สมัย เจริญช่าง หารือเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อเปรียบเทียบและวิเคราะห์ ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อยึดติดและแบ่งแยก นอกจากนี้ยังระบุปัญหาที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนและความหวาดระแวงในหมู่ประชาชน รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่ใช้คนในชุมชนส่งข้อมูลผู้ร้ายเพื่อรับเงินตอบแทน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของปอเนาะในภูมิภาคภาคใต้ และการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาคนในภูมิภาคนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเผยแพร่ศาสนาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สิทธิเสรีภาพแก่ศาสนาอิสลาม และการเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติอิสลาม (โอไอซี)
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตได้เรียนต่อท่านประธานที่เคารพว่า ระยะเวลา ๒-๓ วันที่เราได้พูดกันถึงเรื่อง แนวทางในการแก้ไขปัญหาวิกฤติในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เปึนปัญหาของประเทศไทยโดยรวม เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านไม่ว่าจะมา จากภูมิภาคใดก็ตามต่างได้แสดงออกถึงความเปึนห่วงเปึนใยที่มีต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาภาคใต้ในขณะนี้เราต้องยอมรับว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ มีความรู้สึกในมุมมองที่แตกต่างกัน ถ้าหากจะจําแนกเราจะได้ข้อสรุปว่าวันนี้พี่น้องคนไทย ในประเทศไทยนั้นมองปัญหาภาคใต้ที่เกิดขึ้นด้วยกับมิติมุมมองเปึน ๔ มุมมองด้วยกัน
มุมมองที่ ๑ ก็คือ พี่น้องคนไทยทั่วประเทศมีความรู้สึกว่าปัญหาภาคใต้ เพียง ๓ จังหวัด น่าจะได้ใช้วิธีการเด็ดขาดเบ็ดเสร็จเพื่อจะได้ยุติปัญหาโดยเร็ว ความคิด เช่นนี้เมื่อวานนี้ผมจําไม่ได้ว่ามีท่านสมาชิกท่านใดได้พูดว่ามีพี่น้องบางท่านเขาบอกว่า ถ้าประเทศไทยเหลือ ๗๓ จังหวัดก็ไม่แปลก โดยที่ไม่มี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นเปึน มุมมองหนึ่ง
มุมมองที่ ๒ ก็คือ มุมมองของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งในประเทศนี้มีอยู่ จํานวนประมาณ ๖ ล้านคน กระจัดกระจายกันอยู่เกือบจะทุกจังหวัด เขามองว่าการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นควรจะใช้ความละมุนละม่อม ควรจะใช้ สันติวิธี ควรจะใช้วิธีของการที่จะประสานน้ําใจเข้าหากัน
มุมมองที่ ๓ เปึนมุมมองของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วต้องขออนุญาตพูดว่าเปึนคนส่วนใหญ่ก็คือพี่น้องชาวมุสลิม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่สะท้อนความรู้สึกมา ๓ วันแล้วครับ ดูกลาย ๆ เหมือนประหนึ่งว่าความรู้สึกของ คนในพื้นที่ที่เปึนมุสลิมมีความรู้สึกหวาดกลัว กลัวทั้งโจรผู้ร้าย กลัวทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อเปึนอย่างนี้บางครั้งก็พูดในพื้นที่บอกว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ถอนกําลังเจ้าหน้าที่ออกมา อยากจะให้ทางราชการนั้นได้ถอนกําลังออกมาจากพื้นที่
ความรู้สึกในขณะเดียวกัน มุมมองที่ ๔ ก็คือ พี่น้องชาวไทยพุทธที่อยู่ในพื้นที่ มีความรู้สึกว้าเหว่ วังเวง ไม่มีหลักประกันถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคอยคุ้มครองดูแลเขา
