จักรภพ เพ็ญแข ขอความเห็นเกี่ยวกับการจัดการสื่อภาครัฐ โดยปฏิเสธมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ร่วมผลิตรายการข่าว และเรียกร้องให้กรมประชาสัมพันธ์เลือกบริษัทที่มีประสบการณ์และมืออาชีพในการบริหารสถานีโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังเสนอวิธีการแสดงรายการโทรทัศน์ภูมิภาคที่ให้เวลาแก่ภูมิภาคในการดำเนินการและสนับสนุนการแสดงความสามารถของตน และหารือเรื่องบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) โดยอธิบายว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ให้เงื่อนเวลาเรื่องการประชุมสามัญประจําป้ และไม่ได้ไปชี้นําหรือบอกว่าจะทําอย่างไร
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ กระผม จักรภพ ขออนุญาตตอบคําถาม เพิ่มเติมจากท่านผู้ยื่นกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องการจัดการสื่อภาครัฐในประเด็นต่าง ๆ ให้มันตรงประเด็นดังนี้ครับ
เรื่องแรกที่สุดนั้น กระผมไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบริษัทที่ทาง กรมประชาสัมพันธ์ได้คัดเลือกให้เปึนบริษัทร่วมผลิตในการปรับปรุงรายการข่าว และวิเคราะห์ข่าวในช่วง ๙ ชั่วโมงครึ่งแรก ซึ่งเปึนเนื้อหาเพียง ๑ ใน ๓ ของการปรับ ผังรายการช่อง ๑๑ ทั้งหมดเท่านั้นกระผมไม่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็คงพูดเพียง ประโยคเดียวพอ
ประการที่สอง ก็คือ บริษัทนี้ไม่ใช่มาทํางานแทนคนช่อง ๑๑ ไม่ใช่มา ทํางานแทนคนกรมประชาสัมพันธ์ ไม่มีการนําคนของกรมประชาสัมพันธ์ทั้งข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างออกจากงานเลยแม้แต่คนเดียว มีแต่การนํามืออาชีพที่ เข้าไปทํางานร่วมกับคนกรมประชาสัมพันธ์ และในเงื่อนไขนั้นกระผมเองไม่ได้เปึนคนทํา แต่ทราบจากท่านรักษาการอธิบดีว่ามีแต่เงื่อนไขที่บอกว่าบริษัทดังกล่าวหรือบริษัทใด ๆ ก็ตามในอนาคตที่จะเข้ามาช่วยจัดทําเนื้อรายการให้เอ็นบีทีนั้นจะสร้างประโยชน์ ให้เกิดขึ้นกับกรมประชาสัมพันธ์อย่างไร เช่น ในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของ การถ่ายทอดความรู้ที่เขามีมาก ถามว่าบริษัทนี้เก่งอย่างไร ความจริงต้องถาม กรมประชาสัมพันธ์เพราะเปึนผู้คัดเลือก แต่กระผมสอบถามเขาแทนท่านมาแล้ว เลยกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่ในนั้น มีประสบการณ์ในการบริหารสถานีโทรทัศน์มาแล้วทั้งช่อง ซึ่งในเมืองไทยนั้นหาผู้ที่มี ประสบการณ์แบบนี้ค่อนข้างยาก ไม่ได้แปลว่าเก่งกว่าคนอื่น แต่ว่ามีความสามารถ ในการมองภาพกว้างภาพรวมมากกว่าอีกหลายกลุ่มซึ่งอาจจะเก่งมากกว่าหรือเก่งเท่า แต่ไม่มีประสบการณ์เท่า เพราะฉะนั้นประสบการณ์ในการบริหารช่องเปึนเรื่องที่สําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ แนวความคิดเรื่องการปรับปรุงช่อง ๑๑ กระผมขออนุญาต ท่านประธาน ท่านสมาชิกใช้คําภาษาอังกฤษหนึ่งคํา เขาใช้คําว่า รีแบรนดิ้ง (Re-branding) คือหมายถึงว่าคุณค่าในใจที่เวลาดูจอช่อง ๑๑ เดิม มันควรจะเปลี่ยนไปเมื่อดู ช่อง ๑๑ ใหม่ ซึ่งเปึนการวัดทางจิตใจ วัดทางนามธรรม แต่มันก็มีผลตอบสนองในทาง การดําเนินการในเชิงรายได้รายจ่ายในอนาคตเช่นกันถึงแม้จะไม่ใช่เปึนช่องธุรกิจก็ตาม เพราะฉะนั้นการที่จะปรับปรุงใด ๆ ในระดับนั้นผมเชื่อว่ากรมเขาจะต้องได้คนที่มี ความสามารถ ได้คนที่มีประสบการณ์ ได้คนที่ไม่มาลองผิดลองถูก ไม่อยากได้ มือสมัครเล่น ที่จู่ ๆ ก็ได้สถานีโทรทัศน์ไปบริหารทั้งสถานีเหมือนสามล้อถูกหวย กระผมอยากจะเห็นมืออาชีพเข้ามาบริหารงานในเรื่องนี้และรับผิดชอบต่อทุกบาท ทุกสตางค์ที่เงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปเปึนงบประมาณของสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ที่บัดนี้มีชื่อว่า เอ็นบีที
ส่วนเรื่องที่ท่านบอกว่า ต่อไปส่วนภูมิภาคบ่นกันว่าจะไม่ได้แสดง ความสามารถแล้วไม่เปึนความจริงครับ ท่านพูดเร็วไปนิดหนึ่ง ถ้าท่านไปพูด ๑๑ กรกฎาคม เราจะได้คลี่ผังมาดูกัน แนวทางที่จะเปึนไปในตอนนี้ก็คือมันจะมีรายการ ช่วงหนึ่ง แต่กระผมยังบอกไม่ได้ว่ามันจะกี่ชั่วโมง เพราะต้องคุยกับคนในกรมและคน ในสถานีเขา เขาเปึนตัวหลัก กระผมเปึนตัวสนับสนุนว่าจะเปึนการให้เวลากับทางส่วน ภูมิภาคในการทํารายการที่เปึนความสนใจของเขา กระผมไปพูดในหลายที่กราบเรียน ผ่านท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิกที่สงสัยเรื่องนี้ว่ากระผมก็เคยเปึนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ก็ตั้งคําถามตัวเองในใจมาตลอดว่า ทําไมทั้งประเทศต้องดูรายการโทรทัศน์เดียวกันหมด ทําไมคนสุราษฎร์ธานีต้องรับรู้ถึงปัญหารถติดที่สีลมด้วย ทําไมคนเชียงใหม่ต้องมาสนใจ ว่าตอนนี้ทางด่วนกรุงเทพมหานครรถมันติดขัดแค่ไหน ในห้วงเวลานั้นเองครับที่จะมี การตัดภาพสัญญาณไปสู่ภูมิภาค เขาได้แสดงความสามารถแน่ครับ ก็ขอบคุณท่าน ที่แสดงความกังวลผ่านท่านประธานมา
ส่วนเรื่องของบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) กระผมต้องกราบเรียนว่า กระผมไม่ได้เปึนผู้ให้เงื่อนเวลาเรื่องเดือนเมษายน พฤษภาคม นั่นเปึนการตอบคําถาม สื่อมวลชนว่าเรื่องนี้มันจะมีเวลาสักเท่าไร กระผมก็เลยอธิบายว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อํานาจ ของกระผม แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้วบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) เขาจะเรียก ประชุมผู้ถือหุ้นเปึนการประชุมสามัญประจําป้ประมาณเดือนนั้น เพราะฉะนั้นกระผม เข้าใจว่าถ้าหากเรื่องที่ผมจุดขึ้นมาในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่ง คือเปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนที่ไปถือหุ้นใหญ่ใน อสมท เปึนที่สนใจของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ เขาก็คงใช้เวลานั้น ในการอภิปรายและในการถกเถียงกันเรื่องนี้ กระผมไม่ได้ไปชี้นํา กระผมไม่ได้ไปบอก กระผมเพียงแต่บอกเงื่อนเวลาว่าเมษายน พฤษภาคมนั้นเขาจะมีการประชุมสามัญ ประจําป้กันเท่านั้น ส่วนเขาจะทําอย่างไรนั้นกระผมไปยุ่งไปเกี่ยวไม่ได้ แล้วถ้าถามว่า กระผมไปสร้างความเสียหายหรือไม่ ต้องตอบท่านสมาชิกผ่านท่านประธานไปอย่างนี้ครับ ต้องอย่าลืมว่ารัฐบาลเองที่ได้รับฉันทานุมัติ ได้รับฉันทะจากพี่น้องประชาชนมานี่เปึนผู้ถือหุ้น คนหนึ่งเหมือนกันนะครับท่านประธานครับ และผู้ถือหุ้นคนนี้คือถือแทนพี่น้องประชาชน ไม่มีสิทธิบ่นหรืออย่างไร ไม่มีสิทธิชี้ปัญหาที่มันเริ่มต้นว่ามันมีจุดบกพร่องที่มันอาจจะลามปาม ไปสู่ปัญหาใหญ่มากขึ้น หรือว่ามีคนใดคนหนึ่งในประเทศนี้ต้องการจะเห็นปัญหาเหมือนกับ บริษัทเอ็นรอน (Enron) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอ้างความเปึนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แล้วก็ปัด การขาดทุนเข้าไว้ใต้พรมเปึนป้หลายป้ต่อเนื่องกัน จนในที่สุดบริษัทพลังงานอันดับ ๗ ของโลก ก็ล่มสลายลง กระผมไม่ได้ไปเปรียบเทียบ อสมท กับบริษัทเอ็นรอนนะครับ มูลค่า มันต่างกันเยอะ แต่กระผมไม่อยากเห็นรูปแบบพฤติกรรมเดียวกันที่ว่าเห็นปัญหาแล้วไม่พูด รอจนมีปัญหาไปก่อนเพราะรัฐมนตรีจะปกปัองตนเอง กลัวจะโดนครหานินทา กระผมทํา อย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นในการชี้ปัญหา กระผมขอเรียนว่าเปึนการชี้ในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งเขาก็สามารถทําได้โดยกลไกที่มีอยู่ ไม่ต้องเปึนผู้ถือหุ้นใหญ่หรอกครับ แต่ว่าการดําเนินการใด ๆ นั้นไม่ใช่หน้าที่รัฐบาลแล้ว เปึนหน้าที่ของผู้ถือหุ้นนั้นจะต้องทําร่วมกันในที่ประชุมสามัญ ประจําป้เพื่อตัดสินในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กระผมจะรับผิดชอบอย่างไรนั้น กระผมก็จะรับผิดชอบต่อไปในแนวทางที่กระผมได้เริ่มต้นไว้ นั่นก็คือว่า เมื่อชี้ปัญหาแล้ว กระผมต้องติดตามปัญหาต่อ แต่จะดําเนินการอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับผลการประชุม มติของที่ประชุม ผู้ถือหุ้นของบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) กระผมขอกราบเรียนเท่านี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