คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และพูดถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ไม่ถูกต้องและกระทบกระเทือนต่อสถาบันสูงสุดของไทย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติทุกคนก็คงจะคิดว่ามันเปึนเรื่องเทคโนโลยี แล้วก็เปึนเรื่องพาณิชย์คือเงินทองเกี่ยวข้องมากมาย ซึ่งก็เปึนที่ทราบกันว่ามีอํานาจในการ ที่จะให้หรือไม่ให้ธุรกิจการบริการโทรคมนาคมกับประชาชนก็อยู่ที่สิทธิของท่าน แต่ว่า วันนี้ดิฉันอยากจะขออภิปรายประเด็นเกี่ยวกับทางด้านสังคมบ้าง เปัาหมายของท่าน ๗ ด้าน ประมาณ ๖ ด้านเกี่ยวกับธุรกิจ เกี่ยวกับเชิงพาณิชย์ เกี่ยวกับเทคโนโลยีแทบทั้งนั้น สิ่งที่ ดิฉันจะอภิปรายก็คงจะเปึนเรื่องที่อาจจะสอดคล้องหรือเกี่ยวเนื่องเกี่ยวโยงกับเปัาหมาย ข้อที่ ๕ ที่พูดว่า ด้านการส่งเสริมการศึกษาวัฒนธรรมสาธารณสุข ความมั่นคงสาธารณประโยชน์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนก็เปึน ๑ใน ๗ ซึ่งอีกประเด็นหนึ่งก็อาจจะเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับด้านส่งเสริมกิจการโทรคมนาคมเฉพาะกิจ ดิฉันทราบดีว่ายุคโลกาภิวัตน์เทคโนโลยี ก้าวไกลแล้วก็เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของมวลมนุษยชาติทุกหมู่เหล่าไม่ว่าจะเปึนใคร เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม ดิฉันเองก็เกี่ยวข้องแล้วก็ติดตามเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ดิฉันเปึนหนึ่งในผู้ก่อตั้งศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ที่เรารู้จักกันก็คือเนคเทค (NECTEC) นั่นเอง ก็หลายสิบป้มาแล้ว ดิฉันอาจจะไม่ทันสมัย ในด้านเทคโนโลยีเท่ากับทุก ๆ ท่านในขณะนี้นะคะ แต่ดิฉันก็คิดว่าเปึนเรื่องสําคัญมาก เทคโนโลยีในยุคนี้ก้าวไกล เพราะฉะนั้นบุคคลที่ใช้ถ้าเปึนคนดีก็คงจะใช้เทคโนโลยี ในทางที่ดีเปึนประโยชน์และสร้างสรรค์พัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า แต่ว่าถ้าเกิดเปึนคนไม่ดี ก็จะใช้เทคโนโลยีในทางที่เปึนพิษภัย จึงมีคําพูดว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมีคุณอนันต์ มีโทษมหันต์ ดิฉันก็ดีใจนะคะ ที่ดิฉันอยากจะชื่นชม แล้วก็ที่ทางคณะกรรมการได้ขึ้นต้นด้วยภารกิจ และเหตุการณ์สําคัญในรอบป้ ๒๕๕๐ ดิฉันคิดว่าเปึนบุญของแผ่นดินนะคะ ถ้าป้ ๒๕๕๐ ไม่ใช่เปึนวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้คงไม่เกิด ถ้าดิฉันเข้าใจผิดก็ขออภัยด้วยนะคะ เพราะว่าจัดกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษาซึ่งเปึนสิ่งดีงาม เปึนสิ่งที่น่าชื่นชมยิ่ง แล้วก็มีจัดกิจกรรมโครงการต้นแบบ ศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบทก็เปึนทางด้านสังคม แล้วก็กิจกรรมการบรรยาย วิชาการเฉลิมพระเกียรติ การจัดกิจกรรม กทช. รวมใจนักวิทยุสมัครเล่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน คือทั้ง ๓ โครงการนี้ถือว่าเปึนโครงการเฉพาะกิจทางโทรคมนาคม หรือ กทช. ที่ได้จัดขึ้น ในช่วงป้ ๒๕๕๐ ก็ขอชื่นชมในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งแล้วก็เราเปึนข้าแผ่นดิน เราทุกคน จงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันยิ่งกว่าชีวิต ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไปนี้ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจและความรู้สึกของคนไทยอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีสัญญาณหลายประการว่าส่อไปในทางที่เลวร้ายยิ่งขึ้น แล้วก็โดยเฉพาะหลายสิ่ง หลายเหตุการณ์ที่เทคโนโลยีสารสนเทศถูกใช้เปึนเครื่องมือที่ไม่ถูกต้องและเลวร้ายที่สุด เท่าที่ดิฉันเคยทราบมานะคะ สิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจของคนไทยไม่ใช่เพิ่งเกิดค่ะ ดิฉันยอมรับคงไม่ใช่คณะของท่าน แต่ดิฉันก็อยากจะฝากว่ายังไม่สายเกินไปค่ะ ทุก ๆ ครั้ง ดิฉันพูดถึงเรื่องนี้ดิฉันก็เศร้าสลดทุกครั้งว่าความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้คนชั่วร้าย ใช้วิชาความรู้เทคโนโลยีไปในทางที่กระทบกระเทือนจิตใจของคนไทยทั้งชาติ นั่นก็คือ สถาบันสูงสุดสถาบันกษัตริย์ของพวกเราที่อยู่กับพวกเรา แล้วก็สร้างชาติพันธุ์ของพวกเรา มาหลายร้อยป้ เรื่องที่ดิฉันจะอธิบายก็สืบเนื่องจากในช่วงป้ ๒๕๔๗ เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเปึนเปัาหมายหนึ่งในภารกิจของ กทช. แล้วก็หมิ่นเหม่ กระทบกระเทือนต่อสถาบันสูงสุดของปวงชนชาวไทยและจิตใจของพี่น้องประชาชน ต้องย้ํากับท่านประธานและสมาชิกว่ามันเปึนเหตุการณ์ต่อเนื่องเสมือนอาชญากรรม ต่อเนื่องที่กระทําต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขก็ว่าได้ มีการ จัดทําเปึนกระบวนการ เปึนระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเปึนเครื่องมือ ดิฉันคงจะไม่ต้อง พูดถึงเรื่องการทําบุญวัดพระแก้ว เรื่องธงไตรรงค์ เรื่องสถานีเอ็นบีที (NBT) ที่เสนอข่าว ที่ไม่เปึนมงคลเมื่อวันจักรีเมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งดิฉันก็ได้กล่าวกับท่านประธานได้พูด ไปแล้วในอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมา รวมไปจนถึงบุคคลที่ไม่ยืนในโรงหนังต่อเพลง สรรเสริญพระบารมี แล้วก็ดิฉันถือว่าเปึนอาชญากรรมอันเปึนปรปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขเกือบทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นในเมืองไทยโดยฝ้มือคนไทยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันเรียนแล้วว่าดิฉันเปึนกรรมการของเนคเทค และเปึนหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดิฉันติดตาม แล้วก็เมื่อป้ ๒๕๔๘ ดิฉันได้เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศสื่อสาร และการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เปึนประสบการณ์โดยตรงที่ดิฉันได้เชิญบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ มาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องบุคคลที่ดิฉันว่าเปึนคนไม่ดี หรือเปึนบุคคลชั่วร้าย ที่จัดทําเว็บไซต์ (Web site) จาบจ้วงหมิ่นสถาบันตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๗ ที่มีชื่อเว็บไซต์ว่า มนุษยดอทคอม (manusaya.com) ท่านประธานและสมาชิกคงเคยได้ยินว่ามีการเผยแพร่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกก่อนที่ รัฐบาลในสมัยนั้นจะตัดสินใจหรือมีจิตสํานึกที่จะป่ดเว็บไซต์นี้เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๔๘ ท่านประธานคะ ดิฉันนําเรื่องนี้มาเรียนก็คือว่า มันเกี่ยวข้องกับกระทรวงไอซีที แล้วก็เกี่ยวข้อง กับโทรคมนาคม เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ ดิฉันกราบเรียนว่า ดิฉันได้เชิญกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงไอซีที แล้วก็สภาความมั่นคงแห่งชาติมาให้ความชัดเจนว่าทําไมตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จนถึงป้ ๒๕๔๘ ที่ดิฉันเปึนประธานคณะกรรมาธิการนั้นทําไมรัฐบาลจึงไม่สามารถที่จะยุดยั้ง สิ่งเลวร้ายเหล่านี้ได้ ทุกหน่วยงานก็บอกว่าปัญหาด้านเทคโนโลยี แล้วก็ปัญหาเว็บไซต์นี้ ตั้งอยู่ที่ต่างประเทศ เขาไม่มีความสามารถที่จะไปป่ดหรือไปหยุดเว็บไซต์ที่เผยแพร่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปทั่วโลกได้ มีอยู่หน่วยงานเดียวค่ะท่านประธานคะคือ สภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อเราสอบถาม ซักถาม บอกเราเปึนคนไทย เรามีหน้าที่รับผิดชอบความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์อันเปึนที่รักยิ่งของพวกเรานี้ถูกจาบจ้วงอย่างนี้ทําไม เราไม่สามารถ คนไทยนี้จนปัญญาแล้วหรือ ผู้แทนจากสภาความมั่นคงแห่งชาตินะคะ พูดด้วยเสียงสั่นเลยนะคะว่า ฟังเรื่องนี้แล้วนี่เกิดมาเปึนป้แล้ว แล้วคนไทย รัฐบาลไทย ไม่สามารถทําอะไรได้เลยนี่ เขามีความรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนไทย เพราะเขาอยู่ตรงนั้น แล้วเขาก็ทําอะไรไม่ได้กับความมั่นคงของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานคะ ต่อมา ป้ ๒๕๔๙ ดีเอสไอ (DSI) โดย พันตํารวจเอก ญาณพล ยั่งยืน เปึน ผบ. สํานักคดีเทคโนโลยี สารสนเทศของดีเอสไอขณะนั้น ก็ได้มาแถลงข่าวค่ะ สรุปว่าบุคคลที่ทําเว็บไซต์นั้นกับบุคคล ที่ทําเว็บไซต์ พูโลดอทโออาร์จี (pulo.org) เปึนกลุ่มคนเดียวกัน อันนั้นเปึนข้อสรุปของ ดีเอสไอ แล้วก็ได้ชี้แจงต่อไปว่าได้มีการจับกุม ออกหมายจับบุคคล ๒-๓ คนนะคะ ดิฉัน ก็คิดว่าเปึนการทําให้เกิดความสับสนว่าเว็บไซต์มนุษยดอทคอมกับเว็บไซต์พูโลดอทโออาร์จีนี้ เปึนเรื่องเดียวกัน ดิฉันงงมากแล้วก็สงสัยมาก เพราะว่าในป้ ๒๕๔๘ ต่อป้ ๒๕๔๙ มีบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงได้ออกมาเป่ดประเด็นเรื่องนี้ แล้วก็ดิฉันไม่ขอเอ่ยนาม มีประมาณ ๓ ท่านด้วยกัน ซึ่งถ้าท่านประธานต้องการทราบหรือท่านสมาชิกต้องการทราบ ดิฉันมีซีดี (CD) ของบุคคลเหล่านี้ที่กล่าวถึงว่าเขาทราบที่มาความเปึนมาเปึนไปที่เกี่ยวข้อง กับทําเนียบ คนแรกบอกว่า เซิร์ฟเวอร์ (Server) เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์นี้อยู่ที่ทําเนียบรัฐบาล อีกคนหนึ่งบอกว่ามีผู้ชายอ้วน ภรรยาของเขาอยู่มหาวิทยาลัยเปึนคนส่งเงินไปให้กับ การจัดทําเว็บไซต์นี้ที่สวีเดน อีกท่านหนึ่งดิฉันไม่ขอเอ่ยนามบอกว่าสืบทราบมาว่าส่งเงิน ไปประมาณ ๔,๐๐๐ เหรียญทุกเดือน ดิฉันสงสัยว่าดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเทศไทยทําไมไม่เชิญบุคคลเหล่านี้ ดิฉันเชื่อว่าถ้าเขาไม่มีข้อมูลเขาคงไม่พูดเล่น หรอกค่ะ เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก จะมาพูดอย่างนี้เล่น ๆ คงไม่ได้ ทําไม ไม่เชิญบุคคลเหล่านี้มาให้ข้อเท็จจริงเพื่อที่จะได้ทราบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ มันเปึนมาอย่างไร แล้วก็ท่านประธานคะ นอกจากเรื่องที่ดิฉันมีประสบการณ์เอง ดิฉันได้สอบสวนสืบสวน เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาแล้วตามที่ได้กราบเรียนท่านประธานแล้วนะคะ ในช่วงป้ที่ผ่านมา หรือป้เศษที่ผ่านมาท่านประธานคงได้ยินได้ฟังว่ามีกระบวนการต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่อง หมิ่นเหม่และจาบจ้วงสถาบันอย่างไม่หยุดยั้ง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับ โทรคมนาคมก็น่าจะเปึนเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ เปึนเรื่องใหญ่เว็บไซต์นี้ป่ดไป เว็บไซต์ ใหม่ก็เป่ดมา แล้วก็มีขบวนการเข้าไป โพสท์ (Post) เรื่องต่าง ๆ ทั้งมีรูปภาพทั้งไม่มีรูปภาพ อยู่เปึนเนื่องนิจ เยาวชน บุคคลที่ใช้บริการเว็บไซต์ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม ไม่ทราบว่าท่านคณะกรรมการมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะเปึนโทรคมนาคม เฉพาะกิจได้ไหมคะ ทําถวายท่านร่วมกับรัฐบาลเถอะค่ะ ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีสมัครด้วยซ้ําไปว่าร่วมมือกับทาง กทช. ทางดีเอสไอเชิญบุคคลนั้น มาสอบถามเพื่อความชัดเจน แล้วก็สอบสวนพร้อม ๆ กันกับเอกสารที่ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ที่กําลังจะทําจดหมายไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องความกังวลใจต่อทัศนคติของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต นปก. ที่บุกบ้านประธาน องคมนตรีผู้แทนพระองค์และถูก ดิฉันคงไม่ต้องพูดนะคะเพราะได้รับโทษไปแล้วกังวลว่า ทัศนคติที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปึนอย่างไร ท้ายที่สุดดิฉันก็ขอให้กําลังใจกับ กทช. ซึ่งท่านมีอํานาจ มีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลผู้ใช้บริการแล้วก็คุ้มครองผู้รับบริการด้วย ดิฉันคิดว่าท่านจะต้องติดตามเรื่องการจาบจ้วงสถาบันให้เปึนที่ยุติให้ได้ ดิฉันเชื่อว่า คนไทยทั้งประเทศมีความรู้ความสามารถมากเพียงพอว่าแต่จะทําหรือไม่ ว่าแต่นโยบาย ของรัฐบาลจะให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดอย่าพูดเลยนะคะว่าจงรักภักดี มีเลือดสีน้ําเงิน คงพิสูจน์ด้วยคําพูดไม่ได้ จะต้องพิสูจน์จากการปฏิบัติ ภัยที่กล้ํากรายจาบจ้วง ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่คนไทยรักและเทิดทูนจะยืนยงต่อไปอีกไม่ได้ ดิฉัน เชื่อว่าคนไทยทุกคนยอมไม่ได้ค่ะเรื่องนี้ ดิฉันวิงวอนให้พี่น้องชาวไทยจับตาพฤติกรรมของ รัฐบาลและกระบวนการที่จาบจ้วงทําลายต่อสถาบัน ดิฉันอยากจะฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านจะทําอย่างไร นอกจากพูดและปกปัองและชี้แจงบอกว่าเปึนเรื่องของตํารวจ เมืองไทยนั้น ศักดิ์สิทธิ์ฟัามีตาค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