สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท พูดถึงปัญหาความไม่สงบในภาคใต้และความไม่เท่าเทียมกันของกลุ่มคนชายขอบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ถูกกระทบจากสถานการณ์ และเรียกร้องให้รัฐมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีการสันติวิธี

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ ที่จริงเมื่อกี้คุณหมอมาลินีเหลือเวลาไว้ให้ ๓ นาที ดิฉันก็จะชดเชย ให้กับอาจารย์สมัย เจริญช่าง อีกนะคะ ดิฉันรอที่จะต้องพูดให้ได้ เพราะจะได้ฝากกับ คณะกรรมาธิการว่า ส่วนใหญ่ที่ท่านพูดกันไปแล้วนี้มันเปึนภาพรวม แล้วดิฉันยังคิดว่า การที่จะแก้ปัญหานี่นอกจากมองชุมชนเปึนภาพโดยรวมแล้วนะคะ เราก็ยังมีกลุ่มคนที่อยู่ ในพื้นที่อยู่ ดิฉันเปึนคนประสานงานขบวนผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง หรือเขาเรียกชื่อ เล่น ๆ ว่า วี มูฟ (We move) ทันสมัยหน่อยนะคะ เปึนภาษาอังกฤษ แล้วก็เปึนประธาน สมาคมส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาค เราลงไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้บ่อย เพื่อที่จะไปพูดคุย กับคนกลุ่มผู้หญิงซึ่งเปึนกลุ่มที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ แล้วไม่มีเสียงสะท้อนออกมาสู่สังคมว่า เขาอยู่อย่างไรและเขาคิดอย่างไร แต่ดิฉันก็จะพูดถึงกลุ่มของผู้หญิงโดยเฉพาะ ในฐานะที่ ผู้หญิงเหล่านี้ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนี่นะคะ ที่จริงก็มีท่าน ส.ส. ที่เปึนผู้เสนอญัตตินี่นะคะ ก็คือท่าน ส.ส. ฟาริดาท่านให้ข้อมูลกับเราไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคอนข้างมาก ดิฉันก็จะขอ ต่อยอดจากท่านค่ะว่า ผู้หญิงในพื้นที่ ๓ จังหวัดที่พูดถึงนี้เขาอยู่ทั้งในฐานะของผู้ที่ถูกได้รับ ผลกระทบ แล้วก็ในฐานะของผู้ที่ถูกกระทํา จะเห็นว่าไม่ว่าคนที่ไม่ว่าจะเปึนลูกหรือเปึนสามี ไม่ว่าจะเสียชีวิตหรือถูกจับก็ตาม กระทบกับพวกเขาทั้งสิ้นนะคะ ถ้าสามีเสียไป ๑ คน แล้วผู้ชายบางคนมีภรรยาหลายคน แล้วก็มีลูกหลายคน ดิฉันเคยพบบางครอบครัว พอสามีเสียนี่นะคะ ผู้หญิงต้องช่วยกันเลี้ยงลูก ๑๖ คน อย่างนี้เปึนคนที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็จะเห็นว่าในฐานะที่ดิฉันเรียนว่าเปึนผู้ถูกกระทําก็เพราะว่าเราจะเห็นว่าในบางครั้งเวลาที่เขา จะให้คนไปชุมนุมที่ถนนหรือที่ป่ดล้อมโรงพักมักจะเปึนผู้หญิงเสียเปึนส่วนใหญ่ แล้วเรา ก็จะพบเห็นข่าวอีกเหมือนกันในที่ชุมนุมบางแห่ง บางครั้งเวลาจับได้แล้วเป่ดออกมานี่เปึนผู้ชาย แต่แต่งตัวเหมือนผู้หญิง เพราะฉะนั้นดิฉันเรียนว่าเปึนประเด็นที่สําคัญแล้วก็ถ้าสมมุติว่า เขาถูกกระทํา ถ้าเดี๋ยวนี้ถ้ามีคนในครอบครัวถูกจับไป หรือถูกเชิญตัวไป ถูกอุ้มไปก็ตาม ครอบครัวของเธอเหล่านี้เธอจะถูกโดดเดี่ยว เพื่อนบ้านคนที่อยู่ในชุมชนมักจะไม่พูดด้วย คิดว่ากลัวจะเปึนอันตรายต่อตัวเอง อย่างนี้ถือว่าเปึนผู้ที่ถูกกระทบ แล้วเราก็ไปจัดเวที ประชาคม เราไปจัดใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมกับผู้หญิงเหล่านี้เราก็ลงไปบ่อย วันที่ ๓๑ ดิฉันก็จะไป เพราะว่ากลุ่มวิทยุชุมชนเขาจะมารวมกัน แล้วเขาก็จะมาทําบทรายการวิทยุที่จะพูดถึง เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ จากที่พบแล้วก็พูดคุยมันก็จะเปึนเสียงสะท้อนที่ดิฉันจะฝากกับ คณะกรรมาธิการว่า มีเสียงสะท้อนว่าวิธีคิดหรือว่าความรู้สึกของพวกเขาคิดอย่างไรบ้าง มีความเชื่อในหมู่ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ว่าตัวเองถูกมองเปึนคนส่วนน้อยเปึนชนส่วนน้อย เปึนคนชายขอบ เปึนประชาชนชั้น ๒ ที่รัฐมุ่งจะทําลายภาษาและจารีตประเพณีของพวกเขา นี่เปึนความรู้สึกของเขานะคะ คนหนุ่มคนสาวรู้สึกว่าถูกกีดกันในการดํารงชีพ และไม่มี ส่วนร่วมในการปกครอง เวลาที่จะทําอะไร จะส่งใครลงไปจะเปลี่ยนแปลงอะไร เขาก็รู้สึกว่า เขาไม่มีส่วนร่วม เขามีความเห็นว่าข้าราชการในพื้นที่จํานวนหนึ่ง ดิฉันย้ําว่าจํานวนหนึ่ง ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไร้ประสิทธิภาพ ปราศจากความเข้าใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่น แล้วคนส่วนใหญ่ที่จริงแล้วทั้งพุทธ ทั้งมุสลิมจึงไม่พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ความช่วยเหลือ กับรัฐในการที่จะเอาชนะความรุนแรง เพราะบางส่วนจากหลายท่านที่พูดมาอาจจะเห็นใจ คนที่เขาก่อการ แต่ว่าส่วนใหญ่ก็จะกลัวภัยความรุนแรงที่จะบังเกิดขึ้นกับเขาและครอบครัว และเขายังมีความเห็นว่านโยบายของรัฐสับสน ระหว่างแนวทางสันติวิธีกับการแก้ปัญหา โดยวิธีเดิม ๆ ที่ใช้ความรุนแรงเปึนหลัก ไม่เข้าใจ ไม่ยึดว่าสันติวิธีมันควรจะเปึนยุทธศาสตร์ ก็คือ ทําอะไรก็ตามต้องยึดกุมแนวทางสันติวิธีเอาไว้ แต่คนที่ปฏิบัติงานจํานวนหนึ่ง มองเรื่องสันติวิธีเปึนแค่ยุทธวิธี เปึนวิธีการหนึ่งจากวิธีการอื่น ๆ เท่านั้น แล้วประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้มีพื้นฐานในทางการเมืองไม่เพียงพอในการที่จะใช้สันติวิธี ที่จะต่อสู้เพื่อความเปึนธรรมของตัวเอง แล้วก็เรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการ แล้วยังมี ทัศนคติหรือวิธีคิดที่ไม่ยอมรับความแตกต่างหรือความหลากหลายทางวัฒนธรรม บางฝ์าย เห็นว่าเปึนปัญหาต่อความมั่นคงของรัฐ หรือเปึนภัยคุกคามต่อความมั่นคง หรือแม้กระทั่ง ในด้านการศึกษาก็ตาม ชุมชนไทยมุสลิม ส่วนที่ดิฉันไปพบเขามองว่ารัฐใช้การศึกษา ภาคบังคับเพื่อเปึนเครื่องมือในการกลืนวัฒนธรรมของเขา แต่ในขณะเดียวกันรัฐส่วนหนึ่ง ก็มองว่าสถาบันการสอนศาสนา โดยเฉพาะปอเนาะเปึนแหล่งเพาะอุดมการณ์แล้วก็แบ่งแยก ดินแดน แล้วอุดมการณ์อิสลามที่ใช้ความรุนแรงในระยะหลัง ๆ นี่เปึนวิธีทิศทางในการมอง เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเรียนข้อเสนอแนะว่า ที่จริงแล้วในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขของความสูญเสีย หลายหน่วยงานที่มีอยู่ก็มักจะไม่ค่อยตรงกัน พบว่าเวลาที่คิดว่าข้อเสนอแนะที่จะให้ ความช่วยเหลือ ดิฉันคิดว่าการสงเคราะห์ไม่ใช่วิธีเดียว และไม่ใช่วิธีที่สําคัญที่สุด ดิฉัน อยากจะเรียนเสนอว่าวิธีที่จะแก้ปัญหาส่วนหนึ่งคงจะต้องอบรมให้ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วก็ ประชาชนเข้าใจคําว่าหลักการสิทธิมุนษยชน เข้าใจคําว่า ศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ ถ้ากระทําต่อเขาเยี่ยงไม่ใช่มนุษย์ทําไม่ได้ เวลาจับเขาได้แล้วจะขนเขาไป จับเขาโยนเขาขึ้นไป ซ้อน ๆ กัน ๓ ชั้น ๔ ชั้นอย่างนี้ไม่พึงปฏิบัติต่อมนุษย์ ถือว่าเปึนศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ต้องเข้าใจหลักของความเสมอภาคว่าการที่จะทําอะไรก็ตามถือว่าเขาไม่ใช่ประชาชนชั้น ๒ ต้องเข้าใจทั้งเจ้าหน้าที่รัฐแล้วก็ทั้งประชาชน ต้องไม่เลือกปฏิบัติ ดิฉันคิดว่าเวลาเราไป อบรม เวลาเราไปจัดเวที แล้วก็มีกิจกรรมให้เขาวาดภาพ ให้วาดสภาพของผู้หญิงมุสลิม เราจะพบเห็นปัญหามากมาย แล้วถ้าถามว่าอนาคตคุณต้องการอย่างไร เขาจะวาดภาพ ออกมาเปึนรูปหัวใจ แล้วก็บอกต้องการครอบครัวสันติสุขภายใต้หลักศาสนา แต่ผู้หญิง เหล่านี้ไม่ค่อยรู้หลักศาสนา ไม่ได้ศึกษา มักจะรู้เปึนคําบอกเล่า ทําให้ดิฉันก็เลยคุยกัน พวกเราเองซึ่งเปึนองค์กรเอกชนเราก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นในทั่วทุกภาคในขอบเขตทั่วประเทศ เราไปรณรงค์อบรมรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่นี่เขาต้องเรียนรู้หลักศาสนาที่แท้จริงด้วย เพราะไม่อย่างนั้นหลายคนก็กล่าวหาว่ามีการบิดเบือน ถ้าแม่เข้าใจหลักศาสนาที่แท้จริง วิเคราะห์ได้เขาสามารถที่จะสอนลูกหลานเยาวชนต่าง ๆ เหล่านั้นได้ด้วย คนเหล่านี้อยากจะเรียนท่านว่า เขามีความห่วงใยครอบครัวมาก ผู้หญิงในฐานะที่เปึนแม่ เวลาลูกถูกจับเขาไม่มีที่พึ่งเลย สํานักงานหรือหน่วยงานที่เราไปตั้งร่วมมือขึ้นมาจะมีคน ไปยืนรออยู่ที่หน้าสํานักงานตั้งแต่ตี ๕ เพราะเขาไม่อยากให้ลูกอยู่ในพื้นที่ และในขณะเดียวกัน เขาห่วงใยเรื่องค่านิยม เรื่องวัฒนธรรม ห่วงใยภาระที่ต้องเกิดขึ้นกับเขาเมื่อเขาเปึนหม้าย ผู้หญิงที่เปึนหม้ายอยู่ในจังหวัดปัตตานีตามตัวเลขมีมากที่สุด แต่ว่าเด็กกําพร้าจะอยู่ นราธิวาสมากที่สุด ถ้าข้อมูลเหล่านี้จะทําให้เวลาที่จะแก้ปัญหาจะได้มองคนเปึนจุด ๆ ด้วย จะต้องเอามาต่อกันด้วยนอกจากมองภาพรวมไป เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าเวลาเรา ไปอบรม เวลาพูดถึงรัฐธรรมนูญ มันเปึนความเจ็บปวดของคนจังหวัดภาคใต้ที่จะบอกว่า อาจารย์อย่าพูดถึงเลยเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญยกเว้นที่จะมาใช้ใน ๓ จังหวัด เพราะเขามองว่ากฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินหรืออะไรก็ตามบังคับใช้ ในที่นั่นแล้ว มันยกเว้นรัฐธรรมนูญทั้งหมด ขอบพระคุณค่ะ