สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องผลไม้ของภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการผลิตและจำหน่ายผลไม้ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกษตรกรต้องเผชิญในการขายผลผลิตให้กับพ่อค้าคนกลาง และเรียกร้องให้มีการสนับสนุนในด้านการเก็บผลผลิต ห้องเย็น และความรู้ทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตและขายผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาความไม่ประสานงาน และเรียกร้องการความร่วมมือในการเตรียมการรับมือฤดูการผลิตปีนี้

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ข้อมูลในการแก้ไขปัญหาผลไม้ของภาคใต้ ท่านได้พูดถึงผลผลิตของผลไม้ในภาคตะวันออกว่าจะมีประมาณ ๗ แสนตัน ซึ่งมี เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดจันทบุรีได้ฝากข้อมูลไว้ว่าปริมาณผลไม้ ๗ แสนตันที่จะออกมา ในป้นี้จะมีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าป้ผ่าน ๆ มา ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลรับไปดูแลด้วย อย่างเช่น ทุเรียนต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๕ บาท เงาะจะอยู่ที่ต้นทุนการผลิตกิโลกรัมละ ๑๐ บาท มังคุด ๑๕ บาท ลองกอง ๑๕ บาท ซึ่งถ้าราคาที่ต้นทุนการผลิตขณะนี้ขนาดนี้ ผมคิดว่าราคาจะต้องมีปัญหาขึ้นมาอีกเนื่องจากว่าราคาขายส่งอย่างกรณีทุเรียน ต้องไม่ต่ํากว่ากิโลกรัมละ ๒๐ บาท เงาะต้องไม่ต่ํากว่า ๑๓-๑๕ บาท มังคุดต้องขายส่ง ผู้บริโภคไม่ต่ํากว่ากิโลกรัมละ ๒๐ บาท และลองกองต้อง ๒๐-๒๕ บาท ผมคิดว่าประเด็น ปัญหาเหล่านี้จะเปึนภาระที่สําคัญของรัฐบาลต่อไป ท่านประธานครับ ท่านพูดถึงบริษัท จากประเทศฝรั่งเศสจะรับซื้อมังคุดในฤดูการผลิต ๒๕๕๑ นี้ถึง ๑,๐๐๐ ตัน แล้วจะนํา ไปขยาย เอาไปขายในพื้นที่สาขาถึง ๖,๐๐๐ สาขาทั่วประเทศฝรั่งเศส ผมห่วงครับ เพราะเมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มาตอบในญัตติเรื่องของแพง แล้วก็บอกว่าอันนี้ก็เปึนน้ําจิ้มที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับรู้แล้วก็ไปบอกกล่าว กับเกษตรกรในพื้นที่ ผมเองยังไม่กล้าที่จะไปบอกกับเกษตรกรในพื้นที่หรอกครับ เพราะกลัวว่าอ้ายสิ่งนี้จะเปึนความฝันที่จะย้อนกลับมาทําร้ายตัวท่านเองในวันข้างหน้า เพราะว่าท่านต้องเข้าใจว่าวันนี้มังคุดที่ออกมาสู่ตลาดแบ่งออกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ ตลาดที่ส่งออกในต่างประเทศมีไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือต้องเปึนตลาดในประเทศ ถ้าผลผลิตมังคุดออกมาตามที่สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรพยากรณ์ไว้ว่าจะมีถึง ๓๑๐,๐๐๐ กว่าตัน ปริมาณส่งออกเพียง ๑,๐๐๐ ตันไปประเทศฝรั่งเศสน้อยมาก และไม่มีผลต่อราคาของมังคุดที่เปึนภาพรวมของทั้งประเทศ นี่คือปัญหาครับ ปัจจุบันนี้ ตลาดในต่างประเทศมันมีอยู่ ๒ เกรด คือตลาดเกรดเอส่งไปขายญี่ปุ์น ออสเตรเลีย ยุโรป ไปถึงมือผู้บริโภคขายได้สูงถึงกิโลกรัมละประมาณ ๑,๒๐๐ บาท มังคุดลูกหนึ่งราคา ร้อยกว่าบาท ส่วนที่ ๒ คือเกรดบี (B) ไปขายที่ประเทศจีน ไปขายที่ฮ่องกง ที่ไต้หวัน อันนี้ราคาจะลงมาประมาณครึ่งต่อครึ่ง ส่วนที่เหลือเปึนเกรดซี คือมังคุดที่มีขนาดน้ําหนัก ๘๐ กรัมลงมา ขายตลาดในประเทศมีจํานวนมหาศาล ที่เปึนปัญหาอยู่ทุกวันนี้ก็คือ ปริมาณมังคุดที่ขายในประเทศมันล้นตลาด ตลาดรองรับมีไม่เพียงพอ เนื่องจาก การบริหารจัดการที่ไม่ดีพอ ท่านประธาน ป้ที่แล้วนี่ตลาดที่ระบายมังคุดจากภาคใต้ ได้มากที่สุดก็คือตลาดในกรุงเทพมหานคร อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานไปแล้วว่า กรุงเทพมหานครก็ได้จัดตลาดทั่วกรุงเทพมหานคร ๑๔ แห่งให้เปึนที่ขาย ที่จําหน่ายของ พ่อค้ามังคุดที่รับมาจากกลุ่มเกษตรกรโดยตรง สามารถที่จะขายมังคุดในเวลานั้นได้ถึง มือผู้บริโภค เพียงกิโลกรัมละ ๑๐ บาท เปึนมังคุดที่มีคุณภาพดี เปึนราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ และเปึน ราคาที่ผู้บริโภคพอใจเนื่องจากว่ากินของไม่แพงแล้วก็มีคุณภาพ ขณะที่มังคุดที่ผ่านมือ พ่อค้าคนกลางออกมาวางขายแข่งกันขายในราคากิโลกรัมละ ๑๘-๒๐ บาท ผู้บริโภค ในกรุงเทพมหานครจึงหันไปให้ความสนใจแล้วก็ซื้อมังคุดจากกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการต่าง ๆ ที่ระดมกันมาขายในกรุงเทพมหานคร โดยการสนับสนุนขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดที่เปึนพื้นที่ของมังคุดจากภาคใต้ ท่านประธานครับ มีข้อเสนอเพื่อให้ การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในป้นี้เปึนรูปธรรมมากขึ้น แล้วก็มี ประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือเกษตรกรที่เปึนเกษตรกรรายย่อยไม่ได้รวมกลุ่มกับใคร มีผลผลิตออกมาซึ่งจํานวนครึ่งต่อครึ่งในพื้นที่ภาคใต้ทําอย่างไรที่รัฐบาลจะส่งเสริม ให้มีการรวมกลุ่มกัน และสามารถที่จะนําเงินช่วยเหลือไปยังกลุ่มเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเปึน การสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรหรือกรมส่งเสริมการเกษตร

ส่วนที่ ๒ ก็คือ เพื่อให้ผลผลิตมังคุดสามารถที่จะนําไปสู่ตลาดในต่างประเทศ ได้รวดเร็วและไม่เสียหาย ต้องสนับสนุนให้พ่อค้าคนกลางมีโอกาสได้เข้าไปซื้อผลผลิต จากเกษตรกรชาวสวนโดยตรงได้ ปัญหานี้อาจจะมองไม่เห็น แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาว่า พ่อค้าคนกลางที่เปึนพ่อค้าส่งออกนี่ไม่กล้าที่จะไปซื้อมังคุดในสวนเนื่องจากว่ามีพ่อค้า คนกลางเจ้าประจําในท้องถิ่นเขาเข้าไปรับซื้ออยู่แล้ว เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถ้าจะติดต่อขายตรงกับพ่อค้าคนกลางที่ส่งออกต้องบรรทุกรถไปขายถึงจังหวัดชุมพร การที่จะต้องเปลี่ยนตะกร้า เปลี่ยนภาชนะใส่มังคุดทําให้เกิดการช้ํา การเน่าเสีย แล้วก็ได้ ราคาไม่ดีนะครับ

ส่วนต่อมาก็คือ เรื่องของการสนับสนุนให้มีห้องเย็นเพื่อการเก็บผลผลิต เวลานี้กลุ่มเกษตรกรที่เปึนสหกรณ์ใหญ่ ๆ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เช่น ที่ลานสะกา ที่ตลาดหัวอิฐมีห้องเย็นสําหรับเก็บผลผลิตเหล่านี้ แต่ว่าเกษตรกรในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งมี ผลผลิตจํานวนมากมายมหาศาลไม่สามารถที่จะเก็บผลผลิตเหล่านี้ไว้ได้ เมื่อมังคุดสุก ก็ต้องรีบขาย พ่อค้าจะกดราคาเท่าไรก็ต้องรีบขายนะครับ

ส่วนต่อมาก็คือเรื่องของการดูแลให้ความรู้กับเกษตรกรในการผลิตมังคุด นอกฤดู ท่านทราบไหมครับว่าเวลานี้เกษตรกรชาวสวนมังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนหนึ่งซึ่งผลิตมังคุดนอกฤดูสามารถขายมังคุดได้ถึงกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ถ้าเรา ส่งเสริมความรู้ทางการเกษตรอย่างทั่วถึงจริง ๆ มังคุดมีโอกาสที่จะผลิตนอกฤดูได้ปริมาณ ที่มากขึ้น แล้วก็ได้ราคาที่ดีขึ้นไม่ต้องไปรอเอาเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม เพื่อว่า ในช่วงเวลาเช่นเดือนธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์สามารถที่จะมีผลผลิตมังคุดออกมา จําหน่ายได้

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงสุดท้ายก็คือเรื่องการบูรณาการระหว่าง หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านบอกว่าเปึนความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่แล้ว ป้ที่แล้วก็มีความร่วมมือแบบนี้แหละครับ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ก็มีโครงสร้างความร่วมมือแบบนี้แหละครับ แต่ว่าในทางปฏิบัติ จริง ๆ แล้วไม่ได้ทําอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการร่วมมือกันในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ชิด พี่น้องเกษตรกร ต่างคนต่างโยน ต่างคนต่างคิดว่านี่ไม่ใช่ภาระของตัวเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนจึงต้องเข้ามาแบกรับ เหมือนกับป้ที่แล้ว ท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะตั้งคําถามกับท่านรัฐมนตรีในช่วงท้าย นี้ว่า ปัญหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายซึ่งทํางานไม่ประสานกันจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ในพื้นที่ได้มีการสั่งการไปในแต่ละจังหวัดให้ร่วมมือ ให้ประสานกัน ให้เตรียมรับมือ กับภาวะที่จะเกิดขึ้นในฤดูการผลิตป้นี้หรือไม่อย่างไร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ เคยมีบทบาทในการช่วยดูแลเรื่องตลาด เรื่องของการขนส่งมังคุดและผลไม้ในภาคใต้ ในป้ที่ผ่านมานี้จะสนับสนุนเขาอย่างเปึนรูปธรรมอย่างไร จะมีการจัดสรรเงินงบประมาณ ผ่านไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นหรือไม่อย่างไรครับ