สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๙ เมษายน ๒๕๕๑

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของประชาชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ พร้อมเรียกร้องให้มีการใช้จ่ายเงินที่ประหยัดและคุ้มค่า ในด้านต่างๆ เช่น การลดการสูบบุหรี่ การลดปัจจัยเสี่ยงของการดื่มแอลกอฮอล์ การลดอุบัติเหตุ การกีฬาเพื่อสุขภาพ และการสื่อสารที่ดีและยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้สสส. ปรับปรุงมาตรฐานและความรับผิดชอบของสื่อมวลชน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้อ่านรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ หรือ สสส. ที่นําเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้แล้วทําให้รู้สึกว่า ในท่ามกลางความมืดมิดของระบบการคุ้มครองดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ยังมี สสส. ซึ่งเปึนหน่วยงานที่เปึนเปลวเทียนที่ส่องสว่างให้กับคนไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างอบอุ่นใจ เพราะว่าปัจจุบันนี้ลําพังกระทรวงสาธารณสุขเอง ก็ต้องบอกว่าเปึนยุคสมัยที่ค่อนข้างจะวังเวงมากที่สุดยุคหนึ่ง ยากที่จะเห็นบทบาทนํา ในการที่จะสร้างสังคมสุขภาวะที่ สสส. อยากจะเห็นแล้วก็กําลังทําอยู่นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้การมี สสส. อยู่ เราได้เห็นประกายความคิดมากมายในการสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนแล้วก็ได้ลงมือผลักดันจนเปึนผลสําเร็จ ให้เห็นอยู่แล้ว แล้วก็เข้าใจดีว่ากว่า สสส. จะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ก็ได้ผ่านอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะอุปสรรคจากฝ์ายการเมืองในอดีตที่พยายามเข้ามาแทรกแซงการทํางาน แล้วก็ พยายามเข้ามาแทรกแซงการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีอยู่มากกว่า ๒,๕๐๐ ล้านบาทต่อป้ ป้ที่แล้วซึ่งเปึนป้ที่ สสส. ได้รายงานชิ้นนี้เข้ามาในสภาเปึนป้ที่น่าจะปลอดพ้นจากภาวะ ที่ถูกแทรกแซงมากที่สุดและน่าจะเปึนยุคที่มีการสนับสนุนให้ สสส. เองมีบทบาทในการทํา ภารกิจของตัวเองได้มากที่สุดยุคหนึ่ง จะเห็นได้จากรายงานผลงานในบทบาท ๔ เรื่องหลักก็คือ เรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องของการลดการสูบบุหรี่ การลดอุบัติเหตุ และเรื่องของการสร้าง ภูมิคุ้มกันแก่ประชาชนในเรื่องของการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ แต่ขณะเดียวกัน สสส. ได้บรรลุภารกิจตามแผนงานหลักของตัวเอง ทั้งหมดนี้ยังมีการสนับสนุนให้ภาคส่วนอื่น ๆ ขับเคลื่อนงานทางด้านสาธารณสุขไปอย่างน่าชื่นชมด้วย โดยเฉพาะการผลักดันนโยบาย สาธารณะที่ออกมาในรูปของการตรากฎหมายขึ้นมา จะเห็นว่าเรามีกติกาใหม่ ๆ ของสังคม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจํากัดพื้นที่การสูบบุหรี่ การปรับภาษียาสูบ การห้ามโทรศัพท์ขณะขับรถ หรือรวมกระทั่งการออกกฎหมายจัดตั้งทีวีสาธารณะ ซึ่ง สสส. ได้เข้าไปมีส่วนมีบทบาท ที่สําคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามผมมีความเปึนห่วงว่าด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายในการ จัดตั้ง สสส. ที่ต้องการเน้นย้ําในเรื่องของการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของการ บริโภคสุราและยาสูบหรือสารอื่น ๆ ที่ทําลายสุขภาพรวมทั้งภารกิจในการต่อสู้ปกปัองเรื่อง พฤติกรรมการดํารงชีวิตที่ไม่ถูกต้อง สิ่งนี้อาจจะไปกระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ของกลุ่ม ธุรกิจของบริษัท ห้าง ร้าน รวมทั้งกลุ่มการเมืองและกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ มากมาย ผมเปึนห่วง ว่า สสส. อาจจะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคในทํานองนี้ตลอดไปและจะไม่มีที่สิ้นสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะลงลึกถึงรายละเอียดของผลงานในป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจะต้อง มีการวิพากษ์วิจารณ์และมีข้อเสนอแนะ ผมอยากจะสะท้อนประเด็นปัญหาหนึ่งที่มีผู้เฝัา มองการทํางานของ สสส. โดยเฉพาะในเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ นะครับ ตัวเลขงบประมาณจากภาษีเหล้า บุหรี่ที่เจียดมานี่ครับ อย่างที่บอกว่ามีประมาณมากกว่า ๒,๕๐๐ ล้านบาทต่อป้ เปึนเงินที่เปึนจํานวนมาก แล้วก็เปึนแหล่งทุนก้อนโตที่จะทําให้ ผู้เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ พยายามที่จะขอเข้ามามีเอี่ยว เข้ามาแย่งชิงเงินก้อนนี้ไปใช้จ่าย รวมทั้งรัฐบาลเองก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้จ่ายอันนี้ด้วย เม็ดเงินก้อนนี้เท่าที่ดู ในรายงานแล้วผมคิดว่ามีประมาณมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ใช้ในการอุดหนุนโครงการ ต่าง ๆ ซึ่งนับวันจะขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ มีคําถามก็คือว่าได้มีการกระจายโครงการ ต่าง ๆ เหล่านี้ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ไปยังภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม มากน้อยแค่ไหนนะครับ และมีวิธีการพิจารณาที่เหมาะสมอย่างไรบ้างนะครับ อีกส่วน หนึ่งก็คือเงินจํานวนมหาศาลครับที่ถูกใช้ในการผลิตสื่อต่าง ๆ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับ ประชาชน ซึ่งผมเข้าใจดีว่าเปึนเรื่องจําเปึนนะครับ แต่ก็ถูกตั้งคําถามมาตลอดว่างบประมาณ ในการผลิตสื่อ ผลิตอุปกรณ์และค่าโฆษณาเปึนตัวเลขที่สูงมาก ตัวอย่างเช่น การจัดทํา หนังสือที่มาแจกในที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็ค่อนข้างจะหรูหรา ค่อนข้างจะสิ้นเปลืองอยู่มาก ซึ่งไม่จําเปึนจะต้องทําด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงมากขนาดนี้นะครับ เงินเหล่านี้แม้ว่าจะมี เพื่อนสมาชิกบอกว่าเปึนเงินได้จากภาษีบาปนะครับ แต่ว่าไม่ว่าได้จากส่วนไหนก็ตาม มันก็เปึนเงินเหมือนกันนะครับ เปึนเงินที่พี่น้องประชาชนเปึนเจ้าของ แผ่นดินนี้เปึนเจ้าของ เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายเงินควรจะเปึนไปด้วยความประหยัดและก็คุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่ จะทําได้นะครับ นี่คือสิ่งที่ทุกคนห่วงใยแล้วก็อยากจะติติงไว้ ในรายงานของ สสส. ป้ ๒๕๕๐ ได้บ่งบอกความสําเร็จที่สามารถผลักดันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะในเปัาประสงค์หลัก ที่นําเสนอไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่ามีถึง ๖ เรื่อง แต่ผมขออนุญาตพูดถึงเพียง ๒ เรื่องหลัก ๆ เท่านั้น

