กทช. กับ กสช. ทีนี้ตอนที่ กทช. มาแล้วยังไม่มี กสช. นี้นะครับ เราก็มีปัญหาว่าเมื่อยังไม่มี กสช. นี้ ยังไม่มีแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทําหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ได้หรือไม่ เราจึงได้สอบถามและหารือไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกาท่านก็ได้กรุณาให้ คําแนะนําวินิจฉัยมาว่าเมื่อยังไม่มีแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ แต่ กทช. ได้มี การจัดทําแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมแล้วก็ให้ใช้แผนแม่บทเปึนแนวทาง ตารางกําหนด คลื่นความถี่วิทยุแห่งชาติ ซึ่งเดิมทีเคยทําไว้สมัยที่กรมไปรษณีย์โทรเลขรับผิดชอบก็ได้ สอบถามไปว่าจะใช้ตารางกําหนดคลื่นความถี่อันนั้นได้ไหม ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านกรุณาแนะนําว่าใช้ไม่ได้ แต่ขอให้ใช้ตารางกําหนดคลื่นความถี่วิทยุของโลกที่สหภาพ โทรคมนาคมกําหนดไว้ ซึ่งตรงนี้เราก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าตารางกําหนดคลื่นความถี่เดิมที่เราทําไว้ก็สอดคล้อง กับตารางกําหนดคลื่นความถี่ของโลกที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศกําหนด เอาไว้นะครับ แล้วท่านก็บอกว่าเงื่อนไขอันที่ ๓ ก็คือต้องมีการจัดทําแผนความถี่วิทยุ ในแต่ละย่านที่จะจัดสรร ซึ่งอันนี้ทาง กทช. ก็ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้วจากแผนความถี่วิทยุเดิม ที่ทําโดยกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่ วิทยุที่มีอยู่ในสมัยก่อนได้ทําไว้ เพราะตอนนี้ปรับมาเปึนแผนความถี่ของทาง กทช. เมื่อเปึนอย่างนั้นแล้วก็ปรากฏว่าแผนคลื่นความถี่เกี่ยวกับเรื่องไวแมกซ์ ไวไฟนี่ยังไม่ได้ ทําครับ ตอนที่มาเปึน กทช. นี่ สมัยกรมไปรษณีย์โทรเลขยังไม่มีเพราะตอนนั้นเทคโนโลยี ยังไม่ได้พัฒนามานะครับ เพราะฉะนั้นเราก็เริ่มทําแผนความถี่ทางด้านนี้ก็ปรากฏว่า มีข้อถกเถียงกันมากว่าจะใช้คลื่นในย่านไหนสําหรับใช้ในกิจการไวแมกซ์ ก็จะมีตั้งแต่ ย่าน ๒.๓ ๒.๔ ๒.๕ ๓.๕ เปึนต้น ๕.๘ และย่าน ๗.๗ อะไรอย่างนี้นะครับ ดังนั้นก็ยังหา ข้อยุติไม่ได้เราก็เลยออกเปึนแผนชั่วคราว เพื่อให้มีการทดลอง ทดสอบ ก็มีการมาขออนุญาต ไปทดลอง ทดสอบประมาณ ๑๕ รายก็จะใช้เวลาประมาณ ๓ เดือน หลังจากนี้ ๓ เดือน เมื่อมีการทดลอง ทดสอบเสร็จแล้วเราก็จะมาปรับปรุงทําแผนไวแมกซ์ ไวไฟเมื่อทําแผน เสร็จแล้วก็จะสามารถจัดสรรคลื่นสําหรับ ไวไฟ ไวแมกซ์ ได้ เรื่องนี้ก็ขอกราบเรียน
สําหรับอันที่ ๓ ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการแข่งขันโดยเสรีอย่างเปึนธรรม ที่มีประเด็นเกี่ยวกับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมว่าเท่าที่ทราบยังรู้สึกว่าไม่มีการแข่งขัน โดยเสรีอย่างเปึนธรรมที่แท้จริง อันนี้ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ของไทยในปัจจุบันนี้มี ๒ ลักษณะนะครับ ลักษณะที่ ๑ เปึนกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาต เปึนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจาก กทช. ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้รับใบอนุญาตทางด้านโทรคมนาคม และทางด้านอินเทอร์เน็ตนี้รวมกันแล้วประมาณ ๑๖๐ ราย จากเดิมที่มีผู้ดําเนินการเพียง ๒ ราย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเปึนผู้ที่กฎหมายเรียกว่าได้รับอนุญาต หรือสัญญา หรือสัมปทาน จากองค์กรของรัฐ เช่น บริษัทโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ทั้ง ๓ ราย ที่เปึนคู่สัญญาในลักษณะ ที่ได้สัญญาหรือสัมปทานจากองค์กรของรัฐนะครับ ซึ่งตรงนี้มีประเด็นปัญหาที่ทําให้ทาง กทช. เองก็ไม่สามารถที่จะจัดการให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเปึนธรรมเต็มรูปแบบได้ เพราะว่าภาระหรือเงื่อนไขตามสัญญาร่วมการงานหรือสัญญาสัมปทานนี้ยังเปึนภาระ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข และตรงนั้นเปึนสัญญาสัมปทานหรือสัญญาร่วมการงานที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของทางรัฐบาล ทาง กทช. กฎหมายไม่ได้เขียนให้ไปเปึนผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบในการจัดการตรงนี้ ก็เปึนประเด็นที่ยังติดค้างกันอยู่นะครับ
ส่วนปัญหาถัดไปเปึนเรื่องเกี่ยวกับกรณีที่มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่อง การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม หรือที่รู้เปึนภาษาอังกฤษเรียกว่า อินเตอร์คอนเน็คชั่น ชาร์จ อันนี้ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเปึนหลักการที่สําคัญ ที่กฎหมายได้กําหนดเอาไว้ในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมป้ ๒๕๔๔ ว่าให้ทาง กทช. นี่กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการที่จะให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่าย และต้องเป่ดโอกาสให้คนที่ไม่มีโครงข่าย ที่เปึนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมมาขอใช้หรือเช่าใช้ได้ด้วย อันนี้ทาง กทช. ก็ทําหลักเกณฑ์ ออกมาแล้ว แต่ก็มีกรณีที่ติดพันกันอยู่จากเรื่องเดิมที่ทางหน่วยงานของรัฐที่เปึนผู้ให้บริการ ขออนุญาตเอ่ยชื่อก็คือทางด้านบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) ท่านก็ยังมีสัญญาในลักษณะ ที่เปึนค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ท่านทํากับภาคเอกชนอยู่ก็ยังเปึนกรณีเรื่อง เอซี (AC) กันนะครับ ตรงนี้ก็ขอเรียนว่าเปึนเรื่องที่ทาง กทช. ได้ยึดหลักการตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติการ การที่ให้มี การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามกฎหมายที่กําหนดนี้ก็คือเพื่อเปึนหลักประกันว่า ผู้ประกอบกิจการไม่ว่าจะเปึนรายเล็ก รายใหญ่ รายกลาง หรือผู้ที่มีโครงข่ายหรือไม่มีโครงข่ายนี้ ก็สามารถจะเชื่อมโยงโครงข่ายกันได้เพื่อเปึนหลักประกันให้ผู้ใช้บริการนี้สามารถที่จะติดต่อ ระหว่างผู้ให้บริการต่างกันได้ อันนี้ก็เปึนหลักประกัน
ส่วนปัญหาถัดไปก็เปึนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการที่จะให้มีการสามารถ คงสิทธิในการใช้เลขหมายโทรคมนาคม หรือเลขหมายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่เดิม โดยสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเลขหมาย อันนี้ก็ขอเรียนอย่างนี้ว่า ตามกฎหมายนี้เขียนเอาไว้ว่าให้ กทช. ดําเนินการ เมื่อทางผู้ประกอบการเอง มีความพร้อมแล้วก็ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งอันนี้ทาง กทช. เองก็ได้ ว่าจ้างผู้ชํานาญการ ที่ปรึกษามาทําการศึกษาให้แล้ว ก็สรุปผลแล้ว แล้วก็ได้ยกร่าง หลักเกณฑ์ วิธีการ แล้วก็เป่ดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องของการคงสิทธิ เลขหมายไว้แล้วนะครับ หลักการ วิธีการที่ทําเกี่ยวกับหลักเกณฑ์เรื่องการคงสิทธิ เลขหมายคือ สามารถใช้เลขหมายเลขเดียวไม่ว่าจะย้ายไปผู้ให้บริการรายใดได้นะครับ ก็มั่นใจว่าหลักเกณฑ์ วิธีการจะสําเร็จภายใน ๒ เดือนนี้นะครับ ขออนุญาตตอบท่านได้ แต่ว่าการที่จะใช้งานได้จริงอาจจะต้องมีเวลาเตรียมการพอสมควร เพราะมีเรื่องเกี่ยวข้อง กับระบบเคลียริ่ง เฮาส์ (Clearing house) หรือระบบที่จะต้องมีระบบทางคอมพิวเตอร์ ที่ต้องมีฐานข้อมูลเลขหมายผู้ให้บริการของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ใช้เลขหมาย อยู่ประมาณ ๕๔ ล้านเลขหมายนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องไปเตรียมการทางด้าน ระบบเคลียริ่ง เฮาส์ หรือคอมพิวเตอร์ทางฐานข้อมูลทั้งหลาย และผู้ประกอบการกิจการ โทรคมนาคมจะต้องเตรียมในการที่จะจัดทําฐานข้อมูลอันนี้ให้พร้อม ก็คิดว่าถ้าไม่มี ปัญหาอุปสรรคใด ๆ ต้นป้หน้าหรือว่าในไตรมาสแรกของป้หน้าหรือถัดไปจึงจะสามารถใช้ได้ เพราะต้องมีการเตรียมการส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ว่ากฎกติกาใน ๒ เดือนนี้เสร็จแน่นอน
ส่วนอันถัดไปก็เปึนเรื่องที่คําถามถามตรงกันก็คือว่า ทาง กทช. เอง ได้ดูแล ในการที่จะจัดการให้มีการลดช่องว่างระหว่างผู้ใช้บริการในเมืองกับในชนบทห่างไกล อย่างไร ก็ขอเรียนว่าหลักเกณฑ์การกระจายบริการโดยทั่วถึงที่ทาง กทช. ได้ทํากําหนดไว้ ตามกฎหมายกําหนดไว้อย่างนี้ว่า ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มาขออนุญาตจาก กทช. ตามกฎหมายกําหนดไว้ให้เลือกได้ ๒ อย่าง ๑. ก็คือว่าต้องลงไปให้บริการในพื้นที่ ห่างไกลชนบทด้วย หรือ ๒. ถ้าไม่ไปต้องจ่ายเงินจากรายได้ที่มีอยู่จํานวน ๔ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเข้ากองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ และกองทุนพัฒนา กิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะนี้ตามกฎหมายก็เขียนเอาไว้ว่าให้ กทช. สามารถนําไปใช้ได้ใน ๓ วัตถุประสงค์ด้วยกัน วัตถุประสงค์ที่ ๑ เปึนวัตถุประสงค์หลักก็คือ ต้องจัดการให้มีการกระจายบริการโดยทั่วถึงไปยังชนบทห่างไกล อันที่ ๒ ต้องส่งเสริม งานวิจัยและพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อันที่ ๓ ต้องใช้ในการพัฒนา บุคลากรด้านโทรคมนาคม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายบริการโดยทั่วถึงตามแผน ที่ทําไว้ ๓ ป้เดิมนี้นะครับ ก็มีแผนการอย่างที่ปรากฏในรายงานว่าจะกระจายไปยัง ๖,๐๐๐ หมู่บ้านที่ยังไม่มีโทรศัพท์สาธารณะไปถึง แล้วก็ไปตั้งโทรศัพท์ที่สถานีอนามัยอีก ๔,๐๐๐ แห่ง แล้วก็มีการจัดให้มีการแจกจ่ายบัตรโทรศัพท์คนพิการ ผู้สูงอายุที่รายได้น้อย จํานวน ๑ ล้านใบ ใบละ ๑๐๐ บาท ซึ่งอันนี้ก็ได้ประสานงานกับทางกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในการที่จะดําเนินการส่วนนี้อยู่นะครับ ก็ขอเรียนว่า อันนี้เปึน เรื่องที่ตอบควบกันกับเรื่องการบริหารจัดการกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ สาธารณะที่ได้มีผู้ถามมาแล้ว
ส่วนเรื่องคําถามเกี่ยวกับที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และมี บทบัญญัติในมาตรา ๔๗ กําหนดให้มีการยุบรวมองค์กรกํากับดูแลจากที่เดิมมีอยู่ ๒ องค์กร คือ กทช. และ กสช. ให้เปึนองค์กรเดียว อันนี้ก็ขอเรียนความคืบหน้าอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายนี้อยู่โดยส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณามาตั้งแต่ต้น และเพิ่งได้รับทราบว่าตอนนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาเสร็จครบทุกมาตราแล้ว และกําลังจะนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะนําเสนอต่อรัฐสภาต่อไปก็ขอเรียน ความคืบหน้า ก็ขอเรียนปัญหาทั้งหมดว่าบางท่านได้กรุณาให้คําแนะนําที่เปึนประโยชน์นะครับ ที่ทาง กทช. เอง จะขอรับไปดําเนินการในส่วนที่คิดว่าจะสามารถทําได้เร็วที่สุด ส่วนที่จะต้องใช้เวลา ก็ขอความกรุณาว่าคงจะต้องขอในการที่จะประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย
สําหรับเรื่องที่อยากจะเรียนตอบอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องบทบาทของ กทช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความไม่สงบทางภาคใต้นะครับ ก็ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วทาง กทช. ก็ได้ ร่วมดําเนินการอยู่ แต่ว่าโดยที่ตามพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินทางภาคใต้ ได้มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปึนแม่งานรับผิดชอบ ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม แต่ทาง กทช. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับท่านประธาน ก็ได้ร่วมมือกับทางสํานักงาน ปปง. (สํานักงานปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ในการที่ศึกษาทางเทคนิค ทางเทคโนโลยีเพื่อที่จะตรวจสอบว่าการที่มีการนําเอาโทรศัพท์ ไปใช้ในการกดระเบิดหรืออะไรก็ดี เราร่วมกันทําการศึกษาอยู่มาถึงขั้นสุดท้ายแล้วครับว่า เราจะสืบหาทางเดินของข่าวสารที่ส่งผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อจะได้ตรวจสอบได้ว่า มาจากไหน และมีแหล่งทางการเงินสนับสนุนอย่างไรหรือไม่ ตรงนี้ก็ได้ทําทางเทคนิค เกือบเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ
ส่วนในเรื่องที่ท่านได้เสนอแนะและสอบถามว่า มีโครงการที่จะให้ทาง กทช. ไปร่วมในการที่จะจัดการให้มีระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมที่จะส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ต ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่อย่างไร อันนี้เปึนเรื่องที่ทาง กทช. เองยังไม่ได้ดําเนินการ แต่ว่าได้พิจารณากันอยู่ก็จะขอรับไปพิจารณาต่อครับว่าจะสามารถร่วมกับหน่วยงาน ที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการเรื่องนี้อย่างไรต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเรียนอีกอย่างหนึ่งนะครับ ได้มีท่านผู้ทรงเกียรติ ได้พูดถึงรายงานของ กทช. ที่จัดทํา ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่ารายงานที่ กทช. ได้นําเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรก็ดี หรือวุฒิสภาก็ดี อันนี้เปึนรายงานที่ทํามาเปึนป้ที่ ๓ ตั้งแต่ กทช. ได้มาทํางานเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ ก็ได้ทําตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ป้ ๒๕๔๓ มาตรา ๗๔ กําหนดเอาไว้ ให้รายงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินการ ทางด้านการบริหารคลื่นความถี่ การประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ได้ลงรายละเอียด ในเรื่องการเงิน การบุคคล อันนี้ก็คงเปึนเรื่องบังเอิญ ไม่ใช่บังเอิญครับ เปึนเรื่องที่ได้ดําเนินการ จากที่ได้ดําเนินการเมื่อ ๒ ป้ที่แล้วมา แต่ถ้าท่านต้องการข้อมูลตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมเองจะขอส่งเปึนเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลทางด้านการงบประมาณ การบุคคล เพื่อที่ท่านจะได้มีข้อมูล แล้วถ้าเผื่อท่านมีข้อสงสัยประการใดก็สามารถที่จะเชิญหรือเรียก ทาง กทช. มาชี้แจงเพิ่มเติมได้ครับ ก็ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ผมไม่ทราบว่าผมได้ตอบ ปัญหาหมดไหม เพราะทั้งหมดมี ๕๓ คําถามนะครับ ถ้าท่านจะกรุณายังให้เวลาผม ผมก็จะตอบต่อไปนะครับ
ในคําถามถัดไปก็เปึนคําถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวิทยุชุมชนซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ ที่ท่านได้สอบถามตรง ๆ กันหลายคําถามนะครับ ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า เรื่องวิทยุชุมชนก็ดี เรื่องกิจการวิทยุกระจายเสียงก็ดี เรื่องกิจการวิทยุโทรทัศน์ก็ดี จริง ๆ แล้วตามกฎหมาย อยู่ในความรับผิดชอบของ กสช. แต่บังเอิญ กสช. ยังไม่เกิดขึ้น ก็มีประเด็นที่บังเอิญ ตามกฎหมายบัญญัติเอาไว้ว่าให้ กทช. และ กสช. นี่นะครับร่วมกันทํางานอันหนึ่งก็คือ การตรวจสอบการใช้คลื่นวิทยุ ก็ขอเรียนว่าอย่างนี้ครับว่าทาง กทช. เอง โดยสํานักงาน กทช. ก็มีสถานีตรวจสอบการใช้ความถี่วิทยุอยู่ทั่วประเทศ ๑๔ แห่ง ก็ทําหน้าที่ในการตรวจสอบ ตรงนี้ ก็ขอเรียนว่า อันที่ ๑ ที่คําถามว่า สถานีวิทยุชุมชนมีการรบกวนต่อกิจการสื่อสารการบิน หรือไม่อย่างไร ก็ขอเรียนว่าทางสํานักงาน กทช. ได้รับหลักฐานรายงาน แต่บังเอิญวันนี้ ไม่ได้ติดตัวมาด้วยนะครับ ก็คือว่าทางกัปตันนักบินได้อัดเทปไว้เลย แล้วทางบริษัทวิทยุการบิน ก็ได้ส่งมาให้ทางสํานักงาน กทช. ก็ขอเรียนยืนยันว่ามี แต่ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ไม่ใช่ว่า คลื่นวิทยุจะไปรบกวนการบินโดยตรงก็คือ เครื่องบินแต่ละลําเมื่อบินขึ้นไปอยู่ข้างบนแล้ว พอเข้าอาณาเขตประเทศไทย บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทยจะต้องจับคลื่นสัญญาณ ที่จะติดต่อกับเครื่องบินที่บินทุกลํา ทีนี้ในระหว่างที่เครื่องบินบินทุกลํานี่ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่กําลังจะลงจอดที่ท่าอากาศยานต่าง ๆ จะต้องติดต่อประสานงานโดยใกล้ชิดกับ ทางหอบังคับการบินของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด ทีนี้ผมได้เรียนถาม รายละเอียดแล้วก็ปรากฏว่าเขาบอกว่าเครื่องบินบินประมาณ ๘ กิโลเมตร ต่อ ๑ วินาที ทีนี้ถ้า ๒ ลํา สมมุติบินมาใน ๑ วินาทีก็คือ ๑๖ กิโลเมตรที่มีโอกาสจะชนกัน วิทยุการบิน เขาจะบังคับนะครับว่า ถ้าสมมุติเครื่องบินเยอะ ๆ นี่นะครับ เครื่องบินจํานวนมากเขาจะให้มี เครื่องบินบินในระดับที่ต่างกันเพื่อหลีกเลี่ยงกัน ตรงนี้จะมีปัญหาเกิดขึ้นจากการสื่อสาร ก็คือว่า ถ้าเผื่อในช่วง เช่น ๓๐ วินาทีก็ดี ๑ นาทีก็ดี ถ้าติดต่อระหว่างเครื่องบินกับสถานี ควบคุมการบิน หอบังคับการบินของบริษัทวิทยุการบินติดต่อกันไม่ได้อาจจะทําให้ เกิดอุบัติเหตุได้นะครับ อันนี้ก็เรียนเปึนข้อมูลตรงนี้จริง แต่ว่าโชคดีที่ยังไม่เคยเกิดเหตุ เมื่อตอนที่อยู่ที่ดอนเมืองปรากฏว่ามีสถานีวิทยุชุมชนที่เรียกว่า วิทยุชุมชน อยู่ในรอบ สนามบินจํานวนมากถึง ๓๐ สถานีที่ทางเราเคยตรวจสอบนะครับ แต่ก็ขอเรียนว่าโชคดี ที่ยังไม่เกิดเรื่อง ถ้าเกิดเรื่องก็คงจะเปึนปัญหาระหว่างประเทศในด้านกิจการเดินอากาศ การบินนี่นะครับ
นอกจากนี้ก็ขอเรียนตอบเรื่องวิทยุชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็บังเอิญมีพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ป้ ๒๕๕๑ ออกมาบังคับใช้แล้วก็กําหนดไว้ในบทเฉพาะกาลบอกว่าให้ กทช. มีหน้าที่อยู่ ๔ ข้อด้วยกัน ข้อหนึ่งก็บอกว่าให้ กทช. ทําหน้าที่ในการออกใบอนุญาตให้แก่สถานีวิทยุชุมชน และบริการ โทรทัศน์ที่มาใช้คลื่นความถี่เปึนการชั่วคราวเปึนเวลา ๑ ป้ ตามที่คณะกรรมการ กทช. กําหนดตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่ กทช. กําหนด แต่บังเอิญก็ไปเขียนไว้ในมาตรา ๗๙ ว่า ให้ กทช. ต้องตั้งคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อช่วย