จักรภพ เพ็ญแข หารือเรื่องการเปลี่ยนชื่อสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เป็นเอ็นบีที และเรียกร้องให้รัฐมนตรีและสมาชิกสภานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์นี้ พร้อมกับหารือเรื่องการร่วมผลิตข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 โดยมีบริษัท 2 บริษัทที่ได้รับการเลือกให้ร่วมผลิตข่าว และเรียกร้องการสนับสนุนให้ภาครัฐช่วยเหลือสื่อภาครัฐในการแข่งขันกับช่องโทรทัศน์อื่น
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ยื่นกระทู้ถาม ผ่านท่านประธานไปด้วยครับว่า การที่ท่านได้ตั้งคําถามเกี่ยวกับการดําเนินการและนโยบาย ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งเปึนชื่อใหม่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ของกรมประชาสัมพันธ์นั้นเปึนประโยชน์กับเอ็นบีทีเปึนอย่างยิ่ง
ประการที่ ๑ ก็คือท่านได้ช่วยให้เรื่องเอ็นบีทีนั้นได้ครองพื้นที่ข่าวต่อไปอีก เปึนการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการขายชั้นยอดให้กับสถานีใหม่ ซึ่งเปึนน้องนุช สุดท้องในวงการ
ประการที่ ๒ ก็คือได้เป่ดโอกาสให้กระผมในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณามอบหมายให้ดูแลงานในเรื่องนี้ได้มีโอกาสชี้แจงในขั้นต้นของการดําเนินการ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เพราะว่าสถานีโทรทัศน์นั้นเปึนที่รวมของศรัทธาประชาชน ถ้าหากมี ความไม่เข้าใจหรือความสงสัยประการใดประการหนึ่งแล้วก็ย่อมจะทําให้ผล ของการกระจายภาพ กระจายเสียงนั้นไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เพราะฉะนั้น จึงขอขอบพระคุณท่านในขั้นต้นนี้เปึน ๒ ประเด็นที่ว่านั้น ตอบให้ตรงคําถามว่า การเข้ามาของบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง ที่ได้รับการตัดสินโดยกรมประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่โดยกระผมเอง ให้ได้รับสิทธิในการร่วมผลิตข่าวและวิเคราะห์ข่าวกับ กรมประชาสัมพันธ์ในส่วนงานที่เกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนั้นมันเปึนมาอย่างไร ผมขอเรียนอย่างนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจน ได้นั่งเขียนลําดับความเปึนมา ของเรื่องอยู่พอสมควรอย่างนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงนโยบายเกี่ยวกับเรื่องสื่อภาครัฐ ของท่านผ่านรายการสนทนาประสาสมัคร ออกอากาศทางช่อง ๑๑ เดิมนี่ล่ะครับ โดยบอกว่าท่านอยากจะยกระดับช่อง ๑๑ ให้ทันสมัย การเสนอข่าวไม่ต้องเชียร์รัฐบาล ทําข่าวให้ตรงไปตรงมา พอวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ก็ปรากฏว่ามีบริษัทหนึ่งที่มีชื่อว่า เคแอลทีเอ็ม มีเดีย โปรดักท์ให้ความสนใจกับเรื่องนี้แล้วเสนอเข้ามายังกรมประชาสัมพันธ์ ว่าอยากจะมาร่วมงานตรงนี้และจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนกับภาครัฐ คือให้กับ กรมประชาสัมพันธ์เปึนเงินป้ละ ๓๐ ล้านบาท แต่ระหว่างนั้นไม่มีการดําเนินการอะไร เนื่องจากกระผมเองได้รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีกลางโทรทัศน์ ก็ใช้เวลา ๗ วัน ต่อจากนั้นในการวางแผนในรายละเอียดให้รอบคอบว่าจะสานต่อให้เปึนไปตามนโยบาย อย่างไร วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ กระผมถึงได้ไปแถลงนโยบายต่อกรมประชาสัมพันธ์ ให้แนวทางเขาว่าฝ์ายประจําจะช่วยงานของฝ์ายการเมืองให้บรรลุถึงนโยบายที่แถลงต่อ รัฐสภาไว้อย่างไร หนึ่งในนั้นก็คือเปึนนโยบายในการฟุ๋นฟูข่าวและระบบสนับสนุนงานข่าว ของสถานี ตรงนี้ต้องขอกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพว่า เวลาจะทํา สถานีโทรทัศน์ขึ้นมาให้มีคุณภาพนั้นเราไม่สามารถจะพูดได้เฉพาะเนื้อหาของข่าว คือสักแต่ว่าช่างพูดก็พูดไปนั้นไม่เกิดรายการโทรทัศน์ที่ดี ต้องมีระบบสนับสนุนงานข่าว นั่นหมายความว่างานด้านเทคโนโลยี งานด้านบุคคลเบื้องหลังการผลิตรายการต้องมี ความพร้อมสมบูรณ์ด้วย กระผมได้ให้นโยบายไปว่าจะทําช่อง ๑๑ ให้ดี จะต้องดู ทั้ง ๒ อย่างนี้ ไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องข่าว แต่ต้องเปึนคนที่เสนอประโยชน์ต่อภาครัฐในเรื่อง การสนับสนุนงานข่าวด้วย นโยบายมันก็เริ่มจะเปึนรูปเปึนร่างขึ้นมา พอถึงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้งที่ท่านได้พูดถึงนี่ล่ะครับได้เสนอตัวเข้ามา แบบเดียวกับบริษัทแรก แต่เปึนการเสนอภายหลังจากที่มีนโยบายโดยตัวกระผมเอง ที่ให้กับกรมประชาสัมพันธ์ไปแล้ว โดยบอกว่าจะเสนอสิทธิประโยชน์ทั้งในแง่ข่าว และระบบสนับสนุนงานข่าวเปึนเงินป้ละ ๓๖ ล้านบาท พอถึงวันที่ ๑๑ มีนาคม ทางกรมประชาสัมพันธ์โดยรักษาการอธิบดีได้อนุมัติให้ บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง เปึนผู้เข้าร่วมผลิตรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ และได้รับ นโยบายจากกระผม สั่งการให้ผู้อํานวยการสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ หรือว่ารักษาการ ผู้อํานวยการได้ตั้งคณะทํางานเจรจาต่อรอง เนื่องจากกระผมต้องการให้แน่ใจว่าใครก็ตาม ที่จะได้รับสิทธิมาร่วมงานกับภาครัฐที่เราเรียกว่าร่วมผลิตในการฟุ๋นฟูยกระดับสถานี ช่อง ๑๑ จะต้องเข้าใจ ๒ อย่าง อย่างแรก ก็คือต้องมาช่วยงานแบบสมบูรณ์ มีทั้งงานข่าว และงานสนับสนุนอย่างที่ว่า และอย่างที่สอง ก็คือให้สิทธิประโยชน์ตอบแทนอย่างมีเหตุ มีผล และถ้าหากเปึนไปได้ก็ต้องเลือกคนที่ให้มากที่สุด หลังจากนั้นคณะเจรจาต่อรอง ที่นําโดยท่านรักษาการผู้อํานวยการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ก็ทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งกระผมได้พอใจและได้แสดงความรู้สึกนี้ไปแล้ว เพราะสามารถ จะเจรจาเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ให้ภาครัฐจาก ๓๖ ล้านบาทขึ้นเปึน ๔๕ ล้านบาท ไม่ใช่ ๔๐.๕ ล้านบาทนะครับ ๔๕ ล้านบาท โดยรายละเอียดของผลประโยชน์ที่ได้เพิ่มในส่วนของ กรมประชาสัมพันธ์นั้น แบ่งเปึนอย่างนี้ครับ ผมจะเล่าคร่าว ๆ ไม่ลงรายละเอียดมาก จนเกินไป การสนับสนุนโครงการพัฒนาบุคลากร อุปกรณ์ จัดจ้างบุคลากร โครงการ พัฒนาการผลิตรายการเปึนเงินป้ละ ๔๐ ล้านบาทถ้วน ส่วนที่ ๒ ค่าใช้จ่ายในการ ปฏิบัติงานข่าวของเจ้าหน้าที่และลูกจ้างร่วมผลิต อาทิ ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ในต่างประเทศอะไรพวกนี้ หรือกิจกรรมที่ไม่อาจเบิกจ่ายได้ตามสารบบราชการ บริษัทได้ให้มาอีก ๕ ล้านบาท ก็รวม ๒ ก้อน เปึน ๔๐ บวก ๕ เปึน ๔๕ ล้านบาท และนอกจากนั้นต้องทําข้อตกลง ซึ่งก็เปึนอย่างนี้ทุกบริษัทที่ร่วมผลิต ก็คือลิขสิทธิ์จาก การผลิตงานข่าวต้องเปึนของกรมประชาสัมพันธ์ ทางภาคเอกชนจะนําไปใช้ประโยชน์ โดยไม่ขออนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์นั้นไม่ได้ เพราะเนื้อหาของข่าวที่เราเรียกว่า นิวส์ คอนเทนท์ (News content) นั้นมันมีมูลค่าในตัวมัน นอกจากนั้นในเรื่องของการแบ่งบัน ประโยชน์ในรูปแบบการร่วมผลิตที่เรียกในภาษาวงการว่า ไทม์ แชร์ริ่ง (Time sharing) ได้แบ่งกันอย่างนี้ ทางฝ์ายสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีคือภาครัฐได้สิทธิในการหารายได้ จากผู้สนับสนุนรายการข่าวให้เปึนไปตามสัญญาและหลักเกณฑ์ในการร่วมผลิตรายการ ชั่วโมงละ ๓ นาที ทีนี้ไปดูทางบริษัทบ้างว่าได้อะไร บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้งได้อย่างนี้ครับ แรกที่สุดก็คือ ได้สิทธิในการหารายได้จากผู้สนับสนุนข่าวประจําวันตามหลักเกณฑ์ การร่วมผลิตของกรมประชาสัมพันธ์ชั่วโมงละ ๗ นาที ไทม์ แชร์ริ่ง นั่นหมายความว่า ภาครัฐนั่งสนับสนุนในเรื่องของอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐานและการอํานวยความสะดวก ทั่วไปแต่ไม่ต้องไปลงทุนทําอะไรมากกว่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเปึนการแบ่งในตัวเอง ที่ภาคเอกชนผู้ร่วมผลิตและได้ปฏิบัติตนตามหลักเกณฑ์ทุกอย่างนั้นจะมีค่าตอบแทน เพียงพอสมเหตุสมผลในราคาตลาดที่เขาจะไปดําเนินการในส่วนของเขาเพื่อให้เกิด คุณภาพ เพราะนี่เปึนรายการร่วมมือกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่รายการมาเชือดเนื้อ ถึงกระดูกกันเพื่อจะให้แน่ใจได้ว่าคนคุมนโยบายมีเรื่องเท่ ๆ มารายงานต่อสาธารณชน เราต้องการผลที่เกิดขึ้นในการทํางานอย่างแท้จริง และนอกจากนั้นบริษัทก็มีสิทธิในการใช้ ห้องผลิตรายการ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิตและการออกอากาศ ซึ่งต้องเปึนไปตาม หลักเกณฑ์ของกรมประชาสัมพันธ์นะครับ
ประเด็นที่สําคัญก็คือว่า ทําไมจึงต้องเปึนบริษัทนี้ ที่มีข่าวออกก่อนหน้านี้ว่า มีเพียง ๒ บริษัท แล้วเลือก ๑ จาก ๒ ไม่เปึนความจริงครับ มีบริษัทที่แสดงความสนใจ เข้ามาร่วมผลิตข่าวและการวิเคราะห์ข่าวกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเปึนเอ็นบีทีถึง ๗ บริษัทด้วยกัน แต่ปรากฏว่า บริษัทส่วนใหญ่นั้นไม่ได้สนใจผลิตรายการข่าวทั้งระบบแบบที่ทางเราต้องการ เรานั่นหมายถึงกรมประชาสัมพันธ์และช่อง ๑๑ ซึ่งกําหนดไว้แล้วว่าข่าวจะเปึนเนื้อหา สาระหลักของการปรับปรุงสถานีโทรทัศน์ใหม่ เพราะฉะนั้นเมื่อบริษัทส่วนใหญ่ไม่สามารถ จะให้บริการได้เต็มที่ตามที่เปึนเงื่อนไขขั้นต้น มันก็เหลือเพียงบริษัทที่พร้อมจะทําก็มีอยู่ ๒ บริษัท ซึ่งการเลือกก็ง่ายเพราะว่าสิทธิประโยชน์ชัดเจนระหว่าง ๓๐ ล้านบาท กับ ๔๕ ล้านบาทในตอนหลัง เพราะฉะนั้นการเลือกในส่วนนี้ก็ทําให้เราได้บริษัทที่เข้าใจ ในจุดประสงค์ในการพัฒนางานตรงนี้ และที่สําคัญก็คือมีประสบการณ์มีงานที่เคยทํามา ในอดีต อย่างที่ผมได้เคยกราบเรียนตอบกระทู้ถามไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ยื่น กระทู้ถามในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ท่านจะสอบถามจากสมาชิกในพรรคได้เพิ่มเติม เพราะได้เคยตอบกันไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ําตรงนี้ เพราะฉะนั้นการเลือกบริษัทนี้สรุปแล้ว ก็คือ ๑. สิทธิประโยชน์ก็ให้มากกว่า ๒. เขาเปึนหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่เสนอตัวเข้ามา แล้วก็มีความสมบูรณ์เต็มที่ตามเงื่อนไขขั้นต้นที่เราต้องการได้บริษัทมาร่วมผลิต ทีนี้ผมตอบต่อเนื่องไปนิดหนึ่งว่า การร่วมผลิตพูดกันจนอาจจะเลอะเทอะไปหน่อย ฟังดูเหมือนกับว่าพอรัฐบาลนี้เข้ามาก็มีบริษัทชื่อ ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง นี่แหละเข้ามา ได้รับสิทธิพิเศษในการทําธุรกิจรูปแบบที่ไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนในกรมประชาสัมพันธ์ นี่เปึนข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง การร่วมผลิตนั้นเปึนแนวทางที่ต่อเนื่องของกรมประชาสัมพันธ์ ได้ทํามาอย่างนี้เปึนหลายสิบบริษัทแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมา ระบบร่วมผลิตหรือ ไทม์ แชร์ริ่ง ที่กรมประชาสัมพันธ์ได้สร้างขึ้นมาได้พัฒนาถึงขั้นที่ว่าสํานักงานอัยการสูงสุด เปึนผู้ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบต่อสัญญาทุกฉบับที่จะทํากับเอกชนในการร่วมผลิตนั้น เพราะฉะนั้นกรณีนี้จึงเปึนกรณีล่าสุดไม่ใช่กรณีแรก เปึนกรณีที่ต่อแถวอีกหลายบริษัทมา แล้วถ้าผมจะย้อนกลับไปได้สักนิดหนึ่งเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์นั้น กระผมต้องขอพูดตัวเลข ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้แข่งกันที่ตัวเลขในอันดับ แต่มันต้องเปึนหลักเกณฑ์อันหนึ่งไม่เช่นนั้นจะใช้หลักเกณฑ์อะไร ประเด็นก็คือว่าเมื่อเรา รวมบริษัททั้งหลายที่ได้เสนองานเข้ามา ที่ว่ารวม ๗ บริษัทนี่นะครับ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ ต้องการทํางานข่าวทั้งระบบ รวมกันแล้วมีสิทธิประโยชน์เสนอต่อรัฐรวมกันทุกบริษัท ๒๕ ล้านบาทเท่านั้น และบริษัทที่ดําเนินรายการข่าวอยู่ในปัจจุบันซึ่งมีหลายบริษัทก็เสนอ บริการรวมกันปัจจุบันนี้น้อยกว่าตัวเลข ๓๖ ล้านบาท ซึ่งเปึนตัวเลขขั้นต้นของดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง แล้วก็น้อยกว่า ๔๕ ล้านบาท ซึ่งเปึนตัวเลขเจรจาใหม่ในตอนหลัง เพราะฉะนั้นกรมประชาสัมพันธ์ไม่เสียประโยชน์อะไรเลย ได้รับเงินสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ได้คนที่มีประสบการณ์มาช่วยกันทํางานมากขึ้น ถ้าจะมีใครพูดว่าเสียประโยชน์คงต้อง ชี้แจงกันต่อไป คงต้องอธิบายความให้กระผมฟังแล้วว่ามันเสียตรงไหน และที่สําคัญ ก็คือว่ากระผมก็คงก้าวล่วงไม่ได้นะครับว่าท่านจะยื่นกระทู้ถามเรื่องอะไร แต่กระผมก็คิด อย่างคนที่ดูทีวีคนหนึ่งเปึนคนไทยคนหนึ่งว่าทําไมท่านถึงไม่สนใจเรื่องคุณภาพรายการ กันบ้าง สนใจแต่เรื่องของวิธีดําเนินการ น่าจะสนใจว่าเอ็นบีทีมันดีขึ้นหรือเปล่า คนเขา ชอบมากขึ้นหรือเปล่า โดนใจคนเขามากขึ้นหรือเปล่า นั่นไม่ใช่หรือครับที่ทําให้เรามานั่ง กันอยู่ในที่นี้ก็คือต้องการจะทํารายการโทรทัศน์ที่มันโดนใจคน แต่นี่เปึนสิทธินะครับ ท่านจะสนใจแต่เรื่องที่ท่านสงสัยก็ได้ เพียงแต่กระผมคิดว่าเราก็เผื่อแผ่พี่น้องประชาชน ด้วยก็จะเปึนการดี
ทีนี้ประเด็นต่อมา เกี่ยวกับเรื่องของบริษัทที่ท่านได้ตั้งประเด็นขึ้นมาในตอนนี้ กระผมอยากจะได้ชี้ประเด็นต่อเนื่องไปว่า เหตุที่รูปแบบการร่วมผลิตหรือไทม์ แชร์ริ่ง มีความสําคัญมากขึ้น ปฏิสัมพันธ์มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เรื่อยมาจนถึงป้นี้นะครับ เปึนเพราะว่า การผลิตรายการโทรทัศน์นั้นใช้ต้นทุนสูง โดยเฉพาะที่ต้องการจะให้ได้คุณภาพและสามารถ จะแข่งขันกับช่องอื่นเขาได้ แต่ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ทราบดีว่า ภาครัฐไม่เอื้อต่อการนี้เลย ถ้าจะใช้ระเบียบภาครัฐคุณภาพของสถานีโทรทัศน์ของรัฐ คงจะต้อยต่ํายิ่งกว่าเคเบิล (Cable) ท้องถิ่นบางกิจการเสียอีก เพราะไม่มีทุนดําเนินการ ที่จะมารักษาสภาพทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพที่อยู่ในการแข่งขันของสื่อต่าง ๆ ได้ ตรงนี้แหละครับรูปแบบการร่วมผลิตถึงได้มีความสําคัญขึ้นมา และกระผมก็ไม่ได้มีเจตนา จะเปลี่ยนนโยบายเหล่านี้เลย เห็นใจกรมประชาสัมพันธ์เปึนอย่างยิ่ง เขาไม่เหมือน อสมท กระผมขอเอ่ยถึงอีกหน่วยงานที่กระผมกํากับดูแล ซึ่งปัจจุบันเปึนบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) นั่นเขาทํากําไรได้เต็มที่ นั่นเขาเปึนบริษัทมหาชน กระผมไม่ต้องไปห่วงเขาเลยว่าเขาจะ ไทม์ แชร์ริ่ง หรือว่าจะมีรูปแบบการผลิตอย่างไร แต่กระผมห่วงเอ็นบีทีซึ่งรายได้ไม่มี แล้วยิ่งมีพระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ซึ่งผ่านออกมา โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติในยุคที่บ้านเมืองยังไม่ใช่เลือกตั้งอย่างนี้ก็ยิ่งทําให้เกิดปัญหา เพราะการประกาศใช้บังคับเมื่อตอนต้นเดือนมีนาคมนี้เขียนไว้เลยครับว่า ผู้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์จะต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง การแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดําเนินรายการให้กระทําได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัตินี้กําหนด พูดง่าย ๆ ถ้าเกิดตีความเปึนตัวอักษรตามนี้ก็แปลว่า ให้สัมปทานใครไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนที่ว่าจะมีการตีความกันอย่างไรเพื่อจะให้เกิด ความอยู่รอดได้ของสื่อภาครัฐเพราะว่าเราต้องอยู่ในโลกแห่งความเปึนจริง นี่ก็เปึน อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าหากกระผมจะต้องทําหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้นั่นก็แปลว่า กระผมต้องดึงสื่อต่าง ๆ ที่เคยให้สัมปทานใครต่อใครกลับมาผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งผลิตใหม่ ในแง่ของงบประมาณก็ไม่พอ ในแง่ทรัพยากรของเราก็มีแต่จํากัด ในเรื่องการหารายได้ก็มี แต่จํากัด ก็ต้องร่วมผลิตอย่างนี้ กระผมหวังว่าชี้แจงไปอย่างนี้ท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติคงจะเห็นใจว่าหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการจะพัฒนาตนเองให้มีความสามารถ ทัดเทียมหรือใกล้เคียงกับคนอื่นเขามันต้องดิ้นรนเพื่อจะเอาตัวรอดแค่ไหน ซึ่งการดิ้นรน ตรงนี้จะออกนอกกรอบกฎหมายก็ไม่ได้ จะต้องเปึนไปตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ ส่วนกฎหมายจะอยู่ในโลกแห่งความเปึนจริงหรือต้องคิดแก้ไขกฎหมาย กระผมก็ต้อง นําเรื่องนี้มาปรึกษาท่านสมาชิกทั้งสภาอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้กระผมขอตอบ คําถามในขั้นต้นนี้ก่อนครับว่า เหตุที่เลือกบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง นั้นเพราะเปึน บริษัทที่มีความพร้อมให้ประโยชน์ภาครัฐอย่างเต็มที่ แล้วถ้าหากว่าลืมตาดูทั้ง ๒ ข้างก็จะพบว่าตาข้างคุณภาพเขาก็ได้ ตาด้านสิทธิประโยชน์ ของรัฐเขาก็ได้ กระผมคิดว่ามองให้สมดุลอย่างนี้ก็จะทําให้เรามองดูจอโทรทัศน์ได้เต็มจอ ยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