สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑

จักรภพ เพ็ญแข ชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฏข่าวในสื่อต่าง ๆ 3 ประเด็น ได้แก่ การปรับปรุงสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11, การบริหารทรัพยากรคลื่นวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ และการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) โดยเสนอความเห็นเกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ว่าไม่สามารถพัฒนาเนื้อหาสาระและระบบบริหารให้กลายเป็นโทรทัศน์สาธารณะอย่างที่ตั้งใจในตอนแรกได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องคลื่นวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ และเรียกร้องให้แยกแยะระหว่างการปฏิบัติงานของอสมท และการปฏิบัติงานของรัฐบาล

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขอถือโอกาสนี้ได้ชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นเปึนข่าว ทั้งทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุและอื่น ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างน้อย ก็ใน ๓ ประเด็น

๑. ก็คือ เรื่องของการปรับปรุงสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ของกรมประชาสัมพันธ์

๒. เรื่องของการนํานโยบายให้กรมประชาสัมพันธ์บริหารทรัพยากรคลื่นวิทยุ ของตนเองมาใช้งานตามที่ได้ประกาศไว้

๓. ก็คือ เรื่องของการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน)

กระผมขอบคุณครับที่ท่านประธานได้กรุณาชี้ให้ผมได้ตอบกระทู้ถาม ของท่านผู้อภิปรายในครั้งนี้ เนื่องจากว่าข้อมูลของท่านผู้ยื่นกระทู้ถามนั้นคลาดเคลื่อน อย่างน่าเห็นใจ ที่น่าเห็นใจก็เพราะว่าข่าวในขณะนี้มันก็คลาดเคลื่อนจริง ๆ ถ้าไปฉวยเอาข่าว ที่ปรากฏขึ้นแล้วมาประกอบขึ้นมาเปึนกระทู้ถามก็ย่อมจะคลาดเคลื่อนตาม อันนี้เปึน เรื่องที่เข้าใจได้ แต่ข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร ท่านครับเรื่องของช่อง ๑๑ ก่อนเลย ช่อง ๑๑ นั้น มีอายุได้ประมาณ ๒๐ ป้ ก่อกําเนิดขึ้นโดยที่กรมประชาสัมพันธ์ในยุคนั้นได้รับแนวความคิดหรืออาจจะเปึนคําแนะนํา ตรงนี้กระผมก็ไม่แน่ใจ เพราะเปึนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่ผลก็คือว่าเกิดคิดขึ้นมาว่า อยากจะมีสถานีโทรทัศน์ของประเทศที่มีความเปึนโทรทัศน์สาธารณะคล้าย ๆ กับเอ็นเอชเค (NHK) ของประเทศญี่ปุ์นเท่านั้นเอง ทางรัฐบาลญี่ปุ์นซึ่งได้มีมิตรสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทย มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นมาตลอดก็แสดงน้ําใจด้วยการให้เงินในห้วงแรกและห้วงต่อมา ประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาทในการร่วมก่อตั้งเปึนสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ขึ้นมา แนวความคิดคือต้องการให้เปึนสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในวันที่เกิดช่อง ๑๑ นั้นคําว่า โทรทัศน์สาธารณะ มันยังไม่มีเกิดขึ้นในสารบบ ของประเทศไทย มันมีแต่คําว่า โทรทัศน์ของรัฐ หรือโทรทัศน์ของรัฐที่รัฐไม่ได้ดําเนินการเอง