สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑

อับดุลการิม เด็งระกีนา หารือเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้ภาครัฐใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและอำนวยความยุติธรรมตามกระบวนการของกฎหมาย

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่กระผมเปึนคนจังหวัดยะลามาแต่กําเนิดได้เจริญเติบโต และสัมผัสชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง กระผมได้มีโอกาส รับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งทางญาติพี่น้องและประชาชน ซึ่งกระผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรัฐบาลต้องยอมรับว่าเริ่มต้นของปัญหาที่ก่อให้เกิด ความรุนแรงอย่างหนักนั้นซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน เริ่มจากการใช้นโยบายที่ผิดพลาด ในสมัยรัฐบาลทักษิณซึ่งได้ลุกลามมาถึงปัจจุบันนี้ กระบวนการที่ผิดพลาดอย่างหนักที่สุด ก็คือ กระบวนการในการอํานวยความยุติธรรม นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาอย่างแท้จริง ฉะนั้นการที่จะเริ่มต้นในการแก้ปัญหาเราจําเปึนจะต้องทราบ ต้องรู้ที่มาของปัญหาเสียก่อน จึงจะเริ่มต้นการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพได้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดเขาไม่ได้ เรียกร้องอะไรมากมายหรอกครับท่านประธาน สิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด เขาเรียกร้องและพูดคุยมาตลอดก็คือ เขาต้องการให้ทางภาครัฐได้อํานวยความยุติธรรม กับเขาเสมือนกับทางภาครัฐได้อํานวยความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนในภูมิภาคอื่น อย่างเท่าเทียมกัน ทางภาครัฐจะใช้กฎหมายจํานวนหลาย ๆ ฉบับเข้าไปบังคับใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดก็ไม่อาจที่จะห้ามได้ครับ เพราะเปึนแนวทางของรัฐบาล แต่หากจะใช้กฎหมาย หลาย ๆ ฉบับเข้าไปบังคับใช้แล้ว สิ่งที่พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดเขาเรียกร้องมากที่สุด ก็คืออยากจะให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและอํานวยความยุติธรรมตามกระบวนการ ของกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเปึนการบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนหรือกับฝ์ายเจ้าหน้าที่ ที่มีอํานาจในการบังคับใช้ ถ้าผู้มีอํานาจในการบังคับใช้ใช้ด้วยความเคารพสิทธิของบุคคลอื่น ก็จะเปึนการดียิ่ง และจะต้องมีการจัดกระบวนการการอํานวยความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมให้เต็มที่ ซึ่งปัจจุบันยังห่างไกลมากที่ประชาชนเขาได้สัมผัส กับกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นมีกฎหมายบังคับใช้ซ้อนอยู่ ในลักษณะเดียวกันถึง ๓-๔ ฉบับด้วยกัน ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในเชิงปฏิบัติไม่ว่าจะเปึน กฎหมาย กฎอัยการศึก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎหมาย ป.วิ.อาญา รวมทั้งกฎหมายอาญาซึ่งเปึนกฎหมายที่กําหนดแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชน การปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อกฎหมายนี่แหละครับที่เปึนบ่อเกิดแห่งจุดเริ่มต้นของการนําไปสู่ ความหวาดระแวงและความคับแค้นและการพัฒนาไปสู่การกระทําที่ก่อให้เกิดความรุนแรง ในท้ายสุด ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้ท่านประธานได้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาตลอด ในพื้นที่ ๓ จังหวัดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันก็ยังเกิดขึ้นให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน สมมุติกรณีจะมีการจับกุมใครคนใดคนหนึ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัด ซึ่งเปึนผู้ที่ต้องสงสัยอาจจะ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบ อันดับแรกเจ้าหน้าที่จะเข้าไปควบคุมหรือส่วนใหญ่ จะใช้คําว่า เชิญตัว ซึ่งในทางเปึนจริงแล้วไม่แตกต่างกับการจับกุม การไปควบคุมครั้งแรกนั้น จะใช้อํานาจตามกฎอัยการศึก ซึ่งสามารถที่จะจับกุมตรวจค้นได้โดยไม่จําเปึนจะต้องมี หมายจับหรือหมายค้น และมีอํานาจในการควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ไม่เกิน ๗ วัน แต่คุมตัวน้อย หรือเกินก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่การจับกุมตัวตามกฎอัยการศึกนั้นสามารถ ที่จะนําตัวผู้ต้องสงสัยไปควบคุมไว้ที่ใดก็ได้ ตรงนี้แหละครับท่านประธานที่เปึนจุดเริ่มต้น ของกระบวนการที่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นตามมา เพราะในการจับกุมวันแรกนั้นทางเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการบอกให้กับญาติพี่น้องของเขาได้ทราบว่าจะนําตัวไปคุมขังไว้ที่ใด ท่านประธานครับ อย่าลืมว่าผู้ที่ถูกคุมขังเขามีญาติพี่น้อง เขามีลูกเมีย ญาติพี่น้องของเขาย่อมที่จะเกิด ความเปึนห่วง เปึนห่วงว่าเมื่อเจ้าหน้าที่พาไปแล้วจะถูกนําไปฆ่า หรือจะถูกอุ้มหาย หรือว่าถูกซ้อมทรมาน เมื่อเขาเปึนห่วงเขาย่อมที่จะมีการติดตามเสาะหาว่าจะถูกควบคุมไว้ที่ใด เขาได้พยายาม ติดตามมาตลอด เมื่อมีการจับกุมแล้วเขาต้องติดตามต่อไปว่าไปควบคุมไว้ที่ใด เขาไป ตามที่สถานีตํารวจ ไปที่นั่นก็ไม่เจอ ไปตามหน่วยงาน ฉก. ต่าง ๆ ก็ไม่พบ มันก็เริ่มมี ความสงสัยมากขึ้นว่าถูกอุ้มหายหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เปึนจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่หวาดระแวง สงสัย แล้วก็คับแค้นใจว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม แล้วลักษณะอย่างนี้หลังจากที่ถูกควบคุมตัว จะเริ่มมีเหตุการณ์ที่ไม่เปึนไปตามขั้นตอนของกฎหมายบ่อย ๆ ครั้ง นั่นก็คือจะมีการซ้อม ทรมาน มีการกระทําอะไรต่าง ๆ ในระหว่างที่ควบคุมตัวไม่เกิน ๗ วันนี้ล่ะครับ สิ่งที่บ่งบอก ได้ชัดเจนและยืนยันได้ชัดเจนว่าหลังจากที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่เกิน ๗ วันเปึนข่าวอยู่เปึน ประจํา อย่างรายล่าสุดกรณีการตายของนายยะพา กอเซ็ง โต๊ะอิหม่ามบ้านกอตอ อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสซึ่งได้ตายไปในขณะที่ถูกควบคุมตัว ลักษณะอย่างนี้เปึนจุดเริ่มต้น ของเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในที่สุด ซึ่งการที่จะลดดีกรี (Degree) แห่งความรุนแรง แล้วก็เพื่อการอํานวยความยุติธรรมอย่างเต็มที่ เมื่อมีการจับกุมในครั้งแรกนี่ต้องบอกกับ เขาสิครับว่าจะนําตัวไปควบคุมไว้ที่ใด ญาติพี่น้องของเขาจะได้ติดตามไปดูว่าญาติพี่น้อง ของเขาถูกซ้อมทรมานหรือไม่ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าบอกกับเขาว่าได้ไปควบคุมไว้ที่ใด เขาจะได้ตามไปดู แล้วก็ยืนยันว่ามีชีวิตอยู่ เปึนการห้ามปรามแล้วก็เปึนการตรวจสอบได้ว่า ไม่ได้ถูกซ้อมทรมานเพื่อบังคับจะให้รับสารภาพหรือว่าจะทําอะไรต่าง ๆ นานาซึ่งเกิดขึ้น บ่อยนะครับ แนวทางที่จะลดเงื่อนไขซึ่งก่อให้เกิดความหวาดระแวง หรือความคับแค้นใจ ของพี่น้องประชาชน ซึ่งญาติพี่น้องของเขาถูกจับมีหลายทางด้วยกัน แนวทางหนึ่งที่เปึน ที่น่าสนใจก็คือ เราจะต้องยึดหลักผลประโยชน์ของประชาชน แล้วก็เสรีภาพของประชาชน เปึนใหญ่ เมื่อมีการจับกุมหรือเมื่อมีความสงสัยในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สมมุติว่าเราต้องการ ที่จะเชิญตัวบุคคลคนนี้ให้มา เราควรจะใช้วิธีการที่อ่อนนุ่มละมุนละม่อม ใช้วิธีการอย่างไร ท่านประธานครับ สมมุติว่าเราต้องการจะเชิญใครคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้าน เราก็ควร ที่จะใช้กลไกรัฐที่มีอยู่ในหมู่บ้านนั้นให้เปึนประโยชน์เสียก่อน ใครครับที่อยู่ในหมู่บ้าน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นําศาสนา เราควรจะใช้กลไกตรงนี้ให้เปึนประโยชน์ก่อน สมมุติว่าเราต้องการที่จะเชิญใครคนใดคนหนึ่งในหมู่บ้าน เราไปสอบถามผู้คนเหล่านี้ก่อน สอบถามกํานัน สอบถามผู้ใหญ่บ้าน สอบถาม อบต. สอบถามผู้นําศาสนาว่าบุคคลที่เขา ต้องการที่จะเชิญตัวมีพฤติกรรมอย่างไร น่าสงสัยอย่างไร ให้บุคคลเหล่านี้มาประชุมร่วมกัน แล้วก็แสดงความคิดเห็นแล้วก็ยืนยันกับทางการที่ต้องการว่าบุคคลคนนี้เปึนอย่างไร ถ้าเกิดว่าเขาสามารถที่จะแก้ปัญหาเฉพาะตัวในหมู่บ้านนั้นได้ด้วยองค์กรเหล่านี้ก็ปล่อย ให้เขาดําเนินการไปนะครับ แต่ถ้าสมมุติว่าองค์กรกลไกรัฐ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นําศาสนาไม่สามารถที่จะดําเนินการได้เหนือบ่ากว่าแรงที่เขาจะดําเนินการได้ ก็ควรที่จะใช้ องค์กรที่เข้มแข็งกว่านั้นแต่ไม่รุนแรงในขั้นต่อไป นั่นก็คือใช้กลไกของตํารวจ ให้ตํารวจ เปึนผู้ไปดําเนินการ เพราะเมื่อเวลาตํารวจจะเข้าไปดําเนินการเขาจะใช้ ป.วิ.อาญาในการเข้าไป ดําเนินการ นั่นก็คือจะต้องมีการขอออกหมายจับจากศาล การขอออกหมายจับจากศาล จะต้องแสดงเหตุผลที่ชัดเจน มีหลักฐานที่แน่นอน เมื่อศาลได้พิเคราะห์พิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลคนนี้สมควรที่จะออกหมายจับก็ออกหมายจับได้ แล้วก็ใช้ตํารวจเข้าไปจับกุมหรือว่า ไปเชิญตัวอะไรก็แล้วแต่ เมื่อตํารวจเข้ามาจับกุมเขาจะต้องใช้ ป.วิ.