สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓ เมษายน ๒๕๕๑

พงศกร อรรณนพพร หารือเรื่องการรับนักเรียนที่เข้าในส่วนของ สพฐ. และการจัดสรรงบประมาณการศึกษา โดยกล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และสามารถจัดสรรงบประมาณได้ครบตามจํานวนที่ตั้งไว้ และยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการรับนักเรียนที่มีการเก็บค่าใช้จ่าย และได้รับสมัครนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนอย่างเป็นระเบียบ

นายพงศกร อรรณนพพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายพงศกร อรรณนพพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เปึนอย่างยิ่งที่ท่านได้ให้ความสําคัญ แล้วก็ความใส่ใจเกี่ยวกับ เรื่องการศึกษามาโดยตลอด ๑๐ กว่าป้ที่เห็นท่านมานั้น ก่อนเป่ดเทอมท่านก็จะถาม ในเรื่องนี้เปึนประจํา ผมเองต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านว่าคําถามที่ท่านได้ถามนั้น แล้วประเด็นที่ท่านเน้นมาสุดท้ายก็คือ การร่ําเรียนฟรี ๑๒ ป้กับงบประมาณที่ทาง รัฐบาลได้จัดอุดหนุนจากงบกลางก่อนสิ้นป้งบประมาณ แต่คําถามแรกที่ท่านได้ถามนั้น ก็เกี่ยวกับการรับนักเรียน นักศึกษา ซึ่งบอกว่ามีการวิ่งเต้นเข้าโรงเรียนดัง ๆ แล้วมีการเก็บ ค่าใช้จ่าย ซึ่งจากระเบียบแล้วก็ก่อนที่รัฐบาลชุดที่แล้วจะหมดวาระลง ท่านก็ได้มีประกาศ และคําสั่งเกี่ยวกับการรับนักเรียน ซึ่งก็ถือว่าเปึนเรื่องที่ดีเราไม่ปฏิเสธ แต่หลายครั้งเราก็ ได้รับการร้องเรียน มาว่าโรงเรียนดัง ๆ ก็มีการเรียกและรับ ตอนนี้เรื่องต่าง ๆ ซึ่งเข้ามา กระทรวงศึกษาธิการ เราก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบแต่ละเรื่องแล้ว ก็ต้องขอเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าครั้งนี้การรับนักเรียนที่จะเข้าในส่วนของ สพฐ. (สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) นั้น เรารับอย่างเปึนระเบียบตามที่เราได้วางกติกา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้อาจจะมีความอึดอัดใจบ้าง ก็เนื่องจากว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญได้บังคับพวกเราไว้ ก็เลยฝากเด็กนักเรียนไม่ได้ แต่การรับนักเรียนของ สพฐ. นั้นก็รับโดยมีความเปึนธรรม ซึ่งโรงเรียนดัง ๆ ต้องขอ อนุญาตที่จะเรียนท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ว่าโรงเรียนดัง ๆ ก็มีทั้งหมดทั้งประเทศ ๓๖๙ โรงเรียน ใน กทม. ที่วิ่งกันมาก ๆ ก็มีอยู่ประมาณ ๘๒ โรงเรียน ต่างจังหวัด ๒๘๗ โรงเรียน สําหรับโรงเรียนที่วิ่งกันมากนั้นเราก็มีการรับนักเรียนเปึน ๒ แบบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แรกก็คือ รับนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่บริการ อาจจะเปึนการจับสลาก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ สอบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งที่ ๒ เราก็รับนักเรียนโดยทั่วไปทั้งต่างจังหวัด หรือที่นอกเขตบริการของโรงเรียนก็จะสามารถสอบพร้อมกันอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ ๒ อย่างเรียบร้อยแล้ว ถ้าปรากฏว่านักเรียนยังไม่มีที่เรียน ต้องขออนุญาต ที่จะประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครอง โปรดได้แจ้งบอกว่าลูกหลานของพวกท่านยังไม่มี สถานที่เรียนให้ไปแจ้งต่อโรงเรียนที่ใกล้บ้านท่าน หรือสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งอยู่ในเขตของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ แล้วกระทรวงศึกษาธิการตอนนี้กระบวนการ ทั้งโรงเรียนปกติและโรงเรียนดัง ๆ เราได้รับเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งจากการจับสลาก การสอบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์จากการสอบทั่วไป เราดําเนินการเสร็จ เปึนที่เรียบร้อยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สําหรับนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียน วันที่ ๖ วันที่ ๗ ขอให้ผู้ปกครองให้นักเรียนได้ไปสมัครตามที่แจ้งความประสงค์ไว้ที่สํานักงานเขตพื้นที่ แล้วประมาณวันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ เราก็จะมีการประกาศ หลังจากนั้นแล้วถ้านักเรียน ยังไม่มีที่เรียนอีก ขอให้ท่านผู้ปกครองไม่ต้องเปึนห่วง สําหรับกระทรวงศึกษาธิการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานพื้นที่เขตแต่ละเขตนั้นจะรองรับในการที่จะรับ การร้องเรียนจากผู้ปกครอง แล้วเราก็จะหาโรงเรียนให้กับบุตรหลานของพวกท่าน ให้มีที่เรียนครบทุกคนครับ

สําหรับกรณีที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ถามเกี่ยวกับกรณีในการจัด เงินอุดหนุนรายหัว ต้องเรียนอย่างนี้ว่าทุกครั้งเราจะอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า เงินที่ช่วยอุดหนุนรายหัวรายโรงของ สพฐ. นั้นไม่เพียงพอต่อการจัดการศึกษา และมี การวิจัยของผู้รู้ทางการศึกษาว่าต่อไปนี้ถ้า สพฐ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัว รายโรงตามจํานวนตัวเลขนะครับ บอกว่าถ้าก่อนประถมศึกษาถ้าเราได้สัก ๑,๗๐๐ บาท ต่อคนต่อป้ ประถมศึกษาถ้าเราได้สัก ๑,๙๐๐ บาทต่อคนต่อป้ มัธยมศึกษาตอนต้น ได้สัก ๓,๕๐๐ บาทต่อคนต่อป้ มัธยมศึกษาตอนปลายได้สัก ๓,๘๐๐ บาทต่อคนต่อป้ ถ้าเราสามารถจัดได้แบบนี้ พวกเราจะได้ยินคําว่า เรียนฟรี ๑๒ ป้ โดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย คําพูดคํานี้ก็คงจะเปึนคําพูดจากรัฐบาลที่แล้ว เราไม่ปฏิเสธในตัวเลขที่มา แต่รัฐบาล ที่แล้วบอกว่าการจัดงบประมาณทางการศึกษานั้นเราจะจัดป้เดียวคงไม่เพียงพอ เขาบอกว่า ในการอุดหนุนตามตัวเลขที่ผมได้กล่าวมาแต่เบื้องต้นนั้น เขาจะจัด ในงบประมาณป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๓ และที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ บอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญการศึกษาเปึนเบื้องต้น ผมต้องขอปฏิเสธไว้ นะครับว่าไม่ใช่ไม่ให้ความสําคัญเปึนเรื่องเร่งด่วน ถ้าไม่ให้ความสําคัญเปึนเรื่องเร่งด่วน เราเองก็คงจะไม่จัดงบกลาง ไม่ขอต่อ ครม. ในการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้ได้ ในป้การศึกษา ๒๕๕๑ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าครั้งที่แล้วที่เขาตั้งไว้ ก็คือ ต้องจัดสรรงบประมาณ ๑,๗๐๐ บาทต่อคนต่อป้ ๑,๙๐๐ บาทต่อคนต่อป้ ๓,๕๐๐ บาท ต่อคนต่อป้ หรือ ๓,๘๐๐ บาทต่อคนต่อป้ ต้องจัดให้เสร็จป้ ๒๕๕๓ แต่รัฐบาลชุดนี้ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านก็ให้ ความสําคัญเรื่องนี้เปึนพิเศษ ถึงต้องของบกลางของป้นี้ โดยเราได้รับการจัดสรรมา ครบตามจํานวนที่เขาตั้งไว้ถึง พ.ศ. ๒๕๕๓ แต่เราสามารถจัดให้ครบในป้การศึกษา ๒๕๕๑ ผมถือว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญกับการศึกษาเปึนอย่างยิ่ง ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