สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑

อลงกรณ์ พลบุตร แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดตั้งสัญญาสัมปทานการผลิตรายการข่าวของช่อง 11 โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีแจ้งความชัดเจนเกี่ยวกับความโปร่งใสและเป็นธรรมในการดำเนินการ และหารือเรื่องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณาโทรทัศน์ โดยถามว่ากรมประชาสัมพันธ์ใช้เงินโฆษณาไปเท่าไร และมีการตั้งบริษัทใหม่เพื่อผลิตรายการข่าวโดยไม่มีการตรวจสอบที่มาของบริษัทนั้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่เข้าใจข้อเท็จจริงโดยละเอียด ผมถึงยืนยันว่าท่านดําเนินการเรื่องเอ็นบีทีนี้ เปึนผลงานของท่าน ท่านเปึนผู้ให้กําเนิดเอ็นบีทีโดยแท้ทีเดียว รู้สัญญาแต่ละข้ออย่างชัดเจน และรู้ที่มาที่ไปของบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง ที่ได้คัดเลือกให้เปึนผู้ได้เรียกว่าสัมปทาน ก็แล้วกัน ผูกขาดการผลิตรายการข่าว ๙ ชั่วโมงครึ่งจาก ๑๘ ชั่วโมง นี่ถ้าเปึน ไอทีวี (iTV) เดิมต้องจ่าย ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ป้เดียว ๔๐ ล้านบาท หรือ ๔๕ ล้านบาทไม่แตกต่างกัน เท่าไรหรอกครับ แต่ที่ผมถามประเด็นเรื่องเป่ดกว้างโปร่งใสผมคิดว่าท่านตอบไม่ตรง ข้อเท็จจริง ไม่ได้มีหลายบริษัทอย่างที่ท่านว่าเลย ผมเรียนแล้วว่าคณะกรรมการที่ผม เปึนประธานที่ตั้งโดย ครม. เงาพรรคประชาธิปัตย์นั้นต้องการที่จะดูแล ไม่ประสงค์ ให้ใครเอาสื่อของรัฐมาเปึนสื่อโฆษณาชวนเชื่อ หรือสื่อเทียม หรือว่าเปึนสื่อเพื่อเอื้อ ประโยชน์ในทางธุรกิจ ผมให้ความเปึนธรรมท่านก็รู้ว่าผมเปึนสื่อมาก่อน เวลามองอะไร มองทั้งคุณภาพ มองทั้งความโปร่งใส และต้องเป่ดโอกาสให้โปร่งใสและเปึนธรรมกับ ผู้ประกอบการรายอื่นด้วย มีเพียง ๒ บริษัทเท่านั้นที่เสนอมาคือบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง และบริษัท เคแอลทีเอ็ม มีเดีย โปรดักท์ ๒ บริษัทแค่นั้น เดิมทีเขาให้ ๘-๙ บริษัท ผลิตข่าวและรายการประเภทข่าวตั้งแต่เช้ายันดึกท่านก็ทราบดี แต่ผมไม่รู้ท่านเขียน นโยบายนี้หรือให้บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง เขียนนโยบายแทนท่านหรือสมรู้ร่วมคิด ในการเขียน เพราะว่าข้อเสนอเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ แปลกครับไม่ถึงสัปดาห์ หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายนี้ต่อสภาปรากฏว่ารายละเอียดในข้อเสนอซึ่งท่าน ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เอกสารเหล่านี้ถึงมือ สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ถึงมือ ดีเอสไอ (DSI : กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ป.