๑. ก็คือ เรื่องของการลด ๔ ปัจจัยเสี่ยงหลัก กับเรื่องของการสื่อสาร การตลาด เพื่อสังคมนะครับ เรื่องแรก เรื่องของการลด ๔ ปัจจัยเสี่ยงหลัก เรื่องของการควบคุม และการลดการสูบบุหรี่ แนวโน้มการสูบบุหรี่ของผู้สูบหน้าใหม่ลดลงนะครับ นี่รายงานของ สสส. ก็เปึนเรื่องที่น่ายินดีนะครับ แต่ว่าเชื่อว่าก็คงเปึนผลมาจากการรณรงค์ของ สสส. และภาคีเครือข่ายอย่างจริงจัง แต่ว่าตัวเลขผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยที่บอกว่ายังมีมากถึงเกือบ ๑๑ ล้านคน ยังเปึนเรื่องที่น่าห่วงนะครับ น่าห่วงทั้งต่อสุขภาพของผู้สูบเองและก็ทั้งสุขภาพ ของคนที่อยู่ข้างเคียงโดยที่ไม่ได้มีส่วนในการสูบบุหรี่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะทําอย่างไร ที่จะทําให้การลดจํานวนผู้สูบบุหรี่มากลงกว่านี้ ซึ่งแน่นอนครับ คงไม่ใช่ปล่อยให้ผู้สูบบุหรี่ ตายไปเองนะครับ น่าจะมีมาตรการส่งเสริม สนับสนุนให้เขาลด เลิกที่มีประสิทธิภาพ มากกว่านี้นะครับ ที่น่าเปึนห่วงครับ คือผู้สูบบุหรี่ที่อยู่ในชนบทซึ่งขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ ในเรื่องพิษภัยของบุหรี่ที่มีต่อตนเองและก็ผู้อยู่ข้างเคียง ทําอย่างไรที่ สสส. จะมีสื่อเข้าไป ถึงคนกลุ่มเหล่านี้ได้อย่างแท้จริงนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการลด ๔ ปัจจัยเสี่ยงหลัก ก็คือเรื่องของเหล้านะครับ การดื่มเหล้า ดื่มแอลกอฮอล์ถูกทําให้เปึนเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล มายาวนาน แล้วก็เปึนเรื่องค่านิยมสําหรับคนบางกลุ่ม บางยุคสมัยที่นิยมดื่มไวน์กันก็บอกว่า นั่นเปึนเรื่องที่เปึนความโก้เก๋ เปึนค่านิยมที่ชนชั้นสูงในสังคมนิยมกัน ในบางยุคที่พยายาม ขายเรื่องเบียร์กับชนชั้นกลางก็ดึงค่านิยมเรื่องการดื่มเบียร์เข้าไปเปึนค่านิยมของคนชั้นกลาง สิ่งเหล่านี้มันได้ทําให้กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้มีผลประโยชน์จํานวน มหาศาล แล้วก็มีอิทธิพลเหนือการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย ไม่สามารถที่จะเข้าไปมีนโยบาย หรือว่ามีมาตรการสาธารณะใด ๆ ที่จะมาบั่นทอนกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ได้นะครับ ก็มีแต่ ภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชนเท่านั้นที่เห็นความสําคัญแล้วก็นําปัญหาเหล่านี้ มาสร้างจิตสํานึกต่อต้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ เพราะเมื่อเปึนอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า สสส. เองคงต้องทํางานหนักในการหาภาคีเครือข่าย ในการต่อต้านเรื่องนี้ต่อไปนะครับ ก็อยากเสนอแนะครับว่ากลุ่มชนชั้นนําในสังคมไทยเรา นี่นะครับที่มักจะเปึนผู้นําในการบริโภคแอลกอฮอล์ในรูปแบบต่าง ๆ นี่ สสส. ควรจะหาวิธี เข้าไปจัดการรณรงค์กับคนกลุ่มนี้นะครับ อย่างเช่น นักธุรกิจ ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีต้องเปึนแบบอย่างในการใช้ชีวิตที่ไม่ข้องแวะกับแอลกอฮอล์ สิ่งนี้ผมคิดว่า สสส. น่าจะรณรงค์ และพวกผมเองซึ่งไม่นิยมกับเรื่องเหล่านี้ก็พร้อมที่จะให้ ความร่วมมือกับท่านนะครับ พระภิกษุ พระนักเทศน์ องค์กรทางศาสนาอะไรต่าง ๆ นี่ที่เห็น ความสําคัญกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าต้องดึงมาเปึนเครือข่ายแล้วก็จัดกิจกรรมสนับสนุนในพื้นที่ ให้คนเหล่านี้เข้าไปดําเนินการนะครับ

เรื่องต่อมาคือเรื่องของอุบัติเหตุ ลดอุบัติภัยนะครับ อย่างไรก็ตามแม้จะมี ความสําเร็จในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ แต่ว่าตัวเลขผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสียชีวิตแต่ละป้ก็ยัง สูงมากนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าทําไมแต่ละป้ในแต่ละช่วงเทศกาลนี่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องถึงพยายามตั้งเปัาเรื่องของการลดจํานวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เช่น ตั้งเปัาว่า จะต้องไม่มากกว่าป้ที่แล้วจะต้องไม่มากกว่า ๓๐๐ ศพ ไม่มากกว่า ๔๐๐ ศพ ตัวเลขเหล่านี้ ไม่มีความจําเปึนครับ สิ่งที่จะต้องตั้งเปัาก็คือว่าในทุกเทศกาลนี่จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเลย นั่นคือเปัาที่ควรจะเปึน เพื่ออะไรครับ เพื่อให้มีการระมัดระวัง กันมากที่สุด ไม่ใช่ว่าป้นี้มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าป้ที่แล้ว นี่ถือว่าประสบความสําเร็จ ผมคิดว่า นั่นไม่ใช่ครับ ทุกชีวิตที่สูญเสียไปจากการประสบอุบัติเหตุมีค่าทั้งสิ้น ทุกชีวิตที่สูญเสียไป ก็คือความล้มเหลวในการรณรงค์ปัองกันนะครับ ท่านประธานครับ สสส. มีองค์กร มีมูลนิธิกู้ภัย ต่าง ๆ พร้อมจะให้ความร่วมมือกับท่านนะครับ ผมคิดว่าน่าจะประสานความร่วมมือ กับองค์กรเหล่านั้นที่เปึนรูปธรรมนะครับ ทั้งเรื่องการให้แจกจ่ายสื่อ หรือแม้กระทั่งเรื่อง ของการมีงบประมาณเข้าไปสนับสนุนการฝ๊กอบรมต่าง ๆ นะครับ

เรื่องสุดท้ายคือ เรื่องของการกีฬาเพื่อสุขภาพ ซึ่งเปึนประเด็นหนึ่งที่ สสส. ให้ความสําคัญแล้วก็คิดว่าเปึนความสําเร็จ เวลานี้การเต้นแอโรบิกส์ (Aerobics) ในแต่ละพื้นที่ ทั้งในเขตเมือง ในเขตชนบทแพร่หลายมากนะครับ แต่ว่าคนเหล่านั้นตื่นตัวขึ้นมาเนื่องจาก การรณรงค์ของ สสส. เอง แต่พอหลังจากนั้นเขาก็ไม่มีงบประมาณ ไม่มีการช่วยเหลือดูแล ที่ทําให้การออกกําลังกายของพวกเขามีความต่อเนื่องนะครับ ก็มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เข้าใจที่ดูแลพี่น้องในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ แต่ว่าก็ไม่เพียงพอผมอยากให้ สสส. ให้ความสําคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้อย่างต่อเนื่องแล้วก็เปึนรูปธรรมด้วย ท่านประธานครับ ป้ที่แล้วในสมัยสภาชุดที่แล้วผมมีโอกาสนําเสนอความเห็นกับ สสส. ไปครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้หยิบยก ขึ้นมาแล้วนะครับว่า สสส. ควรจะให้ความสําคัญในการดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาเปึนภาคีเครือข่ายใน ๔ ประเด็นหลักที่ผมได้นําเรียนกับท่านไปแล้วนะครับว่า มีความจําเปึน เนื่องจากว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีทั้งกําลังคน มีทั้งงบประมาณ มีทั้งมวลชนที่พร้อมจะสนับสนุนงานของ สสส. อยู่แล้ว แต่ว่าในรายงานของป้ ๒๕๕๐ นี้ ผมยังไม่เห็นความคืบหน้าที่ สสส. เข้าไปร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเปึน รูปธรรมนะครับ

