อารีเพ็ญ เสนอญัตติ 4 เรื่อง ตั้ง กมธ.ศึกษาประเด็นสำคัญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑

นายอารีเพ็ญเสนอญัตติ 4 เรื่องเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาประเด็นสำคัญ โดยเน้นการเชิญผู้เชี่ยวชาญและเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายอย่างหลากหลาย

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน กระผม เปึนคนหนึ่งที่เสนอญัตติต่อสภาแห่งนี้ในวันนี้นะครับ ซึ่งที่ผมได้เสนอนั้นทั้งหมดมี ๔ ญัตติด้วยกัน ๔ ญัตตินี้ผมได้แยกแยะประเด็นต่าง ๆ ที่จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ และทั้งนั้นผมเห็นว่าการที่เราแยกเปึนญัตติ ๔ ญัตตินี้เพื่อต้องการที่จะให้มีการศึกษา อย่างลึกซึ้ง อย่างรอบคอบ แล้วก็จะได้เชิญบรรดาผู้ที่รู้จริง ๆ ทุกสาขาวิชาชีพและมีประสบการณ์ มาให้ข้อคิดมาเปึนคณะกรรมาธิการนะครับ แต่ในเมื่อญัตติทํานองเดียวกันได้มีการเสนอ มาในสภาแห่งนี้ก็ได้มีการรวมเปึนญัตติเดียวเพื่อที่จะให้เกิดการอภิปรายได้อย่างหลากหลาย ฉะนั้นผมเองจริง ๆ แล้วอยากจะอภิปรายทั้ง ๔ ญัตติที่เสนอแยกเปึนส่วน ๆ แต่ผมเชื่อว่า ท่านประธานคงจะให้เวลาไม่ค่อยจะมากนัก เพราะว่ามีคนที่จะอภิปรายอีกหลายท่าน ด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ นอกพื้นที่อาจจะอภิปรายให้ข้อคิดทรรศนะที่ดี ๆ อย่างเช่น เมื่อกี้ท่าน ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ซึ่งท่านไปสัมผัสด้วยตัวท่านเองเมื่อสมัยที่ท่านเปึนประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ท่านได้รู้ ได้สัมผัสได้เห็นด้วยสายตาท่านก็สามารถที่จะออกมา ให้กับสังคมได้รับทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ที่แท้จริงว่าเปึนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้คิดว่าคงไม่ใช่คณะกรรมาธิการชุดสุดท้าย หากสภา แห่งนี้ครบวาระหรืออาจจะมีการยุบสภานะครับ ญัตติดังกล่าวก็อาจจะมีการยื่นต่อสภา อีกครั้งหนึ่งและคงจะได้ศึกษาอีก ทุก ๆ ครั้งที่มีการเป่ดสภาใหม่ ผมเองในฐานะที่เปึน ส.ส. มานานขอเรียนท่านประธานว่าได้อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดอย่างนี้ไม่น้อยกว่า ๕ ครั้ง ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ หลังจากที่มีการลอบวางเพลิงโรงเรียน ๓๕ แห่ง จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๔ แล้วก็ถึงป้ ๒๕๔๗ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดทํานองเดียวกันนี้มาหลายคณะ แต่ละชุดมีทั้งของวุฒิสภา มีทั้งของ ส.ส. และก็มีทั้ง สนช. ซึ่งเพิ่งพิจารณาเมื่อป้ที่แล้ว ถ้าเราดูญัตติหรือข้อสรุปรายงานของคณะต่าง ๆ นั้นจะเห็นว่าเปึนการรายงานที่มี เล่มหนามาก เมื่อหนามากนี้มันก็ไม่ชวนอ่าน วันนั้นผมเคยให้กับรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมไม่ขอ เอ่ยนาม พอให้เห็นเล่มหนาเตอะอย่างนี้ท่านไม่ค่อยอยากอ่าน ท่านอยากอ่านกระดาษ แผ่นเดียวสั้น ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าการที่เราจะมาตั้งคณะกรรมาธิการแล้วก็มาศึกษาให้มันคณะเดียว แล้วก็จะให้มีการศึกษาหลายแง่หลายมุม แล้วก็จะทําให้พิมพ์รายงานของคณะกรรมาธิการ หนานั้นผมคิดว่าคนที่จะอ่านจริง ๆ มีไม่กี่คน เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอญัตติออกมา ใน ๔ ญัตตินะครับ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อรวมกันแล้วก็ต้องมีการพิจารณา แล้วก็คงจะ ได้ศึกษากันอย่างรอบด้าน แล้วก็คงจะได้รายงานที่ฉบับหนาอีกเล่มหนึ่งนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพ การตั้งคณะกรรมาธิการเช่นนี้ ผมมีความเชื่อว่ามันจะเกิดผลดีต่อการทํางาน ไม่ว่าเปึนรัฐบาลหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมสังเกตว่าท่านรัฐมนตรีเฉลิม ท่านอยากจะเรียกให้ทุกฝ์ายเข้ามาร่วม โดยเชิญชวนฝ์ายค้านให้มาร่วมแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่าท่านอาจจะเชิญด้วยความจริงใจ แต่ผมมีความรู้สึกว่า มันไม่สามารถที่จะเปึนไปได้นะครับที่ท่านรัฐมนตรีจะเชิญฝ์ายค้านให้เปึนคณะกรรมการ ในกระทรวง ซึ่งถ้าผมเปึนฝ์ายค้านผมก็ไม่เอา เพราะฝ์ายค้านนั้นมีเวทีของเขาคือสภา มันสําคัญที่ว่าเมื่อตั้งคณะกรรมาธิการแล้วนี่นะครับ คนที่เปึนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องมาชี้แจงหรือมาประชุมทุกครั้งที่คณะกรรมาธิการ ได้เชิญมา เพราะการที่กรรมาธิการได้เชิญมานี่นะครับ มันจะได้มีเนื้อหาสาระ แล้วก็จะให้ ข้อคิดกับรัฐมนตรีในฐานะเปึนผู้ที่กําหนดนโยบาย หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ดีกว่าที่เรา จะมาพูดคุยกันในที่อื่น ผมสังเกตสมัยที่เปึนกรรมาธิการนะครับ เมื่อเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มักจะไม่มาเอง บางครั้งก็ให้ตัวแทนเปึนปลัดกระทรวง บางท่านเปึนรองปลัดกระทรวง ซึ่งแต่ละครั้งที่มีการประชุมจะทําให้การประชุมนั้นพวกคณะกรรมาธิการก็เกิดความไม่พ ึงพอใจ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะฝากไว้ว่ารัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ตั้งขึ้นมาแล้วนี่อยากจะให้รัฐมนตรีทุกคนถ้าหากว่ากรรมาธิการเห็นว่ารัฐมนตรีท่านใด ที่จะให้ข้อมูลให้ข้อเท็จจริงในเรื่องรูปนโยบายหรือแผนปฏิบัติงาน