ป.ช. แน่นอนครับ เพราะมันผิดกฎหมาย เขียนหมด ผมไม่รู้ว่าเอ็นบีทีนี่บริษัทตั้งหรือท่านตั้ง เพราะคําว่า เอ็นบีที มันมาทีหลัง แต่บริษัทนี้ตั้งไว้ก่อนในข้อเสนอ รู้ได้อย่างไรหรือมีไอ้โม่งไปกระซิบ แล้วรายการข้อเสนอ ทุกประการ ๙ ชั่วโมงครึ่ง ไม่มีแตกต่างไปเลยหรือว่ารัฐมนตรีไปสมรู้ร่วมคิดกับบริษัทนี้ และน่าแปลกครับบริษัทนี้เพิ่งตั้งได้เมื่อเดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๐ นี้เอง ท่านจะตอบอย่างไร ถ้าท่านบอกว่าให้เห็นใจดูคุณภาพ แล้วก็ดูด้วยเถอะว่าการร่วมผลิตข่าวนั้นให้มาขณะนี้ ก็สูง สูงแค่ไหนครับ ๘ บริษัทเสนอรวมแล้ว ๓๙-๔๐ ล้านบาท ใกล้เคียงกันครับ แต่นั่น เขาแบ่งกระจายการผลิต อันนี้รวบยอดเลย ๙ ชั่วโมงครึ่ง เท่ากับได้สัมปทานการผลิตข่าว และประเภทข่าวของช่อง ๑๑ ไปทั้งหมดโดยที่เครื่องไม้เครื่องมือไม่ต้องลงทุนแม้แต่ บาทเดียว ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ของช่องหมดเลย เวลาออกอากาศไม่คิด และรวมทั้ง เกือบทุกอย่าง ถามว่ากรมได้อะไร รัฐได้อะไร ท่านอย่าคิดในมุมผลประโยชน์ด้านเดียว ของเอกชนต้องมองในมุมของรัฐและสาธารณชน ผมถึงบอกว่าเรื่องของการจัดทําสัญญา ครั้งนี้ที่บอกว่าไม่โปร่งใสทํารัฐเสียประโยชน์ ในแวดวงโฆษณาเขารู้กันมาก แต่ประเด็น ที่ผมถามแล้วท่านก็ยังไม่ชัดเจนก็คือว่าความโปร่งใสและเป่ดกว้าง บริษัทที่ผลิตรายการ อยู่ในช่อง ๑๑ แท้ ๆ ๑. ก็คือส่วนหนึ่งบอกว่าไม่รู้เลยทั้งที่เปึนเรื่องใหญ่มาก การจะให้ เวลารายการข่าว ๙ ชั่วโมงครึ่งหรือเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเวลาออน แอร์ (On air) ทั้งหมด ใหญ่มาก ไม่รู้ครับ แต่ไม่เปึนไรหรอกครับเพราะว่าคําชี้แจงของท่านมันมัดตัวเอง ท่านรู้ไหมครับภาษาของการพิจารณาการทําสัญญาของรัฐ คําชี้แจงของท่านมันเข้าข่าย เรื่องล็อกสเปก ล็อกบริษัท และมีการฮั้ว ผมเรียนกับท่านว่าที่ผมห่วงมากเหมือนพวกเราพรรคประชาธิปัตย์และท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรห่วงมากคือประชาธิปไตยเพิ่งกลับคืนมา เราต้องการที่จะได้ ประชาธิปไตยที่มีคุณภาพไม่แบ่งฝักแบ่งฝ์าย ไม่ใช้เครื่องมือของรัฐไม่ว่าจะเปึนสื่อ และอื่น ๆ มาเปึนการแบ่งประชาชน แบ่งพวก แบ่งความคิดเห็น การมีอํานาจแตกแยก จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกระผมจึงอยากจะเรียนว่า เราให้ความเปึนธรรมและเปึนห่วง ท่านประธานก็เปึนห่วงเหมือนกับพวกเรา และโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ แต่คุณภาพขอเปึน คําถามที่ ๓ เพราะท่านตอบผมกินเวลามาก

