สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑

ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ โดยแสดงความไม่พอใจต่อคำตอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำของฝ่ายก่อการ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการปฏิบัติงานของข้าราชการ การปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ไขปัญหาการปรับโครงสร้างและการใช้กำลัง โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและอาจนำไปสู่การบานปลาย

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม จากสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้อยู่ด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้คงจะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะได้นั่งบันทึกแล้วก็บอกฝากไปด้วยว่าช่วยนํารายงานการพูดในห้องประชุมสภา แห่งนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้รับทราบด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๘, ๑๙, ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมารัฐบาลได้แถลง นโยบายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ซึ่งเปึนนโยบายเร่งด่วน เน้นว่า จะน้อมนําแนวทางพระราชทาน การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาดําเนินการเปึนภารกิจ ในด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา โดยให้มีความสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรมและความเชื่อของประชาชน ตลอดทั้งอํานวยความเปึนธรรมและ ความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนและให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม แต่เมื่อนั่งฟัง การตอบคําถามของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ปรากฏว่าท่านบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นขณะนี้ท่านยังไม่รู่ว่าใครเปึนผู้นําสูงสุดของ ฝ์ายก่อการ ก็คิดว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าต้องใช้สมรรถภาพ ประสิทธิภาพให้รู้ เพราะ จะได้นําสิ่งที่รู้นั้นไปแก้ไขปัญหาให้ได้

ประการถัดไปท่านบอกว่าท่านอยู่ในฐานะแค่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ท่านคงลืมไปว่าท่านอยู่ ๑ ใน ๓๖ คนของคณะรัฐมนตรีที่จะต้อง แก้ไขปัญหาตามที่แถลงไว้กับสภาแห่งนี้ ผมขอย้ําว่าท่านไม่ใช่เปึนรัฐมนตรีที่ถูกขอแรงให้เปึน ท่านหมายมั่นปัุนมือที่จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนับตั้งแต่ขึ้นเวทีปราศรัย รณรงค์หาเสียง ดังนั้นเมื่อเปึนเช่นนี้ท่านจะแก้ตัวหรือถ่อมตัวไม่ได้ว่าท่านไม่สามารถสั่ง แม่ทัพนายกอง ที่สําคัญที่สุดในคราวที่ท่านไปตรวจราชการที่จังหวัดสงขลา ท่านสามารถ เรียกทหาร ตํารวจมาประชุมที่กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๙ ได้ และก็ไปนอนที่ค่าย ตํารวจตระเวนชายแดนได้ อย่างนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่าไม่รับผิดชอบ ท่านประธานครับ ในช่วงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบันต้องยอมรับความจริงว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจว่า นั่นเปึนการดําเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลทักษิณจนถึงรัฐบาลชุดนี้ แม้แต่ กระทั่งใบปลิวที่ออกโปรยในพื้นที่เขาก็ยืนยันเช่นนั้น ดังนั้นผมขอตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันนั้นสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดอย่างยิ่ง สิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิดอย่างมากก็คือสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของทั้งพี่น้องประชาชน ของพระ ของโต๊ะอิหม่ามและข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ถูกฆ่าตายไปประมาณ ๓,๐๐๐ คนเศษ นี่คือสิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิดกับพี่น้องประชาชนทุกฝ์าย