อาญา ซึ่งก็คือเขาจะมีอํานาจควบคุมได้ไม่เกิน ๒ วัน แล้วที่คุมขังมันชัดเจนก็คือที่โรงพัก ญาติพี่น้องของเขาสามารถที่จะไปตรวจสอบดูได้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะซ้อมได้ ไม่สามารถที่จะซ้อมทรมานได้ เพราะญาติพี่น้องเขาก็สามารถ ที่จะไปตรวจสอบได้ตลอดเวลา แล้วหลังจากนั้นก็จะต้องนําตัวไปฝากขังที่ศาล ซึ่งถ้าเกิดว่า เขาถูกซ้อมทรมานตรงนั้นนี่นะครับ ภายใน ๒ วันเขาจะแถลงต่อศาลได้ว่าเขาถูกกระทําอย่างไร ซึ่งมีกลไกที่ตรวจสอบได้แล้วก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ถ้าเกิดองค์กรเหล่านี้ไม่สามารถที่จะดําเนินการ ได้จริง ๆ ตํารวจไม่สามารถที่จะเข้าไปได้เราจึงจะใช้กฎอัยการที่มีความเข้มข้นและรุนแรง เข้าไปบังคับใช้ได้นะครับ เข้าไปเชิญตัวเข้าไปควบคุมได้ เพราะว่ากฎอัยการศึกนี่นะครับ เมื่อจับไปแล้วเขาสามารถที่จะควบคุมได้ไม่เกิน ๗ วัน แล้วสามารถที่จะไปควบคุมไว้ที่ไหน ก็ได้ ตรงนี้แหละที่มีปัญหาที่ทางญาติพี่น้องเขาไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ แล้วเมื่อเขา จับกุมตามกฎอัยการศึกแล้วนี่นะครับเขาจะต้องนําตัวไปคุมขังไม่เกิน ๗ วัน โดยปกติ การเข้าไปจับกุมในพื้นที่ปัจจุบันนี้นะครับไม่ว่าจะเปึนการจับกุมตามกฎอัยการศึกก็ตาม จะมีการจับกุมลักษณะ ๒ แบบ นั่นก็คือจับเฉพาะราย หรือ ๒-๓ ราย อีกแบบหนึ่งคือจับเหมา ทั้งหมู่บ้าน เคยมีปรากฏผู้ชายทั้งหมู่บ้านถูกเชิญตัวไปทั้งหมด แล้วเมื่อถูกเชิญตัวไปแล้ว มันจะมีกระบวนการที่จะเข้าสู่การซักถาม จํานวนหลาย ๆ คนที่ถูกไปคุมขังนี่เจ้าหน้าที่ จะต้องเข้าไปซักถามหาข้อมูลสอบหาถึงพฤติกรรมอะไรต่าง ๆ แต่เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไป สอบถามนี่นะครับปรากฏว่ามีไม่เพียงพอ บางครั้ง ๗ วันที่ถูกเชิญตัวไปนี่นะครับอยู่ ที่นั่น ๗ วัน ไม่ได้ทําอะไรเลย ไม่ได้ถูกสอบถามไม่ได้ทําอะไรเพราะเจ้าหน้าที่ไม่พอ จึงจําเปึนที่จะต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเข้ามาบังคับใช้ต่อ คือขออนุญาตคุมขังต่ออีก ๓๐ วัน บางครั้งใน ๓๐ วัน ก็ยัง ไม่มีการสอบถาม เจ้าหน้าที่บอกว่ามีความสามารถไม่พอจําเปึนที่จะต้องคุมขังต่อ ซึ่งภายใน ๓๗ วันรวมกันแล้วบางครั้งไม่มีการปฏิบัติอะไร ไม่มีการสอบถามอะไรเลย แต่หมดอํานาจ ที่จะควบคุมตามกฎอัยการศึก และก็ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว ก็เลยต้องใช้ป.วิ.อาญาเข้ามา บังคับใช้อีก พอใช้กฎหมาย ป.วิ.อาญาเวลามันก็ยาวไปเลยตามกฎหมาย ป.วิ.อาญา จะควบคุมได้ไม่เกิน ๘๔ วัน ตรงนี้แหละนะครับจํานวน ๓๗ วันบวกกับ ๘๔ วัน รวมแล้ว ๑๒๑ วัน อยู่ในที่นั่นบางคนถูกควบคุมถูกคุมขังฟรี พอถึงเวลาใกล้ ๆ จะถึง ๘๔ วัน สอบเสร็จ ก็ปล่อยเพราะว่าไม่มีสิ่งที่น่าสงสัย ไม่มีพฤติกรรมที่หวาดระแวงก็เลยปล่อย แต่ถูกคุมขัง ไปแล้วเกือบ ๘๐ วัน แต่ถ้าเกิดว่าเราเพิ่มเจ้าหน้าที่ในการซักถามตรงนี้ บางทีเราควบคุมมา ภายใน ๗ วันสามารถที่จะสอบได้ภายใน ๒-๓ วัน ถ้าเกิดไม่มีอะไรก็จะได้ปล่อยไปทันที หลายคนหลายรายตอนนี้มาบ่นว่าบางครั้ง ๘๔ วันถูกขังฟรี บางครั้ง ๑ เดือนถูกขังฟรี ท่านจะต้องจัดกระบวนการตรงนี้นี่ครับส่งเจ้าหน้าที่หรือว่าอะไรต่าง ๆ ให้มีความพร้อม เพื่อที่จะอํานวยความยุติธรรมให้เขา แล้วทุกครั้งเมื่อมีการจับกุมมาแล้วผ่านกระบวนการ สอบสวนอะไรต่าง ๆ โดยส่วนมากถ้าท่านไปดูในสํานวนที่ขึ้นฟัองต่อศาล โดยส่วนมาก สํานวนที่ขึ้นฟัองจะไม่มีประจักษ์พยาน จะมีแต่คํารับสารภาพของจําเลยเท่านั้นเอง ซึ่งหลักเกณฑ์ที่อัยการจะนําคดีขึ้นไปฟัองต่อศาลนี่เขาจะพิจารณา ๒ หลักด้วยกัน ๑. คือมีประจักษ์พยาน ๒. คือจําเลยรับสารภาพ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้แน่นอนครับ เมื่อมีการจับกุมมาประจักษ์พยานไม่มี จําเปึนที่จะต้องให้มีคํารับสารภาพของจําเลย หรือของผู้ต้องหา ตรงนี้เปึนบ่อเกิดแห่งการซ้อมทรมานเพื่อให้มีการรับสารภาพ เพื่อที่จะสรุป สํานวนนําไปสู่การฟัองต่อศาล ตรงนี้แหละมีปัญหามากมาย ถ้าเกิดเราจัดกระบวนการตรงนี้ ให้เร็วอย่าให้ถูกคุมขังเปึนเวลาหลาย ๆ วันสามารถที่จะลดการซ้อมทรมานได้ ลักษณะอย่างนี้ เกิดขึ้นอย่างมากในพื้นที่ ๓ จังหวัด แล้วกระบวนการพิจารณาในศาลนี่นะครับ เมื่อมีการฟัองต่อศาลแล้วศาลก็จะนัดพิจารณาคดี คือนัดสืบพยาน ท่านทราบไหมครับว่า ในพื้นที่ ๓ จังหวัดตอนนี้มีคดีเกี่ยวกับความมั่นคง หลายร้อยสํานวน แล้วการพิจารณาของศาลตอนนี้ระบบการนัดพิจารณาจะเข้าระบบ การพิจารณาต่อเนื่อง เข้าสู่ระบบรางของการนัดพิจารณาซึ่งจะต้องต่อคิวจากคดีที่อยู่ ในศาล ท่านทราบไหมครับว่า ถ้าเกิดเราถูกฟัองในวันนี้กว่าที่จะได้รับการพิจารณาอยู่ใน ปลายป้ ๒๕๕๒ แล้ว บางครั้งพอถึงเวลานัดพิจารณาพยานอะไรต่าง ๆ ถูกย้ายไป ไม่สามารถที่จะสืบได้ก็จําเปึนจะต้องเลื่อนก็เข้าต่อคิวอีกเปึนป้ที่ ๒ ลักษณะอย่างนี้ แสดงว่าเขาไม่ได้รับการอํานวยความยุติธรรมอย่างเต็มที่ แนวทางหนึ่งที่จะร่นระยะเวลา ในการที่จะสืบพยานหรือว่าสืบคดีให้เสร็จเร็วท่านจะต้องจัดผู้พิพากษาองค์คณะพิเศษ เข้าไปในพื้นที่ ๓ จังหวัด องค์คณะพิเศษพิจารณาเฉพาะคดีความมั่นคงอย่างเดียว คดีอะไรต่าง ๆ ที่ฟัอง ถ้าเกิดคดีความมั่นคงเข้าระบบการพิจารณาขององค์คณะพิเศษ ซึ่งจะทําให้สามารถที่จะอํานวยความยุติธรรมให้คดีเสร็จสิ้นได้เร็วและเมื่อได้รับการพิจารณา จําเลยได้รับอิสรภาพแล้ว สมมุติว่าคดีไม่มีพยานหลักฐานศาลพิพากษายกฟัองเขาอยู่ใน เรือนจําเปึนเวลาป้สองป้ พอออกมาแล้วตอนนี้จะขอการเยียวยาตาม พ.ร.บ. การเยียวยา ผู้ที่ถูกคุมขังก็ไม่สามารถที่จะกระทําได้เพราะเงื่อนไขของ พ.ร.บ. ตรงนี้มันกําหนดชัดเจนว่า จะต้องมีคําพิพากษาที่ระบุเฉพาะที่สามารถที่จะเข้าไปใช้ พ.ร.บ. การเยียวยาตรงนี้ได้ ซึ่งส่วนมากที่ผ่านมาจะไม่มีใครได้ตาม พ.ร.บ. เยียวยาตรงนี้เลย เพราะฉะนั้นการเยียวยา ของผู้ที่ถูกคุมขังจํานวนเวลาหลาย ๆ ป้โดยที่ไม่มีความผิดจะต้องทําการเยียวยาบุคคล เหล่านี้ด้วย นอกจากบุคคลที่ถูกระเบิด ถูกยิงแล้วก็ตายในเหตุการณ์ ผู้ที่ถูกคุมขังฟรี ท่านจะต้องดูแลแล้วก็ทําการเยียวยาบุคคลเหล่านี้ด้วย การอํานวยความยุติธรรมในพื้นที่ ๓ จังหวัด จึงจะเปึนการอํานวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน