สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓ เมษายน ๒๕๕๑

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าของชาติ และเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรดำเนินการตรวจสอบและรายงานผลไปยังกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้เขายังชี้แจงประสบการณ์การศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเรียกร้องให้ท่านประธานตรวจสอบคุณวุฒิของเขาเพื่อให้เกิดความสบายใจ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ที่ผมฟังนี่เรื่องแรก ท่าน ส.ส. สุวโรช ได้อภิปรายเปึนทํานองว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเข้าไปตรวจสอบตรวจตรา แล้วก็เน้นการตรวจสอบในพื้นที่ เฉพาะบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือเฉพาะส่วนเกี่ยวกับเรื่องการบุกรุกการตัดไม้ทําลายป์า หรือทรัพยากรธรรมชาติ ผมเรียนอย่างนี้ว่า นโยบายรัฐบาลชุดนี้เราต้องการเอาทรัพย์สมบัติ ของชาติกลับคืนมา โดยเฉพาะผู้ยึดครองที่ของทางราชการและไม่มีสิทธิในการครอบครอง และผู้บุกรุกพื้นที่ป์าสงวน พื้นที่ของทางราชการ ไม่ว่าจะเปึนที่กรมป์าไม้ ที่กรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุ และที่สาธารณประโยชน์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ตรงนี้ รัฐบาลมีนโยบายแล้วก็เน้นให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติ กระทรวงมหาดไทยเปึนกระทรวงหนึ่ง ที่รับนโยบาย ผมก็ให้นโยบายต่อกระทรวง ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ทําหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ๗๕ จังหวัด ดําเนินการตรวจสอบพร้อมเพรียงกันทั้งหมด เปึนองคาพยพ และวันที่ ๘ ที่จะถึงนี้ใน ๗๕ จังหวัดจะรายงานเข้ามายังศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงมหาดไทยว่าในแต่ละจังหวัดมีจังหวัดไหนบ้างที่มีพี่น้องประชาชนบุกรุกพื้นที่ ของรัฐ ถ้าเปึนพี่น้องประชาชนคนยากไร้คนยากจนทํามาหากินอยู่ในพื้นที่ ทางกระทรวงมีนโยบายใช้รัฐศาสตร์นํานิติศาสตร์ ต้องจัดที่ทํากินให้พี่น้องประชาชน โดยวิธีการตามกรอบของกฎหมาย ส่วนรายละเอียดจะเจอที่หนึ่งที่ใด แตกต่างกันอย่างไร นั่นเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่สําหรับคนรวย คนไม่มีสิทธิแล้วไปบุกรุกไปยึดครองที่ของ ทางราชการตรงนั้นเราต้องใช้มาตรการทางกฎหมายโดยเข้มงวดและกวดขัน จังหวัดชุมพร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผมรู้จักตอนท่านมาเข้าเวรกับผม เพราะผมเปึนรัฐมนตรีที่มีนโยบาย ผู้ว่าราชการจังหวัด ๑ วัน ๑ คน มาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปึนกึ่ง ๆ ราชการ ส่วนตัวผมไม่รู้จัก ผมไม่มีความผูกพันกับผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรในฐานะส่วนตัวและผมไม่มี นิสัยชนิดที่จะไปเน้นไปบอกให้ไปกลั่นแกล้งใครโดยเฉพาะ แต่ผมมีนิสัยก็คือว่า อะไรก็ตาม ที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ต้องเข้มงวดกวดขันอย่าไปช่วย และอย่าไปกลั่นแกล้งเขา ผมมาอยู่ กระทรวงมหาดไทยประมาณเกือบ ๆ ๒ เดือน ผมยังไม่เคยโยกย้ายข้าราชการแม้แต่คนเดียว นับแต่เสมียนยันปลัดกระทรวง เพราะฉะนั้นความผูกพันส่วนตัวผมไม่มี จึงไม่มีเหตุใด จะไปสั่งใครได้ ก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกที่อาจจะมีความข้องใจว่าผมได้ทํา อย่างนั้นหรือไม่ ตอบได้ว่า ไม่มี และไม่เคยคิด แล้วถ้าท่านเปึนคนไม่ได้ทําผิด ไม่ได้มีอะไร ที่ไปกระทบต่อการละเมิดอํานาจรัฐใครก็ทําอะไรท่านไม่ได้ ไม่มีหรอกครับไปทําท่าน ไม่มีใครคิดสั้น