ประการที่ ๒ สิทธิที่จะได้รับการศึกษา โรงเรียนถูกเผาวันแล้ววันเล่า เด็กนักเรียนจะต้องมีทหาร ตํารวจ คุ้มครองปัองกันถึงจะนั่งเรียนหนังสือในโรงเรียนได้ เพื่อที่จะให้ครูได้มีโอกาสสอนหนังสือให้กับเด็ก สิทธิที่จะได้รับการศึกษาก็ถูกละเมิด สิทธิในการทํางาน การประกอบอาชีพ ลองกองสุกก็ไม่สามารถออกไปเก็บได้ ยางจะต้อง กรีดทุกเช้ามืดก็ไม่สามารถออกไปกรีดได้ ครูที่จะต้องออกไปสอนหนังสือก็ต้องให้ตํารวจ และทหารคุ้มครอง พี่น้องประชาชนที่จะต้องขายน้ําชากาแฟในช่วงตอนค่ํามืด ก็ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นอันเปึนปัญหา อย่างต่อเนื่องมายาวนาน ถามว่าปัญหานี้รุนแรงตั้งแต่เมื่อไร รุนแรงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จนถึง ปัจจุบันในคราวที่รัฐบาลในยุคนั้นได้ผิดพลาดในเชิงนโยบายโดยการยุบ ศอ.บต. และ พตท. ท่านประธานครับ ผมก็ไม่อยากฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ กลับมาถึงรัฐบาลชุดนี้ท่านได้ แถลงนโยบายไว้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทันทีที่แถลงนโยบายเสร็จในวันที่ ๒๐ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ณ วิทยาลัยการปกครอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้เรียกข้าราชการซึ่งเปึนเครื่องมือของฝ์ายรัฐบาล ได้มอบหมายนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยถือปฏิบัติตามนโยบาย อย่างเร่งด่วน ๕ ประการ

ประการที่ ๑ การปัองกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

ประการที่ ๒ การจัดระเบียบสังคม

ประการที่ ๓ การปัองกันและการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทําลายป์าและ ทรัพยากรธรรมชาติ

ประการที่ ๔ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้

และประการที่ ๕ ปัญหาการชุมนุมร้องเรียน แต่ปรากฏว่าหลังจากประชุม เสร็จ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ป้ ๒๕๕๑ คือไม่กี่วันที่ผ่านมา ศูนย์ปฏิบัติการของ กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท ๐๒๑๔/ศปก.มท./ว ๑ คือเอกสาร ที่อยู่ในมือผม ปรากฏว่าหนังสือฉบับนี้ได้เปึนหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ถือปฏิบัติ โดยให้ปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรากฏว่านโยบายที่ ๑ คือ การปัองกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติด มีแน่นอน นโยบายที่ ๒ คือ การจัดระเบียบสังคม มีครับ นโยบายที่ ๓ คือ การปราบปรามตัดไม้ทําลายป์าและทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมก็เริ่มมีแล้ว เช่น จี้ประเด็นไปที่ที่ดินของบริษัท ศรีสุบรรณ หรือจี้ไปที่ที่ดินที่โคราช มีแค่ ๓ นโยบาย ปรากฏว่า นโยบายเร่งด่วนที่ว่าด้วยการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ออกหนังสือเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๑ โดย ศปก.