ผมอยากจะให้รัฐมนตรี ทุกท่านนั้นต้องไปประชุมคณะกรรมาธิการตามที่ได้รับเชิญมาด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะให้ครบวงจรและประสบผลสําเร็จ ผมว่า ต้องแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นนั้นคือระยะที่เปึนเหตุการณ์เฉพาะที่ ซึ่งเรียกว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าคือสถานการณ์อย่างไรท่านประธาน สถานการณ์ที่มี การฆ่ากันตายเปึนรายวัน สถานการณ์ที่มีการวางระเบิดกันเปึนรายวัน หรือสถานการณ์ ที่มีการซ้อมผู้ต้องหา มีการซ้อมผู้ที่ต้องสงสัย แล้วก็มีการทําให้เสียแก่ชีวิต และบางคน นะครับเมื่อได้รับการคุมตัว คุมไป ๔-๕ วัน ๑๕ วันกลับมาก็ทําให้สติฟัืนเฟ๋อนก็มีนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าในรายละเอียดในแต่ละประเด็นที่จะเสนอต่อท่านประธาน ท่านประธาน ครับ ในทางแก้ไขปัญหาในระยะสั้นซึ่งเปึนระยะเร่งด่วนนะครับ เปึนสถานการณ์เฉพาะหน้า ในปัจจุบัน โดยที่จะขอให้รัฐบาลดําเนินการใน ๕ ดี กับ ๕ ต้องนะครับ ๕ ดีนั้นเปึนอย่างไร ๕ ต้องเปึนอย่างไรผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ๕ ดีนั้น ๑. การข่าวดี ๒. การปัองกันดี ๓. การประชาสัมพันธ์ดี ๔. มวลชนดี ๕. กระบวนการ ยุติธรรมดี นี่สําหรับ ๕ ดีนะครับ ส่วน ๕ ต้องนั้นนะครับ ๑. ผมคิดว่าต้องเปึนไปตามที่ ประชาชนเรียกร้องคือ ๑. ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกที่ใช้อยู่ในขณะนี้นะครับ ประการที่ ๒ ต้องยกเลิก พ.ร.ก. บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อที่ ๓ ต้องสะสางคดีเกี่ยวกับผู้ที่ทําให้ คุณสมชายได้หายสาบสูญไป ๔. ต้องดําเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทําให้เกิดโศกนาฏกรรม กรณีกรือเซะ ๕. ต้องดําเนินคดีกับผู้ทําให้เกิดโศกนาฏกรรมกรณีตากใบ ซึ่ง ๕ ต้อง ๕ ดี นี่นะครับผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนไม่ใช่ผมคิดเอง เพราะผมอยู่ในพื้นที่ ผมก็ถามชาวบ้านว่าถ้าจะให้ดีการแก้ไขปัญหาจะสัมฤทธิผล หรือการแก้ไขปัญหาจะทํา ให้เหตุการณ์เบาบางลงนั้นประชาชนเขาต้องการอย่างไร เขาก็สรุปให้ผมเปึนข้อ ๆ คือ ๕ ดี ๕ ต้อง ๕ ดีที่ ๑ การข่าวดี ท่านประธานครับ การข่าวดีนับเปึนหัวใจสําคัญของการแก้ไขปัญหา เพราะว่าขณะนี้ ต้องยอมรับว่าการข่าวของทางเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ฝ์ายค่อนข้างที่จะเปึนปัญหามาก เพราะอะไรครับ เพราะว่า ๑. เจ้าหน้าที่ที่ส่งไปนั้นล้วนแต่เปึนเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ห่างไกลกับสถานการณ์ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า การข่าวจะเปึนของทหารก็ดี ของตํารวจก็ดี ของอําเภอก็ดี มันต้องขึ้นอยู่กับว่าคนที่ไปทํางานนั้นเขามีความรู้สภาพพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ผมอยากจะ เรียนให้ทราบว่าช่วงระยะเวลา ๓-๔ ป้ จนกระทั่งรัฐบาลชุดสุดท้ายเมื่อคราวที่แล้วนะครับ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ กระบวนการถ่ายเทการเปลี่ยนแปลงข้าราชการเปึนการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่เหมาะสมกับที่จะใช้คน ใช้ในสถานการณ์ที่เปึนอยู่ อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างในกรณี ของตํารวจ ตํารวจคนที่จะเปึนผู้กํากับ คนที่อยู่ที่นั่นนาน ๆ เปึนผู้กํากับอยู่ที่เดิม อายุประมาณ ๕๐ ป้ขึ้นไป ทางผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเนื่องจากสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เปึนสถานการณ์สู้รบ คนที่เปึนข้าราชการตํารวจที่อายุ ๕๐ ป้ขึ้นไปนั้นคงจะไร้สมรรถภาพ ในการที่จะต่อสู้ได้ จึงย้ายตํารวจดี ๆ ซึ่งมีการทํางานในพื้นที่เปึนเวลาช้านาน และตํารวจ ที่มีสายข่าวที่คอยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่เชื่อถือนายตํารวจผู้นั้นได้ย้าย ออกจากพื้นที่ หลายรายที่ผมรู้จักครับเปึนที่น่าเสียดายย้ายไปอยู่ทางอีสานก็มี ย้ายไป อยู่ที่กองบัญชาการภาค ๙ ก็มี ทั้ง ๆ ที่ตํารวจเหล่านั้นไม่มีความผิดบกพร่องในการปฏิบัติ หน้าที่แต่อย่างไร บางคนอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนแรง พอตํารวจคนนี้ไปทํางานร่วมมือกับ ทางอําเภอซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในทางที่ก่อให้เกิดความสงบโดยเข้าขากัน ตํารวจคนนั้นต้อง ถูกย้ายเพราะว่าอายุ ๕๐ ป้ขึ้นไป เอาคนที่รองผู้กํากับจากที่อื่นมาสวมตําแหน่งผู้กํากับแทน ผมอยากจะถามว่าการเอาคนจากที่อื่นที่ไม่เคยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อนเลย เหมือนกับเอาคนที่ตาบอด ตาบอดอย่างเดียวไม่ว่านะครับแถมหูยังเบา เพราะว่าตาบอด มาแล้วก็คลําหาพื้นที่ไม่ทราบอะไรเปึนอะไร เจอคนที่ไม่ดีบางคนได้มีการเป์าหูหรือให้ข้อมูล ที่ผิด ๆ ก็มักจะเชื่อถือ ทําให้การตัดสินใจในการทํางานปฏิบัติหน้าที่นั้นบกพร่องอย่างมากมาย นี่ผมยกกรณีของตํารวจเปึนภาพชัดเจนนะครับ ถ้าท่านไม่เชื่อท่านลองถามตํารวจทางภาคใต้ ดูขณะนี้นะครับ ตํารวจในพื้นที่จริง ๆ นั้นขาดขวัญกําลังใจจากการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา ของตัวเอง นี่ผมเอาคําถ่ายทอดจากข้าราชการตํารวจที่ดี ๆ บางคนที่ต้องย้ายไปอยู่ ภาคอีสานโดยไม่เปึนธรรม ท่านประธานที่เคารพในส่วนของปกครอง ทําไมปกครอง ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ไม่ว่าจะเปึนนายอําเภอหรือว่าระดับใดก็ตามมักจะไม่ได้รับการรายงาน ข่าวที่ดีจากผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นําท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนกํานันหรือ ผู้ใหญ่บ้าน เพราะว่าระยะหลัง ๆ มานี้ การส่งคนที่ไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเปึนสาย มหาดไทย เสียดายที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถ้าท่านฟังแล้วท่านจะต้องเอาไปแก้ไขอย่างด่วน เพราะเมื่อมีการบอกว่าข้าราชการ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะได้รับรางวัลเปึนกรณีพิเศษ เช่นว่า ปฏิบัติ ๒ ป้เลื่อนขั้น ปฏิบัติดีเด่น เลื่อนขั้นตามที่ผู้บังคับบัญชาได้รายงานต่อกระทรวง ทําให้มีการเล่นพรรค เล่นพวก ใครมาเปึนใหญ่ในจังหวัดก็เอาเพื่อนที่มาจากภาคอื่น เอามาเปึนนายอําเภอ มาเปึนปลัดหรือมาเปึนอะไรเพื่อต้องการไต่เต้าเข้าไปสู่ตําแหน่งที่สูงกว่าโดยเร็ว เมื่อคนเหล่านี้มาอยู่มาทํางานแทบที่จะไม่มีประสิทธิภาพเพราะไม่รู้จักพื้นที่ บางคน เปึนนายอําเภอไปอยู่นะครับ แม้แต่ อส. (อาสาสมัครรักษาดินแดน) ของตัวเองยังกลัว คงไม่ต้องบอกนะครับว่าอําเภอไหน มีนายอําเภอคนหนึ่งมาจากกระทรวงไปอยู่ไม่กล้า ออกไปไหนกลางคืน แม้แต่ อส. ซึ่งเปึนมุสลิมไม่ยอมให้เฝัาหน้าบ้านมีความหวาดระแวง จากคนที่เปึนลูกน้องของตัวเอง นี่คือที่ผมบอกว่าการข่าวดีนั้นคือการข่าวต้องเอาคนที่ รู้พื้นที่แล้วก็เปึนคนที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากพี่น้องประชาชนไปทํางานถึงจะได้รับ การข่าวดี

การปัองกันดี เมื่อเราได้รับการข่าวที่ดีเรารู้ข่าวของฝ์ายผู้ที่ก่อความไม่สงบ จะกระทําการใด ๆ ไม่ว่าเวลาใด ถ้าการข่าวเรารู้แน่นอนการปัองกันเราก็สามารถปัองกัน ได้ดี ผมเชื่อนะครับว่าถ้าการข่าวดีใครจะวางระเบิด ใครจะลอบซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ไม่ว่า ทหารหรือตํารวจก็ย่อมยากที่จะกระทําได้ ถ้าหากว่าเรามีการข่าวที่ดีมันสัมพันธ์กัน เมื่อการข่าวดีการปัองกันก็ต้องดีนะครับ

ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ก็ดี ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ารัฐบาล มีงบประมาณมหาศาล การประชาสัมพันธ์มีวิทยุ โทรทัศน์ การประชาสัมพันธ์มีกระทั่ง การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้นําท้องถิ่นเข้าไปในหมู่บ้านให้ความเข้าใจในการสื่อสารของ ราชการ แต่เดี๋ยวนี้ท่านทราบไหมครับว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ที่ไหน จะมีฝ์ายตรงข้าม พูดไปสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็เปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนก็เปึนเรื่องการกระทําของเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น ซึ่งมีทั้งจริงและไม่จริง ซึ่งเรื่องนี้ผมถือว่าการข่าวหรือการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกของเรานั้นยังไม่ดีพอ เรายัง เสียเปรียบฝ์ายที่อยู่ตรงข้ามซึ่งเขาอยู่เกาะพื้นที่เกือบทุก ๆ แห่ง เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามแต่เราจะต้องตกเปึนฝ์ายรับ เปึนจําเลย เปึนผู้ต้องหาเสียส่วนใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ การกระทําดังกล่าวนั้นไม่ใช่เปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่นะครับ ทั้ง ๆ ที่การกระทํา ดังกล่าวนั้นเปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ก็มีนะครับ ที่ผมบอกว่าเปึนการประชาสัมพันธ์ ที่ดีนั้นจะเปึนส่วนหนึ่งในการที่จะทําให้เราได้มวลชนเพิ่มขึ้น

ส่วน ๔ มวลชนดี มวลชนดีนี่ครับ ผมถือว่าเปึนหัวใจสําคัญเหมือนกัน เพราะว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่นะครับเปึนปัญหาการแย่งชิงมวลชน ฝ์ายกลุ่ม ก่อความไม่สงบก็อาศัยมวลชนเพื่อต้องการที่จะนําไปสู่ความสําเร็จ หรือเปัาหมาย ที่ตัวเองได้วางไว้ ฝ์ายราชการก็จําเปึนต้องอาศัยมวลชนเพื่อที่จะสกัดกั้นไม่ให้ประชาชน เข้าไปร่วมสนับสนุนกับผู้ที่ก่อเหตุมากขึ้น เพราะฉะนั้นโดยพื้นฐานนะครับ โดยชาติพันธุ์ ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา ฝ์ายกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเขาได้เปรียบทางการมาก เพราะว่าผู้ก่อความไม่สงบนั้นกับคนในพื้นที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คือคนที่มีชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนาเดียวกัน เพราะฉะนั้นความเห็นอกเห็นใจนั้นมีสูงมากกว่าฝ์ายคนที่ไม่ใช่ ชาติพันธุ์เดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน คน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์มิใช่ว่า เขามีความคิดในการที่จะแยกออกจากประเทศไทย คน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ เขาอยากจะอยู่อย่างสงบ เขาอยากจะอยู่อย่างสันตินะครับ แต่จะทําอย่างไรที่จะให้เขา เปึนมวลชนของรัฐ ผมว่ามันไม่ยาก ถ้าหากว่ากระทรวงมหาดไทยได้มีการปรับแผนการ เข้าถึงกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นําศาสนา ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย เกือบทั้งหมด เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยนั้นเข้าไปสู่รากหญ้า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องได้รับการคุ้มครองจากมหาดไทยอย่างดี อบต. ต้องได้รับการคุ้มครองจากมหาดไทย อย่างดี เขาถึงอยากจะร่วมมือกับทางการ ท่านประธานทราบไหมครับว่านายก อบต. หลายคนถูกยิงทิ้งโดยที่เขาไม่มีความผิด เพียงเพราะว่าคู่ต่อสู้ทางการเมืองในพื้นที่ มีการใส่ร้ายปัายสี ใส่ร้ายให้กับคนที่มาจากที่อื่นที่ผมบอกว่า ตาบอด หูเบา ไม่รู้เรื่อง เมื่อถูกใส่ความ เมื่อถูกคนที่ไม่ดีในพื้นที่ใส่ความคู่ต่อสู้ทางการเมือง ก็ทําให้เกิดการตัดสินใจ ยิงคนที่เปึนนายก อบต. หลายรายนะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าจะเอารายชื่อให้ท่านประธานนั้น ก็คงหลายรายที่จะเอามาให้ท่านได้ แต่นี่อยากจะเห็นว่าการที่เราเอาคนที่ไม่เข้าใจ สภาพพื้นที่นั้นจะทําให้เขาได้การข่าวที่ไม่ดี แล้วก็จะทําให้เกิดการเสียมวลชนนะครับ เพราะฉะนั้นกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนี้นะครับ ถ้าท่านจะให้เขาร่วมมือกับทางราชการอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นี่นะครับ ผมก็เคยเรียกมาถาม ผมถามผู้ใหญ่บ้าน กํานันซึ่งเปึนพรรคพวก ผมถามจริง ๆ ในพื้นที่นี่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือ เขาว่าอย่างไร ท่านประธาน เขาว่าครั้งแรกนี่เขาไม่รู้ ครั้งที่ ๒ นี้พอจะรู้ ครั้งที่ ๓ นี่เขารู้ และผมว่าทําไม ถึงไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เขาว่าให้ความร่วมมือทําไม เขาว่าคนที่เคยให้ความ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของอําเภอในฐานะผู้บังคับบัญชา วันดีคืนดีตํารวจ ทหารจะล้อมบ้าน จับเขามาเปึนผู้ต้องหาตาม พ.ร.ก. (พระราชกําหนด) ก็มีหลายราย ผู้ใหญ่บ้านก็หลายคน ผู้นําศาสนาก็หลายคนให้ความร่วมมือกับอําเภอ ในขณะเดียวกันเมื่อมีการใช้ พ.ร.ก. ของฝ์ายทหารหรือกฎอัยการศึกก็ไปจับคนที่ให้ความร่วมมือกับทางอําเภอนั่นละ โดยที่ ทางอําเภอไม่มีการปกปัอง ไม่มีการให้ความช่วยเหลือแม้แต่น้อย เหล่านี้เขาบอกว่า ธุระไม่ใช่ เรื่องอะไรเขาอยู่ในพื้นที่ ถ้าเขาอยากช่วยทางราชการนั้น ทางราชการต้องให้หลักประกันกับเขาอย่างดี ต้องให้ เกียรติกับเขา เมื่อเขาช่วยเหลือทางราชการแล้วราชการจะต้องปกปัองเขา นี่คือสิ่งที่ ผู้นําท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือว่า อบต. ได้สะท้อนให้เห็นว่าเขาก็ อยู่ในฐานะลําบาก เพราะว่าทางกระทรวงมหาดไทยเรานั้นไม่รู้จักใช้คน แล้วก็ไม่รู้จักที่จะ คุ้มครองปกปัองไม่ให้เขานั้นได้รับผลร้ายจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้ผมว่า ๕ ดีแล้ว แล้วก็มี ๕ ต้องนั้นก็มี ๕ ประการเช่นกัน ทําไม ผมบอกว่าต้องยกเลิกกฎอัยการศึก เพราะการมีกฎอัยการศึกนี้ละถึงมีการล้อมจับคน เมื่อวานซืนอิหม่ามเหมือนกันที่บ้านบือเระ บ้านคลอแระ ตําบลบาเระใต้ อําเภอบาเจาะ ตีสี่ครึ่งกลางคืนทางเจ้าหน้าที่ไปล้อมบ้าน โต๊ะอิหม่ามนั้นโชคดีที่เอาไปที่ สภ.ต. โคกเคียน ที่ สภ.ต. โคกเคียนก็ได้มีการสอบถามอิหม่ามอายุ ๖๐ ป้กว่า อายุแก่ ทําให้เจ้าหน้าที่ ตํารวจพอไปที่ สภ.ต. โคกเคียนก็ยังมีความถอนใจ เพราะอายุมากเกินกว่าที่จะทําอะไร ในทางที่ผิดได้ เพราะว่ามีการรายงานข่าวว่าโต๊ะอิหม่ามคนนี้เปึนแนวร่วม ต้องมีการเคลียร์ (Clear) กัน จึงปล่อยตัวไปนะครับ ยังดีที่ไม่มีการลงซ้อมหรือมีการเรียกเอาความลับ นี่คือเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานซืนโต๊ะอิหม่ามเหมือนกัน สําหรับที่รือเสาะนี้ผมว่าวิธีการ อย่างนี้ไม่ใช่เกิดขึ้น โต๊ะอิหม่ามที่รือเสาะชื่อนายยะฟา กอเซ็ง คนเดียว เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านก็มีรูปของคนที่เปึนลูกชาย น้องชาย ของผู้เปึนเจ้าของโรงเรียนสอนศาสนาที่จะนะโรงเรียนรุ่งโรจน์วิทยา หน้าตาบวมปูด เขียวช้ํามีรอยเลือด นั่นคือการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ซึ่งเราสมมุติฐาน ๒ ประการ ด้วยกัน ประการที่ ๑ อาจจะเกิดความแค้น ซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ก็ถือว่าเปึนปุถุชนธรรมดา เมื่อเพื่อนมิตรสหายโดนยิงโดนฆ่าก็เกิดความแค้น เมื่อจับตัวได้สงสัยใครก็ตามความรู้สึก หวาดระแวงก็เกิดขึ้น ก็มีการลงไม้ลงมือกันนะครับ ในกรณีการแก้แค้นก็เปึนส่วนหนึ่ง ทําให้เกิดการซ้อมแล้วก็ทําทารุณกรรม อีกประการหนึ่งก็คือว่าต้องการรีดเอาความลับ การต้องการรีดเอาความลับนั้นเปึนส่วนหนึ่ง เพราะผมฟังข่าวจากการรายงานของ เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเปึนทั้งกองทัพ มักจะมีการแถลงว่ามีการซัดทอดโยงไปถึงคนโน้น โยงไปถึงคนนี้ ๔-๕ คน พอถามว่าการที่เรารีดทารุณกรรมคนคนหนึ่งเราจะได้ชื่อของ คนที่ร่วมกระทําผิดอีก ๓-๔ คน กับมวลชนที่เราเสีย วัยรุ่นเยาวชนนับสิบนับร้อย เพิ่มความเกลียดชังเจ้าหน้าที่ เมื่อฝ์ายตรงข้ามระดมสมองเรียกมาฝ๊กอบรม ๔-๕ เดือน คนอีกนับสิบคนนับร้อยคนพร้อมที่จะก่อเหตุในทํานองเดียวกันอีก ๔-๕ เดือนข้างหน้า ผมอยากถามว่าการที่เราได้ทําอย่างนั้น ได้ข้อมูลจากการรีดนาทาเร้น การใช้วิธีการซ้อม อย่างทารุณโหดร้ายบางครั้งถึงแก่ชีวิตนั้นมันจะคุ้มหรือไม่กับที่เราเสียไป เราจะได้คน ๓-๔ คนที่มีรายชื่อจากการเป่ดเผยจากคนที่ถูกจับ แต่คนอีกสิบคนร้อยคนพร้อมที่จะ ฆ่าเจ้าหน้าที่อีก ๔-๕ เดือนข้างหน้า ตรงนี้คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ท่านอย่าเพิ่งสรุปว่าเมื่อมีการล้อมจับโน่นจับนี่แล้วก็เหตุการณ์มันจะสงบ ท่านคอยดู ก็แล้วกันว่าอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าจะมีนักรบหน้าใหม่อีกมากมาย ซึ่งนักรบหน้าใหม่คือ คนที่น่ากลัวที่สุดเพราะยังไม่มีแฟัมประวัติอาชญากรรม เจ้าหน้าที่ยังไม่รู้ว่าใครเปึนนักรบ หน้าใหม่ นอกจากเขาก่อเหตุเปึนสิบครั้งแล้วถึงจับได้ พอจับได้เขาจะบอกว่าเขาเคยทํา มาแล้วเปึนสิบ ๆ ครั้ง นี่คือสิ่งที่จะตามมาในภายหลังนะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่า การใช้กฎอัยการศึกนั้นควรจะใช้กับคนที่มีวุฒิภาวะ คนที่มีประสิทธิภาพในการทํางาน ถ้าเราเอาคนประเภทที่ว่าเปึนทหารเกณฑ์ ทหารที่ยังขาดวุฒิภาวะที่ดีพอลับหูลับตา ผู้บังคับบัญชาก็อาจจะใช้อํานาจโดยพลการ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้ ก็จะทําให้ เสียหายทั้งกระบวนการนะครับ ส่วน ต้อง ข้อ ๒ ต้องยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็เช่นกัน พ.ร.ก. ฉุกเฉินสําหรับเจ้าหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพในการใช้เท่านั้นที่จะใช้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพราะว่าเท่าที่ผมดู ผมเคยยกตัวอย่าง คนบางคน เคยช่วยเหลือทางราชการ พอมี พ.ร.ก. เขาก็โดน พ.ร.ก. ทําให้

ประการที่ ๑ คนที่เคยเปึนพวกราชการแล้วนี่ถอยห่างออกราชการ

ประการที่ ๒ คนที่ก่อความไม่สงบก็ได้พวก เพราะการใช้ พ.ร.ก. ที่ไม่มี ประสิทธิภาพนี้เองทําให้เกิดคนเกลียดชังเจ้าหน้าที่มากขึ้น เมื่อเกลียดมาก ๆ โดยเฉพาะ เยาวชนนั้นไม่มีทางอื่นใดก็ต้องสู้ การต่อสู้ของเขาก็ต้องไปฝ๊ก การฝ๊กเดี๋ยวนี้ ฝ๊กยิงป๋น ฝ๊กต่อสู้ ๓-๔ เดือนก็ใช้ได้แล้ว เมื่อมีการฝ๊กแล้วก็มาปฏิบัติ ทางเจ้าหน้าที่ ยังไม่รู้ว่าคนหน้าใหม่ นักรบหน้าใหม่นี้เปึนใคร นี่คือเปึนอุปสรรคของการทํางาน ของเจ้าหน้าที่เช่นกัน

ประการที่ ๓ ต้องสะสางคดีหรือว่าต้องหาผู้ที่กระทําความผิดที่ทําให้ คุณสมชาย นีละไพจิตร หายตัวไปซึ่งถือว่าเปึนการสาบสูญก็คือการตายไปแล้ว เรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ประชาชนเขาตั้งข้อสงสัยแล้วก็มีความรู้สึกที่เปึนปฏิปักษ์อย่างแรงต่ออํานาจรัฐ เพราะคุณสมชายนี่นะครับ จะเรียนให้ทราบว่าคุณสมชายนี่เปึนนักกฎหมายที่ทําคดี เกี่ยวกับเรื่องนี้มานาน ทําตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ จนกระทั่งตัวเองต้องถูกอุ้มตัวหายไปแล้วก็หาย สาบสูญจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ผมว่าถ้าทางเจ้าหน้าที่หรือรัฐบาลใดก็ตามแต่มีความจริงจัง จริงใจจริง ๆ สามารถที่จะควานหาผู้กระทําความผิดได้ เริ่มตั้งแต่รัฐบาลสมัยท่านทักษิณ สมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ก็เหมือนเดิมไม่มีการกระทํา ไม่มีการสืบหาผู้กระทําความผิดได้อย่าง จริงจัง เอาประเภทคนที่ปลาซิวปลาสร้อยเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงฝากไว้กับ รัฐบาลชุดนี้แค่บริหาร ๒ เดือนเท่านั้นเองนะครับ แค่บริหาร ๒ เดือนผมยังไม่ได้ตั้งข้อหา หรือไม่ได้กล่าวหาอะไร ผมเชื่อว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านมี ความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหา ท่านมีความจริงจัง ผมเชื่อว่าถ้าหากท่านบริหารไป ประมาณอีกหลาย ๆ เดือน ผมเชื่อว่าจากการที่ได้ฟังการอภิปรายของ ส.ส. จากการที่ได้ ข้อมูลจากนักการเมืองไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือว่ารัฐบาลนั้น ท่านก็คงจะรับฟัง แล้วก็คง จะปรับกระบวนการของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในอนาคตข้างหน้า อย่างแน่นอน ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมก็เชื่อ ถึงแม้ท่านจะพูดมาก ไปหน่อย แต่ท่านพูดด้วยความจริงใจ ผมมีความเชื่อว่าท่านเฉลิมท่านทํางานจริงจัง แล้วก็ผมบอกว่าเราพร้อมที่จะร่วมมือกันทํางาน ซึ่งในทางที่จะสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น ในผืนแผ่นดินแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของคุณสมชายนั้นเปึนคดีประวัติศาสตร์ ที่อยู่ในความทรงจําของคนมุสลิมทั่วประเทศก็ว่าได้ แม้กระทั่งมาเลเซีย หรือแม้กระทั่ง โออีซี (OEC) เขายังรู้จักคุณสมชาย นีละไพจิตร

ประการที่ ๔ ต้องดําเนินคดีเกี่ยวกับผู้ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมกรณีกรือเซะ เพราะเรามีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็เลยมีการสรุปเรียบร้อยว่าการกระทํา ดังกล่าวนั้นเปึนการกระทําเกินกว่าเหตุ เราก็ต้องว่าไปตามกฎหมายนะครับ ซึ่งเปึนเรื่อง ประวัติศาสตร์เช่นกัน

ประการที่ ๕ ก็คือว่า ต้องดําเนินคดีและเอาผิดกับผู้ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม ตากใบ คน ๘๕ คน ที่ตายบนรถที่ทับ ๆ กันนั้น แน่นอนครับ ถ้าตามกฎหมายอาญานั้น เปึนการกระทําที่เล็งเห็นผล เล็งเห็นผลก็คือว่าเปึนการกระทําโดยเจตนาเช่นกัน กรรมการ ก็สรุปแล้วว่ามีการกระทําความผิดเกินกว่าเหตุ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่า มีการดําเนินคดีตามกฎหมาย ผมมีความเชื่อว่ากระแสความไม่พอใจรัฐของประชาชน ที่นั่นจะลดลงไปมาก ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเพิ่มเติมว่าปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้นี่นะครับ ผมจะเรียนทุกท่านว่าแท้ที่จริงแล้วลึก ๆ ตั้งแต่อดีตเปึนต้นมานั้น เปึนปัญหาเรื่องของการเมือง การปกครองโดยแท้ ผมอยากจะเล่าถึง ผมได้รับการบอกเล่า จากคนที่เปึนอดีตนักการเมืองที่นี่ เดี๋ยวนี้เขาได้เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อผมเปึน ส.ส. ป้ ๒๕๒๙ ผมได้ถามคุณเสนีย์ มะดากะกุล คุณเสนีย์ มะดากะกุล คืออดีต ส.ส. นราธิวาส ๔ สมัย ท่านเสียชีวิตเมื่อป้ ๒๕๓๓ ตอนที่คุณเสนีย์เปึนนักการเมืองหรือย้อนไปสู่ตอนที่ท่านเปึน นักวิชาการ ผมถามว่าทําไมอาจารย์นี่มีรายงานของทางการว่าท่านเปึนอย่างโน้นอย่างนี้ ตอนนั้นผมถามท่านอาจารย์เสนีย์โดยไม่นึกถึงตัวเองว่าหลังจากนั้นเกือบ ๑๘ ป้ ผมก็โดน ทํานองเดียวกัน ผมถามท่านว่าทําไมท่านถึงถูกเขากล่าวหาแล้วก็ถูกรายงานมาตลอด ท่านเล่าให้ผมว่าอย่างนี้ ท่านบอกว่าท่านเปึนประชาชนมุสลิมรุ่นบุกเบิก ท่านเล่าให้ฟังว่าตอนที่ท่านเรียนอยู่ ต่างประเทศ เมื่อ ๔๕ ป้ที่แล้ว ประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๐๖ คําว่าปัญญาชนมุสลิม ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ที่เรียนต่างประเทศก็มีการจับเข่าคุยกัน ศึกษาถึงปัญหา ของพื้นที่ ศึกษาปัญหาว่าคนมุสลิมที่นั่นยากจน คนมุสลิมที่นั่นมีปัญหาเรื่องยาเสพติด คนมุสลิมที่นั่นถูกมอมเมาเรื่องอบายมุข คนมุสลิมที่นั่นมีการศึกษาที่ต่ําต้อย ทําให้ ข้าราชการขณะนั้นซึ่งเปึนมุสลิมจะหาคนที่เปึนนายอําเภอสักคนก็หายาก ก็มีการปรับทุกข์กัน ซึ่งเปึนนักศึกษาที่อยู่ต่างประเทศ กลุ่มหนึ่งประชุมกันที่อินเดีย ก็มีการสรุปกันไปสรุปกันมา แบ่งออกมาเปึน ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งบอกว่าเราจะแก้ไขปัญหาเพื่อยกคุณภาพชีวิตที่ดี ของมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะว่าต้องมีอํานาจ เพราะอํานาจนั้นจะสามารถ ยกฐานะหรือว่าเปลี่ยนแปลงสภาพของกลุ่มชนที่นั่นได้ ดังเช่น พระเจ้าได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้านั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงสภาพของกลุ่มชนใด จนกระทั่งกลุ่มชนนั้นเปลี่ยนแปลง สภาพของเขาเอง การที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาในโลกนี้ครับ พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่การสร้างทาส สร้างเจ้า สร้างบ่าว สร้างนายนั้น มนุษย์เขาสร้าง ขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นการปรึกษาหารือของปัญญาชนกลุ่มนี้ แบ่งเปึน ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่ง บอกว่าต้องมีอํานาจโดยที่ต้องต่อสู้ อีกฝ์ายหนึ่งบอกว่าต้องมีอํานาจเหมือนกันแต่ต้อง ต่อสู้โดยใช้ปลายปากกา ทําให้เกิดนักศึกษา ๒ ฝ์าย ซึ่งมีทั้งนักปฏิวัติและนักปฏิรูป ฝ์ายนักปฏิวัตินั้นโดยการนําของ ตวนกู บิรอ กอตอนีลอ ขณะนี้ท่านอยู่ที่ซีเรีย อายุ ๗๐ กว่าป้ คนคนนี้เปึนลูกหลานของอดีตเจ้าเมืองเก่า เปึนตวนกู เขาบอกว่าต่อสู้เพื่อที่จะยก คุณภาพชีวิตของมุสลิมที่นั่นทางเดียวต้องต่อสู้ด้วยอาวุธ แต่ทางอาจารย์เสนีย์บอกว่า เขาไม่เห็นด้วย แต่ต้องต่อสู้ด้วยทางปฏิรูปก็คือต้องปลูกฝังให้คนเรียนหนังสือแล้วก็ สามารถที่จะสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ สามารถที่จะเข้าสู่ระบบราชการ มีความแตกแยก ขึ้น ๒ ฝ์าย ฝ์ายที่เห็นว่าต้องการปฏิวัติก็ตั้งกลุ่มขบวนการพูโลขึ้นมา ส่วนคุณเสนีย์ กลับมาอยู่เมืองไทยก็เปึนอาจารย์ เปึนอาจารย์อยู่สักระยะหนึ่ง เพราะเปึนคนที่มี หัวปฏิรูป เห็นระเบียบต่าง ๆ หรือความไม่เปึนธรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุณเสนีย์มักจะแสดงอาการที่ไม่เห็นด้วย เพราะว่าเหล่านั้นคือเงื่อนไขที่จะทําให้เกิด ความไม่พอใจอํานาจรัฐของพี่น้องประชาชน คุณเสนีย์เปึนอาจารย์ถูกรายงานจาก เจ้าหน้าที่สันติบาลทุกระยะ ๆ ทั้ง ๆ ที่ท่านเปึนนักปฏิรูป จนกระทั่งมีเหตุการณ์ประท้วง ที่ปัตตานี เมื่อป้ ๒๕๑๘ คุณเสนีย์เปึนหัวหน้าของฝ์ายข้าราชการที่เห็นด้วยกับนักศึกษา ที่มีการประท้วงในขณะนั้น พอหลังจากประท้วงเสร็จ คุณเสนีย์ต้องถูกย้ายมาอยู่ที่ ทบวงมหาวิทยาลัย แต่โชคดีครับว่าขณะนั้นอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช เปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๒๒ อาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได้เชิญคุณเสนีย์ มะดากะกุล มาเปึนนักการเมือง มาสมัครเปึนผู้แทนราษฎร นี่คือการมองการณ์ไกลของคนที่เปึนนายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เห็นว่าคุณเสนีย์นั้นถูกกล่าวหาก็ต้องมาเล่นการเมือง ในวิธีเป่ดเพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก็เช่นเดียวกันกับคนที่ชื่อ นายซีนิค ซาริด น้าชายผม ถูกจับคดีข้อหากบฏ เมื่อป้ ๒๕๐๘-๒๕๑๒ เมื่อถูกปล่อยตัว ท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้สั่งให้คุณธรรมนูญ เทียนเงิน คุณสมบูรณ์ สิรินธร ไปเชิญคุณซีนิคมาเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าเดี๋ยวนี้จะหาคนที่เปึนผู้นําของประเทศที่มีการมองการณ์ ไกล หาไม่ใช่ง่าย เพราะคนที่มีประสบการณ์เช่นนั้น เขาต้องมี ๑. เขาต้องมีคุณธรรมสูง ๒. เขาเปึนคนที่รักในหลักนิติธรรม เขาต้องเปึนคนที่มีความเชื่อมั่นในเรื่องของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นฝ์ายปฏิรูปของท่านเสนีย์ มะดากะกุล เมื่อเปึน ส.