เรื่องที่ ๒ ท่านพูดพาดพิงว่า ท่านจบจากมหาวิทยาลัยรามคําแหง แล้วผม จบดอกเตอร์ จะจบอย่างไรท่านไม่ทราบ ถูกต้องครับ ท่านจะไปทราบได้อย่างไร เพราะท่าน ไม่ได้เรียนกับผม ท่านเรียนปริญญาตรี ท่านเรียนปริญญาโท ปริญญาเอกที่ไหน ผมไม่ทราบ ท่านจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคําแหง ผมจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคําแหง จบปริญญาโทมหาวิทยาลัยรามคําแหง แล้วผมจบปริญญาเอกมหาวิทยาลัยรามคําแหง คณะนิติศาสตร์ ที่ท่านบอกว่าจบอย่างไรท่านไม่ทราบ ถูกต้อง แต่การพูดทิ้งท้ายของท่าน มันมีนัย ผมต้องบอกท่านประธานให้คุณสุวโรชได้รับทราบที่ท่านไม่ทราบจะได้ทราบเสีย ผมเรียนอยู่ทั้งหมด ๕ ป้ เขามีแพลน เอ (Plan A) กับแพลน บี (Plan B) แพลน บีก็มีเรียน มี คอร์ส เวิร์ก (Course work) นานหน่อยครับ แต่แพลน เอ คอร์ส เวิร์ก ไม่นานนัก แต่ว่าเรียน ด้วยตนเอง ผมก็ไปสมัครเรียน ตอนจบปริญญาโทผมได้เกรด ๓.๕ ผมก็สมัครเรียน ปริญญาเอกได้ แล้วผมก็เรียนอยู่ ๕ ป้เต็ม ๆ ผมทําดุษฎีนิพนธ์ปัญหาบังคับใช้บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ศึกษาอํานาจของ กกต. ศึกษาจากอํานาจ กกต. ทั่วโลก เขียนดุษฎีนิพนธ์ด้วยตนเองกระทั่งปาฐกถาปากเปล่าได้ เขียนไป ๒๗๗ หน้า ทําระเบียบวิธีวิจัยค้นคว้า รวบรวมมาเปึนเอกสาร ส่งบัณฑิตวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย เขาบอกว่าจบได้แล้ว ก็เสนอสภามหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้ผมจบ ผมต้อง ดีเฟนด์ ดิสเซอร์เทชัน (Defend dissertation) ๑ ครั้ง แล้วพรีเซนท์ (Present) อีก ๘ ครั้ง ๙ ครั้ง ทั้งหมด ผมจบมา ท่านไม่มีวันรู้หรอกและไม่มีโอกาสรู้ ถ้ารู้ก็ต้องรู้หลังผม เพราะผมจบ คนแรกของมหาวิทยาลัยรามคําแหง ท่านประธานครับ ถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์หน่อย ผมจบดุษฎีบัณฑิตทางนิติศาสตร์เปึนลําดับที่ ๓ ของประเทศไทย ลําดับ ๑ ลําดับ ๒ เขาจบ ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่มี ผมคนที่ ๓ แล้วเปึนลําดับที่ ๑ ของ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ถึงจะเรียนมามากแค่ไหน ผมไม่เก่งกว่าใครหรอกครับ ผมก็พอมี ความรู้ พอประเทืองปัญญา เพราะคนเราไม่ใช่เรียนมากแล้วจะเก่งกว่าคนอื่นเสมอไป ไม่หรอกครับ แต่เมื่อมาพาดพิงว่า จบมาอย่างไรไม่รู้ คุณสุวโรชก็รู้เสีย แล้วอยากรู้มากกว่านี้ ก็ลองไปเรียนมาบ้างสิ คุณจะได้รู้ว่ามันใช้เวลามากน้อยเพียงใด ผมขอบคุณที่เป่ดโอกาสให้ผม ได้ตอบเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่พาดพิงผมก็ไม่มีโอกาสตอบ แล้วอย่าไปคิด อย่าไปนึกนะว่ามันจบ มาง่าย เขามีที่มาที่ไป คนเราต้องเคารพสถาบันการศึกษา ถ้าหากยังข้องใจก็อาจจะยื่นญัตติตรวจสอบ ผมจะได้ปาฐกถาเพื่อจะได้ประเทืองปัญญา ของคนที่ไม่รู้บ้างว่า กกต. มันมีอํานาจแค่ไหน กกต. เมืองไทยเปึนอย่างไร กกต. ทั่วโลก เปึนอย่างไร อินเดียอย่างไร ฟ่ลิปป่นส์อย่างไร ในประเทศเขามี กกต. ทั้งหมดกี่ที่ กี่อัน อํานาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการอยู่ด้วยกันมีไหม เขามีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง เขามี อํานาจตัดสินไหม ใบเหลือง ใบแดงไม่จบอย่างของประเทศไทยนี่ ผมรอวันนั้นมานาน และวันที่จะได้พูดเรื่องนี้ก็กรุณาตรวจสอบคุณวุฒิผมเพื่อให้เกิดความสบายใจ นี่ไม่ได้ท้าทาย แต่อยากให้ท่านทดลองดูว่าผมได้ผ่านการเรียนมาจริงหรือไม่ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