นิรมิต สุจารี หารือเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินและเรียกร้องให้กรมชลประทานดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้แพร่หลายเพื่อให้ประชาชนทราบถึงสิทธิในการร้องเรียน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมใคร่ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตในเรื่องเกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนองค์กรหนึ่งที่จะให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ โดยหลักแล้วเปึนหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ผมเข้าใจดี ท่านประธานครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นถ้าพิจารณาจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จะเห็นว่าเปึนที่พึ่งของชาวนา ชาวไร่ คนยาก คนจน เพราะว่าเปึนองค์กรอิสระปลอดจากการแทรกแซงของหน่วยงานอื่นและบุคคลภายนอก แล้วก็ผดุงไว้ซึ่งความเปึนธรรมให้แก่พี่น้องประชาชน คนยากคนจน แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ บทบาทหน้าที่อันสําคัญที่มีอยู่ในตัวบทกฎหมายนั้นจะไม่สามารถบรรลุได้ ถ้าหากว่าการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานไม่เปึนที่รู้จักกันแพร่หลาย จากยุทธศาสตร์ ของการพัฒนา ในการพัฒนาหน่วยงานผมได้ศึกษาดูไม่ว่าจะเปึนยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ท่านไม่สามารถที่จะลงลึกไปถึงชาวไร่ ชาวนาได้ ผมอยากจะกราบเรียนว่า สิทธิในการร้องเรียน ผู้มีสิทธิในการร้องเรียนที่จะใช้อํานาจตามตัวบทรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะ ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐของข้าราชการหรือหน่วยงานของรัฐในการที่จะใช้อํานาจเกินกว่า ตัวบทกฎหมายที่บัญญัติไว้หรือการใช้อํานาจที่เปึนการปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ สิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็คือพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ เพราะว่าการประชาสัมพันธ์ของท่านนี่ยังน้อยไป ผมทราบดีว่า ในหน่วยงานของผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน่วยงานเครือข่ายที่จะเปึนหน่วยงานที่จะ ประชาสัมพันธ์หรือรับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนก็ยังไม่เพียงพอ ผมดูจากรายงาน บอกว่า สภาทนายความ สํานักงานสาขาของสภาทนายความทั่วประเทศ สํานักงาน อัยการสูงสุด สํานักงานอัยการจังหวัด ส่วนมากจะเปึนหน่วยงานที่อยู่ในตัวจังหวัด แต่พี่น้องชาวนา ชาวไร่ คนยากคนจนที่อยู่ตามพื้นที่ท้องไร่ท้องนาเขาไม่มีโอกาสที่จะเข้ามา ในสํานักงานอัยการจังหวัด เขาไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาในสํานักงานทนายความสาขา ที่ตั้งอยู่ในจังหวัด เพราะฉะนั้นผมอยากจะตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะต่อท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินว่าควรที่จะตั้งสํานักงานรัฐสภาประจําเขตเลือกตั้งของ ผู้แทนราษฎร แต่ละเขตมีตัวแทนอยู่แล้ว มีผู้แทนอยู่ตั้งสํานักงานรัฐสภาขึ้นมาแล้วก็ เป่ดโอกาสให้ผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสเปึนผู้มีสิทธิร้องเรียน ซึ่งเดิมนี่ท่านบอกว่า กรรมาธิการของวุฒิสภา กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิในการร้องเรียนได้ ถ้าจะเพิ่มเติมเข้าไปอีกบอกว่าผู้แทนราษฎรแต่ละเขตมีสิทธิในการร้องเรียนปัญหาได้ อันนี้ก็จะเปึนการง่ายในการที่จะเข้ามาได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญได้ และนอกจากนั้นในการเผยแพร่วิชาการและให้ความรู้ให้การศึกษา แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิที่จะร้องเรียน ผมอ่านดูแล้วปรากฏว่าการประชาสัมพันธ์นี่ ยังไม่ทั่วถึง อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่า นอกจากที่จะมีแผ่นพับใบรายงานแล้วก็น่าจะมีโครงการอบรมโดยมีหลักสูตรผ่านไปยัง โรงเรียน มหาวิทยาลัยซึ่งเปึนสถาบันการศึกษาจะได้ปลูกฝังให้เยาวชนคนหนุ่มคนสาว ได้เข้าใจถึงสิทธิเสรีภาพและรับการคุ้มครองตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่าลืมว่าชาวไร่ชาวนาไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยออก แต่ถ้าลูกหลาน ของเขาได้มีความเข้าใจว่าสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมีว่าอย่างไร เขาก็จะเปึนเครื่องมือตัวหนึ่งที่จะอธิบายให้คุณพ่อ คุณแม่ได้เข้าใจและตัวเขาก็จะได้เข้าใจถึงสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญต่อไป นอกจากนั้น ก็น่าจะเป่ดโอกาสให้ ส.ส. แต่ละเขตพื้นที่ได้มีโอกาสจัดอบรมประชาชนที่เข้ามาติดต่อ หรือในพื้นที่บริการของเขาได้เข้าใจถึงสิทธิในการที่จะได้รับความคุ้มครอง สิทธิในการร้องเรียน ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละครับถ้าหากท่านได้มอบหมายให้เครือข่ายเฉพาะตัวจังหวัด ยังไม่เพียงพอต้องลงไปถึงในเขตพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ผมต้องขอกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสในการที่ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตต่อที่ประชุมแห่งนี้ ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับ