จุมพฏ บุญใหญ่ อภิปรายเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้ความเห็นชอบตามกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขต ๒ ต่อประเด็นการอภิปรายของเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อขอความเห็นชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กระผมมีข้อสังเกตว่าคณะกรรมการ ที่ท่านเสนอมามีอยู่ ๔ ท่าน ซึ่งปัจจุบันเปึนผู้พิพากษาศาลฎีกาอาวุโส ซึ่งนั่นก็ถือว่า ท่านเปึนบุคคลที่เปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ซึ่งคุณสมบัติในมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ท. ฉบับนี้บอกว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบและวุฒิสภาให้ความเห็นชอบตามลําดับแล้ว ท่านจะต้องลาออกภายใน ๓๐ วัน ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนวรรคสุดท้ายของมาตรา ๗ ของกฎหมายให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมจะได้เสนอขอความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาก่อน ๖๐ วันก็ไม่สามารถที่จะทําให้ชอบด้วยกฎหมายได้ด้วยเงื่อนเวลา ซึ่งการบัญญัติกฎหมายไว้ ในลักษณะของการสับสนและขัดแย้งกันเองครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านครับ ในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๗ บอกว่า ในการแต่งตั้งกรรมการ คณะรัฐมนตรีจะเสนอบุคคล ซึ่งไม่มีลักษณะตามวรรคหนึ่งเพื่อขอความเห็นชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็ได้ นั่นหมายความว่าในขณะที่ท่านเสนอชื่อของคณะกรรมการเข้ามานั้น คณะกรรมการ ในจํานวน ๖ ท่านอาจจะมีคุณสมบัติซึ่งได้ต้องห้ามไว้ในมาตรา ๗ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๕) ท่านประธานครับ มีอยู่ ๔ ท่าน เปึนผู้พิพากษาศาลฎีกาปัจจุบันซึ่งต้องด้วย (๕) ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ซึ่งเปึนวันที่ท่านรัฐมนตรีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตน และลงมือทําหน้าที่เปึนรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดินและรักษาการตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ และท่านเสนอเข้ามาในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ทันที ท่านประธานครับ ในระหว่าง ที่ขอบรรจุระเบียบวาระการประชุมซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน หรือ ๒๐ วัน ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วก็ดี ผ่านวุฒิสภามาแล้วก็ดี ยังมีกําหนดเวลาที่มาตรา ๗ วรรคสุดท้ายบอกว่า แต่เมื่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้ความเห็นชอบแล้ว คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวได้ เมื่อบุคคลนั้นได้ลาออกจากการเปึนบุคคลตาม (๑) (๒) (๔) หรือ (๕) หรือแสดงหลักฐานให้เปึนที่เชื่อได้ว่าตนเลิกประกอบวิชาชีพอิสระแล้ว ซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว ท่านประธานครับ บทบัญญัติในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๗ นี้ ถ้าสมมุติว่าสภาแห่งนี้ได้ให้ ความเห็นชอบตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบหลังจากนั้น ซึ่งต้องกระทําตามลําดับนะครับท่านประธานครับ มาตรา ๕ บอกว่าต้องกระทําตามลําดับ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้วจึงให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบจะให้ความเห็นชอบ พร้อมกันไม่ได้ ท่านประธานครับ ซึ่งเมื่อใช้ตามลําดับแล้วก็จะกินเวลาไปอีกช่วงหนึ่ง สมมุติว่า ๗ วัน ท่านประธานครับ ถ้ากรรมการที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอให้ความเห็นชอบ เข้ามานั้นไม่ลาออกก็จะต้องเสนอชื่อเข้ามาใหม่นั่นแสดงว่าไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถกระทําการได้ตามมาตรา ๖๖ คือภายใน ๖๐ วันอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เพราะเงื่อนเวลาเหล่านี้ได้บัญญัติขัดแย้งกันเองในกฎหมาย ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่กระผมเห็นว่ามาตรา ๖๖ นั้นไม่สามารถปฏิบัติให้เปึนไปได้ ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงจุดนี้กระผมจะไม่อภิปรายซ้ํากับความเห็นของท่านสมาชิกอื่น กระผมอยากจะ กราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาว่า ท่าทีของสภาผู้แทนราษฎร ต่อกฎหมายที่ได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยองค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการรัฐธรรมนูญได้มีความเห็นไว้แล้วว่ากฎหมายนั้นเปึนโมฆะ ท่านประธานครับ แม้แต่รัฐธรรมนูญเองเฉพาะบทบัญญัติที่ว่าด้วยที่มาของวุฒิสภาเกี่ยวกับการสรรหานั้น ถ้าไปตรวจองค์ประชุมแล้วปรากฏว่าองค์ประชุมในการพิจารณาของมาตราเกี่ยวกับ การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภานั้นตกเปึนโมฆะ ท่านประธานครับ วุฒิสมาชิกที่มาจากบทบัญญัติ อันเปึนโมฆะนั้นจะมาให้ความเห็นชอบต่อคณะกรรมการนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ อันนี้ เปึนท่าทีที่ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้เพราะจะต้องเปึนความรับผิดชอบร่วมกันทั้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วย ท่านประธานครับ กระผมจะไปที่ประเด็นที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้กระผมได้เคยเข้าทํางานร่วมกับ คณะทํางานซึ่งแต่ก่อนเรียกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปึนกฎหมายที่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยที่ พรรคไทยรักไทยได้เปึนรัฐบาลบริหารประเทศอยู่ก่อนที่จะถูกยึดอํานาจ ท่านประธานครับ กระผมได้ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการ ระดับตั้งแต่ซี ๗ ลงมาเมื่อกระผมได้ส่งเรื่องเข้าไปนั้นได้รับความใส่ใจและปฏิบัติอย่างดี มีคดีที่เทศบาลตําบลคําตะกร้า ขณะนี้คดีที่เกิดจากการสอบสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้น ได้ถูกส่งฟัองศาลแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือความจริงใจของผู้ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะให้ความเห็นชอบคณะกรรมการฉบับนี้ทั้งคณะ กระผมเห็นว่า ถึงแม้คดีความเกี่ยวกับการทุจริตของข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๗ ลงมานั้นอาจจะยังไม่ขาดอายุความ แต่ก็มีจํานวนหนึ่งครับที่ขาดอายุความไปแล้ว เช่น การทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนั้น เกี่ยวกับการจัดซื้อที่ดินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู กระผมได้เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ในสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูหลายแห่ง ซึ่งในฐานะที่เปึนทนายความ ทราบว่าการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อ ที่ดินในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในจังหวัดนครราชสีมานั้นได้ขาดอายุความไปแล้วครับ ซึ่งไม่ทราบว่าผู้ที่เข้าไปเปึนกรรมการจัดซื้อที่ดินโดยลักษณะกระทําการอันเข้าข่ายต่อ การทุจริตนั้นได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภาแห่งนี้หรือไม่ นั่นก็เปึนที่น่าเสียดายครับ ถ้าสภาแห่งนี้จะได้อนุมัติเห็นชอบต่อคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. กระผมเห็นว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่าที่จะถอน ญัตตินี้ออกไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