กทช. ทํางาน เรียกว่า คณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์นะครับ ประกอบ ด้วยบุคคล ๒๒ คน ในจํานวนนี้ท่านก็กําหนดมาเลยว่าปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน แล้วก็มีผู้แทน ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ในข้อหนึ่งก็บอกว่า ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๖ คนที่ คณะรัฐมนตรีเปึนผู้พิจารณาแต่งตั้งจากสาขาต่าง ๆ ที่กฎหมายกําหนดนะครับ อันนี้ ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ทาง กทช. เอง เมื่อพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ ป้ ๒๕๕๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๕ นะครับ ทาง กทช. เองได้มีการประชุมกัน แล้วก็มีมติออกคําสั่ง ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาแล้วตามที่กฎหมายกําหนดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียน อย่างนี้ครับว่า แล้วในขณะเดียวกันก็ได้ทําหนังสือแจ้งไปทางคณะรัฐมนตรีให้แต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ๕–๖ คนตามที่กฎหมายกําหนดมาด้วยนะครับ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับรายชื่อมา แต่ว่าอย่างไรก็ตามจากพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองก็เป่ดโอกาสให้ว่า ถึงแม้จะมีคณะอนุกรรมการไม่เต็มที่ทั้งหมดก็สามารถจะทําหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ทาง กทช. ก็ได้กําชับไปทางเลขานุการให้เรียนต่อประธานอนุกรรมการ ในการที่จะให้มีการประชุมเพื่อดําเนินการเรื่องนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนว่า เรื่องวิทยุชุมชนนี้ทาง กทช. เองไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ก็จะดําเนินการตามที่กฎหมายกําหนด แต่ว่าในขณะเดียวกันบังเอิญกฎหมายเจตนาที่จะให้มีคณะอนุกรรมการมาช่วยกันทํางาน ก็จะดําเนินการตามนั้น ก็ขอเรียนว่าโดยหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยุชุมชนนี้มีประเด็น ที่เปึนปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ หรือคลื่นวิทยุ คือขอเรียนอย่างนี้ว่าสถานีวิทยุกระจายเสียง ไม่ว่าจะเปึนประเภทไหน สิ่งที่สําคัญอยู่ ๑. ก็คือเรื่องคลื่นวิทยุ ๒. เรื่องเครื่องส่งวิทยุ และเครื่องรับวิทยุ ๓. เรื่องคนที่จะทํางานเกี่ยวกับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ต่างๆ ซึ่งตรงนี้เรื่องคลื่นก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า คลื่นมีจํากัด ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มีการรบกวนกัน ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นก็คงเปึนประเด็นที่จะต้องดูแลว่าทําอย่างไรจึงจะสามารถ ให้มีสถานีวิทยุชุมชนจํานวนมากเท่าที่สมควรจะมีได้ แต่คงไม่สามารถจะให้มีได้ทั้งหมด เท่าจํานวนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะท่านจะพบว่ารบกวนกันค่อนข้างมาก ตรงนี้ก็ขอเรียน ว่าทาง กทช. จะพยายามทําหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดให้เร็วที่สุด แต่ก็คงต้องเรียนท่านว่า ก็เปึนประเด็นที่จะต้องมีขั้นตอนในการดําเนินการ เช่น จะต้องดูเรื่องการจัดทําแผน ความถี่สําหรับกิจการวิทยุชุมชน ต้องทําหลักเกณฑ์วิธีการในการที่จะจัดสรรและก็ อนุญาต อันนี้ก็ขอเรียนท่านประธานครับ อันนั้นก็เปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับกิจการวิทยุชุมชน ที่กฎหมายกําหนดให้เปึนหน้าที่ความรับผิดชอบของ กทช. นะครับ