ในที่สุดวันนี้การแก้ไขปัญหาของภาคใต้จึงเปึนการแก้ไขปัญหาที่จะต้องใช้ แนวคิดในการบูรณาการผสมผสาน คงจะต้องเรียนท่านที่เคารพครับว่า ถ้าเรามองถึงปัญหา ภาคใต้ ถ้าหากจะได้เจาะลึกลงไปจริง ๆ ผมเองไม่ใช่คนในภาคใต้ ผมเปึนคนที่เกิดใน กรุงเทพมหานคร แต่ผมเปึนคนมุสลิมเปึนชาวไทยมุสลิมที่มีบรรพบุรุษอยู่มาตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา คงจะต้องเรียนครับว่า วันนี้ปัญหาของภาคใต้มันเกิดขึ้นเพราะความห่างไกล จากศูนย์กลางอํานาจรัฐในส่วนกลาง นั่นเปึนปัญหาแรก เพราะฉะนั้นเกิดช่องว่างในการที่จะรับรู้ ข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน ต้นเหตุของปัญหาประการที่ ๒ ก็คือ ความแตกต่างในด้าน วัฒนธรรม ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีเรื่องนี้คงจะเปึนส่วนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ของเรา หรือแม้กระทั่งผู้กําหนดนโยบายของรัฐแก้ไขบางครั้งก็ขาดความเข้าใจ ขาดความเข้าถึงอย่างจริงจัง แม้กระทั่งการเรียกชื่อคนครับ นายมะ นายแม นายแว นายแซ นายฮะ นายโอ๊ะ สะแปอิง สะตอปา สะตาปอ ซึ่งชื่ออย่างนี้แหละ ในภูมิภาคอื่นเขาไม่มี ยกเว้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องของศาสนาที่แตกต่างกัน เรื่องวิถีชีวิตของประชาชน เช่น การแต่งกาย ท่านประธานที่เคารพครับ ยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ผมมีเอกสารอยู่ในมือเปึนตัวอย่างที่เปึนโบรชัวร์ (Brochure) ของมหาวิทยาลัย รังสิตในการโฆษณารับนักศึกษาภาควิชาอิสลามศึกษาของคณะศิลปศาสตร์ เพราะว่าคนใน ภาคใต้เขาแต่งกายอย่างนี้ คนในภาคอื่นอาจจะไม่มีคนแต่งกายอย่างนี้ เพราะว่าเขาถือว่า เปึนวิถีชีวิตของมุสลิม ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่จะต้องขออนุญาตได้เรียนต่อ ท่านประธานก็คือสาเหตุที่พูดกันมาทั้งหมด ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ถ้าจะสรุปกันจริง ๆ อันจะเปึนแนวทางสําหรับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่า ปัญหาของภาคใต้ในวันนี้มาจากสาเหตุ ๗ ประการด้วยกัน
ประการที่ ๑ ก็คือ เรื่องของประวัติศาสตร์ ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับครับว่า ถ้าอ้างประวัติศาสตร์ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ยุติเสร็จสิ้น เพราะฝ์ายไหนเขียนก็มัก จะเปึนประโยชน์ต่อฝ์ายนั้น วันนี้ถ้าเราอ้างถึงประวัติศาสตร์ก็คงจะต้องขัดแย้งกันไป ยาวนานจนกระทั่งถึงแหลมมลายูทั้งหมด เพราะว่ารัฐกลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี เคดาห์ปะลิส ก็เคยเปึนส่วนหนึ่งของประเทศไทย แต่วันนี้เราควรจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อเปรียบเทียบ ในเชิงวิเคราะห์ ไม่ใช่เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อยึดติด จนกระทั่งจนในที่สุดเราเกิดความคลั่ง ในประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทําให้เกิดการแบ่งแยก ไม่เฉพาะแยกคนระหว่างศาสนาพุทธ กับมุสลิมเท่านั้น แต่บางครั้งเราต้องยอมรับครับว่าเกิดความคิดเลยเถิด แยกกันตามมาตุภูมิ จนกระทั่งเกิดแนวคิดในการแยกกันว่าเปึนไทยมุสลิมหรือมลายูมุสลิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่เปึนประโยชน์ในการที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม
สาเหตุประการที่ ๒ ความต้องการประโยชน์ทางการเมืองจนเปึนการมักใหญ่ใฝ์สูง ของคนบางกลุ่ม บางฝ์าย ซึ่งรายละเอียดได้มีท่านผู้อภิปรายไปมากแล้ว
สาเหตุประการที่ ๓ ก็คือ เรื่องของกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งวันนี้เกิดการเลียนแบบ จากเหตุการณ์ในต่างประเทศ กรณีที่หยิบยกมาเปึนประเด็นอ้างก็คือกรณีของ อีสท์ ติมอร์ (East Timor) หรือติมอร์ตะวันออกที่มีการแยกตัวออกมาจากอินโดนีเซีย ก็เปึนเหตุผลอันหนึ่ง ที่จะหยิบยกไปสู่จนกระทั่งไปถึงเวทีสากล อย่างเช่น โอไอซี (OIC) คือ ออร์กะไนเซชัน ออฟ ดิ อิสลามิค คอนเฟอเรนซ์ (Organization of the Islamic Conference) โดยยกตัวเลขว่า ติมอร์ตะวันออกในวันที่เขาจะแยกตัวออกจาก อินโดนีเซียนี่ ฝ์ายที่อ้างก็อ้างว่าคนติมอร์ซึ่งเปึนชาวคริสต์ถูกฝ์ายรัฐบาลมุสลิมของอินโดนีเซีย เข่นฆ่าเปึนจํานวนมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบจํานวนแล้วเขาบอกว่าวันนี้คนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่ ถูกเข่นฆ่ามากกว่าคนติมอร์ ก็เปึนข้ออ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องของกระแส โลกาภิวัตน์ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง
ประเด็นที่ ๔ ที่เปึนปัญหา สาเหตุก็คือนโยบายของผู้บริหารรัฐหรือรัฐบาล ก็ได้มีท่านผู้อภิปรายไปหลายท่าน
ประเด็นที่ ๕ นะครับ ที่เปึนสาเหตุก็คือบุคลากร หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ บางส่วน ซึ่ง ๓ วันที่ผ่านพ้นมาเราก็ได้รับฟังเรื่องเหล่านี้มามาก
ประเด็นที่ ๖ ที่เปึนสาเหตุก็คือความหวาดระแวงระหว่างพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้เกิดความหวาดระแวงอยู่ ๒ ด้าน ด้านที่ ๑ ก็คือความหวาดระแวง ระหว่างพี่น้องที่ อยู่ในชุมชนพุทธกับพี่น้องที่อยู่ในชุมชนมุสลิม ส่วนที่ ๒ ก็คือความหวาดระแวงในเรื่อง ของการเปึนสายลับ เราต้องยอมรับครับว่าในนโยบายของรัฐบาลก่อนโน้นได้ใช้นโยบาย ๔,๕๐๐ บาทต่อเดือน นโยบาย ๔,๕๐๐ บาทต่อเดือน ท่านประธานที่เคารพครับ ริเริ่มขึ้น ก็คือต้องการจะใช้แผนโจรปราบโจร ใช้คนในชุมชน ในหมู่บ้าน คอยส่งข้อมูลใครเปึน ผู้ร้ายหรือเปึนแนวร่วมของฝ์ายก่อการร้ายมาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะได้ค่าตอบแทน เดือนละ ๔,๕๐๐ บาท เดือนไหนไม่ได้ส่งรายชื่อมาก็ไม่ได้รับ ในที่สุดก็เลยมีรายชื่อ มากมายก่ายกอง จนกระทั่งท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ไปประกาศที่โรงเรียน ธรรมวิทยามูลนิธิ อําเภอเมือง จังหวัดยะลาว่าสั่งให้เผารายชื่อทั้งหมด ซึ่งมีหลายสิบกระสอบ นั่นก็เปึนปัญหาหนึ่งที่เปึนต้นเหตุของความไม่สงบ
ประเด็นสาเหตุ ประการสุดท้ายครับ มีผู้หลงผิดคิดร้ายต่อสังคมและต่อ ประเทศชาติ วันนี้เราต้องยอมรับครับว่าการไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง โดยสร้างความเข้าใจผิด ให้ผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนของชาตินั้นได้แพร่ระบาดไปมาก เช่นเดียวของการ ซุมเป็าะ ก็คือการสาบาน ถ้าร่วมน้ําสาบาน ร่วมอุดมการณ์กันแล้วนี่จะถอนตัวออกมาไม่ได้ ผมยกสิ่งเหล่านี้มาพูดเพื่อให้เห็นว่าวันนี้จากคนที่เขาอ่านหนังสือไทยไม่ได้ เขียนไม่ได้ พูดไม่ได้ วันนี้เปึนดอกเตอร์หลายคนครับ เปึนผู้ช่วยศาสตราจารย์อย่างดอกเตอร์พีรยศ เปึนแม่ทัพภาคที่ ๔ เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด มีมากมายก่ายกอง ก็เปึนคุณูปการจาก ประเทศไทยที่ได้พัฒนาคนในภูมิภาคนั้น เรื่องของปอเนาะผมขออนุญาตจะทําความเข้าใจ ให้เคลียร์ (Clear) ครับ ที่พูดกันมาก็ไม่สู้จะถูกต้องทั้งหมดนัก ปอเนาะนั้นแต่เดิมเขาสอน เรื่องวิชาการศาสนา แต่ว่าทางยูนิเซฟ (UNICEF) ได้เข้ามาแนะนําได้ให้การสนับสนุนทุน กับรัฐบาลไทย กับกระทรวงศึกษาธิการในการอุดหนุนงบประมาณเปึนระยะเวลา ๓๐ ป้ครับ จากป้ ๒๕๐๑ ถึงป้ ๒๕๓๐ ยูนิเซฟได้ให้งบประมาณสนับสนุนมามาก จนกระทั่งสิ่งที่เรา ได้พบเห็นก็คือว่า วันนี้ประชาชนในภูมิภาคภาคใต้เขานิยมที่จะเรียนรู้ทั้งศาสนาและสามัญ ที่เขาเรียกว่า การบูรณาการทางการศึกษา ปอเนาะได้เปลี่ยนสถานภาพเปึนโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนแห่งแรกของจังหวัดนราธิวาสที่ผมได้สืบทราบมาก็คือ โรงเรียน อิสลามวิทยานุเคราะห์ ก่อตั้งเมื่อป้ ๒๕๐๔ โดยฮัจญีดาโอ๊ะ ฮัจญีมะดีเยาะห์ และผู้ที่บริจาค ที่ดินก็คือพี่น้องชาวพุทธครับ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ ร้อยตํารวจตรี สุริยนต์ ไรวา ที่จังหวัดยะลาโรงเรียนปอเนาะที่แปรสภาพเปึนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามโรงเรียนแรก ก็คือ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ของฮัจญีฮารูน สุหลง สิ่งเหล่านี้มันเปึนประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตจะได้เรียนท่านประธาน ขอใช้เวลาสัก ๑ นาทีนะครับท่านว่า วันนี้ ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทรัพยากรบุคคลของเรามีคุณค่ามากขึ้น แต่สิ่งที่รัฐ จะต้องทํานะครับ ขออนุญาตได้เรียนว่า รัฐต้องทํา ต้องเอาจุดแข็งของประเทศไทย ประชาสัมพันธ์ให้ชาวโลกเข้าใจครับ
ประการที่ ๑ ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ให้สิทธิเสรีภาพกับคนไทยในเรื่องศาสนา มากกว่าประเทศไทย แม้กระทั่งประเทศมุสลิม ยกตัวอย่าง เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย คนของเขาเกิดมาชีวิตหนึ่งไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้เพียงครั้งเดียว ประเทศไทยไม่มีข้อจํากัดครับ ไปกี่สิบครั้งก็ได้ รัฐบาลต้องนําเรื่องอย่างนี้ไปต่อสู้กับกระแสที่ให้ร้ายปัายสี การเผยแพร่ ศาสนาในประเทศที่เปึนมุสลิมมีการตรวจเซนเซอร์ (Sensor) ข้อมูลต่าง ๆ ก่อนจะนําออกเสนอ ทางสื่อ ไม่ว่าทีวี วิทยุ ประเทศไทยเป่ดเสรีไม่เคยมีการตรวจสอบ ให้เกียรติกัน เรื่องของ คุตะบะห์บทอบรมประจํามัสยิดในวันศุกร์ประเทศมุสลิมมีการตรวจ มีการเซนเซอร์ ประเทศไทย ให้สิทธิเสรีภาพ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลมีจุดดีแต่ว่าไม่รู้จักเอาของดีไปขาย ในที่สุด เขาก็เลยสร้างแนวร่วมในการที่จะบีบรัดประเทศไทย ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า ประเด็นสุดท้ายวันนี้ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ๔๘ ประเทศ เขารวมกลุ่มกันเปึนโอไอซี ประเทศไทยเราก็เปึนประเทศที่โชคดี เพราะเมื่อรัฐบาลชวน ต้องขออนุญาตให้เครดิต ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อขอเอาประเทศไทยร่วมเปึน สมาชิกผู้สังเกตการณ์ของโอไอซี โดยปกติแล้วเขาไม่รับประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าเปึนสมาชิก แต่เขารับประเทศไทย แล้วเขาให้โอกาสเราได้มีโอกาสไปประชุมครั้งแรกกับเขาที่ประเทศ บูร์กินาฟาโซที่แอฟริกา ดอกเตอร์สุรินทร์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปร่วมประชุมกับเขาได้มีโอกาสชี้แจงความไม่เข้าใจหรือความเข้าใจผิด แต่หลังจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ได้ดูแลในเรื่องนี้เท่าที่ควร ทราบว่าระยะหลัง ๆ ก็ส่งเจ้าหน้าที่ ระดับเล็ก ๆ ไปประชุม เราจึงไม่มีโอกาสได้มีบทบาทในโอไอซี วันนี้ผมอยากจะเรียน ท่านประธานครับว่า โอไอซี ครั้งสุดท้ายเดือนนี้เขาจะประชุมที่ เซเนกัล ปรากฏว่าเลขาธิการ ยูเอ็น (UN) เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้ด้วยเพื่อมีการเลือกตั้งประธานโอไอซีคนใหม่ แทนประเทศมาเลเซีย ก็ปรากฏว่าได้แก่ เซเนกัล ทําอย่างไรที่เราจะใช้โอไอซีให้เปึนประโยชน์ ในการทําความเข้าใจกับพี่น้องมุสลิมทั่วโลกว่าเรื่องของภาคใต้นั้นเปึนปัญหาภายในของ เรา ไม่ใช่ปัญหาที่มีการกีดกันหรือว่าลิดรอดสิทธิในเรื่องของศาสนา ท่านประธานที่เคารพครับ เสียดายเวลาหมดแล้วนะครับ ผมใช้เวลาที่ท่านประธานอนุญาตมาเกินไปประมาณ ๒ นาที ก็ขออนุญาตได้เรียนท่านประธานด้วยข้อคิดด้วยหลักการศาสนาขออนุญาตเรียนว่าสิ่งที่ ผมพูดที่จริงมีรายละเอียดอีกมากก็จะขออนุญาตมอบให้คณะกรรมาธิการในฐานะผมเปึนคน กรุงเทพมหานคร แต่ผมเข้าใจเรื่องเหล่านี้เพราะผมมีลูก ๆ ไปศึกษาอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วผลิตผลของการศึกษาที่นั่นไม่ได้เลวร้ายไม่ได้ตกต่ําอย่างที่หลายท่านเข้าใจ ผมเรียน ท่านประธานครับว่า โรงเรียนที่มีมาตรฐานผมได้มีส่วนร่วมกับรัฐบาลในสมัยชวน ๑ ครับ นายปราโมทย์ สุขุม ผู้วายชนม์ได้ลงนามในระเบียบการอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลาม เมื่อป้ ๒๕๓๖ ยกฐานะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่มีมาตรฐานให้ปรับ จากโรงเรียนตามมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๒๕ ให้เปึนโรงเรียนตามมาตรา ๑๕ (๑) จากวันนั้นมาผลิตผลหรือว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเยาวชนในภาคใต้เขาดีขึ้นครับ บางโรงเรียนนี่เขาเอนทรานซ์ (Entrance) ได้มากกว่าโรงเรียนมัธยมประจําอําเภอ สิ่งเหล่านี้ เราต้องให้เครดิตกับภาคเอกชนเขาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขออนุญาตได้ฝาก ถึงท่านผู้มีอํานาจในบ้านเมืองคือ รัฐบาลอยู่ ๒ ประเด็น จากข้อคิดที่เปึนศาสนบัญญัติครับ
ประการแรกก็คือ ข้อคิดที่ขอฝากไปถึงท่านผู้มีอํานาจ ข้อความจากพระมหาคัมภีร์ อัลกุรอานที่บัญญัติไว้มีความว่า สูเจ้าทั้งหลายจงเรียกร้องเชิญชวนผู้คนสู่แนวทางของ พระผู้เปึนเจ้า หมายถึงสู่ความสันติสุขด้วยวิทยปัญญา คัมภีรภาพ อดทน คัมภีรภาพ และใช้ วาจาที่สุภาพ นั่นหมายความว่าศาสนธรรมไม่ต้องการความอวดรู้ ความโอหังหรือความหยาบคาย
ประการที่สอง พระวัจนะของท่านนบี มูฮัมมัด ที่สอนไว้ว่า ให้มนุษย์เรา โดยเฉพาะผู้มีอํานาจต้องประหยัดคําพูด เพราะหลักการอิสลามสอนไว้ว่า คนพูดมาก ก็ผิดมาก คนผิดมากก็บาปมาก คนบาปมากความวิบัติหรือนรกเปึนที่พํานักอันนิรันดร สําหรับเขา หวังว่าข้อคิดเหล่านี้จะเปึนประโยชน์ต่อผู้มีอํานาจในแผ่นดินนี้ไม่มากก็น้อยครับ ขอบพระคุณครับ