ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการเรียนฟรีของนักเรียน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการจัดให้นักเรียนมีโอกาสเรียนได้ฟรี และให้มีการจัดงบประมาณเพิ่มเติมกลางปีเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีความยากจนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง
ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อประเด็นของการเรียนฟรีและการจัดเงินอุดหนุนนั้น ผมคิดว่า รัฐมนตรีคงไม่ได้ลงไปดูในรายละเอียดที่กระทรวงศึกษาธิการได้ยื่นคําขอเพื่อที่จะให้มี การปรับเงินเพิ่มขึ้นของระดับประถมศึกษาจาก ๑,๑๔๙ บาท เปึน ๑,๗๐๐ บาท ระดับ ประถมศึกษา ๑,๔๙๙ บาท เปึน ๑,๙๐๐ บาท มัธยมศึกษาตอนต้นจาก ๒,๖๔๙ บาท เปึน ๓,๕๐๐ บาท และมัธยมศึกษาตอนปลายจาก ๓,๒๔๙ บาท เปึน ๓,๘๐๐ บาท นั่นเปึนการขอตามผลการวิจัยที่รัฐบาลที่แล้วได้กําหนดเอาไว้ และยังมีการเสนอให้มี การจัดงบประมาณอุดหนุนค่าใช้จ่ายจําเปึน อุดหนุนค่าใช้จ่ายจําเปึนท่านรัฐมนตรี ไปดูสิครับว่าจริงๆ แล้วให้ระดับประถมศึกษาร้อยละเท่าไรครับ ร้อยละ ๔๐ ให้ระดับ มัธยมศึกษาร้อยละ ๓๐ ใช่ไหมครับ ก็แสดงว่ายังไม่สามารถที่จะจัดให้เรียนฟรีจริง เพื่อให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ นี่คือในส่วนที่ค่าใช้จ่ายจําเปึนเท่านั้น แต่ผมอยากจะ กราบเรียนว่า ความจริงรัฐบาลควรจะมีมาตรการกําหนดให้ชัดเจนว่าการใช้จ่ายเงิน ที่ให้ตรงกับตัวนักเรียนจริง ๆ ที่ผมถาม เช่น เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ตําราเรียนเพื่อให้นักเรียนได้ผลประโยชน์ และได้โอกาสในทางการศึกษา มีความมั่นใจ ในการที่จะเข้ามาเรียนในโรงเรียน มีความมั่นใจที่จะได้ศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะ ในวิชาหลักต่าง ๆ จะต้องมีตําราเรียน เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ เหล่านี้ที่จะต้องเพิ่มขึ้น แต่ที่รัฐมนตรีพูดนั้นพูดตามหลักการที่ได้มี มติคณะรัฐมนตรีไว้เท่านั้น วันนี้ที่ถามเพราะอยากจะเห็นว่าถ้าท่านเอาจริงเอาจัง แล้วก็ให้มีการเรียนฟรีจริง ๆ มันจะต้องดําเนินการไปเพิ่มมากกว่าสิ่งที่ท่านทําไว้แล้ว ถ้าสิ่งที่ท่านทําไว้แล้วพวกผมยอมรับ ผมไม่จําเปึนต้องมาตั้งกระทู้ถามสด หรือผู้ปกครอง ยอมรับก็ไม่จําเปึนต้องตั้งกระทู้ถามสด แต่วันนี้เปึนภาระกับผู้ปกครอง เปึนภาระอย่างไร เปึนภาระก็คือว่าวันนี้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ๓๖๙ โรง ถูกไหมครับ ปรากฏว่าในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงนั้น ท่านรัฐมนตรีได้ไปดู ไหมครับว่าวันนี้ในแต่ละโรงเรียนนั้นต้องไปดําเนินการตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้สามารถเก็บเงินค่าบํารุงการศึกษา เก็บเงินกิจกรรมเสริมนอกหลักสูตรได้ นี่ละครับคือภาระของผู้ปกครองที่เกิดขึ้นในขณะนี้แต่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ตอบในช่วงนั้น เอาละครับไม่เปึนไรครับ ผมขอเน้นเปึนคําถามที่ ๒ ว่า ถ้าเกิดกรณีที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่า รัฐบาลได้จัดงบประมาณให้เพียงแค่นี้เพื่อที่จะดําเนินการต่อไป ผมคิดว่าถ้าอย่างนี้ ความคิดเห็นของผมจริงๆ ถ้าท่านเอาจริงเอาจัง ท่านจะต้องจัดงบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ ให้กับการศึกษานี้โดยเฉพาะ เท่ากับท่านช่วยคนยากคนจนอย่างแท้จริงในโรงเรียนที่มี อัตราการแข่งขันสูงเมื่อสักครู่ท่านบอกว่าถ้าหลังวันที่ ๖ วันที่ ๗ แล้วยังไม่มีที่เรียนให้ สามารถไปสมัครได้ที่โรงเรียนเดิมผมขอท้ารัฐมนตรีได้ไหมครับ เพราะท่านก็บอกว่า ท่านให้เวลาเพียง ๓ เดือน เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ผมจะเป่ดตู้ ปณ. เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียน ได้ร้องเรียนว่าผู้ปกครองที่ไปจ่าย ค่าเล่าเรียน ไปจ่ายเงินค่าต่าง ๆ กับสถานศึกษาต่าง ๆ นั้น นอกจากสิ่งที่ท่านได้พูดเอาไว้ ให้เขาร้องเรียนมาที่พรรคประชาธิปัตย์และให้เขาร้องเรียนให้พี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง ที่ได้ยินเสียงที่ผมพูดในสภานี้ ได้ร้องเรียนว่าลูกยังไม่มีที่เรียนตามที่รัฐมนตรีได้มาตอบ ในสภา และผมจะนําข้อร้องเรียนทั้งหมดนี้ไปให้กับท่านรัฐมนตรีครับ แต่ว่าประเด็นที่ผม จะถามก็คือว่า ประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเรื่องนโยบายและมาตรการในการรับ นักเรียน มีความชัดเจนอยู่หลายข้อ เช่น ไม่ส่งเสริมให้องค์กรอื่นใด เช่น สมาคมครู ผู้ปกครอง สมาคมศิษย์เก่าสถานศึกษารับเงินบริจาค มีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการจัดการศึกษาพิเศษ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการจัดการศึกษาเพิ่มเติม ตลอดถึง ข้อที่สําคัญก็คือว่า ท่านบอกว่าหากผู้ปกครองหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน เสียหาย หรือพบเห็นว่าฝ์าฝ๋นนโยบายและมาตรการในการรับนักเรียนดังกล่าว ให้ร้องเรียนต่อผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรี ได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ๑. ก็คือว่าท่านจะรับรองไหมครับว่า โรงเรียนที่มีการแข่งอัตราสูง ให้โอกาสกับนักเรียนที่ไปสมัครเรียนได้มีโอกาสเข้าเรียนอย่างเต็มที่ ๒. โรงเรียนที่เรียกเก็บ เงินค่าต่าง ๆ นั้นถ้าหากมีการร้องเรียนเข้ามาท่านยินดีที่จะให้เงินชดเชยหรือไม่ครับ เปึนคําถามที่ ๒ ครับ