อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมการรับเปลี่ยนแปลงและประสานงานกับรัฐบาลเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการไม่ให้ประชาชนหรือผู้บริโภคได้รับความสนใจและมีสิทธิในการฟังความเห็นสาธารณะ รวมถึงการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน และการจัดสรรคลื่นวิทยุกระจายเสียงให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมให้ความสําคัญกับรายงานของคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติที่ได้รายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๕๐ นี้เปึนอย่างมาก ผมมีประเด็นสงสัยซึ่งจะตั้งเปึนประเด็นคําถามไล่เรียงตามลําดับหน้าของท่านที่รายงานนี้ไป
เรื่องแรก เรื่องของการจับสลากกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ้นจากตําแหน่ง ๓ ท่าน ซึ่งมีคณะกรรมการ กทช. ที่ต้องพ้นจากตําแหน่ง ๓ ท่าน คือ ท่านเหรียญชัย ท่านเศรษฐพร แล้วก็ท่านชูชาติ ซึ่งวันนี้ท่านเศรษฐพรก็ให้เกียรติมาชี้แจง ต่อที่ประชุมแห่งนี้ การพ้นจากตําแหน่งเปึนไปตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แล้วก็ สํานักงานคณะกรรมการ กทช. ก็มีหน้าที่ในการที่จะต้องสรรหา ต้องจัดตั้งคณะกรรมการ สรรหาขึ้นมาเพื่อที่จะดําเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ท่านประธานครับ ประเด็น ปัญหาก็คือว่า คณะกรรมการที่จับสลากพ้นตําแหน่งไปเมื่อกําหนดพ้นจากตําแหน่งครบ ๓ ป้ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ ได้จับสลากออกจากตําแหน่ง ๓ คน เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๐ กระทั่งบัดนี้เวลาผ่านไป ๘ เดือนแล้วครับ การสรรหากรรมการที่จะมา ทดแทนอีก ๓ ท่านยังไม่แล้วเสร็จ ผมเข้าใจดีครับว่ากรรมการ ๓ ท่านที่จับสลากออกไป ต้องดํารงตําแหน่งอยู่ต่อไป ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คนใหม่มา แต่ถามว่าทําไมถึงยังล่าช้าไปเปึนเวลาถึง ๘ เดือน
ประเด็นต่อมา กรรมการที่จับสลากออกไปมีศักดิ์ มีสิทธิ มีศักดิ์ศรีเท่ากับ กรรมการที่ดํารงอยู่ ปัญหาก็คือว่าโดยมารยาทแล้วท่านจะทําหน้าที่ของท่านได้มากน้อย แค่ไหน เพราะหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ จํานวนมากมายมหาศาล และแน่นอนล่ะครับว่าถูกข้อครหาในเรื่องหลาย ๆ เรื่อง ประเด็น ที่ชาวบ้านเขาสงสัยขึ้นมาก็คือว่า ๓ ท่านที่ยังรักษาการอยู่ต่อไปจะทําอย่างไรถึงจะไม่ถูก กล่าวหาว่าจะใช้เวลาช่วงที่เหลืออยู่นี่ทิ้งทวน หรือว่าสั่งลาหรือว่าไปเอื้อประโยชน์อะไร ให้กับพ่อค้านักธุรกิจในช่วงก่อนที่ตัวเองจะหมดวาระไปนี่เปึนประเด็นที่จะต้องสอบถามท่าน และที่สําคัญก็คือว่าในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ระบุไว้ด้วยซ้ํา ในวรรคสี่บอกว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการคนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เมื่อสิ้นสุดวาระของ กรรมการคนเดิม ให้ดําเนินการคัดเลือกและเลือกกรรมการคนใหม่เปึนการล่วงหน้าตามสมควร นั่นหมายความว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ให้ท่านเตรียมการไว้ล่วงหน้าให้นานเพื่อการสรรหา กรรมการที่จะเข้ามาทดแทนจะสามารถทําได้อย่างรวดเร็วและสามารถมาต่องานได้ โดยราบรื่นสิ่งนี้ก็อยากจะฝากท่านไว้
ในประเด็นที่สอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ ระบุให้องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมอยู่ภายใต้องค์กร เดียวกัน ซึ่งเราก็คงจะเข้าใจกันว่าใช้ชื่อเรียกกันว่า กสทช. ถามว่า วันนี้ในฐานะที่ กทช. เอง นี่เปึนแม่บ้านขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่แห่งนี้ ท่านได้เตรียมการเตรียมองค์กร เตรียมเจ้าหน้าที่ เตรียมภารกิจสําหรับการรองรับ กสทช. ไว้มากน้อยแค่ไหนและอย่างไร ขณะเดียวกันได้ประสานงานกับรัฐบาลหรือไม่ว่าจะต้องเร่งรัดให้มีการแก้ไขกฎหมาย หรือออกกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ ที่ผมระบุไว้นี่ครับ ท่านได้ เตรียมการ ท่านได้กระตุ้นเตือนไปมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
ประเด็นต่อมา ที่ผมได้อ่านในรายงานของท่าน ท่านได้พูดถึงเรื่องของการ มีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการกําหนดแผนแม่บทโทรคมนาคม การกําหนดหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ หรือว่าการฟังความเห็นสาธารณะซึ่งในรายงานของท่านนี่มีมากถึง ๒๐ ครั้ง ที่ผมไปนับดูนะครับ ประเด็นที่มีการร้องเรียนมีการพูดถึงกันมากก็คือว่าในการมีส่วนร่วม ในการฟังความเห็นสาธารณะ ในทุกเรื่องมักจะเปึนเรื่องของนักธุรกิจเปึนเรื่องของนักเทคนิค ที่เข้ามาพูดจาแลกเปลี่ยนแสดงความเห็นกันเท่านั้น แต่ประชาชนหรือผู้บริโภค ผู้ได้รับ ผลกระทบกลับไม่ค่อยได้รับความสนใจและมีสิทธิ มีเสียงในการฟังความเห็นสาธารณะ จากท่านน้อยมาก
ประเด็นต่อมา ในหน้า ๓๐ ของรายงานของท่านพูดถึงเรื่องของการกํากับดูแล การใช้คลื่นความถี่เข้าไปตรวจสอบมาตรฐานการแพร่คลื่นวิทยุ ควบคุมให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข มีการตรวจสอบการครอบครองความถี่วิทยุ การเผยแพร่ คลื่นวิทยุ การตรวจสอบด้านเทคนิค สถานีวิทยุชุมชนอะไรต่าง ๆ มากมาย ประเด็นคําถาม ก็คือว่า การดําเนินการกับคลื่นความถี่ที่ผิดกฎหมายทั้งหลายมีผลการดําเนินงาน เปึนอย่างไรบ้าง มีอุปสรรคอะไรบ้าง เช่น อุปสรรคทางกฎหมาย อย่างกรณี พ.ร.บ. วิทยุ คมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งเปึนกฎหมายที่ล้าสมัยมากท่านก็ยังใช้อยู่ มันไม่ทันต่อ การเปลี่ยนแปลงแล้ว ท่านมีดําริที่จะเสนอความเห็นมายังรัฐบาลให้มีการแก้ไขในตรงจุดนี้ หรือไม่อย่างไร
ประเด็นต่อมา เรื่องกรณีวิทยุชุมชนซึ่งบอกว่ามีการตรวจสอบคลื่นความถี่ แล้วก็มีการทําผิดกฎหมายคลื่นความถี่อันนี้แน่นอนครับ เพราะว่าวิทยุชุมชนไม่ได้จัดตั้งมา โดยกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เข้าไปรองรับแต่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับเก่าแล้วก็ฉบับปัจจุบัน ปัญหาก็คือว่าการไปตรวจสอบคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุชุมชน มีการยกข้ออ้างว่าคลื่นความถี่ของวิทยุชุมชนไปรบกวนวิทยุการบิน ข้อกล่าวหานี้มีมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๕ แล้วก็ต่อเนื่องเรื่อยมา ถามกับท่านว่ามีข้อเท็จจริงกับเรื่องนี้จริงหรือไม่ ยืนยันได้ด้วย ข้อพิสูจน์อะไรบ้าง ผมเองเคยเปึนกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยเชิญนักบิน เข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่าคลื่นของวิทยุชุมชนไปรบกวนคลื่นวิทยุการบิน จริงหรือไม่ นักบินตอบว่า ไม่เคยมีเหตุที่คลื่นวิทยุชุมชนไปมีผลกระทบต่อคลื่นวิทยุการบิน จนกระทั่งเกิดความเสียหายหรือทําให้การปฏิบัติหน้าที่ของนักบินเปึนไปไม่ได้ แต่ว่า ข้อกล่าวหาเรื่องคลื่นวิทยุชุมชนไปรบกวนคลื่นวิทยุการบินเปึนข้อกล่าวหาที่ยังคงใช้ตลอดมา และเปึนข้อกล่าวหาที่พยายามที่จะเปึนเงื่อนไขมีวาระซ่อนเร้นที่จะไปรังแกวิทยุชุมชน ที่แสดงความคิดความอ่านที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลตรงนี้เปึนประเด็นปัญหา ผมอยากจะ ขอคํายืนยันจากท่านในทางเทคนิคว่ามีสถิติ มีข้อมูลที่เปึนผลลบต่อวิทยุการบินจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงเรื่องวิทยุชุมชนก็ต้องพูดต่อเนื่องไป ใน พ.ร.บ. การประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีบทเฉพาะกาลอยู่ในมาตรา ๗๘ และมาตรา ๗๙ ซึ่งบอกให้ กทช. ไปจัดตั้งคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ขึ้นมา เพื่อที่จะดูแลวิทยุชุมชนทําหน้าที่ออกใบอนุญาตชั่วคราวให้กับวิทยุชุมชน ท่านเลขาธิการ กทช. เองก็เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่านี่เปึนอํานาจของ กทช. และกําลังรอว่าให้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมาให้เปึนผลสําเร็จ คณะอนุกรรมการที่ว่านี้ล่าช้าอยู่ก็เนื่องจากว่า ยังไม่มีรายชื่อคณะอนุกรรมการในส่วนที่คณะรัฐมนตรีต้องเสนอชื่อมาจํานวน ๖ คน ความล่าช้าตรงนี้ละครับเปึนประเด็นปัญหา ถามว่า มันเกิดความขัดแย้งอะไรขึ้นกับรัฐบาล กับ กทช. หรือไม่ หรือขัดแย้งอะไรกับกรมประชาสัมพันธ์หรือไม่ หรือมันล่าช้าเพราะอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากว่าในการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านได้ไปอภิปรายกับวิทยุชุมชนในหลายที่หลายแห่งมีประเด็นหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับ กทช. ก็คือว่า ท่านรัฐมนตรีท่านไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาใน พ.ร.บ. การประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ บอกว่าเปึนปัญหาทําให้วิทยุชุมชน กลายเปึนวิทยุเถื่อน และกฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ออกในสมัยเผด็จการท่านไม่ยอมรับ และบอกว่าขณะนี้กําลังจะส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้ชะลอการจับกุมวิทยุชุมชนไปก่อน โดยวิทยุชุมชนทั้งหมดจะต้องอยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมประชาสัมพันธ์ทั้งหมด ผมถึงถามท่านว่าขัดแย้งอะไรกันหรือไม่ เพราะโดยอํานาจ ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปึนอํานาจของ กทช. ท่านจะทวงสิทธิตรงนี้อย่างไรนี่เปึนประเด็น แล้วก็ประเด็น ที่ต้องถามก็คือว่า เมื่อท่านจักรภพบอกว่าจะส่งหนังสือมาให้ กทช. กทช. ได้รับหนังสือ จากท่านจักรภพแล้วหรือยังครับ
ประเด็นต่อมาครับ เนื่องจากว่าผมได้ไปอ่านเนื้อหารายงานมากพอสมควร ก็เลยมีประเด็นที่จะต้องรบกวนท่านประธานมากสักนิดหนึ่ง เรื่องของกองทุนพัฒนา กิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งประเด็นให้ท่านผู้มาชี้แจงได้ตอบแล้วด้วยนะครับ แต่ผมมีประเด็นก็คือว่าเงินกองทุน ที่ระบุว่ามี ๗๙๘ ล้านบาท ต้องถามท่านนะครับว่า มีแผนที่จะใช้เงินก้อนนี้อย่างไร จะไป สนับสนุนการโทรฟรีของพี่น้องในชนบทเพื่อให้เกิดการเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีในชนบท มากน้อยแค่ไหนหรืออย่างไร ประเด็นหนึ่งซึ่งผมอ่านในรายงานฉบับนี้แล้วไม่ค่อยสบายใจ ก็คือเรื่องของการบริจาคคอมพิวเตอร์เก่าให้กับโรงเรียนในชนบท ผมเคยตั้งข้อสังเกต เรื่องนี้กับท่านในการประชุมสภาชุดที่แล้วนะครับว่าวันนี้เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลง เร็วมากไม่ว่าจะเปึนบริษัท ห้าง ร้านหรือผู้ใจบุญทั้งหลายที่อุตส่าห์บริจาคคอมพิวเตอร์เก่า ให้กับโรงเรียนในชนบท เวลานี้โรงเรียนในชนบทกําลังกลายเปึนแหล่งรองรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ เหล่านี้เต็มไปหมดเลยครับ ในพื้นที่ในชนบทที่ผมไปเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ มา เราพบว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อํานวยการภาคภูมิใจมากพาไปดูห้องคอมพิวเตอร์ได้รับบริจาคมา เปึนคอมพิวเตอร์เก่า ๔๐ เครื่อง ตั้งเต็มไปหมดเลยดูแล้วน่าเลื่อมใสน่าชื่นชมปรากฏว่า ใช้ได้อยู่ ๒ เครื่องครับ เทคโนโลยีเก่าเหล่านี้เหมือนกับเราเอาขยะไปทิ้งให้กับโรงเรียน และพวกบริษัท ห้าง ร้านทั้งหลายก็ทิ้งอยู่แล้ว ไม่รู้จะทิ้งที่ไหนก็เอาไปทิ้งตามโรงเรียน ผมอยากให้ กทช. ช่วยทบทวนในเรื่องนี้ด้วย เรื่องของการจัดสรรหมายเลขโทรศัพท์ จากรายงานของท่านที่ระบุไว้บอกว่า ในป้ ๒๕๕๐ เพิ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือเพิ่มขึ้น มาถึง ๑๙.๕ ล้านเครื่อง แต่มาดูตัวเลขการเพิ่มของโทรศัพท์พื้นฐาน เราพบว่าโทรศัพท์ พื้นฐานไม่ได้ขยายตัวเลย ป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ไม่มีการขยายตัวของโทรศัพท์พื้นฐานเลย ทั้ง ๆ ที่ความต้องการของพี่น้องในชนบทต้องการโทรศัพท์พื้นฐานจํานวนมาก สัดส่วน ในการกระจายเทคโนโลยีเหล่านี้เห็นได้ชัดว่ามีปัญหา ท่านจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร และท่านจะบอกได้หรือไม่ว่าทิศทางที่เอื้อประโยชน์กับธุรกิจมือถือโดยการเพิ่มเลขหมาย ในเรื่องของโทรศัพท์เคลื่อนที่เปึนการเอื้อเพื่อธุรกิจของนักธุรกิจของคนที่ได้ประโยชน์ ในตัวเมืองเท่านั้น และการที่ท่านเพิ่มจํานวนเลขหมายโทรศัพท์มือถือมันได้ทําให้เกิดค่านิยม ของพี่น้องในชนบทนิยมในการใช้โทรศัพท์มือถือแม้ว่าจะเปึนสิ่งที่ฟุังเฟัอฟุ์มเฟ๋อยก็ตามนี่ เปึนสิ่งที่อยากจะให้คิด
