สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒ เมษายน ๒๕๕๑

นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องการร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน และการร้องเรียนการทุจริตในการบรรจุแต่งตั้งและโยกย้ายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการร้องเรียนเรื่องคลื่นวิทยุชุมชน ที่แทรกคลื่นหลัก ทำให้ฟังรายการไม่ได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการสัมปทานที่ยุติลงแล้ว เช่น ป่าชายเลน ระเบิดหิน และเหมืองแร่ โดยเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบและเรียกคืนสิ่งเหล่านี้มาเพื่อป้องกันความเสียหายต่อบ้านเมือง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการจัดสรรที่ดินสวนป่าให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่กรมป่าไม้ได้มอบที่ให้ ส.ป.ก. ไปดำเนินการ แต่ดำเนินการได้เพียง 20 ล้านไร่ และยังมีคนครอบครองเป็นจำนวนมาก โดยเสนอแนะให้ส่งคืนกรมป่าไม้และให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายในวาระนี้ โดยเปึนการฝากข้อสังเกต ๑ เรื่อง แล้วก็ร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓ เรื่อง แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ๑ เรื่อง ซึ่งทั้งหมดสั้น ๆ นะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตได้ชื่นชม รายงานฉบับนี้นะครับ ผมคิดว่าดูอ่านง่าย เข้าใจง่าย แล้วก็ดูว่าเข้าใจได้ อ่านเสร็จแล้ว เข้าใจได้ถึงภารกิจของท่านนะครับ

ประการที่ ๒ ที่ขออนุญาตชื่นชมก็คือ ผมได้เห็นความตั้งใจจริงของหน่วยงาน ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ทํางานอย่างจริงจังโดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีสภา แต่ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงป้ ๒๕๕๐ ประชาชนยังใช้ช่องทางนี้ ในการสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนผมถือว่ายังน้อยมากแค่หมื่นกว่ารายเองยังไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ ราย ผมถือว่ายังน้อยนะครับ อาจจะเปึนเพราะว่าประชาชนไม่ทราบว่ามีช่องทางนี้อยู่ ขณะนี้ยังไม่ทราบเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้พูดหลายคน อาจจะยังไม่มั่นใจว่าหน่วยงาน ของท่านสามารถทํางานแก้ไขปัญหาและพัฒนาบ้านเมืองนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่จํานวนตัวเลข ผมคิดว่าควรจะมากกว่า ๑๖,๐๐๐ ราย ๖,๐๐๐ เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา เพราะว่าในช่วง ป้ ๒๕๔๔-๒๕๕๐ เปึนช่วงที่มีปรากฏการณ์ที่รุนแรงมากของสังคมไทย ไม่ว่าจะมีปรากฏการณ์ ฆ่าตัดตอนในยาเสพติดร่วม ๓,๐๐๐ ศพ ไม่ว่าจะปรากฏการณ์คนตายในภาคใต้และ บาดเจ็บร่วมหมื่นราย ไม่ว่าจะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอันดับต้น ๆ ของโลก เรามี การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติกันอย่างเข้มข้นและก็มีการทุจริตคอร์รัปชันในอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ผมคิดว่าจํานวนตัวเลขที่ร้องเรียนเข้ามาแค่ ๑๖,๐๐๐ รายนี่น้อยไป แล้วก็อาจจะ ไม่มั่นใจในหน่วยงานของท่านเช่นเดียวกัน เพราะว่าจากตัวเลข ๑๖,๖๙๒ รายที่ร้องเรียน เข้ามาท่านสามารถดําเนินการได้แล้วเสร็จเพียง ๕๓.๐๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง นั่นหมายถึงว่า ทํางานลุล่วงแล้วเสร็จไปแค่ ๕๐.๐๔ เรื่องเท่านั้นเอง ถ้าขีดเส้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ท่านสอบ ผ่านนิดเดียว สอบผ่านแค่ ๓.๐๔ เท่านั้นเอง นี่เปึนตัวเลขจากในรายงานของท่าน เปึนข้อสังเกต นะครับ

ผมขออนุญาตได้ร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน อยู่ ๒-๓ เรื่องสั้น ๆ

เรื่องที่ ๑ มีการทุจริต ขณะนี้ในการบรรจุแต่งตั้งและโยกย้ายในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผลนี่จะทําให้ท้องถิ่นได้รับความเสียหายส่งผลต่อการแก้ไขปัญหา และพัฒนาบ้านเมือง กระบวนการเปึนอย่างนี้ครับ กระบวนการ อบต. เทศบาล อบจ. ขอกรอบตําแหน่ง ขออนุมัติกรอบตําแหน่งไปยังคณะกรรมการหรือ ก.อบต. ก.เทศบาล ก.อบจ. กรอบไม่ได้ขอตามความจําเปึนหรือภารกิจ ขอตามคุณสมบัติของลูกหลาน ขอตามคุณสมบัติเด็กตั้งใจจะฝาก ขอตามคุณสมบัติของเด็กที่ตั้งใจจะขายตําแหน่งนี้ และโดยเฉพาะขอขึ้นมาตามที่คนขอย้ายเข้ามา โดยเฉพาะขอย้ายหนีภัยจาก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เข้ามา ก ต่าง ๆ ได้อนุมัติกรอบตําแหน่งนี้ พอได้อนุมัติเพราะว่า ก.อบต. ก.เทศบาล ก.อบจ. อนุมัติแค่มีข้อสังเกตว่าเงินเดือนหรือเงินประจําตําแหน่งอย่าให้เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ถ้าไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณเขาอนุมัติกรอบตําแหน่ง ไป อบต. เทศบาล อบจ. ไปบรรจุแต่งตั้งเอง ตรงนี้มีทุจริตกันมากมาย แล้วก็เปึนขบวนการ มี อบต. แห่งหนึ่งในภาคกลางได้เป่ดรับสมัครเจ้าหน้าที่ คนมารับสมัครขึ้นบัญชีไว้ ๒,๐๐๐ คน ใน ๒,๐๐๐ คน ให้ทั้ง ๒,๐๐๐ คนเขียนใบสละสิทธิไว้ทั้งหมด ๒,๐๐๐ คน แล้วก็ให้ไปหา ตําแหน่งเอาเอง บางคนสอบได้คนที่ ๕๐๐ ไปขอตําแหน่งที่เทศบาล ที่ อบต. อบต. บอกว่า ให้มาถาม อบต. ที่จัดสอบ อบต. จัดสอบแจ้งไปบอกว่าบรรจุได้เพราะว่าคนก่อนหน้านี้ ได้สละสิทธิแล้ว นี่เปึนขบวนการขอให้ท่านได้ไปตรวจสอบที่กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นว่าสอบสวนไปถึงไหน หรือว่าละเว้นการปฏิบัติ หรือว่าซุกเรื่องนี้กันเอาไว้ เพราะว่าเรื่องนี้จะเปึนปัญหาใหญ่ลุกลามในอนาคตเรื่องนี้มีอยู่จริงที่ อบต. วังน้ําเขียว จังหวัดนครปฐม ที่เปึนผู้จัดสอบ ๒,๐๐๐ ตําแหน่ง นี่เปึนเรื่องที่๑ นะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของคลื่นวิทยุชุมชน ซึ่งขณะนี้ผมก็เห็นว่าคลื่นดังกล่าว มีประโยชน์เกิดความรู้ เกิดความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน แต่ว่าคลื่นดังกล่าว ไปแทรกคลื่นหลัก เช่น ในกรณีของจังหวัดพัทลุงคลื่นหลักสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทย ๙๘ เมกะเฮิรตซ์ แต่ว่าคลื่นชุมชนอยู่ใกล้มากครับ อยู่ที่ ๙๘.๗๕ เมกะเฮิรตซ์ ๙๘.๕ เมกะเฮิรตซ์ อยู่ที่ ๙๗.๗๕ เมกะเฮิรตซ์ ๙๗.๕ เมกะเฮิรตซ์ ทําให้คลื่นหลักถูกแทรกไม่สามารถรับฟังได้ แล้วก็แม้แต่รายการถ่ายทอดนี่ก็ฟังไม่ได้ครับ รับฟังไม่ได้เลยในจังหวัดพัทลุง และสถานี วิทยุกระจายเสียงในพัทลุงนี้ขออนุญาตฟัองเลยนะครับ ไปถ่ายทอดการประชุม สภาผู้แทนราษฎรในระบบเอฟเอ็ม (FM) อีก ซึ่งรับฟังไม่ได้เลย ประชาชนเสียประโยชน์ นี่เปึนเรื่องที่ ๒ นะครับ

