สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการเสนอชื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) ที่เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีคนอื่นๆ มีความรับผิดชอบในการดำเนินการ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึนสมาชิก คนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้อย่างละเอียดนะครับ นับแต่ทราบเรื่องที่มีการบรรจุระเบียบวาระ ของสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่แล้ว เพราะเมื่อศึกษาลงไปในเรื่องนี้แล้วจะพบว่า มีปัญหาเกิดขึ้นทั้งข้อกฎหมายในทางปฏิบัติ การปฏิบัติของฝ์ายนิติบัญญัติและความรับผิดชอบ ของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติอยู่ด้วย เรื่องนี้จะมีปัญหาอยู่ ๒ เรื่อง ซึ่งจะต้อง มีการพูดจากัน อันดับแรกสุดก็คือ เรื่องที่สภากําลังอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้ก็คือกรณีที่มีการเสนอชื่อ คณะกรรมการที่เรียกว่า กรรมการ ป.ป.ท. เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกําหนดไว้ ประการที่สอง ก็คือ เรื่องคุณสมบัติของคณะกรรมการที่จะมีการพิจารณากันในวันนี้ แต่ผมคิดว่าประเด็น ที่สําคัญก็คือเรื่องของการนับระยะเวลาการปฏิบัติข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและเหตุผลว่าทําไม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งรับผิดชอบตามกฎหมายฉบับนี้จึงปล่อยเวลาล่วงเลย จนเกินกําหนดระยะเวลาตามที่กฎหมายกําหนด ท่านรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองอธิบดีก็ดี รวมถึงเพื่อน ส.ส. จากฝ์ายรัฐบาลพยายามจะลุกขึ้นชี้แจงตามข้อซักถามของท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรว่าเหตุใดจึงมีการล่าช้า ท่านได้มีการอ้างเหตุหลายประการครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของช่วงรอยต่อของรัฐบาลบ้าง กฎหมายมีการดําเนินการกันมาแล้ว รัฐบาลชุดนี้เข้ารับผิดชอบทําหน้าที่ แล้วก็เปึนระยะเวลาเร่งรัดจนท่านไม่อาจที่จะทําได้ทัน ท่านรองอธิบดีได้อ้างเหตุต่อสภานี้ว่าเรื่องดังกล่าวเปึนเหตุสุดวิสัย เปึนเหตุอันมิอาจ คาดหมายได้ เพื่อนสมาชิกจากรัฐบาลซึ่งเปึนนักกฎหมายก็บอกว่า ถ้าครบกําหนดวันที่ ๒๔ มีนาคมแต่เสนอเข้าสู่ ครม. วันที่ ๑ เมษายนเลยกําหนดก็ไม่กี่วัน แต่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เปึนเช่นนั้นครับ สิ่งที่ท่านชี้แจงเรื่องรอยต่อก็ดี ไม่ทราบมาก่อนก็ดี เหตุสุดวิสัยก็ดี หรือแม้แต่เหตุอันมิอาจคาดหมายได้ก็ดีเปึนข้อเท็จจริง ที่ชี้แจงต่อสภาแล้วฟังไม่ขึ้นครับ ผมพยายามที่จะสอบถามเรื่องนี้ผ่านการแถลงข่าวมาแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ไม่มีการชี้แจง วันนี้เมื่อชี้แจงก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าความรับผิดชอบของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นเปึนเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว เพื่อนสมาชิกจาก รัฐบาลก็บอกว่าถ้าฝ์ายบริหารผิดก็ย่อมต้องดําเนินการ ผมจะเรียนท่านประธานว่าเท่าที่ ฟังเหตุผลมาทั้งหมดนี่สามารถดําเนินการได้ครับ ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้ ประกาศบังคับใช้ในวันที่ ๒๔ มกราคม ป้ ๒๕๕๑ วันที่ ๒๔ มกราคม ป้ ๒๕๕๑ หลังจาก เลือกตั้งเสร็จไปแล้วครับ นายกรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งวันที่ ๒๙ มกราคม คณะรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ คณะรัฐมนตรีชุดนี้เข้า แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์นี่กฎหมายนี้บังคับใช้ ปลายมกราคม รัฐบาลท่านเข้าทําหน้าที่แล้ว วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์เปึนระยะเวลาก่อนครบ กําหนด ๖๐ วันคือ วันที่ ๒๔ มีนาคมถึง ๓๕ วัน ๓๕ วันครับ ท่านรองอธิบดีบอกว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องฉุกละหุกเปึนเหตุอันมิอาจคาดหมายได้ เปึนช่วงรอยต่อรัฐบาลและเปึนช่วง เข้ามารับตําแหน่งแล้วไม่ทราบ ข้อเท็จจริงนี้ก็ถูกหักล้างโดยคําอภิปราย คําชี้แจงของ ท่านรัฐมนตรีเอง เพราะท่านบอกว่า ท่านทราบเรื่องนี้ก่อนที่มีการลงนามในคําสั่งโยกย้าย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษประมาณ ๑๐ วัน ก็แปลว่าท่านลงนามในคําสั่งโยกย้าย อธิบดีดีเอสไอวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ท่านรู้ก่อน ๑๐ วัน เรื่องนี้ก็แปลว่าท่านทราบวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ก็ยังห่างจากวันที่ ๒๔ มีนาคมอยู่หลายวันมาก ประเด็นคําถามคือ ท่านทําอะไรครับ ผมทราบว่ากระบวนการสรรหาตอนนั้นนี่มีการดําเนินการแล้ว ฝ์ายประจํา มีการเสนอชื่อคณะกรรมการให้ท่านรัฐมนตรีทราบก่อนหน้าจะครบกําหนดระยะเวลา ๖๐ วันด้วยซ้ําไป แต่เหตุตรงนี้ต้องมีเหตุจงใจบางอย่างของท่านรัฐมนตรีที่ไม่ดําเนินการ ให้แล้วเสร็จครับ ข้อพิสูจน์ว่ามีเหตุจงใจว่าท่านทราบ แต่ท่านไม่ทําให้เสร็จก็คือกรณี ที่ย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษครับ ท่านโยกย้ายวันที่ ๒๒ คําสั่งมีผลวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๑ เดือนก่อนครบกําหนดวันที่ ๒๔ มีนาคม ท่านให้สัมภาษณ์อย่างนี้ครับ ท่านให้สัมภาษณ์กรณีสาเหตุที่สั่งย้ายอธิบดีสุนัย มโนมัยอุดม ว่าท่านได้หารือกับปลัดกระทรวงยุติธรรมทราบว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องทํา ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีเรื่องเร่งด่วน คือการจัดการโครงสร้าง ป.ป.ท. ตามกฎหมายที่ประกาศ ลงในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๒๔ มกราคม มีผลบังคับใช้วันที่ ๒๕ มกราคม พระราชบัญญัติ ดังกล่าวกําหนดให้มีสํานักเลขาธิการ ป.ป.ท. ภายใน ๓๐ วัน คือวันที่ ๒๔-๒๕ กุมภาพันธ์ ท่านก็เลยย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีผลวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ท่านบอกว่านี่เร่งด่วน ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าท่านย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อเอาคนของตนเอง ของฝ์ายการเมืองเข้ามานั่งในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่เรื่อง ที่ท่านทราบแล้วว่าเร่งด่วนต้องทําใน ๓๐ วันท่านบอกท่านทํา แต่เรื่องที่เร่งด่วนต้องทําใน ๖๐ วันถัดจากนั้นไปอีกนี่ท่านไม่ทําครับ ท่านกลับปล่อยเรื่องนี้เงียบหายไปไม่ดําเนินการ จนกระทั่งครบกําหนด วันที่ ๒๔ มีนาคมท่านก็ยังไม่ได้ดําเนินการครับ ท่านได้ทําหนังสือ ของกระทรวงยุติธรรมนี่ สักครู่นี้ท่านชี้แจงต่อสภาว่า วันที่ ๒๔ มีนาคม ท่านส่งเรื่องไปยัง สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ในเอกสารของสภาไม่ใช่ครับ กระทรวงยุติธรรม ทําหนังสือด่วนที่สุดไปถึงสํานักงานเลขาธิการนี่ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑ เกินกําหนด ระยะเวลาตามที่กฎหมายกําหนดไว้แล้ว ท่านรัฐมนตรีจะอ้างว่าเหตุสุดวิสัย รอยต่อใด ๆ ก็ตามอ้างไม่ได้แล้วครับ เพราะเรื่องแต่งตั้งสํานักงานโครงสร้าง ป.ป.ท. ท่านก็อ้างว่ากฎหมาย เร่งด่วนต้องทําท่านทําจนเสร็จก่อนในปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่เรื่องกรรมการท่านไม่ทํา เราอาจจะไม่ทราบเหตุผลลึก ๆ ของท่านเปึนประการใด แต่กฎหมายต้องเปึนกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กรณีเช่นนี้จึงทําให้เกิด ข้อที่หลายฝ์ายวิจารณ์ว่าเปึนการจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย หรือไม่ด้วย หลังจากที่มีการส่งเรื่องนี้ไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีมีมติ วันที่ ๑ เมษายนก็เลยระยะเวลาที่กําหนด ส่งมายังสภาวันที่ ๙ เมษายน แต่บรรจุวาระ วันที่ ๒๙ เมษายน เลยจากเวลาที่ส่งมาสภาอีก ๒๐ วัน อันนี้ท่านประธานสภาสักครู่ก็มี การชี้แจง ประเด็นจึงเกิดเช่นนี้ครับว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการเรียงลําดับวันทั้งหมด ที่เกิดขึ้นนั้นเปึนผลชี้ให้เห็นชัดว่าเรื่องดังกล่าวท่านรัฐมนตรีทราบเรื่องตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ก่อนครบกําหนด ๖๐ วัน แต่ไม่ได้ดําเนินการให้แล้วเสร็จ ผลเช่นนี้จึงนํามาสู่ความรับผิดชอบ ของท่านครับ ซึ่งปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ แม้ว่าจะมีระดับข้าราชการบอกว่าเรื่องนี้ มาจบในมือกรรมการก็อ้างเช่นนั้นมิได้ รัฐมนตรีเข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์แล้ว ๓๕ วันก่อนครบกําหนดไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จ แต่เวลาย้ายราชการทําเสร็จก่อนเวลา ราชการจะมารับผิดชอบเรื่องนี้แล้วออกเปึนตัวตายตัวแทนก็ไม่ได้ครับ ประเด็นถัดมาจาก ข้อเท็จจริงซึ่งต้องเกิดความรับผิดชอบนั้นฝ์ายของพวกผมได้มีการปรึกษาหารือกันแล้วครับ เรื่องนี้ต้องมีการพิจารณาดําเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถึงขั้นถอดถอนแน่นอน แต่ผลที่เกิดขึ้นจะมีอีก ๒ เรื่องท่านประธานครับคือ ๑. ผลในทางด้านกฎหมายจะทําอย่างไร เรื่องนี้จะอ้างเปึนรอยต่อรัฐบาลเข้ามาเหลือ ๓ วันหมดเวลาก็ไม่ได้ เพราะ ๓๕ วันก่อน หมดเวลาไม่ทํา แต่พอทําเช่นนี้แล้วส่งชื่อมายังสภา สภาของเราต้องลงมติ ก็รอจนกระทั่ง เลยกําหนดระยะเวลากันมายาวนานยกขึ้นมาวันนี้ ประเด็นก็จะเปึนอย่างที่เพื่อนสมาชิก อภิปรายว่าถ้าลงมติเลือกกรรมการไปแล้ว กรรมการชุดนี้จะถือว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หรือไม่ แถมมีข้อสังเกตด้วยซ้ําไปว่าถ้าเลยระยะเวลาที่กําหนดถือว่าขัดต่อกฎหมายแล้วนี่สภา จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยและลงมติให้ความเห็นชอบได้หรือไม่อีกด้วย นี่คือปัญหาที่เกิด ตามมาแน่นอนครับ ไม่นับว่าตัวบุคคลที่ท่านเสนอ ทราบว่าฝ์ายการเมืองเลือก ๑ ท่าน ข้อเท็จจริงผมไม่ทราบนะครับ และฝ์ายประจําก็มีส่วนอีก ๕ ท่านที่เหลือ ๑ ท่านที่ท่านเลือกมา ก็เปึนอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา คัดเลือกให้มาทํา หน้าที่คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เสมือนกับเปึน ป.ป.ช. น้อย นี่จะเปึนปัญหาที่ซ้ําเติมกับเรื่องซึ่งมีการกระทําการที่ขัดกฎหมายและต้องมีความรับผิดชอบ อีกแล้วด้วย กระบวนการทั้งหมดจึงชี้ให้เห็นว่ามีความผิดเกิดขึ้นแน่นอน มีผลทาง ด้านกฎหมายเกิดขึ้นแน่นอน และตัวบุคคลที่เสนอมายังมีปัญหาอีกด้วย ครั้นจะอ้างว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามการเปึนสมาชิกพรรคการเมือง เพียงแต่ห้ามไว้ในกฎหมายว่า ห้ามดํารงตําแหน่งทางการเมือง แต่ต้องเปึนที่เข้าใจกันนะครับ กรรมการ ป.ป.ท. ให้คุณให้โทษ ในเรื่องทุจริตภาครัฐ จะชี้ข้าราชการที่ไม่ใช่พวก จะช่วยข้าราชการที่เปึนพวก ใครจะทราบ ละครับว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น นี่คือปัญหาที่ซ้ําเติม ในอนาคตยังมีกฎหมายอีกเยอะ ที่รัฐบาลต้องดําเนินการให้เปึนไปตามกฎหมาย ต้องแต่งตั้งกรรมการ ต้องดําเนินการให้มี คณะกรรมการตามเวลาที่กฎหมายกําหนด สภาจะใช้บรรทัดฐานนี้หรือครับ ไม่เปึนไร เลยไปไม่กี่วันลงมติไปเถอะแล้วใช้เสียงข้างมาก ลงมติเหนือกฎหมายทําได้หรือครับ เลยไป ไม่กี่วันอ้างเหตุขึ้นมา แล้วก็บอกว่าถ้าไม่ทําเช่นนี้จะให้ทําได้อย่างไร แล้วสุดท้ายก็โทษ กฎหมายว่าเปึนกฎหมาย สนช. กฎหมายเผด็จการเขียนขึ้นมาได้อย่างไร ตรรกะเช่นนี้ ใช้ไม่ได้ครับกับการบริหารประเทศซึ่งต้องใช้หลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ บ้านเมือง ถึงวุ่นวายครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สภาต้องทําข้อเท็จจริงให้ประจักษ์ สมาชิก ของสภานี้จะหลับหูหลับตาลงคะแนนให้ความเห็นชอบโดยไม่รับผิดชอบต่อประชาชน และต่อประเทศชาติ ต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ครับ เราต้องลงมติด้วยความรับผิดชอบครับ เราปฏิญาณตนในสภานี้แล้ว จะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐมนตรี กล่าวคําปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ครับ เราหลับหูหลับตาไม่ได้ในการลงมติในครั้งนี้ สภาต้องมีบรรทัดฐาน ท่านจะทําอย่างไรวันนี้ฝ์ายค้านมีคําตอบอยู่แล้วในการลงมติ เหลือแต่สมาชิกจากซีกรัฐบาลจะหาเหตุอธิบายอย่างไรก็กลบลบล้างความผิดเช่นนี้ไม่ได้ แล้วเรื่องอย่างนี้ลงมติอย่างไรจะมีผลในอนาคตครับ ถ้าท่านลงมติถึงขั้นที่ในอนาคต สามารถจะชี้ให้เห็นได้ว่าเปึนการร่วมมือกันจงใจฝ์าฝ๋นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี่ เข้าข่ายถอดถอนครับ ผมเรียนท่านประธานในเรื่องนี้เพื่อเรียกร้องการทําหน้าที่ของสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสมาชิกวุฒิสภาซึ่งจะต้องดําเนินการถัดจากนี้ไปอีก เรามิอาจ ก้าวล่วงได้แต่สภาของเราต้องมีบรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องทําหน้าที่โดยเคารพ กฎหมายและรัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ จะลุกขึ้นชี้แจงอย่างไร ก็ไม่อาจลบล้างได้อีกแล้วครับ ส่วนจะดําเนินการอย่างไรอันนี้ก็ต้องฟังและรอดูการลงมติครับ