เรื่องใหญ่เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะนําเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง ก็คือเรื่องของสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่แล้วก็เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน เปึนหลักนะครับ บทบาทของ สสส. ที่ผ่านมาก็คือการส่งเสริมให้สื่อมวลชนผลิตเนื้อหาในเชิง สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเน้นย้ําในเรื่องของเด็ก เรื่องของเยาวชน รวมทั้งการสร้างค่านิยมใหม่ ที่สอดแทรกในเนื้อหารายการต่าง ๆ โดยเฉพาะรายการโทรทัศน์นะครับ แต่ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่านับวันรายการดี ๆ ที่ สสส. ให้การสนับสนุนก็ดูจะไม่ค่อยมั่นคงนักนะครับ ทั้งในแง่ของจํานวนผู้ชมทั้งในแง่ความต่อเนื่องของรายการ และโดยเฉพาะยังจํากัดอยู่ใน สถานีโทรทัศน์ที่รัฐบาลเองก็ไม่ค่อยชอบ อย่างเช่น ทีวีสาธารณะ ซึ่งถูกกระแนะกระแหน อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นเนื้อหาที่สื่อผ่านเข้าไปยังโทรทัศน์สาธารณะนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าจะมีความมั่นคง อยู่ได้ยืดยาวสักแค่ไหนต่อไปนะครับ เรื่องของการสื่อสารที่ดีนะครับเปึนเรื่องที่ สสส. เอง ก็มุ่งมั่นที่จะให้เกิดขึ้น แต่ถามว่าการสื่อสารที่ดีและยั่งยืนนี่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ผมคิดว่า คําถามนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอยู่ที่ว่า สสส. จะมองบทบาทของสื่อมวลชนในอนาคต อย่างไร ถ้ามองอนาคตของสื่อมวลชนเปึนเพียงแค่เครื่องมือเปึนเพียงแค่ช่องทางในการสื่อสาร เนื้อหาสาระของ สสส. ไปยังพี่น้องประชาชนอย่างเดียวเท่านั้นไม่พอครับ ผมคิดว่าต้องมอง สื่อมวลชนใน ๒ ลักษณะก็คือ ๑. เปึนทั้งเครื่องมือ เปึนช่องทางในการสื่อสาร และต้องให้ สื่อมวลชนเปึนภาคีเครือข่ายในการทํางานของ สสส. อย่างมั่นคงด้วย วันนี้ สสส. จึงต้อง คิดมากกว่าการสนับสนุนรายการบางรายการหรือการผลิตสื่อโฆษณาเข้าไปยังสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ และออกไปสู่พี่น้องประชาชน วันนี้ สสส. ต้องสนับสนุนให้วงการสื่อมวลชนเกิดการปฏิรูป สื่อเพื่อให้สื่อนี่สามารถทําหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อนําไปสู่เปัาหมายการสร้าง สังคมสุขภาวะที่ยั่งยืนในที่สุดได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สื่อมวลชนมีบทบาท และมีอิทธิพลต่อสังคมมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ มีความสลับซับซ้อนของสังคมมากขึ้นเท่าไร สื่อมวลชนยิ่งมีบทบาทมีความสําคัญมากขึ้นเท่านั้น ในช่วง ๑๕ ป้ที่ผ่านมานี่สื่อสารมวลชน ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากนะครับ มีผู้เข้ามาทําอาชีพนี้เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วและก็หลากหลายที่มา สถาบันการศึกษาผลิตบุคลากรที่ออกมาสะเปะสะปะ แล้วก็ไม่สอดคล้องกับสภาพความต้องการของตลาดในวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่แท้จริง เกิดอะไรขึ้นครับ มาตรฐานทางวิชาชีพตกต่ํา ใครก็ไม่รู้เข้าไปเปึนสื่อมวลชน ใครก็ได้ขอให้ เปึนความต้องการขององค์กรสื่อนั้น ๆ ก็สามารถที่จะเข้าไปเปึนสื่อมวลชนได้ไม่จําเปึน ต้องได้รับการกล่อมเกลา ไม่จําเปึนต้องรับการฝ๊กฝนความรู้ทางด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาก่อนนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ เราจึงเห็นว่ามีสื่อมวลชนจํานวนมากกลายเปึนพิษภัยต่อสังคมนะครับ ที่เปึนสภาพเช่นนี้เราจะเห็นว่ามีคนที่เข้าไปทํางานสื่อจํานวนมากไม่คิดว่าตัวเองนี่มี