ส. มา ๒-๓ สมัย ก็ยังไม่พ้นการรายงานจากเจ้าหน้าที่จากเบื้องล่างว่า เปึนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปึนหัวหน้า บางครั้งถึงรายงานว่าคุณเสนีย์ มะดากะกุล จะเปึนถึงประธานาธิบดีปัตตานีคนแรก ผมจะเล่าให้เห็นว่าการต่อสู้ ๒ แนวทางระหว่าง คนที่จับอาวุธกับคนที่ต่อสู้ทางปฏิรูป การต่อสู้ทางปฏิรูปคือการต่อสู้ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมยืนอยู่ขณะนี้ เพราะผมเองผมเชื่อแม้แต่ ส.ส. ด้วยกัน ที่ยังไม่เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง ส่วนมากยังมีความเชื่อ ยังมีความเข้าใจว่าพวกผมนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของการก่อความ ไม่ส ง บ ผมว่าเปึนความคิดที่เบาปัญญา เปึนความคิดที่เขลา เพราะคนที่มายืนหยัดบนเวที การเมืองในลักษณะอย่างนี้เปึนการต่อสู้ที่เขาต้องการต่อสู้เพื่อต้องการยกคุณภาพชีวิต ของคนที่นั่นโดยถูกต้องตามกฎหมาย เขาไม่ต้องการจับอาวุธสู้ ซึ่งเปึนการทําที่ผิดกฎหมาย ที่จริงนักการเมืองที่ต่อสู้แนวทางนี้ก็มีแล้วในอดีต ผมจะยกตัวอย่าง เช่น ตวนกู ยะลา นาเซร์ ชื่อไทยว่า อดุลย์ ณ สายบุรี เปึนลูกเจ้าเมืองสายบุรี ลูกของพระยาสุริยะสุนทร เปึน ส.ส. จังหวัดนราธิวาส ๒ สมัย พอมีการปฏิวัติรัฐประหารสมัย จอมพล ป. ก็ใช้วิธีการของ รัฐนิยม การใช้วัฒนธรรมของส่วนกลางมาทําลายปูัยี่ปูัยําวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ตวนกู ยะลา นาเซร์ หรือ อดุลย์ ณ สายบุรี มีการประท้วง มีการทําหนังสือต่อรัฐบาล มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลข่มเหงรังแกชาวมลายูในขณะนั้น จนในที่สุดการต่อสู้ในแนวทาง สันติวิธีของคนคนนี้เจ้าหน้าที่จะดําเนินการจับกุมก็ต้องหลบหนีไปมาเลเซีย เมื่อเปึน คนที่มีชื่อเสียงเขาก็ตั้งสถาปนาเปึนหัวหน้าขบวนการแบ่งแยกดินแดน นี่คือประวัติของ นักการเมืองที่ถ้าเขาคิดจะปกปัองสิทธิเสรีภาพหรือปกปัองในเรื่องของภาษาของตัวเอง มักจะถูกการมองจากคนที่ไม่เข้าใจว่าเปึนคนที่มีความคิดจะแบ่งแยกดินแดน เพราะฉะนั้น ตรงนี้เปึนอุทาหรณ์ที่ผมอยากจะฝากไว้บรรดาสันติบาล กอ.รมน. หรือฝ์ายประมวลข่าว กลางต่าง ๆ ซึ่งมักจะมองปัญหาซึ่งเปึนการตั้งโจทย์ที่ผิดตั้งแต่แรกต้องแยกให้ชัด เราอย่าเอาคนที่เปึนฝ์ายปฏิรูปนั้นเข้าไปร่วมกับฝ์ายที่ปฏิวัติ จริง ๆ แล้วเส้นทาง ๒ เส้นนี้ มันขนานกัน มันขนานโดยที่บางครั้งถ้าหากว่าประชาธิปไตยเข้มแข็งระบบตัวแทนของ ประชาชนนั้นมีความเข้มแข็ง ประชาชนพึ่งพาได้ มวลชนทั้งหลายนั้นจะมาทางสาย ปฏิรูป เพราะทางสายปฏิรูปนั้นคือสายที่เขาต้องการต่อสู้อย่างสันติวิธี ไม่มีใครจะไป ตามสายที่ต่อสู้ในป์าในดงแล้วก็ต่อสู้ด้วยความยากลําบาก ไม่มีหรอกครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะให้ท่านทราบว่าการเมืองไทยเราขณะนี้นะครับขอให้เรายอมรับว่าผมเปึน นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเปึนองค์กรใด ศอ.บต. หรือองค์กรตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่เท่ากับว่าการที่เราพยายามสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งสร้างประชาธิปไตย ที่ทําให้ประชาชนที่นั่นมีความรู้สึกว่าระบอบประชาธิปไตยนั้นสามารถที่จะพัฒนา คุณภาพชีวิตของเขา ระบอบประชาธิปไตยสามารถที่จะปกปัองสิทธิเสรีภาพของเขา ตอนที่ผมเปึน ส.ส. ตอนที่เรามีกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อก่อน ชาวบ้านเขาไม่ต้องไปพึ่งพา ศอ.บต. ยื่นเรื่องมายัง ส.ส. ส.ส. ยื่นต่อกรรมาธิการ สามารถ ที่จะคลี่คลายปัญหาได้เยอะ พอระยะหลัง ๆ ศอ.บต. ก่อนที่จะโดนยุบ การทํางาน ขาดประสิทธิภาพไปเยอะ เพราะเมื่อเปึนองค์กรอยู่นาน การมักคุ้น คุ้นเคยกับคนที่ทํางาน ข้าราชการด้วยกันทําให้เกิดความรู้สึกเปึนพรรคเปึนพวก เมื่อข้าราชการในจังหวัดใด ถูกร้องเรียนไปก็มักจะมีการช่วยเหลือกัน ชาวบ้านร้องเรียนไปไม่ได้ผลเพราะมีการช่วยเหลือ เพราะองค์กรตั้งมานาน พอตั้งมานานความคุ้นเคยความรู้จักกันก็มากขึ้น ไม่เหมือนกับ ตั้งใหม่ ๆ ตอนตั้งใหม่ ๆ นั้นดีนะครับ พอตั้งมานาน ๆ เข้าการร้องเรียนของ พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ประชาชนต้องพึ่ง ส.ส. ส.ส. ต้องยื่นต่อ กรรมาธิการการยุติธรรม ส.ส. ยื่นต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง สามารถคลี่คลายปัญหา ที่เกิดขึ้นแทนที่จะเหตุการณ์ร้อนแรงกลายเปึนเหตุการณ์ที่เบาบางลง เพราะฉะนั้นผมถึง อยากจะสรุปในทรรศนะของผมว่าจะมีองค์กรใดอะไรไม่สําคัญขอให้เรายอมรับว่าระบอบ ประชาธิปไตยนั้นที่แท้จริง คือระบอบประชาธิปไตยที่คํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ ประชาธิปไตยที่ให้เกียรติให้เขามีสิทธิเสรีภาพในการที่เขาจะดํารงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเขา เขาสามารถที่จะเรียนภาษานอกจากภาษาไทยก็จะเรียนภาษาอื่นได้โดยเฉพาะภาษา มลายูซึ่งเปึนภาษาที่เปึนเอกลักษณ์ของเขา เขาสามารถปฏิบัติตามศาสนกิจ หรือศาสนบัญญัติ ซึ่งเดี๋ยวนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องสิทธิมนุษยชน ในแง่ของกฎหมายนะครับ กฎหมายนั้นสมบูรณ์พร้อม ไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญ ให้สิทธิเสรีภาพทุกอย่าง แต่ฝ์ายปฏิบัตินั้นยังไม่ค่อยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเท่าที่ควร เพราะฝ์ายปฏิบัตินั้นยังชินกับใช้อํานาจ ยังชินกับการที่ต้องการสู้โดยใช้ความรุนแรง ในขณะเดียวกันพวกฝ์ายผมซึ่งเปึนนักการเมืองนั้นต้องการได้อํานาจโดยวิถีทาง ประชาธิปไตย โดยที่ถูกต้องตามทํานองคลองธรรม ไม่ต้องการจับอาวุธเพื่อได้อํานาจ เพราะ ๒ ปัญญาชนที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ว่ามีการปรึกษาหารือต่างประเทศนั้น มันมีความสําคัญมากที่จะเปึนการบันทึกประวัติศาสตร์ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ผมไปซีเรีย ผมจะเล่าให้ท่านประธานทราบว่าไปในคณะกรรมาธิการ กลุ่มมิตรภาพไทย-โมร็อกโก ที่ซีเรียก็ได้มีการพูดคุยกับตวนกู บิรอ อายุประมาณ ๗๐ ป้ ผมถามว่าตวนกูไม่คิดจะกลับบ้านเมืองไทยหรือ เขาว่าเขาอายุมากแล้ว เพื่อนมิตรสหาย ก็ตายหมดแล้ว แล้วเขายังถามผมว่าเมืองไทยเราจะเลือกตั้งผู้ว่าราชการแล้วหรือ เขาถาม เพียงแค่นี้ ผมว่าไม่ใช่ เมืองไทยเรามีการเลือกตั้งนายก อบจ. ก็เล่าถึง อบจ. ให้เขาฟัง การตัดสินใจของเขาในสมัยนั้นก็ดูตามสถานการณ์ในขณะนั้น เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนแปลง ตั้ง ๓๐ ป้ เขาไม่เข้าใจว่าในบ้านเมืองไทยเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นะครับผมถึงบอกว่า คนที่คิดอะไรสมัยก่อนนั้น ไม่ว่าจะเปึนตวนกู ยะลา นาเซร์ หรือเปึนอะไรก็ตามแต่ ล้วนแต่เอาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น สถานการณ์ที่เขาไร้เสรีภาพ สถานการณ์ที่เขาถูกกดขี่ข่มเหง สถานการณ์ที่เขาถูก เอารัดเอาเปรียบจากข้าราชการที่ไม่ดีบางคนที่ส่งไปปฏิบัติหน้าที่ที่นั่น เพราะฉะนั้น สถานการณ์เปลี่ยนแปลงผมว่าอะไรต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น เพียงแต่ว่ารัฐบาลชุดนี้อย่ามา ทําลายความหวังของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทําลายความเชื่อถือของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยเมื่อป้ ๒๕๔๗ คุณนัจมุดดีนถูกจับดําเนินคดี ผมก็ถูกพาดพิง ถูกกล่าวหา หลายคนที่เปึนหัวคะแนนพรรคการเมืองของเราก็ถูกขึ้นศาล บางคนก็ถูก ยิงทิ้ง ผมว่าจุดนี้ต่างหากคือจุดที่ทําให้ประชาชนเขาผิดหวัง มวลชนที่ต้องการใฝ์สันติวิธี และเปึนมวลชนที่มีหัวก้าวหน้าก็หันไปจากแนวทางประชาธิปไตย ก็มีการจับอาวุธสู้ ทําให้ฝ์ายขบวนการที่ก่อความไม่สงบเพิ่มจํานวนของเขาได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเรา อยากจะเรียกร้องให้สิ่งเหล่านี้กลับคืนมา ผมอยากจะให้เราใช้เวทีประชาธิปไตย ใช้ระบอบประชาธิปไตยให้เต็มที่ และเปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยที่ประชาชน พึ่งพาได้ ประชาธิปไตยที่สามารถที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีกว่า ที่เปึนอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าการใช้เวลาในการอภิปรายก็เวลา พอสมควร ผมเองก็เปึนกรรมาธิการ ก็คิดว่าจะได้พูดคุยกับกรรมาธิการในเรื่อง ของรายละเอียดทั้งที่เราฟังจากประชาชน ผมเห็นด้วยกับที่ท่านเฉลิมบอกว่า เราไม่จําเปึนต้องไปในพื้นที่บ่อย ๆ ถ้าท่านไปฟังรายงานของข้าราชการรายงาน อย่างหนึ่ง ถ้าท่านไปฟังประชาชนก็บอกอีกอย่างหนึ่ง แน่นอนครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงอยากจะให้คนที่เปึนรัฐมนตรีนั้นตั้งหลักดี ๆ ท่านต้องเป่ดใจให้กว้าง ท่านต้องมีธง ของท่านว่าท่านต้องการแก้ไขด้วยวิธีใด ถ้าบอกว่าต้องการใช้หลักนิติธรรม ก็ต้องยึดมั่นในหลักนิติธรรมจริง ๆ อยู่ที่กระทรวงนาน ๆ ไปครั้งไม่มีปัญหา ไปทุกวัน ก็ไม่มีประโยชน์ ไปหลาย ๆ ครั้งก็ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์ดีขึ้น เพียงแต่ว่าสร้างภาพในทางสื่อ เท่านั้นเอง ซึ่งผมเองไม่ค่อยจะเห็นด้วย อยากจะไปก็ในคราวจําเปึนจริง ๆ ไม่จําเปึนต้อง ไปตามที่เขาเรียกร้องว่าไม่สนใจภาคใต้หรืออะไรต่าง ๆ ผมว่าไม่จําเปึน คนเปึนรัฐมนตรี บางทีนะครับ การสื่อสารไม่จําเปึนต้องไปดูในพื้นที่ พวก ส.ส. ที่มีอยู่ก็ใช้เขาให้เต็มที่ แต่ใช้ให้ถูกคนด้วย ไม่ใช่เอาคนจากที่ไหนเข้าไปไม่รู้ ไปใช้ แล้วก็ทํางานเหมือนกับ ที่ผมบอกว่าตาบอดแล้วก็หูเบา อยู่ที่อื่นไปในพื้นที่แค่ ๓ วันรู้เรื่องแล้ว ผมว่าเปึนไป ไม่ได้หรอกครับมนุษย์เรา ไม่เคยรู้เรื่องอะไรมาก่อน ไปอยู่ ๓ วันนี่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้น ผมถึงอยากจะฝากไว้กับท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วอยากจะฝากไว้ว่าเมื่อตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วต้องเปึนคณะกรรมาธิการที่ทํางาน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คนที่เปึนรัฐมนตรี คนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต้องมา ให้ความร่วมมือ แล้วก็มารับฟังปัญหาของประชาชนจาก ส.ส. ของเขา ถ้าหากว่า ส.ส. ของเขาพูดมีน้ําหนัก มีค่า ผมเชื่อนะครับว่ามวลชนที่หันกลับไปนั้นพร้อมที่จะกลับมา ขอให้เราตั้งธงให้ดีว่าเราจะเอาประชาธิปไตยเปึนหลักในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน