สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒ เมษายน ๒๕๕๑

ปราโมทย์ โชติมงคล แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐและความเป็นธรรมต่อประชาชน โดยเฉพาะกรณีของประชาชน 400-500 คน ที่ถูกบังคับออกจากที่ดินของตน และเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องการขาดที่ตั้งสํานักงานของรัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในการหาที่ตั้งใหม่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปลูกฝังจริยธรรมตั้งแต่เด็ก และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือในการป้องกันและส่งเสริมจริยธรรม นอกจากนี้เขายังเสนอแนวคิดเรื่องการมีอาสาสมัครผู้ตรวจการแผ่นดินประจําตําบล ประจําหมู่บ้าน เพื่อเป็นตัวแทนประชาชนในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และขอให้รัฐสภาสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการนี้

นายปราโมทย์ โชติมงคล ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ผมจะขอสั้น ๆ เท่านั้นเองครับว่า หน้าที่ของเราจะรับคําร้อง คํานึงถึงความเปึนธรรมของผู้ร้องเปึนหลัก แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะทําถูกกฎหมายถูกอํานาจหน้าที่ แต่หากแม้นเดือดร้อนต่อประชาชนเราก็จะหาทาง เยียวยา ขออนุญาตจะเอ่ยนามท่าน ส.ส. จุติซึ่งอยู่ที่พิษณุโลก ประชาชน ๔๐๐-๕๐๐ คน ประมาณเกือบ ๑๐๐ ครอบครัว มีปัญหาที่ทํากินอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เขาก็ไปครอบครองที่ อยู่แปลงหนึ่งเปึนเวลานานนับเปึนสิบป้ วันหนึ่งทางรัฐโดยจังหวัดเขาบอกว่าขอให้ออก เนื่องจากจะมีหน่วยงานของรัฐไปปลูกสร้างที่อยู่ เขาก็ร้องมาที่เรา เราตรวจสอบแล้วเขามี ที่ผืนเดียวเท่านั้นที่ครอบครองอยู่ตรงนี้ ไม่มีที่อื่นเลยไม่ได้เปึนกลไกของนายทุน เอาเขาออก ที่ตรงนั้นเปึนที่รัฐนะเปึนที่ของหลวงใช้ในกิจการของหลวง แต่เอาเขาออก เขาไม่รู้จะไปไหน เขาต้องไปพลัดที่นาคาที่อยู่ เราก็พูดกับทางจังหวัดว่าเมื่อเปึนอย่างนี้คือประชาชนคนไทย แม้จะมาอยู่ในที่หลวงไม่ถูกต้อง แต่ที่จริงเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ปล่อยปละละเลยไม่ดูแล ตั้งแต่ต้นปล่อยให้เขาอยู่ด้วยสุจริต เขาจะไม่ได้สิทธิครอบครองก็ตาม เขาจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ ก็ตาม เราตกลงกับผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านไปถึงกระทรวงมหาดไทย บอกอย่างนี้ได้ไหม เมื่อหลวงยังไม่มีเจตนาจะใช้ที่ ขอให้เขาอยู่ต่อไป ให้มาทําหนังสือเรียกว่า สทก. สิทธิทํากิน อยู่กับรัฐ แบ่งที่ให้เขาคนละ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ เพราะเขาเปึนคนไทย แล้วสุดท้ายถ้ารัฐจะเปึนจังหวัด หรือใครก็ตามไม่ได้ใช้ที่แปลงนี้เพื่อประโยชน์อื่นใดอาจจะให้เขาไปพิสูจน์สิทธิ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน แล้วให้เขาออก น.ส. ๓ ออกอะไรไปได้ ผมไม่ทราบว่า ท่านจุติยังอยู่ไหม ท่านไปติดตามตรงเปึนที่สร้างกองบัญชาการตํารวจเดี๋ยวนี้ผู้ร้อง ๔๐๐-๕๐๐ คนยังอยู่ นี่ผมยกตัวอย่างนะครับว่าเราจะนึกถึงความเดือดร้อนของ ประชาชนเปึนหลัก ไม่ได้นึกถึงความถูกผิด แต่ยอมรับว่าบางครั้งก็ไม่สามารถจะทําได้ เหมือนที่ท่านอภิชาตต่อว่ากระผมยอมรับ เรื่องคนหายไม่ใช่เฉพาะท่านรายเดียว มีหลายราย รวมทั้งท่านทนายสมชายมันก็หายไปจริง ๆ เราก็ไปไล่บี้ตํารวจ เขาก็บอก เขาไม่รู้จะทําอย่างไรมันไม่มีร่องรอย เราก็เอาสิ่งที่รัฐทําไปเล่าให้ฟัง แต่ยอมรับว่าไม่ถูกใจ ผู้ร้อง ผมเองก็จนใจยินดีรับคําตําหนิติเตียน ดีเอสไอ (DSI : กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เราก็ ไปบี้บอกว่าเรื่องนี้สําคัญเขาก็ไปสืบบอกมันไม่รู้จะไปหาตัวผู้รับผิดชอบอย่างไร ตํารวจ เขาก็ทําหน้าที่ดีที่สุด ตรงนี้ยอมรับว่าถ้าจะถือว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่สมบูรณ์กระผมก็ยอมรับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านว่ามีอะไรมาช่วยแนะนําเราจะได้ทําหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประชาชน แต่ในบางครั้งบางกรณีก็ไม่สามารถจะดําเนินการได้ นั่นเปึนประเด็นหลัก ๆ