ความสําคัญในการเปึนสื่อสารมวลชน แต่คิดว่าตัวเองเปึนเพียงพนักงานของบริษัทที่ รับจ้างผลิตเนื้อหา ผลิตข่าวสารสาระไปสู่พี่น้องประชาชนเท่านั้นเอง นี่เปึนเรื่องที่จะต้อง ทบทวน ท่านประธานที่เคารพครับ สื่อสารมวลชนจํานวนมากจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ว่าไม่ใช่สื่อแท้ เปึนเพียงสื่อเทียม เปึนเพียงสื่อที่ถูกมองว่าทําหน้าที่อย่างไม่ครบถ้วนทั้งที่ โดยจงใจและไม่จงใจก็ตามทําให้เกิดปัญหาเรื่องการขาดความถูกต้องความครบถ้วน ขาดความรู้ขาดวิจารณญาณในการตัดสินใจและที่สําคัญคือกรอบความคิดทางด้าน คุณธรรมจริยธรรมบกพร่องหายไปจํานวนมาก วันนี้ท่านที่เกี่ยวข้องกับแวดวงสื่อสารมวลชน ได้ตระหนักกับเรื่องนี้เปึนอย่างมาก แล้วก็มองว่าจําเปึนที่จะต้องมีการปฏิรูปคุณภาพของ สื่อสารมวลชนเพื่อให้สามารถทําหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง ถามว่าจะทําอย่างไรครับ มีหลักคิดที่เปึนข้อเสนอรวบยอดอยู่ ๒ เรื่องเท่านั้นเอง ก็คือ ๑. สื่อจะต้องมีมาตรฐาน ในการทําหน้าที่ตามหลักการวิชาชีพคือ ทําอย่างไรก็ได้สื่อจะต้องทําหน้าที่อย่างครบถ้วน ถูกต้องเปึนกลางและเปึนธรรม ๒. ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ในประเด็นแรก เรื่องของการทําหน้าที่ตามมาตรฐานทางวิชาชีพนี่ผมคิดว่า สสส. จะเข้ามามีส่วนร่วม ได้อย่างมากก็คือการสนับสนุนในเรื่องของการฝ๊กอบรมให้ความรู้ ช่วยกันทบทวนตรวจสอบ ที่ต้องเรียกว่าเข้มข้นและต่อเนื่อง และต้องทั่วถึงที่ต้องย้ําว่าทั่วถึงก็เนื่องจากว่าสื่อมวลชน ในวันนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ที่สภา ไม่ได้อยู่แค่ที่ทําเนียบ ไม่ได้อยู่ที่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ว่าคนเขียนคอลัมน์ (Column) ที่อยู่ในโรงพิมพ์ ผู้ประกาศที่อยู่ในสถานี คนอ่านข่าวที่อยู่ ในสถานีวิทยุและโทรทัศน์เหล่านี้ล้วนแต่มีความจําเปึนที่จะต้องมีการทบทวน มีการฝ๊กฝนอบรม และที่สําคัญก็คือว่า คนที่ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนกระจายอยู่ทั่วประเทศ อยู่ในซอกหลืบไหน ของสังคมนี่เราไม่อาจที่จะรู้ได้ทั้งหมด ยิ่งเกิดมีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ ขึ้นมา คนที่ประกอบ วิชาชีพสื่อมีจํานวนมากมายเหลือเกินครับ เวลานี้นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ก็สถาปนาตัวเองเปึนสื่อมวลชนได้ นั่งอยู่ต่อหน้าไมโครโฟนที่ซื้อมาเพื่อที่จะจัดตั้งสถานีวิทยุ ของตัวเองก็เปึนสื่อมวลชนได้ สิ่งเหล่านี้ สสส. ต้องไปรวบรวมแล้วก็ช่วยร่วมกับสมาคมวิชาชีพ ในการฝ๊กฝนอบรมให้เขามีความเปึนสื่อสารมวลชนที่ทําหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนถูกต้องนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ เรื่องของสื่อที่ยังกระจุกตัวอยู่ในภาคราชการและกลุ่มทุน วันนี้ก็น่ายินดีที่กฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์นี้ก็ได้เป่ดช่อง อันนี้กว้างขวางพอสมควร ก็ทราบว่า สสส. เองก็มีส่วนในการผลักดัน แต่ต้องผลักดัน ให้เปึนจริงขึ้นมาอีกนะครับ สื่อจะต้องกระจายความเปึนเจ้าของไปสู่ภาคประชาชนให้ได้ เรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมนอกเหนือจากการฝ๊กอบรมเพิ่มเติมความรู้แล้ว ผมคิดว่า การปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการทํางานจะมีส่วนสําคัญอย่างมากที่จะทําให้ การทําหน้าที่ของเขามีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถผลิตเนื้อหาที่ดีออกสู่สาธารณะได้ ปัจจุบันกรอบเรื่องจริยธรรมของสื่อสารมวลชนนี้ถูกบรรจุอยู่ในหนังสือ อยู่ในกรอบจริยธรรม ในข้อบังคับของสภาวิชาชีพก็จริงอยู่นะครับ แต่ว่าสิ่งนั้นจะพบว่ามีการละเมิด มีการไม่ทําตาม มากที่สุดแล้วก็แผ่กระจายกว้างไปทุกที น่าเปึนห่วงนะครับทุกวันนี้การรับเงิน รับสิ่งของ รับอามิสสินจ้าง หรือการรับสิทธิพิเศษจากแหล่งข่าวจากกลุ่มธุรกิจอะไรต่าง ๆ กลายเปึน เรื่องปกติสําหรับคนในแวดวงสื่อสารมวลชนจํานวนหนึ่ง ไม่เฉพาะแต่ในกรุงเทพมหานคร ในต่างจังหวัดก็แพร่กระจายความคิดนี้ออกไปจํานวนมาก เปึนเรื่องที่น่าสลดหดหู่มาก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันทําให้จิตวิญญาณความเปึนนักสื่อสารมวลชน ความเปึนสื่อมวลชน นี่บกพร่องไป สสส. น่าจะมีบทบาทในการเข้าไปช่วยสนับสนุน ช่วยรณรงค์ร่วมกับสมาคม วิชาชีพสื่อจัดการเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่าวันนี้สภาวิชาชีพสื่อต่าง ๆ เขาก็พร้อมที่จะร่วมมือ กับ สสส. นะครับ

ที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของการผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระผู้บริโภค สื่อขึ้นมา เพื่อที่จะทําหน้าที่ในการเฝัาระวังกํากับดูแลการทําหน้าที่ของสื่ออย่างจริงจัง องค์กรที่ว่านี้ผมคิดว่าไม่เพียงแต่ในพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น แต่ว่าต้องเกิดขึ้นในพื้นที่ ทั่วทุกพื้นที่ วันนี้สื่อกระแสหลักอย่างสถานีโทรทัศน์ที่เรียกว่า พรี ทีวี (Pre-TV) เคเบิล ทีวี (Cable TV) วิทยุกระจายเสียงในกรุงเทพมหานครและในเมืองใหญ่นี่ทําหน้าที่เหล่านี้ โดยที่ไม่มีองค์กรไหนเข้าไปควบคุมดูแลเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เรื่องของเนื้อหาสาระ ที่ไปมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน มีผลกระทบกับสังคม ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือสื่อ ในท้องถิ่นซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งวิทยุชุมชน ทั้งเคเบิล ทีวีท้องถิ่น ทั้งสถานี โทรทัศน์ท้องถิ่นที่จัดตั้งกันขึ้นมา ยิ่งอยู่ห่างไกลการควบคุมดูแล ผมคิดว่าถ้า สสส. มีบทบาทในการจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคสื่อขึ้นมาได้นี่นะครับ ผมคิดว่า จะทําให้พี่น้องประชาชนจะได้รับข้อมูลข่าวสาร ได้รับเนื้อหาสาระจากสื่อมวลชน ทั่วทุกภาคได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้วก็ไม่เปึนพิษไม่เปึนภัย ทั้งหมดนี้ผมคิดว่า เปึนข้อเสนอย่อ ๆ แล้วก็สอดคล้องกับข้อเสนอขององค์กรวิชาชีพทางด้านสื่อสารมวลชน ที่เขาก็อยากจะให้ สสส. นี้เข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาทในการพัฒนายกระดับคุณภาพ การทํางานของสื่อสารมวลชนทั้งระบบขึ้นมานะครับ ผมเชื่อว่าถ้าสามารถทําสิ่งนี้ได้ นอกจากสื่อมวลชนจะเปึนเครื่องมือสําคัญในการสร้างสุขภาวะยั่งยืนได้ทุกเปัาประสงค์ ตามที่ สสส. คาดหวังแล้ว สื่อมวลชนจะเปึนภาคีเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่แล้วก็มีความสําคัญ มากที่สุดแห่งหนึ่งนะครับ กราบขอบพระคุณครับ