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตกับท่านก็คือว่า ในยุทธศาสตร์ การพัฒนาองค์กรของท่านหมายถึงในป้ ๒๕๕๑ บอกว่าจะมีการปลูกฝังวัฒนธรรม การทํางานที่ดีและมีธรรมาภิบาล ผมสนับสนุนครับ องค์กรของท่านเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ จํานวนมากมายมหาศาล การที่ได้ตระหนักในเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แต่ประเด็น ที่ผมค้างคาใจมาโดยตลอดก็คือว่า ในวาระแรกของการเข้าดํารงตําแหน่งของคณะกรรมการ กทช. ชุดนี้ ท่านได้เสนอเงินเดือนให้กับตัวเองครั้งนั้น ๕ แสนบาท และถ้าท่านจําได้ก็คือว่า รัฐบาลโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ในเวลานั้นตีกลับมา ท่านบอกว่า ท่านรับผิดชอบกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ กับผลประโยชน์จํานวนมากมาย หลายแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นเงินเดือนต้องมากตามไปด้วย และเวลานั้นท่านก็ให้เหตุผล อีกเหมือนกันว่าองค์กรธุรกิจเอกชนอื่น ๆ เขาได้เงินเดือนกันเดือนละล้านกว่าบาท ๒ ล้านบาท แค่ กทช. ได้เงินเดือน ๕ แสนบาทนี่น้อยไปด้วยซ้ํา ตั้งเงินเดือนเท่าไรครับ กทช. ๕ แสนบาท เข้าใจว่าเลขาธิการ ๓ แสนบาท และเวลานั้น ผมก็ตั้งข้อสังเกตกับท่านด้วยว่าการเรียกหาสวัสดิการปรนเปรอให้กับตัวเองสูงเกิน ความจําเปึน รถยนต์ที่ใช้ต้องเปึนบีเอ็มดับบลิว ซีรีส์ ๗ (BMW Series ๗) เปึนรถประจําตําแหน่ง ถามว่ามันมากเกินไปหรือไม่ และเปึนรถเช่าด้วยซ้ําครับ ผมเอาตัวเลขมาให้ดูว่ารถที่ท่าน เช่ากับถ้าท่านซื้อ ซื้อนี่จะคุ้มกว่า ประหยัดกว่ามากกว่า ๑ ล้านบาทต่อคัน แต่ท่านก็ยัง ตัดสินใจใช้รถเช่า ไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบริษัทรถมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ประเด็นปัญหานี้ก็เลยถามท่านว่า เดี๋ยวนี้เงินเดือนท่านเท่าไรครับ ผมอาจจะเข้าใจผิด อยู่ว่าเงินเดือนท่านจะมากมายมหาศาลขนาดนั้นหรือไม่ก็ช่วยชี้แจงประเด็นนี้ด้วย
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องวิทยุกระจายเสียงซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบอยู่ใน โควตาสัมปทานของท่าน วิทยุระบบ เอฟเอ็ม (FM) ซึ่งกระจายเสียงอยู่ในกรุงเทพมหานคร หลายคลื่นเปึนของ กทช. หรือของกรมไปรษณีย์โทรเลขเก่า ในอนาคตเมื่อจะต้องมีการจัดสรร คลื่นความถี่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีความเหมาะสม กทช. เองในฐานะเปึนผู้จัดสรรเองยังจะ รับคลื่นวิทยุมาเปึนของตัวเองด้วยหรือไม่ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ฝากให้ท่านช่วยพิจารณาด้วย กราบขอบพระคุณครับ