เรื่องอัตรากําลังเรื่องความต้องการกําลังคนเราคงจะต้องเพิ่ม แต่เรียนว่า ในเวลานี้ไม่มีที่ทําการถาวรไปเช่าอยู่ที่อาคารเอ็กซิม แบงก์ (EXIM BANK) เช่าไว้ ๑,๕๐๐ ตารางเมตร ธนาคารเอ็กซิมให้เช่าได้แค่นั้นทุกวันนี้เขาก็ขอให้เราออกอยู่ตลอดเวลา เขาต้องใช้พื้นที่ สํานักงานได้ไปติดต่อกับรัฐบาลได้พื้นที่อยู่ที่แจ้งวัฒนะ คิดว่าสิ้นป้นี้ น่าจะได้ไป ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร เวลานั้นเราจะได้เพิ่มกําลังคนเพิ่มอะไรได้ ตอนนี้ปัญหากําลังคนไม่ได้ติดขัดว่าไม่มีใครให้เงินคือไม่มีที่จะอยู่ จะไปเช่าอีกหลายที่ มันก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นตรงนี้จะขอรับข้อแนะนําทั้งหลาย

กรณีเรื่องจริยธรรม ต้องขอบพระคุณที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายและให้ข้อคิด เราคิดเห็นตรงกันครับ ต้องขอบพระคุณคุณหญิงกัลยาที่แนะนํา วางนโยบายไว้แล้วว่าเราจะทําโดยจะมุ่งเน้นการปัองกัน ส่งเสริมเรื่องคุณธรรมจริยธรรม โดยเน้นไปที่เยาวชน เน้นไปที่สถาบันครอบครัว เน้นไปที่สถาบันศึกษา เน้นไปที่ชุมชน ถ้าปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ เขามีอย่างนี้เข้มแข็งโอกาสที่ข้างบนจะเบี่ยงเบนน้อย โดยจะร่วมมือ กับทุกภาคส่วน เพราะเห็นว่าเรื่องจริยธรรมเหมือนที่ท่านว่าแล้วผมเข้าใจว่าประเด็น ที่จะอภิปรายหลังจากกระผมชี้แจงไปแล้วนี่ก็เปึนประเด็นเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม เช่นเดียวกัน มันต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เราเตรียมการ เพราะฉะนั้นขณะนี้ได้ออกแนวทาง ไปยังหน่วยงานของรัฐทุกประเภทว่าต้องมีประมวลจริยธรรม มีค่านิยมหลัก ๖-๗ ประการ ๑๐ ประการที่เรากําหนด แล้วไปสร้างกลไกมีหน่วยบังคับการ ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรม หน่วยงานนั้นต้องดูแล กราบเรียน เช่น ในที่ประชุมแห่งนี้หรือที่ประชุมวุฒิสภา ผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง ท่าน ส.ส. ส.ว. มีปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรมที่เราสร้างกลไกไว้ เบื้องต้นจะขอให้ท่านดูแลกันก่อน ท่านอาจจะมีกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านดูแล แล้วเราจะมาดูแลทีหลัง ถ้าท่านดูแลแล้วเหมาะสมก็จบ ถ้าท่านดูแล้วไม่เหมาะสม พูดภาษาชาวบ้านท่านช่วยกัน ท่านไม่เปึนธรรมต่อกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงจะเข้ามาดูแล จะทําอย่างนี้กับทุกหน่วย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้กําลังดําเนินการเนื่องจากว่าเปึนสิ่งใหม่ ที่รัฐธรรมนูญกําหนด