มท. นั้นปรากฏว่าไม่มี ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตต่อไปว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลนี้ไม่จริงใจ ไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้รวมอีก ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ถ้าจริงใจและจริงจังต้องออกหนังสือเวียน สั่งการ กําหนดแนวทางในรายละเอียดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เสียดายครับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ได้อยู่ที่นี่จะได้ตอบ คําถามผมว่าทําไมจึงไม่ให้ความสําคัญ ออกหนังสือเวียนทั้งทีกลับละเว้นปัญหาว่าด้วย การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ แนวทางในการปฏิบัติที่จะให้ข้าราชการประจําปฏิบัตินั้นจะต้อง เข้าใจปัญหาจริง ๆ ตามแนวพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเห็นได้ว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ ๖ มีนาคมที่ผ่านมา รองเสนาธิการกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหารที่ (๒) นั่นคือรองเสนาธิการ คนที่ ๒ นะครับ ท่านให้ข้อคิดไว้ในคราวประชุมว่าได้ไป ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจประจําจังหวัด เพื่อทราบวัตถุประสงค์และติดตามการทํางาน ท่านให้ข้อคิดเอาไว้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดพัฒนาสันติรู้ตัวเองว่ามาทําอะไร แต่ในการไปสู่ เปัาหมายของการเอาชนะใจคนในหมู่บ้านคงอีกยาวไกล ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปพบปะ พูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ก็อาจไปสู่เปัาหมายได้ ท่านประธานครับ ท่าน มท. ๑ เดินทาง ไปจังหวัดสงขลาแทนที่จะไปให้แนวทางในการปฏิบัติให้เข้าถึงและเข้าใจพี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับไปทําความเข้าใจเฉพาะเจ้าหน้าที่ สิ่งเหล่านี้เขากําลัง รอขวัญกําลังใจและอยากสัมผัสคนของรัฐบาล ในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาครับ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบันมีรัฐมนตรีหลายท่านที่เดินทางลงไปและแม้แต่กระทั่งฝ์ายค้าน ในช่วงที่รณรงค์หาเสียงท่านชวน หลีกภัย ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกเราเข้าไปในหมู่บ้านตันหยงลิมออันเปึนหมู่บ้านที่เกิดปัญหาที่นาวิกโยธิน เสียชีวิต เราไปให้กําลังใจเขาไปรับฟังปัญหาที่แท้จริง การที่รัฐมนตรีไปฟังบรรยายสรุป จากข้าราชการเพียงประการเดียวนั้น ผมคิดว่าข้อเท็จจริงหรือความจริงทั้งหมดไม่ สามารถที่จะรับรู้รับทราบได้ จะต้องมีการป่ดบังครับท่านประธาน ทีนี้ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อท่านไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงการที่จะนําไปสู่การพัฒนาก็ลําบาก จะเห็นได้ว่าแผนและ ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ซึ่งแทนที่จะกําหนดโดยฝ์ายนโยบาย กลับกําหนดโดยกองอํานวยการรักษา ความมั่นคงภายในซึ่งกําหนดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๕๐ อยากจะเรียนถามไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า

ห้วงที่ ๑ ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ผ่านไปแล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ท่านจะต้องติดตามว่าห้วงที่ ๑ ในการแก้ไขปัญหาในการปรับ โครงสร้างและการใช้กําลังนั้นได้ดําเนินการไปถึงไหน หรือการปรับโครงสร้างและการใช้ กําลัง สิ่งที่เห็นเปึนประจักษ์ก็คือโต๊ะอิหม่ามซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าอาวาสถูกซ้อมตาย นี่คือ ประเด็นปัญหาอย่างยิ่งที่จะนําไปสู่การบานปลายในการสร้างแนวร่วมให้เกิดขึ้นและเพิ่ม ขึ้นมาอีก

