สมเกียรติ ศรลัมพ์ หารือเรื่องปัญหาภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่าปัญหานี้ต้องบูรณาการแก้ไข โดยให้อิสระทางการเงินและความคิดแก่ภาคใต้ และให้ความร่วมมือระหว่างส่วนงานต่าง ๆ ของสังคมในการแก้ไขปัญหา และเห็นว่าปัญหานี้เป็น "อีเมอร์เจนซี เคส" ของสังคมที่ต้องแก้ไขโดยไม่ผ่านกระบวนการขั้นตอนใด ๆ ทั้งสิ้น และขอเสนอแนะให้ใช้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เป็นทางการในการขับเคลื่อนการทำงาน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมได้เสนอญัตติเกี่ยวกับภาคใต้นี้มาตั้งแต่เดือนมกราคม เพราะเห็นว่า ญัตตินี้เปึนเรื่องที่สําคัญ เราจะเห็นได้ว่าปัญหาภาคใต้นั้นได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวด เปึนแผลเรื้อรังของสังคมนี้มานาน เมื่อประชาชนชาวภาคใต้ได้รับความเดือดร้อน ผมเชื่อว่า ความเดือดร้อนนั้นส่งผลกระทบถึงจิตใจของพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๔ ล้านคน วันนี้จึงได้มี โอกาสที่จะได้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าเรื่องนี้เดิมจริง ๆ นั้นไม่ได้เสนอเปึนญัตติด่วน แต่ด้วยความกรุณาของท่านประธานทําให้เรื่องนี้เปึนญัตติด่วนได้ แล้วเชื่อว่าหลังจาก ที่เราได้พูดกันในวันนี้แล้วจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการแก้ไขปัญหาอีกหลาย ประการ กระผมในฐานะผู้เสนอญัตตินั้นผมจะให้ข้อสังเกตเปึนลําดับดังนี้ครับว่า
ปัญหาชายแดนภาคใต้ที่เราจะต้องดูกันนั้น ผมจะพูดในเชิงของสภาพ ทั่วไปในระดับโลกเราจะเห็นได้ว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้นสังคมเรามีการต่อสู้กัน ระหว่างทุนนิยมกับสังคมนิยม หลังจากนั้นมาแล้วสังคมนิยมอ่อนแอ ทุนนิยมยังอยู่ แต่ปัจจุบันนี้มีการต่อสู้กันระหว่างเขาเรียกคือ แคพิทอลลิสท์ (Capitalist : กลุ่มทุนนิยม) กับโมรัลลิสท์ (Moralist : กลุ่มศีลธรรม) เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้กําลังเกิดปัญหาสังคมว่า การต่อสู้ในเชิงศาสนากับทุนนิยมกําลังต่อสู้กัน เราต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าสังคมไทย เรานั้นเปึนผืนที่ เปึนเวทีการต่อสู้นั้นหรือไม่ในระดับโลก เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นในระดับโลกแล้วเรามามัวแก้ไขในระดับประเทศนั้นไม่มีทางแก้ไขได้ เราจะสังเกต ได้ว่าสมัยที่เราต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทยนั้นเราต่อสู้มาตั้งนาน พอหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ไปเจรจากับเหมา เจ๋อ ตุง ตกลงกับจีนได้ ปัญหา พรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยก็หมดสิ้นไป เพราะว่าเราสามารถตัดต่อขั้นตอน การส่งเสริมหรือว่าการสนับสนุนได้ นี่คือประเด็นที่เกิดขึ้นที่ผมจะฝากข้อคิดในระดับหนึ่ง ที่จะต้องมีการแก้ไขกัน
อีกประการหนึ่งที่เราจะต้องดูกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญ ในอดีตที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เขาเรียกว่า โกรท (Growth) การพัฒนา ๖.๖ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๖.๖ มาตลอด พอหลังจากป้ ๒๕๔๖ นั้น เหลือการพัฒนา คือ ๑.๐๔ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าไม่มีการลงทุนอะไรเลยในป้ ๒๕๔๙ สิ่งเหล่านี้ทําให้ การพัฒนาศักยภาพชายแดนภาคใต้เริ่มลดลง ๆ แล้วก็จะทําให้คนมีความรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัย เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นการแก้ไขของประเทศที่ผ่านมานั้นรัฐบาลทําอย่างไรบ้าง รัฐบาลทุกชุดได้ให้ความสําคัญกําหนดเปึนวาระแห่งชาติ ซึ่งเราจะเห็นได้ตลอดนะครับว่า นโยบายของรัฐบาลในชุดที่ผ่านมาคือนโยบายสร้างสันติสุขให้กับชายแดนภาคใต้มี ๔ ประการคือ ยุทธศาสตร์พระราชทาน คือการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ยุทธศาสตร์ การอํานวยการ ความเปึนธรรม การมีส่วนร่วมและการสร้างความเข้าใจในประเทศ และต่างประเทศ
อีกประการหนึ่ง การจัดโครงสร้างในปัญหาชายแดนภาคใต้นั้น เราจะเห็น ได้ว่าได้มอบนโยบายให้ กอ.รมน. (กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) รับผิดชอบ ในภาพรวม กอ.รมน. ภาค ๔ รับผิดชอบ อํานวยการปฏิบัติในพื้นที่ ศอ.บต. รับผิดชอบ มิติการพัฒนาร่วมกันกับหน่วยงานราชการ แล้วก็จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วน พตท. นั้น รับผิดชอบมิติของทหาร สิ่งเหล่านี้เราจะเห็นได้ว่าที่ผมเอามาพูดนั้นรัฐบาลได้หาทาง แก้ไขโดยตลอด ส่วนผมจะวิเคราะห์ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทําไมถึงแก้ไขไม่ได้ เราทราบ ใช่ไหมครับว่าปัญหาต่าง ๆ ของชายแดนภาคใต้ผมคิดว่ามันเปึนอีเมอร์เจนซี เคส (Emergency case) ของสังคม มันเปึนวิกฤติของสังคมผมจะยกตัวอย่าง สมมุติว่า ร่างกายเรานี้ครับ ถ้าเราเจ็บป์วยเราเดินไปที่โรงพยาบาล เราก็ไปเวชระเบียนไปตรวจ ความดัน ไปตรวจเพรสเชอร์ (Pressure) ต่าง ๆ แล้วก็ไปทําเวชระเบียน ทําทะเบียน กว่าจะถึงหมอใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง นี่คือปกติ แต่ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุ เปึนอีเมอร์เจนซี เคส ไม่ต้องผ่านขั้นตอนใด ๆ เข้าไปในโรงพยาบาลเขาพาเข้าไปห้องไอซียู (ICU) สามารถ ดําเนินการทุกขั้นตอน เพราะเพื่อจะปกปัองชีวิตเราไว้ก่อน ผมมองว่าปัญหาชายแดน ภาคใต้นี้เปึนอีเมอร์เจนซี เคสของสังคมที่ต้องไม่ผ่านกระบวนการขั้นตอนใด ๆ ปัจจุบัน มีการใช้งบประมาณ ผมจะยกตัวอย่างในป้ ๒๕๕๑ มีใช้งบประมาณถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเปึนงานเกี่ยวกับ กอ.รมน. ๖,๕๐๐ ล้านบาท แล้วอยู่ใน ศอ.บต. ๑,๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็แผนปฏิบัติเกี่ยวกับความมั่นคง ๙,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณตามอํานาจหน้าที่ กระทรวง ทบวง กรมที่ตั้งไป ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านคิดเถอะครับ พอเรามาลง รายละเอียดนั้นแต่ละกระทรวง ทบวง กรมก็จะตั้งโครงงานตามสัดส่วนของเขา แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย หลายคนที่ไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยง ทุกคนเกิดปัญหาความขาดแคลนในการปฏิบัติหน้าที่ มีขวัญกําลังใจที่ย่ําแย่เปึน จํานวนมาก เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าการแก้ไขต่าง ๆ เหล่านั้นถ้าดําเนินการที่ทํามา เราต้องแก้ไข เช่น ปัญหาระบบโครงสร้างในการดําเนินการเกี่ยวกับระบบราชการ เราจะเห็นได้ว่าเราใช้โครงสร้างของระบบราชการที่ไปใช้นี่แข็งตัวไม่ยืดหยุ่น เมื่อไม่ยืดหยุ่น เปึนรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ จึงทําให้การปฏิบัติชายแดนภาคใต้นี้ไม่สามารถ ดําเนินการได้อย่างถึงที่ เพราะฉะนั้นแล้วผมยกตัวอย่าง อย่างทหารที่เข้าไปอยู่ใน ชายแดนภาคใต้ มีนาวิกโยธิน หน่วยรบพิเศษ แล้วก็มีเกี่ยวกับทหารม้า แล้วก็มีกองทัพ ท่านเชื่อไหมครับในบางอําเภอมีหน่วยงานที่ต่างสังกัดถึง ๓-๔ หน่วยงาน มีทั้งทหารม้า มีทั้งนาวิกโยธิน แล้วเวลาทํางานไม่ประสานกัน สมมุติมีเหตุเกิดขึ้นทุกคนก็จะฟัง เจ้านายที่อยู่กรุงเทพมหานครว่าจะสั่งเคลื่อนไหม ทําอย่างไรไหม สิ่งเหล่านี้แหละครับ แค่หน่วยรบ พอเกิดเหตุการณ์มาก็ไม่สามารถเคลื่อนพลไปบูรณาการกันได้ นี่ผม จะยกตัวอย่างคือความแข็งตัวที่เกิดขึ้น แล้วจะเสนอว่าการแก้ไขปัญหาจะเปึนอย่างไร มีคนท้าทายบอกว่าสมมุติว่าให้อําเภอนี้ จังหวัดนี้ ให้นาวิกโยธินรับผิดชอบทั้งจังหวัด แล้วก็จะทําให้ดูเลยว่าเปึนอย่างไร หรือมาบอกว่าให้แยกหน่วยรบพิเศษลพบุรี รับผิดชอบ ถ้ามีการแยกกันรับผิดชอบบูรณาการเฉพาะในเขตจังหวัด ท่านเชื่อไหมครับว่า ในอําเภอเดียวมีตั้งหลายองค์กร สิ่งเหล่านี้ทําให้เกิดปัญหานะครับ
ทีนี้มาดูเรื่องการบริหารงานบุคคล ปัจจุบันนี้การบริหารงานบุคคลนั้น เราขาดคนที่มีความรู้ความสามารถ เพราะว่า ศอ.บต. ยังไม่เปึนหน่วยงานที่เปึนทางการ ได้รับการแต่งตั้ง คือการขอตัวบุคคลมาจากหน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรมอื่น ทําให้ ขวัญกําลังใจและความรู้สึกของข้าราชการนั้นไม่แน่นอน ซึ่งปัจจุบันนี้พระราชบัญญัติ ก็เสร็จแล้ว เชื่อว่าโครงสร้างใหม่จะทําให้ขวัญกําลังใจของข้าราชการนั้นดีขึ้น แล้วการทํางานนั้นมีประสิทธิภาพ ได้คนที่ดีมาทํางาน ข้อเสนอแนะผมจะขออนุญาต ที่จะเกริ่นเท่านั้นเพื่อจะให้ท่านสมาชิกของผมอีกท่านหนึ่งได้มาพูดถึงรายละเอียดถึงตัว ที่เปึนรูปธรรม ผมได้กล่าวแล้วว่าเมื่อมันเปึนอีเมอร์เจนซี เคสของสังคมนั้น เราจะต้องผ่าน ทุกขั้นตอน ในความรู้สึกผมนะครับว่าเงินที่หลอมลงไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในป้หน้าอีก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมากมายมหาศาลแต่ทําไมแก้ไขปัญหาภาคใต้ไม่ได้ เพราะมันจม เข้าไปในระบบ ถ้ามีการออกพระราชบัญญัติ ผมยกตัวอย่าง เช่น เขตปฏิบัติราชการพิเศษ แล้วจะมีหน่วยงานที่ตั้งแล้วไม่ว่าจะเปึน กอ.รมน. ศอ.บต. หรือหน่วยงานอะไรก็ตาม ที่มาขับเคลื่อน เงินต่าง ๆ ที่ให้มาเลิกเสียครับ ที่ให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ตั้งมา ตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่มีประโยชน์ เอามากองเปึนงบอุดหนุนเลยที่หน่วยงานนี้ แล้วก็วางยุทธศาสตร์บูรณาการร่วมกันเลย ถ้าสมมุติว่าหน่วยงานหลักจะเปึน รองนายกรัฐมนตรีเปึนประธานรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เราจะใช้นโยบาย เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มีนโยบายขับเคลื่อนโดยใช้องค์กรนี้เปึนหลัก แล้วก็หน่วยงานราชการใดที่จะ ดําเนินการก็สอดคล้องเข้ากับนโยบายเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างตั้งที่สํานักงบประมาณ เสร็จแล้วก็ขาดการบูรณาการ พอเรื่องบางเรื่องไปถึง ท่านเชื่อไหมครับว่าเรื่องบางเรื่อง หน่วยทหารหน่วยหนึ่งตั้งงบประมาณไปกว่าจะมาถึงนี่ประมาณ ๓-๔ เดือน หน่วยทหาร หน่วยนี้ย้ายกลับไปแล้วครับ กลับไปอยู่ลพบุรีแล้ว หน่วยใหม่ที่เข้ามาก็ไม่รู้เรื่องเก่า ตั้งเอามาเพื่ออะไรก็ตั้งเบิกกันไปอย่างไร้เหตุผล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เอามาพูด ให้เกิดความเสียหาย แต่ว่ามันเปึนปัญหาขององค์กรที่จะต้องแก้ไขนะครับ
ทีนี้อีกประเด็นหนึ่งที่เราจะดูกันคือว่า เรื่องบางเรื่องเราจะตั้งนิคม อุตสาหกรรมเขตฮาลาล ก็ต้องมีการขออนุญาตกระทรวงอุตสาหกรรม ขออนุญาตสิ่งต่าง ๆ เราจะเอาโรงเรียนปอเนาะก็ต้องขออนุญาต ศช. (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา เอกชน) สิ่งต่าง ๆ กลไกต่าง ๆ เหล่านี้คือระบบปกติ ผมมีความรู้สึกว่าเมื่อเราเห็นว่า ภาคใต้เปึนปัญหาเฉพาะ จะต้องมีพระราชบัญญัติเฉพาะยกเว้นการปฏิบัติว่าด้วย เรื่องสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยเรื่องขั้น ๒ ขั้นต่าง ๆ ของราชการให้เงินอุดหนุน ดําเนินการให้เปึน อีเมอร์เจนซี เคสแล้วก็ใช้เวลา ๓ ป้ ๕ ป้ แล้วก็ดําเนินการให้สําเร็จ ถ้าเปึนอย่างนี้นะครับ ให้อิสระทางการเงิน ให้อิสระทางความคิด ยกเว้นการปฏิบัติ อย่างที่ผมกราบเรียน สมมุติว่าการดําเนินการเรื่องโรงเรียนปอเนาะทําไมไม่สําเร็จ ก็ต้องเข้าคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน ต้องมาพิจารณาดูเรื่องนี้จะให้งบประมาณได้หรือไม่ พอเราเข้าไป ในระบบกระทรวง ทบวง กรมนั้นจะเสียเวลาจะติดระเบียบราชการหมด ถ้าเราจะแก้ไข ปัญหาจริง ๆ ต้องยอมรับว่าปัญหาภาคใต้นั้นเปึนปัญหาที่ต้องบูรณาการ ผมอยู่ คลังสมองของ วปอ. (วิทยาลัยปัองกันราชอาณาจักร) นะครับ ผมเชื่อว่าส่วนงานต่าง ๆ ของสังคมได้ศึกษาปัญหาภาคใต้อย่างละเอียดและครบถ้วน รู้ถึงสาเหตุทาง ประวัติศาสตร์ รู้ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นในโครงสร้างองค์กร แต่ถามว่าทําไมถึงแก้ไขไม่ได้ ผมจะไม่พูดถึงว่าผลประโยชน์ใครที่เกิดขึ้น ผมไม่เชื่อว่าคนไทยนี่จะขายแผ่นดิน เอาความตายของคนภาคใต้นั้นมาเปึนผลประโยชน์ตัวเอง ผมไม่เชื่อ แต่ผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ต้องแก้ไขกัน ถ้ามีการบูรณาการช่วยกันผมเชื่อว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มีความตั้งใจจริง ตั้งใจนะครับ ท่านเดินทางไปหาหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ มีความใจกว้างที่จะถามกันว่าเอาปัญหานี้เปึนปัญหาของประเทศชาติ เมื่อวานผมฟังพูดคุยกันผมก็มีความรู้สึกว่า ถ้าสังคมเราทุกคนเดินเข้าหากัน กฎหมาย ของพรรคประชาธิปัตย์เสนอมา รัฐบาลรับ เตรียมดําเนินการ แก้ไขบางส่วน ถ้าเรา เอาปัญหาภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาการเมือง แต่เปึนปัญหาที่พวกเราต้องช่วยร่วมกัน ผมเชื่อมิตินี้เราสามารถแก้ไขได้ ไม่มีเรื่องอะไรถ้าคนไทยรวมตัวกันแล้วแก้ไขไม่ได้ ทีนี้อีกประการหนึ่งก็คือว่าปัญหาหลักการที่เราจะต้องดําเนินการเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหานั้น ถ้าเราตั้งใจที่จะดําเนินการร่วมกันแล้วก็คิดว่าเรื่องนี้เปึนปัญหาของประเทศ เราแก้ไขได้
ปัญหาที่จะต้องดําเนินการอีกประการหนึ่งคือ การทํางานที่เกี่ยวกับภายใน องค์กร ท่านเชื่อไหมครับว่าปัจจุบันองค์กรที่กําลังก่อตั้งนี่นะครับ ผมดูโครงสร้างใหม่ของ กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหรือกฎหมาย กอ.รมน. ก็ตามนี่มีแต่โครงสร้างของระบบ ราชการ แต่ไม่มีโครงสร้างของภาคประชาชนเข้าไปบูรณาการแสดงความคิดเห็น สิ่งเหล่านี้จะทําให้เราไม่สามารถที่จะได้ระดมความคิดเห็นประชาชน ผมได้คุยกับพี่น้อง ชาวมุสลิมท่านหนึ่งนะครับ ท่านบอกว่าปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาระดับสากล หรอก เขาบอกอย่างนั้น ปัญหาคนนี่ ๑. ยาเสพติด ๒. คณะกรรมการที่เขาเรียกว่า รักษา ความปลอดภัยของหมู่บ้าน นี่ครับ ที่ภาคใต้นี่มีอยู่ ๒,๐๐๐ หมู่บ้าน เราตั้งคณะรักษา หมู่บ้านนี่ประมาณ ๓๐ คน แต่ละหมู่บ้านถ้าให้เงินเดือนนะครับ ครั้งที่แล้วให้กันแบบว่า น้อยเกินไปจนเขาต้องไปตัดยาง ลองให้เขาสิครับเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท แล้วสามารถที่จะ มีหน้าที่ในการดูแลสารทุกข์สุกดิบทุกหมู่บ้าน เขาบอกว่าเหตุการณ์จะสงบ เพราะคนเรานี่ ผมดู ๗,๐๐๐ บาท ก็ใช้เงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเราใช้ตั้ง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลองดูมิติการแก้ไขเถอะครับว่า ๑. เอาทหารไปฝ๊กอบรม การที่พลังของประชาชน กองทัพ จรยุทธ์นั้นนี่ ทหารมีความถนัดในการรบในแบบ แต่ว่าการต่อสู้เปึนการรบนอกแบบ เพราะฉะนั้นแล้วเข้าไปเท่าไรก็มีแต่ทางเสียเปรียบ มันต้องให้ประชาชนเข้าไปผลักดัน ซึ่งกันและกัน เพราะประชาชนจะรู้ นั่นก็คือมีการเสนอว่าให้ทหารนี่มาอบรมกองกําลัง รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านนั้น แล้วก็ค่อย ๆ ถอยออกมา แล้วก็ให้เขานี่ขับเคลื่อน แล้วให้ค่าใช้จ่ายเขาดูแลในการรักษาหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพะวงว่าจะต้อง ทํามาหากิน เขาบอกเขาเชื่อมั่นได้เลยว่าเหตุการณ์ความสงบจะเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เปึน สิ่งที่ผมจะฝากบอกไว้ แล้วผมขอกราบเรียนว่าปัญหาภาคใต้นั้นนี่เปึนความเจ็บปวด แล้วผมเชื่อว่าเมื่อวานนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มารับปากว่าจะแก้ไข แล้วผมเชื่อว่าจะมีการบูรณาการกับฝ์ายทหารกับฝ์ายหน่วยงานราชการ แต่จุดเปึน จุดตายที่ผมขอที่จะเน้นวันนี้ก็คือว่า ๑. อย่าให้การเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทถูกตั้ง โดยกระทรวง ทบวง กรมแบบเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นเงินก็จะสลายไม่มีพลังในการต่อสู้ แต่ถ้าท่านเปลี่ยนเรื่องงบประมาณใหม่ มีวิธีการจัดการ ออกพระราชบัญญัติใหม่ให้ชัดเจน ว่าเงินนั้นเปึนเงินอุดหนุนเข้าไปในองค์กรนั้นเลยแล้วค่อยจําแนกแจกแจงไปตาม ยุทธศาสตร์และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามที่จุดเน้น ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้แหละจะแก้ไข ปัญหานั้นได้ ข้าราชการที่อยู่ภาคใต้เรามีอะไรที่จะให้สิทธิพิเศษเขา มีอะไรที่จะให้ขั้นสองขั้น มีอะไรที่จะให้เงินพิเศษอุดหนุนดําเนินการเพื่อขวัญกําลังใจ เพราะฉะนั้นแล้วทุกคนก็จะมี ความภาคภูมิใจที่รักษาปฐพีผืนแผ่นดินนี้อยู่ได้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อนสมาชิกคือหมอแวมาฮาดีก็จะมาพูดถึงเรื่องของปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเปึน รูปธรรมเขาจะมีความใกล้ชิดกับพื้นที่มากกว่าผม เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตพูด แต่เรื่องหลักการที่เกิดขึ้นเพื่อจะให้สมาชิกได้พูดว่าถ้าเราตั้งใจกันจริง ๆ รวมตัวกันจริง ๆ แก้ไขกันจริง ๆ นั้นสิ่งเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน ภาคใต้ขอบคุณครับ