สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒ เมษายน ๒๕๕๑

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ หารือเรื่องการสอบสวนผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเฉพาะการให้เงินแก่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชน และเรียกร้องให้ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ในการเลือกตั้งเพื่อเลือกคนดี

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตแสดงความยินดีกับท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นั่งอยู่ในที่นี้ก็มีท่านอาจารย์ปราโมทย์ โชติมงคล เพียงคนเดียว นอกนั้นท่านทั้งหลาย ก็เปึนข้าราชการประจํา ซึ่งก็ต้องแสดงความชื่นชมยินดี โดยส่วนตัวผมขอกราบเรียนว่า ผมก็เปึนคนลงคะแนนเลือกท่านสมัยที่เปึนสมาชิกวุฒิสภา ยังมีเรื่องที่อยากจะเรียน ถามท่านผ่านทางท่านประธาน มีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งก่อนการปฏิวัติได้มีการเข้าชื่อกัน ร้องให้ศาลฎีกาสอบสวนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาออกระเบียบเพิ่มรายได้ให้แก่ ตนเองเหมือนกับที่ศาลฎีกาได้ตัดสินคดีของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ตัดสินลงโทษจําคุกเลย ผมเรียนตรงนี้ว่าผมไม่ได้ร่วมเซ็นชื่อด้วย ไม่ได้ร่วมเซ็นชื่อขอให้มีการสอบสวนดําเนินคดีกับผู้ตรวจการแผ่นดินหรือองค์กรอิสระใด ๆ ทั้งสิ้น ด้วยความเปึนห่วงอยากจะถามว่า เรื่องมันไปถึงไหน มันจบหรือยังเปึนห่วงจริง ๆ เพราะว่า ป.ป.ช. ถูกศาลตัดสินจําคุก ๒ ป้ รักกันชอบกันก็ต้องถามกันหน่อย เพราะว่าตั้งแต่ เลือกท่านเปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน จนกระทั่งผมพ้นจากการเปึนสมาชิกวุฒิสภาเพราะการปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ไม่เคยมีโอกาสพบกันเลย พบกันวันนี้ก็สอบถามดูนิดหนึ่ง ท่านประธาน ได้รับรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันนี้แล้ว ต้องชม ด้วยความจริงใจว่าท่านทํางานหนักมาก รวมทั้งข้าราชการทั้งหลายในสํานักงานแห่งนี้ ในหน้า ๔๘ ระบุว่า ป้งบประมาณ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมามีผู้ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์เข้ามาสารพัด เรื่อง ๕,๐๖๐ เรื่อง ป้หนึ่งมี ๕๒ สัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งก็มีวันทําการเพียง ๕ วันเท่านั้นเอง ก็เท่ากับมี ๒๖๐ วันทําการ แต่จริง ๆ ทําไม่ถึงหรอกครับ เพราะมีวันหยุดนักขัตฤกษ์อะไร ต่ออะไรเฉลี่ยสัก ๑๐ วัน ท่านมีเวลาทํางานจริง ๆ ป้ละ ๒๕๐ วัน ผู้ร้องทุกข์เข้ามา ๕,๐๐๐ กว่าเรื่อง เฉลี่ยแล้ววันหนึ่งท่านมีลูกค้า ๒๐ ราย งานหนักมากแล้วก็หลาย ๆ คน ได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนใหญ่ชื่นชมท่านมากกว่าที่จะตําหนิ อย่างไรก็ตามเมื่อท่านมารายงาน ต่อสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีหน้าที่ที่จะต้องซักถามบ้างบางประการรวมทั้ง ฝากการบ้าน วันนี้ผมขอร้องทุกข์กับท่าน การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๐ ผมลงสมัครในระบบสัดส่วน สังกัดพรรคพลังประชาชน ก่อนหน้านั้นผมเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อป้ ๒๕๒๒ ถัดมาผมมาอยู่พรรคชาติไทย ได้รับเลือกตั้งมาอีก ๕ ครั้ง รวมเปึน ส.