ประการถัดไปครับ ในห้วงที่ ๒ คือในห้วงนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ป้ ๒๕๕๑ การจัดทําฐานข้อมูล การจัดทําฐานข้อมูลนั้น สิ่งสําคัญที่สุด ในเรื่องของงานทางด้านการข่าว ท่านประธานครับ เมื่อประมาณ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา นายแวยูโซะ แวดือราแม โจรก่อการร้ายบีอาร์เอ็น (BRN) ถูกยิงตาย ปรากฏว่าหลังจาก ถูกยิงตาย มีการพบข้อมูลลับของตํารวจส่วนหน้าและทหารกองทัพภาคที่ ๔ ซึ่งเปึนก๊อบปุ้ เดียวกันของทางราชการ ท่านประธานครับ ถ้าหากในเชิงนโยบายไม่ชัดเจน เรื่องของ การขายข่าวและเรื่องของการปฏิบัติตัวของข้าราชการจะเปึนอันตรายในการปฏิบัติหน้าที่ ของการแก้ไขปัญหาอย่างยิ่ง ผมขอย้ําเลยว่าในการขายข่าวให้กับฝ์ายตรงกันข้ามนั้น มีพันโททหาร อักษรย่อว่า อ ผมไม่อยากพูดที่นี่ จ.ส.อ. อีกคนหนึ่ง อักษรย่อนําหน้าว่า ส สระอุ พลเรือนอีกคนหนึ่ง อักษรย่อว่า อ การดําเนินการในเรื่องของการไม่เปึนเอกภาพ และการขายข่าวที่เกิดขึ้นนํามาสู่ความเสียชีวิตของข้าราชการที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ นี่คือการที่ฝ์ายการเมืองไม่เข้าถึงใจข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในเชิงฝ์ายข่าวและฝ์ายลับ นักการเมืองอย่างพวกเราต้องเข้าใจข้าราชการ ถ้าไม่เข้าใจ ปล่อยปละละเลยให้เขาไป ทํางานตามที่เขาคิดว่าเขาจะทําแล้ว การออกนอกลู่นอกทางเกิดขึ้นได้แน่นอน ทีนี้ปัญหา มีอยู่ว่า เมื่อเปึนเช่นนี้แล้ว ในห้วงที่ ๒ ที่ผมพูดถึงในการจัดทําข้อมูล สิ่งถัดมาก็คือ มีการพัฒนาปรับปรุงงานด้านการข่าวโดยต่อเนื่อง อันนี้ก็เห็นแล้วว่าประสิทธิภาพ ตกไปครับ ประการถัดไปครับ ฐานข้อมูลพื้นที่ครบถ้วน ครบถ้วนหรือเปล่าไม่ทราบ ฝ์ายนโยบายต้องรับทราบ มีการจัดระเบียบการควบคุมบุคคล ยานพาหนะและยุทธปัจจัย เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง นําเสนอให้ทราบว่าเกิดบกพร่องตรงไหน

ห้วงที่ ๓ ครับ ห้วงของการควบคุมพื้นที่และยุติการก่อการร้ายรายวัน นี่คือ เปึนห้วงที่จะเกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนเมษายนคืออีกไม่กี่วันข้างหน้า ฝ์ายนโยบาย ได้ดําเนินการพร้อมแล้วหรือยังที่จะแก้ไขปัญหาและยุติปัญหา นั่นคือเราต้องการผลลัพธ์ ว่าเปัาหมาย แกนนํา โครงสร้างขององค์กรของการก่อการร้ายนั้นจะต้องอยู่ใน ความควบคุมของฝ์ายรัฐอย่างชัดเจน และสามารถควบคุมพื้นที่และความเคลื่อนไหว ของประชาชนและฝ์ายก่อความไม่สงบได้สมบูรณ์ ประการถัดไปครับ จํานวนเหตุร้าย รายวันจะต้องลดลงตามลําดับ ผมย่อ ๆ ให้ท่านประธานได้รับทราบ ถามกลับไปยัง ฝ์ายนโยบายว่าขณะนี้ข้าราชการประจําที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบอกว่า ผมมอบอํานาจเต็มที่ให้กับฝ์ายกลาโหม ให้กับฝ์ายทหาร มอบอํานาจเต็มที่ให้กับฝ์าย ตํารวจ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า การใช้อัตรากําลังที่มีอยู่ล้นเหลือใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้และใน ๔ อําเภอนั้นได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เม็ดเงินงบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่หมอแวมาฮาดีได้พูดถึงนั้นเกิดประสิทธิภาพ พี่น้องอบอุ่นใจ และมีความปลอดภัยหรือเปล่า ท่านประธานครับ แผนอัตรากําลังเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ คือป้งบประมาณนี้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้ อัตรากําลังของ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า มีทั้งหมด ๖๒,๘๑๘ คน ประกอบด้วยส่วนใดบ้าง กอ.รมน. จังหวัด นั่นคือยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล ๖,๕๗๓ นาย ของทาง ศอ.