สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 11 และเรียกร้องการรับผิดชอบของท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของกรมประชาสัมพันธ์และการขาดทุนของ อสมท

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ยิน คําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีเช่นนี้มาตลอดสัปดาห์นี้อยู่แล้ว ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ใหม่ เพิ่มขึ้นเลย และก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ตอบคําถามในช่วงที่ ๑ ที่กระผมถามว่า ท่านได้เข้าไป เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้งหรือไม่อย่างไร และคนกลุ่มนี้มีความเก่งกล้าสามารถ มาจากไหนถึงได้เข้าไปเปึนผู้ผลิตรายการข่าวที่ท่านอ้างว่าจะสร้างสถานีนี้ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เปึนกลางแล้วก็สมดุล ท่านประธานที่เคารพครับ คําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีพูดถึงมีความพยายาม ที่จะพัฒนาช่อง ๑๑ และกรมประชาสัมพันธ์ด้วยการให้ช่อง ๑๑ และกรมประชาสัมพันธ์ พัฒนาตัวเอง ดึงคลื่นวิทยุเข้ามาทําด้วยตัวเอง แต่ขณะที่กับสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ท่าน กลับเอาช่อง ๑๑ ไปให้เอกชนทําตรงนี้ก็ขัดแย้งกันเองอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้การที่ท่านเอาคนภายนอกเข้าไปทําเนื้อหาของช่อง ๑๑ ของกรมประชาสัมพันธ์ ก่อให้เกิดความอึดอัดใจในหมู่เจ้าหน้าที่ของช่อง ๑๑ อย่างมาก ในส่วนกลางพนักงาน ช่อง ๑๑ เดิมที่เคยทําข่าว ที่เคยผลิตเนื้อหาน้ําท่วมปากได้แต่นั่งทําตาปริบ ๆ เพราะคนที่ มาทํางานแทนก็คือ คนภายนอก บริษัทภายนอกที่ท่านไปจ้างมาทํา แล้วคนเหล่านั้น ก็เห็นกันอยู่ว่าห้วงเวลาของรายการข่าวที่บุคคลภายนอกได้ไปเปึนช่วงเวลาไพร์ม ไทม์ (Prime time) หรือเวลาทองทั้งสิ้น คนในส่วนภูมิภาคเขากําลังวิตกกังวลหวั่นไหว เพราะนโยบาย ของท่านก็คือว่าทําอย่างไรที่จะให้ข่าวสารที่ผลิตโดยกรมประชาสัมพันธ์ออกมาจากแหล่งเดียว แล้วก็กระจายไปยังสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่วิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยที่มีอยู่ทั่วทุกจังหวัด ไม่เพียงแต่สถานีโทรทัศน์ในภูมิภาคเท่านั้น ท่านยังจะรุกคืบ ไปถึงวิทยุชุมชน รุกคืบไปถึงเคเบิล ทีวี (Cable TV ) ที่ท่านเรียกเข้ามาเปึนเครือข่ายเพื่อที่จะสนอง นโยบายในการกระจายข่าวจากแหล่งเดียวคือกรมประชาสัมพันธ์ด้วย เรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าห่วงมากครับ เพราะว่าการพัฒนาศักยภาพของคนที่ทํางานทางด้านสื่อสารมวลชนในภูมิภาคจะลดลงอย่างมาก เพราะไม่มีโอกาสได้แสดงฝ้มือ และที่น่าห่วงกว่านั้นก็คือ พี่น้องประชาชนในทั่วประเทศต้องมารับ ข้อมูลข่าวสารจากฝ์ายรัฐบาลเพียงฝ์ายเดียวเท่านั้น นี่เปึนสิ่งที่ต้องเตือนเอาไว้และเปึนสิ่ง ที่จะเปึนหายนะสําหรับการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้จัดการใหญ่ อสมท ท่านให้สัมภาษณ์หลายครั้ง กดดันหลายครั้ง มีบันทึกอยู่ในรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ รายการวิทยุและหนังสือพิมพ์ เกือบทุกฉบับลงเรื่องนี้พร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายหรอกครับ เพราะตอนที่มีการย้ายอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ประเภทเด้งฟัาผ่าเข้ามานั่งอยู่ในทําเนียบรัฐบาล คนเขาก็วิพากษ์วิจารณ์กันแล้วว่าคิวต่อไปก็คือ ผู้อํานวยการ อสมท แล้วก็เปึนจริงครับ ท่านกดดันเขาจริง ๆ ท่านไปยกเหตุผลหลายเรื่องเข้ามานะครับ แล้วก็ขีดเส้นด้วยว่า บอร์ด อสมท จะต้องดําเนินการเรื่องนี้ไม่เดือนเมษายนก็เดือนพฤษภาคมนี้ ท่านยกเอา ตัวเลขผลประกอบการในเดือนมกราคมว่าขาดทุนไป ๒๗ ล้านบาท บอกว่าตัวเลขนี้แหละ จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งผู้บริหารได้ ท่านมั่นใจตัวเลขนี้มาก ท่านบอกว่า อย่างนี้ครับ ท่านบอกว่า ถ้าคนรู้ถึงผลประกอบการจริง ๆ ว่า อสมท ขาดทุนเพราะอะไร ก็จะสยองขวัญกันพอสมควร ท่านไม่สนใจด้วยซ้ําครับว่าการเป่ดเผยข้อมูลภายในบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์แบบนี้จะส่งผลกระทบอย่างไร ท่านไม่สนใจครับ ผลกระทบที่มองเห็น เมื่อวานนี้ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) หรือ เอ็มคอท (MCOT) วันที่ ๒๖ มีนาคม ยังคงปรับลดลงต่อเนื่องป่ดที่ ๒๘.๐๐ บาท ลดลง ๑ บาท หรือ ๓.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ซ้ําร้ายกว่านั้นก็คือว่าบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินได้ออกบทวิเคราะห์ แนะนําให้ขายหุ้น อสมท เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งบริษัทได้ประเมินความเสี่ยงจาก การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กรณีนายจักรภพส่งสัญญาณอาจเปลี่ยนตัวนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ทําให้กังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในนโยบายการดําเนินงาน ของบริษัท ท่านไม่สนใจไม่ได้ครับ มันเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้ว แต่ข้อเท็จจริง ที่ออกมาเป่ดเผยที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งก็คือ การให้สัมภาษณ์ของกรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ คุณภัทรียา เบญจพล ให้ข้อมูลที่น่าสนใจบอกว่า ในเดือนมกราคม ในกลุ่มทีวีพบว่ารายได้ปรับลดลงทั้งหมด เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีการถ่ายทอดพิธีสําคัญ เกือบตลอดทั้งเดือน ประกอบกับช่วงเดือนมกราคมได้มีการออกอากาศรายการพิเศษ การถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟัากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของ อสมท นี่เปึนคําอธิบาย ที่ชัดเจนมาก แล้วคําว่า สยองขวัญ ของท่านรัฐมนตรีนี่มันคืออะไรครับ ท่านประธานครับ การยกเหตุผลอีกอันหนึ่งที่มากดดันต่อกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ อสมท ก็คือ ท่านไม่พอใจที่ อสมท ไปเจรจาแก้ไขสัญญาทางธุรกิจกับบริษัท ทรู วิชั่น (True Vision) เรื่องการโฆษณาในเคเบิลทีวีเรื่องนี้เปึนหนังยาวครับ แต่ว่ามันเปึนอํานาจของบอร์ด อสมท เขา เขามีมติให้ไปดําเนินการ แต่รัฐมนตรีเองกลับไปบอกว่าไม่เห็นด้วยแล้วให้ยุติ เรื่องนี้ไว้ก่อน ถามว่ารัฐมนตรีไปยุ่มย่ามกับเขาทําไมครับ คําถามในช่วงนี้ก็คือว่า

๑. การที่ท่านรัฐมนตรีออกมาเป่ดเผยตัวเลขการขาดทุนของ อสมท และการกดดันให้เกิดการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ ส่งผลด้านลบต่อหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ ท่านทําไปเพื่ออะไรครับ และท่านจะรับผิดชอบความเสียหายนี้ อย่างไร

๒. นอกเหนือจากความไม่พอใจในเรื่องการดําเนินธุรกิจแล้ว ท่านรัฐมนตรี ต้องการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ อสมท เพื่อต้องการเข้าไปควบคุมทิศทาง การเสนอข่าวและเนื้อหาของ อสมท ใช่หรือไม่ครับ