คําถามที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อท่านอ้างบอกว่าบริษัทนี้ซึ่งเพิ่งตั้งได้เพียง ๕-๖ เดือน แล้วก็บริษัท เคแอลทีเอ็ม มีเดีย โปรดักท์ นั่นก็เพิ่งตั้งได้ป้กว่า เดิมเขาทําคาร์ เรนท์ (Car rent) ทําเช่ารถ จู่ ๆ เปลี่ยนมาเปึนผลิตรายการข่าว ก็ตรวจสอบหมดแล้วว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วท่านไม่ได้มองผู้ผลิตข่าว ๑๐ ราย ๒๐ รายที่มีอยู่ในประเทศไทย แต่ทําไมมาเจาะจง ที่ ๒ บริษัทนี้ เสนอเข้ามาหลังรัฐบาลแถลงนโยบายไม่ถึง ๑ สัปดาห์ อะไรเกิดขึ้นครับ เมื่อท่านรู้รายละเอียดเหล่านี้และให้การันตี (Guarantee) ว่านี่คือทีมที่มีคุณภาพ ผมไม่เอ่ยอ้างว่าพาดพิงไปถึงพนักงานไอทีวีเดิม แต่ท่านคงไม่ทราบว่ามันเข้าข่าย การผิดกฎหมายปัองกันการฮั้ว เพราะ ๒ บริษัทที่ยื่นเสนอมาเพียงแค่ ๒ ราย ไม่ใช่ ๘-๙ รายอย่างที่ท่านอ้าง มีที่ตั้งอยู่ที่เดียวกัน มันบังเอิญมากไหมครับท่านรัฐมนตรี ๗๓๑ ถนนอโศก-ดินแดง มันช่างบังเอิญจริง ๆ ตอบได้ไหมครับว่ามันโปร่งใสอย่างไร แล้วนี่คือที่มาหรือเปล่าว่าตัวเลขการโฆษณาที่นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (Nielsen Media Research) ที่เขาทําประมาณการวงการโฆษณาพรีทีวีครับ ไอทีวียังต้องไปติดเสาพรีทีวี ออกอากาศช่อง ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ ออกอากาศได้ ๕๓,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับธุรกิจโฆษณา ที่อยู่ในแวดวงของพรีทีวี แล้วมีการปรับปรุงอย่างนี้แน่นอนต้องคาดการณ์ได้ว่าตัวเลข เปึนอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะตั้งค่าโฆษณานาทีละ ๕๐,๐๐๐ บาทต่ําสุดหรือครับ สูงสุดไปที่ ๑.๒ แสนบาท เขาประมาณกันว่าถ้าได้เต็มในส่วนแค่ ๗ นาที กรมประชาสัมพันธ์ไม่ต้อง ไปคิดหรอกครับ ผมจะตรวจสอบว่าเมื่อใดมีโฆษณารัฐวิสาหกิจทั้งหลายมาลงให้กับ งบโฆษณาผ่านกรมประชาสัมพันธ์หรือว่าผ่านบริษัท แต่แค่ ๗ นาที ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมว่าเอาแค่ครึ่งหนึ่ง ๗๕๐ ล้านบาท วันนี้ท่านพูดถึง ๔๕ ล้านบาท ท่านไม่ละอายใจหรือครับ ที่เปึนรัฐมนตรีที่ต้องดูแลผลประโยชน์ของรัฐ เพราะฉะนั้นตอบผมได้ไหมว่ามันโปร่งใส อย่างไร บริษัท ๒ แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เดียวกัน ตั้งอยู่ที่ ๗๓๑ ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง มีนายอดิศักดิ์ ชื่นชม นายพรเลิศ ยลศักดิ์สกุล ที่เซ็นสัญญากับรัฐ แล้วอีกบริษัทหนึ่งก็คือ บริษัท เคแอลทีเอ็ม มีเดีย โปรดักท์ จดทะเบียน ที่บ้านเลขที่ ๗๓๑ ถนนอโศก-ดินแดง มันบังเอิญ มันอาจจะอยู่ชั้น ๑ ชั้น ๒ ชั้น ๓ ชั้น ๑๕ ไม่ใช่ชั้นเดียวกันก็ได้ ทําไมมันบังเอิญขนาดนั้น ท่านตอบชี้แจงต่อสภาหน่อยเถอะครับ