ให้สัมปทานหรือให้เช่าช่วงกับเอกชนไปดําเนินการ มันมีแค่ประเภทเดียวที่แยกออกเปึน ๒ ประเภทย่อยนี้เท่านั้น คําว่า โทรทัศน์สาธารณะ แบบที่ปรากฏในพระราชบัญญัติ ประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ที่มีผลบังคับใช้ล่าสุดเมื่อวันที่ ๕ มีนาคมศกนี้มันยังไม่มี เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นช่อง ๑๑ จึงอยู่ในภาวะที่น่าเห็นใจมาตลอด คือมีเจตนารมณ์เปึน โทรทัศน์สาธารณะ แต่ไม่มีระบบอื่นใดจะรองรับให้เปึนได้เลย ในที่สุดจึงกลายเปึนส่วนหนึ่ง ของระบบราชการซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าหากเปึนราชการในแง่อื่น แต่พอเปึนในแง่ การบริหารสื่อความจํากัดด้านทรัพยากร ไม่ว่าจะเปึนงบประมาณ บุคลากร ความยืดหยุ่น ในแง่ระเบียบการปฏิบัติ มันไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาเนื้อหาสาระ หรือระบบบริหารของ สถานีโทรทัศน์ให้กลายเปึนโทรทัศน์สาธารณะอย่างที่ตั้งใจในตอนแรกได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การที่รัฐบาลชุดนี้และกระผมเองได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านสื่อภาครัฐ เข้าไปปฏิบัติการต่าง ๆ ในช่อง ๑๑ จนบัดนี้เราได้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีปรากฏขึ้นมาจาก ฐานทรัพยากรเดิมนั้นก็เพราะว่าเราต้องการจะปรับไปสู่เจตนารมณ์ตั้งแต่แรกเริ่มของการ มีช่อง ๑๑ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปึนด้วยความจํากัดอย่างที่ว่านั่น ความจริงเรื่องนี้มีอีกมาก แต่กระผมจะพุ่งตรงไปยังประเด็นของกระทู้ถาม ท่านใช้คําว่า เข้าไปปฏิบัติการ เข้าไปยึด เข้าไปอะไรต่าง ๆ ท่านครับ เรื่องนี้มันคลาดเคลื่อนต้องเรียนผ่านท่านประธานไปว่า การดําเนินการของกรณีสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนั้นเปึนการดําเนินการของกรมประชาสัมพันธ์ โดยแท้ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเปึนต้นสังกัดของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ นั้น เปึนผู้ที่ดําเนินโครงการนี้และรับนโยบายจากรัฐบาลไปดําเนินการ ท่านประธานที่เคารพ ที่ว่าไปครอบครองเวลา ๖ โมงเช้าถึงตีหนึ่งเปึนของบริษัทเดียวนั้นไม่เปึนความจริง กระผม ได้เรียนต่อสาธารณชนมาเปึนลําดับว่าการปรับปรุงสถานีโทรทัศน์อย่างช่อง ๑๑ นั้น กระผมจะทําอย่างผลีผลามโครมเดียวตามอําเภอใจหรือตามนโยบายที่เปลี่ยนมาอย่างฉับพลัน ทันทีไม่ได้ มันกระเทือนคนที่เขาอยู่อยู่แล้วในช่อง ๑๑ ท่านประธานที่เคารพ เราต้องอย่าลืมว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ นั้นไม่เหมือนสถานีบางสถานี ซึ่งเมื่อไปยึดเขาแล้ว แล้วกระบวนการในการยึดก็ยังไม่แน่ใจว่าถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดหรือไม่ จากนั้นก็มา จัดระบบบริหารกันใหม่ดึงเอาคนที่ใกล้ชิดกันเข้าไปบริหารใช้เงินใช้ทองเปึนร้อยล้าน พันล้าน ขนาดจะซื้อสารคดีเพียงไม่กี่ชั่วโมงใช้เงิน ๖๐ กว่าล้านบาท แล้วตอนนี้ยังมีปัญหาว่าเขาก็ยัง เก็บเงินนั้นไม่ได้อีกด้วย กระผมทําอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเราเปึนคนไทยด้วยกัน คนช่อง ๑๑ นั้นเขาไม่ได้มีความผิดที่ช่องของเขาไม่ได้คุณภาพตามที่เจตนารมณ์ของช่อง มันเปึน เปึนความผิดของระบบใหญ่ต่างหากซึ่งเขากลายเปึนเหยื่อให้ทําอะไรไม่ได้ต้องทํา ตาปริบ ๆ ต้องรับคําสั่งจากซ้ายที ขวาทีให้ถ่ายทอด ให้ออกรายการจนกระทั่งช่อง ๑๑ เอง นั้นเละเทะไปหมดในแง่ของผังรายการ แต่เจตนารมณ์ของคนนั้นเขายังแน่วแน่มั่นคง เหมือนเดิมรอเวลาที่จะมีการปรับปรุงตามนั้นเท่านั้น บริษัทที่จะเข้าไปปรับปรุงช่อง ๑๑ จะมีหลายบริษัทครับ ผมเรียนผ่านท่านประธานได้ว่า ขณะนี้มีการปรับปรุงเพียงแค่ช่วงแรกซึ่งจะปรากฏผลในวันที่ ๑ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๖ โมงเช้าเปึนต้นไปเฉพาะข่าวเท่านั้น ซึ่งกระผมยอมรับว่าได้ให้นโยบายไปว่าอยากให้มี พื้นที่ข่าวมากขึ้นเพื่อเปึนประโยชน์กับสาธารณชน เปึนส่วนหนึ่งของการที่จะได้ฟุ๋น ช่อง ๑๑ มาสู่ความเปึนโทรทัศน์สาธารณะด้วย ให้เพิ่มจากพื้นที่ข่าว ๗ ชั่วโมงต่อวัน มาเปึน ๙ ชั่วโมงครึ่งต่อวัน ในห้วงแรกที่มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันจันทร์และกระผม ไปร่วมด้วยนั้นเปึนการปรับเฉพาะในช่วง ๙ ชั่วโมงครึ่งแรกของผังรายการสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีทีเท่านั้น เพราะฉะนั้นพื้นที่เวลาอีกประมาณเกือบ ๒ ใน ๓ ซึ่งจะแยกย่อย ออกเปึนรายการทั้งสั้น ทั้งยาว สารคดีบ้าง รายการบ้าง อะไรต่าง ๆ ตามที่คนใน กรมประชาสัมพันธ์และช่อง ๑๑ นั้นเขาจะได้คิดกัน แล้วก็ถือโอกาสที่มีนโยบาย สนับสนุนนี้ผลักดันให้เกิดความสร้างสรรค์นี้ต่อไป จะมีหลายบริษัทที่เข้ามาทํารายการ ท่านประธานครับ เราต้องใจเย็นหน่อย ในช่วงที่ ๒ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม วันนั้นละครับ ที่จะวิจารณ์กันแล้วก็จะเต็มภาคภูมิทีเดียว เพราะถึงวันนั้นการปรับปรุงรายการของ ช่อง ๑๑ ซึ่งวันนี้ได้ชื่อว่าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที มันจะเต็มจอ มันจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านผู้ยื่นกระทู้ถามด้วยว่ามันไม่ได้มีเฉพาะ ๒ ช่วงนะครับ มันมี ๓ ช่วงเลยท่าน ช่วงที่ ๓ นั้นไม่ใช่การปรับรายการ หรือปรับไทม์ (Time) แต่จะเปึนการปรับโครงสร้างด้านเทคนิคของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเพื่อจะเพิ่ม ขีดความสามารถให้ยิ่งขึ้น เช่น จะเพิ่มแถบเสียงที่เขาเรียกว่า ซาวนด์ แทรค (Sound track) ของช่อง ๑๑ หรือเอ็นบีทีให้สามารถส่งกระจายเสียงเปึนภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นใด ควบคู่ไปกับเสียงที่ปรากฏบนจอในขณะนั้นด้วย ก็เรียกตรงนี้ว่าดูอัล แทรค (Dual track) ซึ่งช่องอื่นมีครบหมดครับ ยกเว้นช่องของรัฐนี่ล่ะ ไม่รู้เปึนมาอย่างไรไม่ยอมให้ได้มีตรงนี้ กระผมก็จะไปเพิ่มให้เขาในช่วงที่ ๓ และแม้กระทั่งการวางระบบเทคโนโลยีไร้สาย ที่เรียกว่า ไวแมกซ์ (WiMAX) ซึ่งจะเปึนการทําให้สัญญาณสามารถที่จะกระโดดโดยใช้ ดาวเทียมเปึนเครื่องมือไปสู่พื้นที่ซึ่งคนไทยเหมือนกันจะไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเหมือนกัน ซึ่งเราจะมีการประเมินแล้วก็นําเอาความพร้อมลงไปใส่ อาจจะประกอบเข้ามาในช่วงที่ ๓ นี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นต้องตอบท่านอย่างนี้ว่า ท่านกรุณาถามนี้ก็เปึนพระคุณ อย่างยิ่ง ผ่านท่านประธานไปว่าไม่ใช่บริษัทเดียวหรอกครับ เปึนหลายบริษัท แล้วรูปแบบ การทําธุรกิจนั้นเปึนเรื่องกรมประชาสัมพันธ์โดยแท้ กระผมเองทราบดีว่าเรื่องของ การนําเอาคนที่เรารู้จัก เรื่องของคนที่เปึนพรรคเปึนพวกเข้าไปในงานที่เปึนเรื่องของ ความสร้างสรรค์นั้นมันมีแต่ตายกับตายลูกเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ การทํางาน ศิลปะอย่างงานโทรทัศน์นี่กระผมพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง ไม่ใช่งานที่สั่งได้ให้ซ้ายหัน ขวาหัน นี่เปึนยุคประชาธิปไตยและเปึนเสรีทางด้านการดําเนินการ คนที่เข้าไปนั้น เขาจะต้องมีโอกาสในการพัฒนางานของเขาตามความสร้างสรรค์ของตัวเอง เพราะฉะนั้น ระบบพรรคพวกมันใช้การไม่ได้ ซึ่งภาพก็จะฟัองออกทีวี ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องไม่ลืมว่าโทรทัศน์นั้นเปึนงานที่อยู่บนดินนะครับ ไม่ว่าจะหกคะเมนตีลังกาอย่างไร แต่หลักฐานจะฟัองในจอว่ามันออกมาเปึนคุณภาพหรือไม่ คนที่เลือกมาทํางานได้หรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วดีเลวประการใด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเรียนผ่าน ท่านประธานขอความกรุณาท่านว่า ขอให้ท่านสมาชิกซึ่งก็ปกปัองผลประโยชน์ของ ประเทศอยู่ได้กรุณาใจเย็นแล้วก็รอดูผลของการปรับปรุงตรงนี้ว่า ในตอนท้ายของ ห้วงเวลาในการปรับซึ่งจะอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคม สิงหาคม หรืออย่างสูงสุดไม่เกิน เดือนตุลาคมป้นี้ กระผมเชื่อว่าท่านจะเห็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐที่มีความเปึนโทรทัศน์ สาธารณะที่จะผิดหูผิดตาไปในทางที่ดีขึ้นท่านประธานครับ

ในเรื่องที่ ๒ ซึ่งท่านได้เอ่ยถึงคือ เรื่องคลื่นวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์นั้น เปึนความจริงครับ กระผมได้ให้นโยบายไปว่ากรมประชาสัมพันธ์นั้นไม่ควรที่จะฝ๊ก ความชํานาญของตนเองในการให้สัมปทานได้คล่อง ควรที่จะถามตนเองว่าความชํานาญ ในการจัดรายการนั้นยังมีอยู่หรือไม่ เพราะเมื่อมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์แห่งชาติขึ้นมาหรือที่เรียกว่า กสช. เราอยากให้เกิดขึ้นโดยเร็วนี่นะครับ ถึงวันนั้นกรมประชาสัมพันธ์จะถูกตั้งคําถามว่า ทําไมหน่วยงานอย่างกรมประชาสัมพันธ์ จึงมีสิทธิที่จะเก็บคลื่นวิทยุหรือแม้แต่คลื่นโทรทัศน์ไว้ ถ้าหากไม่รู้จักวิธีการในการทํา รายการด้วยตนเอง พูดง่าย ๆ ว่าไปขอทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะคือ คลื่นความถี่มาเปึนของตน แต่ถึงเวลาจะใช้ประโยชน์ต้องตะเกียกตะกายไปหาคนอื่น ให้เขามาทํางานให้อย่างนี้ กสช. มีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะตั้งคําถามว่า กรมประชาสัมพันธ์ ควรจะเก็บคลื่นเหล่านี้ไว้หรือไม่ เพราะฉะนั้นในกรอบความคิดก็คือเราต้องเตรียม กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งกระผมยอมรับว่าเปึนเครื่องมือในทางบวกของการสื่อสารนโยบาย ไม่ใช่กระบอกเสียงของรัฐในทางสรรเสริญหรือว่าสอพลอ แต่เปึนเรื่องของการนําเอา นโยบายนั้นไปสู่พี่น้องประชาชนด้วยความเต็มที่ ด้วยความเต็มภาคภูมิเพื่อพี่น้องจะได้ รู้ว่ารัฐบาลนั้นทํางานให้สมกับภาษีอากรและสมกับความไว้วางใจของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นกรมประชาสัมพันธ์ต้องนําเอาทรัพยากรเหล่านี้มาหาวิธีในการบริหารด้วย ตนเอง ส่วนที่ว่าผลจะเปึนอย่างไรนั้นท่านอาจจะร้อนใจจากข่าวครับ ขอเรียนผ่าน ท่านประธานไป ยังไม่ได้มีการดําเนินการอะไรไปถึงจุดที่ว่าใครจะเปึนผู้ดําเนินการ หรือใครจะไม่เปึนผู้ดําเนินการเลย แล้วกระผมต้องขอกราบเรียนผ่านท่านประธานว่า คําว่า ยึด นี่กระผมต้องขอแก้ไขในที่ประชุมแห่งนี้ ยึด นี่หมายความว่า เปึนของเขา เกิดมาก็เปึนของเขาแล้วพ่อแม่ให้มา แล้วกระผมเดินไปแล้วไปพรากมาจากตัวเขา นั่นคือยึด แต่ท่านประธานที่เคารพครับ คลื่นวิทยุทั้ง ๕ คลื่นนี้ หมดสัญญากับ กรมประชาสัมพันธ์ไปตั้งแต่ปลายป้ที่แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนในการต่อสัญญา ทั้ง ๕ คลื่น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะมีการปรับปรุงนโยบายใด ๆ โดยให้เกิดผลกระทบ น้อยที่สุดต่อเอกชนที่ก็มีอุปการคุณมาช่วยรับช่วงไปบริหารต่อในช่วงเวลาหลายป้ ที่ผ่านมา ก็คือช่วงนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการยึดจึงไม่เปึน ความจริง และการที่บอกว่าเปึนการนําเอาพรรคพวกเข้าไป มีการนําเอาเรื่องของ นปก. (กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ) ซึ่งกระผมมีความใกล้ชิดเข้าไปนั้น ยังไม่เปึนความจริง ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ และที่สําคัญก็คือว่ากระบวนการนั้นจะต้องมี ความโปร่งใส จะต้องมีการบอกกล่าวต่อสาธารณชนให้ได้ทราบด้วยว่าคนที่เข้าไปนั้น เข้าไปเพราะอะไร ด้วยเหตุผลกลใด

เรื่องที่ ๓ คือ เรื่องของ อสมท (องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย) ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่อง อสมท นั้นเราต้องแยกเปึน ๒ ประเด็น ในส่วนที่กระผมบอกว่าจะมีการตั้งคณะทํางานขึ้นมาเปึนคณะทํางานภายในเพื่อกระผม จะได้ติดตามเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ตกข่าว ไม่ใช่ตกสํารวจ แต่ภาระในการปรับเปลี่ยนนั้น เปึนของบอร์ด อสมท ไม่ใช่ของกระผม กระผมจะขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ทั้งหมด ที่ท่านได้เอ่ยถึงมานี้ถือเปึนประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะจะให้สัมภาษณ์ไปกี่ครั้งก็ไม่เท่ากับ การมาชี้แจงในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งถือเปึนกระบวนการที่ศักดิ์สิทธิ์และมี ความสําคัญ เพราะฉะนั้นกระผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนนี้เพียงเท่านี้ก่อน แล้วขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปว่า สื่อของรัฐนั้นเปึนของประเทศไม่ใช่ของรัฐบาลตรงนี้กระผมตระหนัก แก่ใจอยู่ แต่ถ้าจะให้บอกว่าเปึนของประเทศแล้วก็ให้อยู่ตามยถากรรมนั้นผมกระทําไม่ได้ ขอขอบพระคุณครับ