ส. ๖ สมัย แล้วก็มาเปึนสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๓ ผมไม่เคยถูกชาวบ้านขอสตางค์เลย เพราะเปึนที่รู้กันว่า ผมไม่ให้ เพราะการให้เงินไปเพื่อแลกกับคะแนนเสียงเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ที่ผมพูด อยู่ตลอดเวลาว่าใครซื้อเสียงคือคนชั่ว แต่ผมเดือดร้อนเพราะผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๒ คน คนแรกคือ ท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ให้ข่าวต่อสาธารณะพูดว่าคนที่มาสมัครในนาม พรรคพลังประชาชนพยายามเชื่อมโยงให้เห็นว่ามาจากพรรคไทยรักไทยเดิม ได้เงิน ค่าใช้จ่ายจากพรรคคนละ ๓๐ ล้านบาท คนที่ ๒ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเหมือนกัน เปึนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ขออภัยคนแรก บอก ๓๐ ล้านบาทคือ ประสงค์ คนที่ ๒ ท่านมีชัยครับ ท่านประธานสภานิติบัญญัติ ซัดเข้าไปเลยสําทับไปเลย ๔๐ ล้านบาท ไปที่ไหนชาวบ้านขอสตางค์กันเปึนที่สนุกสนาน ผมบอกว่าที่ผมมาสมัครเปึนสมาชิกพรรคพลังประชาชนจนได้ลงสัดส่วน ผมได้รับ การสนับสนุนจากพรรค ๕๐,๐๐๐ บาท ผมท้าชาวบ้านว่าถ้าใครไม่เชื่อไปสาบานกัน ที่วัดพระแก้ว ถ้าผมได้มากกว่า ๕๐,๐๐๐ บาทให้ผมมีอันเปึนไปเลย ไม่ต้องได้เปึนผู้แทนราษฎร ให้ประสบอุบัติเหตุอะไรต่ออะไร แต่คนที่ทําให้ผมเดือดร้อนคือ ท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านประสงค์ สุ่นศิริ ท่านสอบสวนให้ทีเถอะครับไปให้ข่าวอย่างนั้นได้อย่างไรทําให้ผมเดือดร้อน แล้วไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียว ผมเชื่อว่าผู้สมัคร ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชนเดือดร้อน กันทุกคน เพราะการพูดพล่อย ๆ การพูดที่ไม่มีเหตุไม่มีผลเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น ทําให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างนี้ ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินสอบสวน ๒ คนนี้ให้ทีเถอะ สอบสวน ทวนความที่พูดเข้าไปได้อย่างไรว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ให้ผู้สมัครที่เปึนอดีต ส.ส. คนละ ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท ทําความเสื่อมเสียให้แก่วงการการเมือง ซึ่งผมต้อง ขอเรียกร้องให้ท่านสอบสวนดูนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการทําผิดกฎหมายเลือกตั้งการใช้เงินซื้อเสียงมันมี การพัฒนาการกัน ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องตามให้ทัน ในหลาย ๆ จังหวัด ผมเปึน คนมีเพื่อนมาก ผมเข้าธรรมศาสตร์ป้ ๒๕๐๘ เรียนศิลปศาสตร์ป้ ๑ ก่อน พอขึ้นป้ ๒ ผมเรียนบัญชี ขึ้นป้ ๓ ผมย้ายมาคณะนิติศาสตร์ ถูกลดชั้นไป ๑ ป้ ทําให้ผมมีเพื่อน นิติศาสตร์ ๒ รุ่น แต่ละรุ่น ๗๐๐ กว่าคน ผมมีเพื่อน ๑,๕๐๐ กว่าคน ธรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ ๐๙ เลี้ยงรุ่นผมก็ไป ธรรมศาสตร์รุ่น ๑๐ เลี้ยงรุ่นผมก็ไป นอกจากนั้นผมเปึน นักเรียนพลตํารวจ ผมเปึนนักเรียนอบรมโรงเรียนนายร้อยตํารวจ ผมเข้าอบรมหลักสูตร พิเศษต่าง ๆ อีกมากมายก่ายกอง ขณะนี้ก็มีความภูมิใจที่จะบอกท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินว่าผมเปึนนักศึกษาปริญญาเอก แต่จะจบหรือไม่จบไม่รู้ ผมไปเรียนแล้ว เพราะผมถือว่าการเรียนหนังสือเปึนการพัฒนาตัวเองก็ได้ความรู้ ได้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น ผมมีเพื่อนอยู่มากมายทั่วทั้งประเทศ ในหลาย ๆ จังหวัดเดี๋ยวนี้พัฒนาการเกี่ยวกับเรื่อง การใช้เงินซื้อเสียงเขาทํากันอย่างนี้ท่านประธานครับ เข้าไปในบ้านสมมุติว่า บ้านนี้มีคนแก่ กินหมาก ฝากไว้ซื้อหมากซื้อพลูกัน บ้านนี้มีสิทธิเลือกตั้ง ๕ คน เอาให้ ๕,๐๐๐ บาท ซื้อหมากซื้อพลู ยายฝากไว้ซื้อหมากซื้อพลูกัน เข้าไปในบ้านนี้ไม่มีคนกินหมากกินพลูมีสิทธิเลือกตั้ง ๔ คน ฝากไปทําบุญกัน ๔,๐๐๐ บาท ผมไม่ทราบว่าอย่างนี้ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือเปล่า อ้ายประเภทปากด่าไปเรื่องซื้อเสียงแล้วมือแจกสตางค์ไปเยอะ เยอะมากท่านประธาน ด่าแจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แต่มือก็แจกเปึนระวิงเลย ผมไม่ทราบว่ามันผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินลองไปดูสิครับจะเอาผิดได้ไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ กรรมการการเลือกตั้ง กกต. ก็ถูกแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในหลายคดี อาศัยไม่ได้แล้ว ต้องหันมาอาศัยใช้บริการของท่าน แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะให้ท่านใช้กระบวนการ ในฐานะที่เปึนองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเมืองค่อนข้างจะกว้างขวาง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ การเลือกตั้งทุกครั้งขอให้เลือกคนดี แต่คนดีท่านจะต้อง ให้ความรู้แก่ประชาชนว่าคนดีนั้นมีอะไรเปึนมาตรวัดไหม คงจะต้องกําหนดลงไปว่าคนดี ต้องมีองค์ประกอบ ๑. ปฏิบัติดี ๒. ปฏิบัติชอบ การปฏิบัติดีนั้นขอให้ท่านให้ความรู้ แก่ประชาชนว่าปฏิบัติดีก็คือไม่ทําความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนไม่ทําความเสียหาย ให้แก่ชาติบ้านเมืองหรือสังคม นั่นถือว่าเปึนการปฏิบัติดี แต่การปฏิบัติดียังไม่ได้ชื่อว่า คนดี ต้องประกอบด้วยข้อที่ ๒ คือปฏิบัติชอบด้วย ชอบด้วยอะไร ชอบด้วยกฎหมายครับ กฎหมายเลือกตั้งบัญญัติว่าการใช้เงินซื้อเสียงเปึนความผิด ต้องไม่ทํา ต้องให้ประชาชน รู้ว่าหน้าที่ผู้แทนราษฎรคือเข้ามาทําหน้าที่ทางด้านนิติบัญญัติ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ ออกกฎหมายใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ กฎหมายบางฉบับบัญญัติว่าการกระทําอย่างนี้ มีโทษถึงประหารชีวิต บางฉบับเขียนบอกการกระทําอย่างนี้มีโทษจําคุกหนักเบาไปตาม โทษานุโทษ บางฉบับเขียนบอกทําอย่างนี้มีโทษปรับเอาเงินเข้าพินัยหลวง แต่คนจะมา ทําหน้าที่ออกกฎหมายกลับทําผิดกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้นคือทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง คนนั้นย่อมไม่ครบคุณสมบัติที่จะเปึนคนดี ผมกราบเรียนว่าคนดีต้องปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบ ปฏิบัติชอบคือชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเขาขาดคุณสมบัติในข้อ ๒ คือไม่ได้ปฏิบัติชอบด้วย กฎหมาย เราก็ไม่สามารถเรียกคนคนนั้นว่าคนดี ภาษาไทยมันมีคําอยู่ ๒ คํา ดีตรงข้ามกับชั่ว เมื่อเราไม่สามารถเรียกนักการเมืองที่ซื้อเสียงว่าเปึนคนดีก็คงหนีไม่พ้นต้องเรียกว่าคนชั่ว ประชาชนคนไทยหลงผิดเลือกคนชั่วมาปกครองบ้านเมือง บ้านเมืองถึงได้เปึนอย่างนี้อย่างที่ เห็นนี่หาความสงบร่มเย็นไม่ได้ เปึนหน้าที่ของท่าน ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินท่านจะต้อง ไปหาทางประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ว่าวิธีการเลือกตั้งจะเลือกคนอย่างไร จะเลือก อย่างไรให้บ้านเมืองเราไปได้ไปรอดด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างนี้ อย่างไรก็ตามภาพรวมผมชื่นชมที่ท่านทํางานด้วยความเสียสละและก็เปึนงานที่หนัก อีกนิดหนึ่งครับ ท่านมีการติดต่อกับต่างประเทศในรายงานหน้าท้าย ๆ เปึนภาษาอังกฤษ เชื่อมโยงไปถึงออมบุดส์แมน (Ombudsman : ผู้ตรวจการแผ่นดิน) ของต่างประเทศ เปึนสิ่งที่ดีครับ ผมอยากจะขอความรู้ว่าในโลกนี้ซึ่งถ้าตัวเลขที่ผมดูจากหนังสือพิมพ์ว่า ขณะนี้สมาชิกสหประชาชาติมี ๑๙๒ ประเทศ ใน ๑๙๒ ประเทศนี่ขอให้ท่านช่วย ตรวจสอบทีหนึ่งว่ามีระบบผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างนี้สักกี่ประเทศ ซึ่งซีกโลก ทางสแกนดิเนเวียเขาเรียกกันว่าออมบุดส์แมน แล้วท่านได้ไปเชื่อมโยงกับเขาครบถ้วน แล้วหรือยังทั่วทุกภูมิภาค ขอขอบคุณครับ