เรื่องร้องเรียนเรื่องสุดท้ายก็คือ ในประเทศเรามีป์าชายเลนสัมปทาน มีระเบิดหินสัมปทาน มีเหมืองแร่สัมปทาน มีป์าให้เช่า ผมกราบเรียนว่าหลังจากสัมปทาน ยุติลงมีปัญหาตามมามากมาย เช่น ป์าชายเลนมีอยู่ ๒ ล้านกว่าไร่ เปึนสัมปทาน ไปล้านกว่าไร่นะครับ หลังจากยุติสัมปทาน สัมปทานสุดท้ายเมื่อเดือนเมษายน ป้ ๒๕๔๖ ยุติสัมปทานทั้งหมด แต่ว่าผู้ได้รับสัมปทานไม่คืนพื้นที่ป์า ไม่คืนพื้นที่เหล่านี้ ส่วนหนึ่ง ใช้ประโยชน์ต่อ ส่วนหนึ่งขุดนากุ้ง ทํานากุ้งเลี้ยงกุ้งต่อ และที่ซ้ําร้ายก็คือออกโฉนด ออกเอกสารสิทธิต่อ เปึนความเลวร้ายมากนะครับ ใช้ประโยชน์จากพื้นที่นั้นแล้วแล้วงุบงิบ เปึนที่ส่วนตัวต่อ ๒. ระเบิดหินในประเทศไทยมี ๓๐๐ สัมปทาน ระเบิดหินในป์าสงวน ๑๙๗ สัมปทาน ในกรรมสิทธิ์ ๑๐๓ สัมปทาน ผมไม่พูดถึงในที่กรรมสิทธิ์นะครับ ในที่ป์าสงวนนี่ หลังจากหมดอายุการสัมปทานระเบิดหินแล้วไม่คืนนะครับ ยังครอบครอง ยังลักลอบทํา แล้วบางส่วนก็ไปออกเอกสารสิทธิแล้ว ในเหมืองแร่เช่นเดียวกันครับ ประเทศไทยมีเหมืองแร่ ที่ยังดําเนินการอยู่ ๘๔๐ แห่ง ๔๐ ราย แต่ว่าที่ผมจะอภิปรายแค่ที่หยุดกิจการแล้ว ๔๗๖ แห่ง อ้ายนี่เขาเรียกขุมเหมืองมีอยู่ทั่วไปในจังหวัดที่เปึนจังหวัดใหญ่ ๆ จังหวัดท่องเที่ยวเปึนขุมเหมือง ขุมเหมืองบางที่เปึนร้อยไร่ บางที่เปึน ๒๐๐ ไร่ เก็บน้ําไว้สวย แต่ว่ารัฐจะไปใช้เปึนแหล่งน้ําดิบ ก็ไม่ได้กลายเปึนมีเจ้าของนะครับ พื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ไปออกเอกสารสิทธิ ที่ขุมเหมือง ในขณะนี้ที่เดิมเคยได้รับสัมปทานให้คนสัมปทานไปหาประโยชน์ขุดเหมืองแร่ ขณะนี้มี เจ้าของแล้วทั้งสิ้น อยากให้ท่านเข้าไปตรวจสอบแล้วก็เรียกคืนสิ่งเหล่านี้มา ผมหวั่นใจ เรื่องพื้นที่ที่กรมป์าไม้ให้เอกชนเช่าไป ๙๙๖,๓๗๗ ไร่ ขณะนี้เอกชนเช่าที่ป์าไม้ไปปลูกป์า ไปทํากิจการ ผมกลัวว่าวันข้างหน้าจะออกเอกสารสิทธิด้วย จึงอยากให้ท่านได้เข้าไป ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้เพราะว่าจะเกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองต่อไป

แล้วเรื่องสุดท้ายก็คือ เรื่องที่กรมป์าไม้ได้มอบที่ให้ ส.ป.ก. ไปดําเนินการ จัด ส.ป.ก. ให้กับประชาชนทั้งหมด ๔๒ ล้านไร่ ดําเนินการได้เพียง ๒๐ ล้านไร่ เหลืออีก ๒๒ ล้านไร่ดําเนินการไม่ได้ขอให้ส่งคืนกรมป์าไม้ด้วย เพราะว่าที่เก็บเอาไว้ขณะนี้ที่จัด ไม่ได้ข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งก็คือ มีคนครอบครองเปึนพันไร่อยู่ในมือ ๕๐๐ ไร่อยู่ในมือ ส.ป.ก. ก็จัดได้แค่ ๕๐ ไร่ต่อคนต่อรายเท่านั้นเอง ที่เหลือจัดไม่ได้ก็เลยเก็บเอาไว้ ส.ป.ก. ก็ยังไม่มอบให้กรมป์าไม้ ในขณะที่ออก ส.ป.ก. ก็ออกไม่ได้เพราะว่าเจ้าของเขา ครอบครองมากกว่าที่ ส.ป.ก. จะจัดได้นะครับ

เรื่องสุดท้ายเปึนข้อเสนอแนะว่าในหน้า ๑๓๙ กรณีที่ท่านได้ส่งเรื่อง สู่ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการลงนามในข้อตกลงเอฟทีเอ (FTA : เขตการค้าเสรี) เรื่องนี้ ผมคิดว่าผมอยากให้ท่านได้มาให้ความเห็นในขณะนี้สถานการณ์ที่มีการขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมคิดว่าความเห็นของท่านจะเปึนประโยชน์ต่อผู้เคลื่อนไหว ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเจตนาของมาตรา ๑๙๐ ก็คือ ให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริง กรอบแนวคิดในกรอบหนังสือสัญญาทั้งหมดเพื่อที่จะแก้ไข คลี่คลายปัญหาที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างประเทศในอดีตนะครับ

- ๒๘/

๑ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรบกวนเพื่อที่จะอภิปรายให้ข้อสังเกต ๑ เรื่อง ร้องเรียน ๓ เรื่อง และเสนอแนะ ๑ เรื่องครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