ฟาริดา สุไลมาน เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาความยุติธรรมและบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกัน และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการศึกษาทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และพัฒนาประชาชนและบุคลากรในพื้นที่นั้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันได้เสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหา เด็ก เยาวชน สตรีและผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น ท่านประธานคะ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้เห็น ความสําคัญของปัญหาภาคใต้ ซึ่งเราก็คงเห็นว่ามีการเสนอมาถึง ๙ ญัตติด้วยกัน และขณะเดียวกันนั้นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องของปัญหา ภาคใต้ ซึ่งเห็นได้ว่าเรามีการอภิปรายเรื่องนี้กันมาถึง ๓ สัปดาห์ด้วยกัน และขณะเดียวกัน ในรัฐบาลชุดนี้ดิฉันก็เห็นว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีที่จะดําเนินการแก้ปัญหาภาคใต้ได้ เห็นได้จากกรณีของท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบปัญหากระทู้ถามในเรื่องของภาคใต้ ด้วยตัวท่านเอง และขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ก็ได้มีการอภิปรายแล้วก็ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาภาคใต้ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง และจะเน้นในเรื่องของเขตปลอดอบายมุข และในเรื่องของเขตปกครองพิเศษ ขณะเดียวกันสิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นนั่นก็คือว่า ดิฉันรู้สึก ดีใจที่สภาแห่งนี้จะเปึนสภาแห่งความสมานฉันท์และรัฐบาลของความสมานฉันท์ ซึ่งเห็นได้ จากการที่เชิญในส่วนของ ส.ส. ทั้งซีกฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานคะ ในส่วนของการสรุปญัตติของดิฉันนั้น ดิฉัน คงจะต้องฝากในส่วนของข้อเสนอแนะข้อคิดให้แด่กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาในวันนี้ จากข้อสรุปหลาย ๆ ฝ์ายของเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติที่ได้เสนอมานั้น เราก็คง เห็นว่าปัญหาภาคใต้นั้นส่วนใหญ่ประเด็นเรื่องศาสนาไม่ใช่เปึนประเด็นหลักที่เปึนปัญหา ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่แล้วปัญหาภาคใต้จะเปึนปัญหาในเรื่องโครงสร้าง ปัญหาในเรื่องการไม่ได้รับความเปึนธรรมและเปึนปัญหาในเรื่องการเมืองและการปกครอง เพราะฉะนั้นเมื่อปัญหาเปึนลักษณะเช่นนี้ดิฉันก็อยากเห็นการแก้ปัญหาของภาคใต้ที่จะแก้ ด้วยเรื่องของการเมืองและการปกครอง โดยเฉพาะอยากจะฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ศึกษาในเรื่องของรูปแบบการเมืองและการปกครองที่เหมาะสมสําหรับใช้ในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเปึนรูปแบบไหนก็สุดแล้วแต่ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ จะหยิบยกออกมา ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของเขตพื้นที่พิเศษของพัทยา ของภูเก็ต หรือแม้แต่ กรุงเทพมหานคร หรือว่าจะเรียกชื่ออย่างไรว่าเปึนเขตพัฒนาพิเศษ เขตปกครองพิเศษ ก็ฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย
ประการที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะฝากข้อเสนอแนะนั่นก็คือว่า ปัญหาส่วนหนึ่ง ที่พบเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ก็คือปัญหาในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้ กฎหมายที่ประชาชนมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม ข้อกฎหมายที่แต่ละรัฐบาล ออกมานั้นถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้อย่างถูกต้องแล้ว ก็ถือว่าข้อกฎหมายนั้น สามารถครอบคลุมแล้วก็แก้ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ได้ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วผู้ที่นําไป ปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่จะไม่ได้คํานึงถึงคุณธรรมที่จะต้องลงไปปฏิบัติกับประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราก็คงจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็เปึนผลกระทบที่ตามมา อย่างมากมายในการแก้ปัญหาภาคใต้ที่จะต้องแก้กันแบบรายวัน ส่วนหนึ่งที่เราเห็นแล้ว ดิฉันเห็นว่าสิ่งเหล่านี้กระทบกับความรู้สึกของประชาชน นั่นก็คือการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งประกาศไว้ในป้ ๒๕๔๘ ซึ่งในมาตรา ๑๑ ที่บอกว่า กรณีถ้าเกิดเชื่อว่าการกระทําที่มีความรุนแรงที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีสิทธิที่จะตรวจค้น จับกุม แล้วก็เรียกมารายงาน ตลอดจนในมาตรา ๑๗ นั่นหมายความว่าพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นสามารถที่จะปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยไม่ต้อง มีความรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง อาญา ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเกิดผลกระทบมากมายในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งล่าสุดเมื่อ ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีกรณีของโต๊ะอิหม่ามที่ถูกจับกุม แล้วก็เสียชีวิตไปจากการถูกควบคุมตัว ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ดิฉันจึงอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ว่าขอให้มีการศึกษาทบทวนในเรื่องของกฎหมาย พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินที่ประกาศใช้ ในป้ ๒๕๔๘ สิ่งไหนที่กระทบกับความรู้สึกของประชาชนก็ขอให้ดําเนินการศึกษาสอบสวน ในเรื่องเหล่านี้ จากการที่เครือข่ายรัฐสภาภาคใต้นั้นเขามีการสํารวจประชาชนถึง ๓,๐๓๘ คน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาไม่กี่เดือนนั้น ข้อมูลหนึ่ง ที่พบนั่นก็คือว่าประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่เห็นด้วยในนโยบายในเรื่อง ความมั่นคงที่มีในส่วนของเจ้าหน้าที่สามารถไปจับกุมตรวจค้นในส่วนของประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง ๕๑.๒ เปอร์เซ็นต์ มีเพียง ๒๙.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขออภัย ๒๒.๙ เปอร์เซ็นต์ที่เห็นด้วยกับมาตรการเหล่านี้ เพราะฉะนั้นนโยบายหรือว่าข้อกฎหมายที่ดําเนินการออกไปก็คงจะต้องฝากมาเปึน การบ้านใหญ่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาในวันนี้ด้วย อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะฝาก ก็คือในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการเยียวยา ซึ่งดิฉันได้ยื่นญัตติที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง สิ่งหนึ่งแม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาจะดําเนินการในเรื่องของกระบวนการเยียวยา ไม่ว่าจะเปึน ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ในกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จะให้งบประมาณเปึนหลักถึงหลายร้อยล้านบาทในการเยียวยาคน ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นแล้วก็เปึนสิ่งที่กระทบกับความรู้สึก ของประชาชนเปึนอย่างยิ่งนั่นก็คือว่ากรณีของบุคคลที่ตายจากเหตุการณ์ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ถ้าเกิดว่าตายด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบถึงจะได้รับเงินเยียวยา แต่ถ้าเกิดว่าในส่วนของภาครัฐตีความออกมาว่าตายด้วยเรื่องส่วนตัวนั้นก็จะไม่ได้รับ เงินเยียวยา เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้คนในครอบครัวบางคนเขามีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้ มีเรื่องไปกับบุคคลอื่น ๆ แต่เมื่อบุคคลในครอบครัวเสียชีวิต เขาไปร้องขอความเปึนธรรม ทางภาครัฐตีออกมาว่าเขาตายด้วยเรื่องส่วนตัว สิ่งเหล่านี้ก็ไปกระทบแล้วก็มีความรู้สึก กับประชาชนที่ได้รับสิ่งเหล่านี้ ดิฉันจึงอยากจะฝากในส่วนของการเยียวยาของภาครัฐ โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มที่ตกหล่น ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของกลุ่มเด็ก เยาวชน สตรี กลุ่มผู้ถูกควบคุมจากกรณีของสถานการณ์ กลุ่มอัยการที่ไม่สั่งฟัอง หรือแม้แต่กรณีของ กลุ่มภายในครอบครัวที่ต้องเดินทางหนีออกจากการถูกกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในประการสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะฝากนั่นก็คือว่า ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นส่วนใหญ่ประชาชนขาดความรู้ในเรื่องของข้อกฎหมาย ประชาชน ยังขาดความรู้ในเรื่องของการพัฒนาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการที่จะทําอย่างไรที่จะทําให้รู้ แล้วก็ให้ทันถึงสถานการณ์ ไม่ได้ให้บุคคลในครอบครัวได้ตกเปึนเหยื่อของเหตุการณ์ เพราะฉะนั้นกระทรวงที่เกี่ยวข้องมากที่สุดส่วนหนึ่งก็น่าจะเปึนกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งชื่อของกระทรวงนี้ที่มีคําว่า ความมั่นคง นั้นก็คงจะเปึน โจทย์ใหญ่ที่กระทรวงนี้คงจะต้องมารับเปึนเจ้าภาพในการที่จะไปพัฒนาบุคลากร พัฒนาประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น เรื่องของครอบครัวว่าจะดูแลในส่วนของการพัฒนาบุคคลในครอบครัวของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร ดิฉันคงต้องขอขอบพระคุณในส่วนของท่านสมาชิก ในสภาที่ได้อภิปรายเรื่องนี้กันอย่างมากมาย แล้วก็ในวันนี้ดิฉันถือว่าพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้และประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็อยากจะเห็นแนวทางสันติวิธี แนวทาง ของความสมานฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และสภาผู้แทนราษฎรที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการศึกษาปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