บต. มี ๓๐๐ นาย พตท. ๒๙,๘๙๐ นาย ศูนย์ปฏิบัติการตํารวจส่วนหน้า มี ๑๖,๒๒๑ นาย หน่วยที่ ๒๕๑๑ ๑,๒๒๒ นาย หน่วยอื่น ๆ อีก ๗,๘๒๓ นาย นี่คือ ข้อมูลที่รับรองความถูกต้องโดยพันเอกท่านหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้จํานวน บุคคลก็ตาม เม็ดเงินงบประมาณก็ตาม แต่ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนยังตายรายวัน เผาโรงเรียนยังเกิดขึ้นเปึนระยะ ๆ ที่สําคัญก็คือการวางระเบิดซึ่งพี่น้องประชาชนและ เจ้าหน้าที่ ข้าราชการชั้นผู้น้อยตายเปึน ๒ วัน ๓ วันครั้ง สิ่งสําคัญที่สุดที่จะถามกลับ ไปยังรัฐบาลว่านโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมปล่อยมือให้กับทหาร ปล่อยมือให้กับตํารวจนั้น ฝ์ายนโยบายได้ควบคุม ให้ใช้การสมานฉันท์อยู่อีกหรือเปล่า บันทึกข้อความที่อยู่ในมือผมลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ ผบ.ทบ. คนปัจจุบันได้สั่งการในที่ประชุมการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้ ในข้อ ๑.๒ ให้หลีกเลี่ยงการใช้คําว่า สมานฉันท์ ข้อความตรงนี้ ในการบรรยายสรุป หรือการชี้แจงในโอกาสต่าง ๆ โดยให้ใช้คําว่า การดําเนินการให้เปึนไปตามกฎหมาย หรือข้อความที่มีความหมายในลักษณะการใช้อํานาจในทางของกฎหมายแทน เพียงแต่ การบรรยายสรุปก็ไม่อยากใช้วิธีการสมานฉันท์ ท่านประธานครับน่าเปึนห่วง การแก้ไข ปัญหาที่มีความรุนแรง จะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหานั้นมีแต่ความล้มเหลว ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๔ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้แก้ไขปัญหาโดยการนําการเมืองมา นําการทหาร ในช่วงป้ ๒๕๔๑-๒๕๔๓ พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลเราได้แก้ไขปัญหา โดยให้การเมืองนําการทหาร ถ้ารัฐบาลนี้จะได้ถาม พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ในการแก้ไข ปัญหาจนกระทั่งเหตุการณ์สงบลงไปเรื่อย ๆ ถ้ารัฐบาลนี้กลัวจะเสียหน้าถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาทําอย่างไรที่ทําให้เหตุการณ์มันสงบลง เกือบจะเรียกว่าหมดแล้ว ผมคิดว่าเปึนการร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง นั่นคือ การเมืองนําการทหารครับท่านประธานครับ สิ่งสําคัญถัดมาก็คือสิ่งที่น่าเปึนห่วง ที่มีการพูดกันมาก ขณะนี้กองกําลังที่อยู่ในพื้นที่มีทหารทั้งหมด ๒๒ กองพัน มี ๔ กองร้อย ฉก.ตชด. มี ๗ ฉก. ทหารพราน ผมจะกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่ากองกําลัง เหล่านี้อยู่ที่ไหน ที่จังหวัดยะลาครับ กองพันทหารราบที่ ๕๐๓ กองพันทหารราบ ที่ ๑๕๒๒ รามัน กองพันทหารราบที่ ๗๐๕ ที่กรงป่นัง กองพันทหารราบที่ ๑๕๒ ที่ยะหาบากัง กองพันทหารราบที่ ๒๕๑ ที่บันนังสตา กองพันทหารราบที่ ๓๑๒ ที่อําเภอธารโต เบตง แค่ยกตัวอย่างเอกสารอยู่ในมือผม ๒๒ กองพัน ๔ กองร้อย ฉก.ตชด. และ ๗ ฉก. ทหารพราน อัตรากําลังเต็มเพียบไหม เพียบ ให้เต็มที่ไหม ให้เต็มที่ แต่ประสิทธิภาพ ของการแก้ไขปัญหาอยู่ที่ฝ์ายนโยบาย ฝ์ายปฏิบัติพร้อมที่จะทํางานให้เกิดประสิทธิภาพ แต่ฝ์ายนโยบายจะต้องเปึนเอกภาพและสร้างความเปึนเอกภาพให้กับฝ์ายปฏิบัติว่า ทําอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือขณะนี้ถ้าหากว่ารัฐมนตรีท่านหนึ่งท่านใดที่รับผิดชอบ หรือนายกรัฐมนตรีเรียกฝ์ายตํารวจมาป่ดประตูไม่ให้ฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดเข้ามายุ่งเกี่ยว เข้ามาเสนอแนะ ถามฝ์ายตํารวจ ตํารวจก็บอกว่าตํารวจดีแล้ว ทหารกับพลเรือนต่างหาก ที่ไม่ดี ที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกันถ้าเรียกฝ์ายทหารมาสอบถามฝ์ายทหาร ทหาร ก็จะบอกว่าทหารดีที่สุดแล้ว ตํารวจกับพลเรือนต่างหากที่หย่อนยาน เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเรียกฝ์ายพลเรือนมาเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๔ จังหวัดมาสอบถาม ท่านก็ บอกว่าทหารและตํารวจใช้ความรุนแรง ส่วนพลเรือนใช้การเมืองนําการทหาร ท่านประธานที่เคารพครับ ให้ข้าราชการที่นั่งอยู่ข้างหลังได้โปรดบอกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ว่าฝ์ายนโยบายจะต้องทําความเปึนเอกภาพให้ได้ นั่นคือจะต้องมีรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีไปดูแลรับผิดชอบ ๑ ท่าน ณ ที่ ๓ จังหวัดหรือที่จังหวัดสงขลาก็ได้ ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้กําลังและก็ขาดความเปึนเอกภาพ ทีนี้ถัดไปถามว่าแนวทางในการพัฒนาทําอย่างไร เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ มติคณะรัฐมนตรีให้จัดกลุ่มจังหวัดออกเปึน ๑๙ กลุ่ม ต่อมา ๑๔ มกราคม ๒๕๕๑ เปลี่ยนแปลงใหม่เปึน ๑๘ กลุ่ม ท่านประธานครับ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาสอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่ ๘ ซึ่งเปึนจังหวัดนําร่องที่จะจัดทํา แผนงานโครงการและงบประมาณ ซึ่งจะต้องทําคําขอในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ถ้ารัฐบาลนี้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ผมขอกราบเรียนว่าจะต้องเร่งออกกฎหมาย อันเปึนเครื่องมือเพื่อที่จะให้กลุ่มจังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งงบประมาณมา เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน แต่ปรากฏว่า เมื่อเราดูพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดินในมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓/๑ มาตรา ๕๓/๒ ซึ่งกําหนดให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ จัดทําแผนพัฒนาและงบประมาณของจังหวัด และกลุ่มจังหวัด นับถึงวันนี้ที่ผมอภิปรายอยู่ ที่ผมเสนอสะท้อนปัญหาอยู่นี้รัฐบาลนี้ยังไม่ออกพระราชกฤษฎีกาครับท่านประธาน เมื่อไม่ออกพระราชกฤษฎีกา กลุ่มจังหวัดใน ๕ จังหวัดชายแดนเขาพร้อมที่จะพัฒนา ไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน เขาก็ตั้งคําของบประมาณไม่ได้ ก็ถามไปยัง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและนายกรัฐมนตรีว่าพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวที่จะเปึนฐาน ให้อํานาจแก่กลุ่มจังหวัดที่ผมพูดถึงเพื่อตั้งคําของบประมาณจะคลอดเมื่อไร ไหนบอกว่า จะไม่มีเวลาในการฮันนีมูน (Honeymoon) ระฆังเป็งยก ๑ จะต้องทํางานเลย แต่ปรากฏว่า ณ วันนี้ยังล่าช้าอยู่ครับท่านประธาน

ประเด็นปัญหาถัดไปที่แก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กันไม่ได้ ก็คือปัญหาเรื่องของการทุจริต ปัญหาเรื่องการทุจริต สําเนาด่วนมาก บันทึกข้อความ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๑ ผบ.ทบ. สรุปสั่งการมอบนโยบายไปถึงผู้อํานวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ในหน้าที่ ๒ ซึ่งอยู่ในมือผมนี้ ด้านส่งกําลังบํารุง ข้อที่ ๑.๔.๑ สั่งการไว้ว่า ให้ พตท. คือกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร เสนอความต้องการยานพาหนะ จักรยานยนต์ และเครื่องมือสื่อสารตามความจําเปึน ในทางยุทธการ อันนี้ไม่เปึนไร พอมาถึงข้อที่ ๑.๔.๒ ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กําลังจัดหายานเกราะล้อยางอยู่ เมื่อจัดหาเรียบร้อยแล้วจะเร่งแจกจ่ายให้กับหน่วยต่อไป ท่านประธานครับ เหตุที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเนื่องจากการวางระเบิดของโจรก่อการร้าย มีประสิทธิภาพมาก จะเห็นได้ว่ารถฮัมวี่ (Humvy) รถป่กอัพที่ใช้อยู่ในขณะนี้ไม่สามารถ ปัองกันระเบิดที่ฝังอยู่บนพื้นถนน และเมื่อกองกําลังของเราเข้าไปรักษาความเรียบร้อย หรือให้ความอบอุ่นใจแก่พี่น้องประชาชนผ่านไป ณ ที่จุดฝังระเบิด ฝ์ายโจรก่อการร้ายก็จุด ระเบิดระเบิดพลิกคว่ํา หลังจากนั้นโจรก่อการร้ายที่ซุ่มอยู่ ๒ ข้างทางก็จะออกมายิง เจ้าหน้าที่ ทหาร หรือตํารวจ ตายทีหนึ่ง ๓ คน ๕ คน ๘ คน แล้วก็ขโมยหรือปล้นเอา อาวุธป๋นไป สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขากําลัง ติดตามกันว่าในการจัดซื้อยานเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนนั้นส่อกลิ่นไม่ดี ไม่โปร่งใส ดูได้จากการประชุมของคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก เมื่อครั้งที่ ๒/๒๕๕๐ ณ ห้องประชุม สพก.ทบ. ชั้น ๕ ในวันอังคารที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ ซึ่งการจัดซื้อยานเกราะล้อยาง บันทึกประชุมที่อยู่ในมือผมนี้ ฝ์ายเสนาธิการของ กองทัพบกได้ตั้งคําถามว่ายานเกราะล้อยางที่จะซื้อจากประเทศยูเครนนั้น ในการจัดซื้อ ดังกล่าวสามารถที่จะปัองกันระเบิดที่ใต้ท้องได้หรือเปล่า ปรากฏว่าฝ์ายคณะทํางานได้ ตอบว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล ท่านประธานครับ นั่นคือการจัดซื้อยานเกราะล้อยางที่ขาดคุณภาพ ซื้อไปแล้วได้แค่ซื้อ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทแต่ถ้าไม่สามารถปัองกันความปลอดภัยให้กับกองกําลังพลได้ ซื้อไปทําไม ที่สําคัญที่สุดก็คือมีการตอบคําถามว่ารถดังกล่าวจากยูเครนนั้นเป่ดประตู ด้านข้าง ปรากฏว่าฝ์ายยุทธการกองทัพบกตอบคําถามว่ารถคันดังกล่าวเป่ดประตู ด้านข้าง ซึ่งเรายังไม่เคยฝ๊กทหารให้ใช้รถยานเกราะล้อยางเป่ดประตูด้านข้าง มีแต่ ประตูด้านหลัง ท่านประธานที่เคารพ การส่งกลิ่นของความไม่โปร่งใสนั้นเข้าหูถึง สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) สตง. ได้มีหนังสือฉบับวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ถึงผู้บัญชาการกองทัพบกให้ตอบคําถามในเรื่องของการเชิญชวนตัวแทนหรือบริษัท มาเสนอขายรถยานเกราะล้อยาง ว่าในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๐ มีความโปร่งใส ตอบคําถามได้หรือไม่ อย่างไร มีทั้งหมด ๗ คําถาม จนกระทั่งวันนี้เกือบสิ้นเดือนมีนาคม ป้ ๒๕๕๑ เกือบ ๑ ป้แล้วกองทัพบกยังไม่ตอบคําถามให้กับ สตง. จนกระทั่งมีสื่อนําไป เขียนว่า สตง. จี้กองทัพบกแจงซื้อยานเกราะพ่วง สอบซื้อป๋นแพงเท่าตัว ท่านประธานครับ นี่คือข้อกังวลของผมในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องของ การทุจริต ส่วนทุจริตรายเล็กรายน้อยที่มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ การจ้างผู้สืบหา ข่าวที่ไม่มีตัวตน การขนย้ายกําลังคนในช่วงของการสับเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง เงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทซึ่งเปึนภาษีของพี่น้องประชาชนควรจะตกถึงมือพี่น้องประชาชนในกรณีที่ เปึนโครงการในเชิงพัฒนา ควรจะตกถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไปเฝัารักษาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนที่นั่น ผมขอยกตัวอย่าง เงินค่าเสี่ยงภัยให้กับ ตํารวจ ทหารชั้นผู้น้อยก่อนหน้านี้จ่ายให้เดือนละ ๒,๕๐๐ บาท ณ วันนี้ตัดเหลือเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ๑,๐๐๐ บาทแค่ใช้โทรศัพท์แจ้งความเปึนอยู่ในแต่ละวัน ให้ลูกเมียที่อยู่ทางบ้านในภาคอีสาน ในภาคเหนือหรือในกรุงเทพฯ ก็ยังไม่พอเลย อย่าว่า เปึนการให้เพียงพอกับการเสี่ยงต่อชีวิตในการที่เขาต้องเสียสละไปกินไปนอนอยู่ในพื้นที่ ในบังเกอร์ (Bunger) เลย ท่านประธานจะต้องแจ้งให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้กวดขันใน เรื่องของการทุจริต กินเลือดกินเนื้อเอากับข้าราชการชั้นผู้น้อยและมีการเบียดบังนั่นคือ อีกปัญหาหนึ่ง ท่านประธานครับ ทีนี้การเสนอแนะในการแก้ไขปัญหานอกเหนือจาก เพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมกันเสนอแนะแล้ว ผมขอเสนอแนะ ประการที่ ๑ ให้ใช้การเมือง นําการทหาร ประการที่ ๒ ต้องเกิดเอกภาพในเชิงยุทธศาสตร์และการบริหาร ประการที่ ๓ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคมลงไปสู่การปฏิบัติก็คือ การอํานวย ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นตามความเปึนจริง และประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม ต้องสร้าง โอกาสในการพัฒนา รายละเอียดนอกเหนือจากที่เพื่อน ๆ ได้เสนอแล้ว ผมอยากให้มี การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติองค์การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ป้ ๒๕๔๐ เช่น ให้จัดตั้งกองทุนสหการ และองค์กรบริหารกิจการฮัจญ์ ตั้งกองทุนเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบโดยมีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่หน่วยงานไหนจะจ่ายเท่าไรก็อยู่ที่ดุลยพินิจ อันนี้จะต้องมีกฎหมายรองรับครับท่านประธาน จัดตั้งศาลซารีอะห์เพื่อที่จะจัดการ เรื่องข้อพิพาทในครอบครัวและมรดกระหว่างผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่สําคัญ นอกจากนั้นก็คือคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ส่งเสริมศักยภาพให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีศักยภาพ ท่านชํานิได้เสนอไปแล้ว จัดตั้งสภาพัฒนาเศรษฐกิจ เฉพาะพื้นที่ และที่สําคัญที่สุดก็คือขยายผลโครงการอาหารฮาลาลให้เกิดอุตสาหกรรม อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ เป่ดการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องของการประกอบ กิจการประมง พัฒนาการศึกษาโดยคํานึงถึงศักยภาพและเอกลักษณ์ของพื้นที่ ที่สําคัญที่สุดผมอยากได้ คําตอบจากรัฐบาลว่าขณะนี้ ส.ส. ของพรรคร่วมรัฐบาลมีทั้งหมด ๙ ท่านซึ่งเปึน ส.ส. ในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ส.ส. เขต ๗ ท่าน ส.ส. สัดส่วน ๒ ท่าน ในจํานวน ๗ ท่านนี้ผมคิดว่าน่าจะมีท่านหนึ่งท่านใดที่มีความสามารถ มีประสิทธิภาพ และศักยภาพพอที่จะเปึนรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเขารู้ปัญหาดี ไม่ใช่ให้ ส.ส. จากที่ไหนไม่รู้ ใครที่ไหนก็ไม่รู้เข้าไปแก้ไขปัญหา ในคราวที่ลงไปดูปัญหา ไปดูสภาพการเกิดเหตุหรือความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน หรือความเปึนอยู่ของ ข้าราชการชั้นผู้น้อยกลับลงไปดูเฉพาะที่จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหา ที่ดีที่สุดนั้นจะต้องมีความจริงจังจริงใจ ขอฝากไปยังท่านรัฐบาลโดยผ่านท่านประธานว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นเปึนการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่าง ๓๖ คนซึ่งเปึนคณะรัฐมนตรี และพวกผมที่อยู่ข้างล่าง ๔๐๐ กว่าคน ถ้าหากเราคิดว่าปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาในเชิง การเมือง เปึนปัญหาที่โยนให้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นคนอื่นไม่รู้ปัญหา เปึนการคิดที่ผิด เหน็บกันไปเหน็บกันมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ ๑. จะต้องกล้ารับผิดชอบ ต้องมีรัฐมนตรี ต้องมีกฎหมายอย่างที่พวกผมได้เสนอไว้ ก็ขอฝากไปยังรัฐบาลได้พิจารณาให้ละเอียด และนําไปสู่การปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