เรื่องอื่น ๆ เรื่องประชาสัมพันธ์ต้องกราบขอบพระคุณ ณ เวลานี้สมาชิกรัฐสภา ๖๓๐ คน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๘๐ คน สมาชิกวุฒิสภา ๑๕๐ คน ผมกราบเรียน อีกครั้งว่าจะมีหนังสือถึงท่านด้วย จะขอกราบเรียนว่าขอให้ท่านเปึนเครือข่ายและตัวแทน แทนพี่น้องชาวบ้าน ถ้าเดือดร้อนท่านจะดูแลของท่านได้ก็ดูแลไป ท่านคิดว่ามีปัญหา ท่านส่งมาที่เรา มีท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าทําไมกรรมาธิการท่านจึงไม่มีอํานาจ บังคับตามกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาชี้แจงแล้วไม่มาทําอะไรไม่ได้ แต่เดิมเราเปึน กลไกของรัฐสภา ถ้าท่านทําไม่ได้ท่านส่งมาที่เรา เรามีบทบังคับที่จะลงโทษคนที่บิดเบี้ยว ถ้าไม่มาขาดเหตุผลนี่เราแจ้งดําเนินคดีอาญาได้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานของรัฐที่ล่าช้านี่เราก็จะเร่งติดตามแต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมาย มาตรานี้นะครับ ยังใช้ความร่วมมือด้วยสันติวิธี แต่ถึงวันหนึ่งถ้าหน่วยงานไหนบิดเบี้ยว แล้วขาดเหตุขาดผลทําให้ประชาชนไม่ได้รับการเยียวยานี่เราอาจจะจําเปึนต้องดําเนินคดี แล้วก็จะมารายงานแก่สภานี้ นี่คือสิ่งที่เรากําลังดําเนินการ

สําหรับหน่วยงานย่อย ๆ ที่ท่านเสนอแนะว่าพึงมีในระดับล่าง ตั้งแต่ สภาก่อนที่ปฏิวัติแล้วได้เสนอแนะไว้ กระผมก็ไปคิดอยู่เยอะ ถ้าทําตามท่านก็คงไม่ยาก แต่ท่านต้องสนับสนุนงบประมาณ แต่จะต้องเยอะนะครับ ๗๖ จังหวัดก็ระดับหนึ่ง ถ้าลงไปถึงเขตนี่เลือกตั้งค่าใช้จ่ายอีกเยอะ ขณะนี้ไปจับมือกับสภาทนายความ จับมือ กับอัยการนี่ใช้สตางค์น้อย คิดว่าจะมีอาสาสมัครผู้ตรวจการแผ่นดินประจําหมู่บ้าน ประจําตําบล ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๗,๐๐๐ ตรงนี้อาจจะใช้จ่ายน้อย ก็จะกราบเรียนว่ากําลัง ศึกษาระบบนี้อยู่ แล้วถ้ามีอาสาสมัครผู้ตรวจการแผ่นดินประจําตําบล ประจําหมู่บ้าน เปึนตัวแทน ประชาชนเดือดร้อนมาบอกคนนี้ คนนี้บอกเราต่อระดับนี้ช่วยเหลือแก้ไขได้ เผอิญไปเห็นระบบนี้ที่ญี่ปุ์น ญี่ปุ์นเขามีครับ คนที่เกษียณอายุแล้วจากหน่วยงานของรัฐ คนที่เปึนผู้นําชุมชนที่เปึนที่เชื่อถือของหมู่บ้านเราดูแล้วอาจจะไปแต่งตั้งเขาเปึนอาสาสมัคร ของผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อจะเปึนตัวแทนรับความทุกข์ร้อนนําปัญหามาบอกกับเรา แล้วก็ ไปช่วยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นได้ พยายามหากลไกที่จะทําให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการนี้ให้มากเกินก็อยากจะรับความเห็นของท่านทั้งหมด ทั้งหมดนี้คําร้องของท่านนริศ หลังจากนี้แล้วกระผมจะขอประสานท่านรายละเอียดอีกเล็กน้อยเพื่อจะเพิ่มเติมนะครับ เช่นที่บอกว่าเหมืองร้างแล้วไม่คืน มีการสอบบรรจุแล้ว นี่เจ้าหน้าที่ผมบันทึกไว้แล้ว หลังจากนี้จะขอประสานข้อมูลรายละเอียดอีกเล็กน้อย เมื่อเราได้ครบถ้วนแล้วจะไปทํา หน้าที่ตามที่ท่านมอบหมายเพราะว่าเปึนภาระของเราที่จะดําเนินการ และย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า แนวคิดที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยังเปึนกลไกของรัฐสภายังคงอยู่ เพราะว่าท่านทั้งหลาย เปึนผู้มาจากประชาชนโดยแท้จริง รู้ความต้องการของประชาชน เพราะฉะนั้นเราต้อง ช่วยท่านจะเปึนกลไกให้ท่าน ผมคิดว่าถ้าจะใช้เวลามากกว่านี้อาจจะรบกวน จะขอรับ ข้อคิดเห็นของท่านไปดําเนินการแก้ไขปรับปรุง และในระหว่างนี้หากมีปัญหาอะไร ท่านสามารถเรียกใช้เราได้ และถ้ากระผมมีปัญหาอะไรผมก็จะมากราบเรียนขอคําแนะนํา จากท่านได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