ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรควบคุมและกำกับดูแลสภาพัฒนาการของตำรวจสันติบาลให้ปฏิบัติตามนโยบายและกฎหมาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการย้ายตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนกรณีการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายเหตุผลในการย้ายตำแหน่งนี้
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑ คือเมื่อวานซืนนี้เอง กองบัญชาการ ตํารวจสันติบาลได้มีคําสั่งให้ พลตํารวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการ ตํารวจสันติบาล และ พันตํารวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บังคับการตํารวจสันติบาล ๑ ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติส่วนหน้า จังหวัดยะลา โดยไม่มีกําหนดครับ อ้างว่าเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับด้านการข่าวตามความมั่นคง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการควบคุมกํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
ประการที่ ๑ ท่านมีตําแหน่งเปึนประธานคณะกรรมการนโยบายตํารวจ แห่งชาติ มีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดนโยบายการบริหารราชการตํารวจและกํากับดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ แบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายตาม พ.ร.บ. ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗
ประการที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีมีตําแหน่งและมีอํานาจเปึนประธาน คณะกรรมการข้าราชการตํารวจ มีอํานาจหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการ ตํารวจ ออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกําหนด ประกาศ หรือมติเกี่ยวกับการบริหารงาน บุคคล ผมขอเน้นนะครับ ท่านมีอํานาจเกี่ยวกับบริหารงานบุคคลทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทีนี้เมื่อเหตุการณ์เปึนเช่นนี้ประเด็นปัญหามีอยู่ว่าทั้ง ๒ ท่านนี้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ งานที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงขนาดว่าน่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม น่าจะฝ์าฝ๋นระบบ คุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ท่านประธานครับ ผมขอนําเรียนย้อนอดีตสักนิดหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ คือป้ที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติในการประชุม ครั้งที่ ๑๑๔ ป้ ๒๕๕๐ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจกองบัญชาการตํารวจสันติบาล ประกอบด้วย พลตํารวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตํารวจสันติบาล และ พันตํารวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บังคับการตํารวจสันติบาล ๑ กับพวกรวม ๗๐๘ นาย เปึนเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้งเพื่อดําเนินการสืบสวนสอบสวน กรณีมีการกระทํา อันเปึนการฝ์าฝ๋นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นทั้ง ๒ ท่านนี้ได้ทําการสืบสวนสอบสวนได้ความว่า มีการกระทําความผิดเลือกตั้งขึ้น มีการส่อพฤติการณ์ว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงขึ้น ในจังหวัดเชียงราย จากการสืบสวนสอบสวนทั้ง ๒ ท่านนี้ได้ทํางานทันทีครับ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๐ นั่นเอง ได้ดําเนินการสืบสวนสอบสวนตามการมอบหมายของ กกต. ตรวจพบว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรของเราส่อว่ากระทํา ความผิดต่อพระราชบัญญัติดังกล่าว นั่นมีการซื้อเสียงจนกระทั่งมีการสืบสวนสอบสวน สุดท้ายสรุปสํานวนให้ กกต. กกต. ได้รับเรื่องเอาไว้ หลังจากนั้นก็ดําเนินการสืบสวน สอบสวนต่อไป ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนจากชุดนี้มาเปึน ชุดอื่นอีกชุดหนึ่ง แต่สุดท้ายอย่างไรก็ตามการดําเนินการดังกล่าวซึ่งเกิดผลมาจาก การทํางานของ ๒ ตํารวจที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน ยังคงยืนยันว่า ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรส่อว่ากระทําความผิด ท่านประธานครับ ผลของการดําเนินการ ดังกล่าวนี้ส่งผลให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกย้ายมาแล้วหลายคน เช่น พันตํารวจเอก เอกพงศ์ อมรมุนีพงศ์ ผู้กํากับ สภ.อ. แม่จัน ถูกย้าย พลตํารวจตรี ทรงธรรม อัลภาชน์ ผู้บังคับการ ตํารวจเชียงราย ถูกย้าย พันเอก ธนัช ปัญญา รองผู้อํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดเชียงราย หรือรองผู้ว่าฝ์ายทหารถูกย้าย ปรากฏตามวิทยุด่วนที่อยู่ในมือผม ถัดมา ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะด้วยความรอบคอบในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นําเรื่องขออนุมัติจาก ครม. เพื่อเป่ดตําแหน่งประธาน ที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ในการเป่ดทางรับการย้าย พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ออกจากตําแหน่ง ผอ. สํานักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย ซึ่ง พลเอก สมเจตน์ เปึนบุคคลที่ท่านยงยุทธกล่าวหาว่ามีทัศนคติตรงกันข้ามกับพรรคพลังประชาชน สุดท้าย ๒ คนนี้คือ พลตํารวจตรี ชัยยะ และ พันตํารวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ ก็หนีไม่รอด หนีไม่พ้น คําถามที่ผมจะถามท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขอ กราบเรียนถามท่านว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ แม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างกันว่าเพื่อให้ เกิดประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน เอาบุคคลที่มีความเหมาะสมเรื่องการข่าว ไปทํางานที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วไปเกี่ยวข้อง กับบุคคลอีกหลายคนซึ่งทํางานในคดีนี้แล้วก็ถูกย้ายทั้งนั้น คําถามมีอยู่ว่า รัฐบาล ต้องการให้ข้าราชการที่ทํางานดีเด่นสยบต่ออํานาจ หรือปัองปรามให้ข้าราชการที่กําลัง ทํางานสุจริตจะต้องเกรงกลัว นี่เปึนการแก้แค้นหรืออย่างไรครับท่านประธาน