สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอาหารและพลังงาน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบต้นทุนและกำไรของธุรกิจ เพื่อไม่ให้สินค้าแพงเกินไป นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลดราคาสินค้า เช่น นมผง สบู่ ยาสีฟัน และแชมพู โดยมีการชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลดราคาสินค้าเหล่านี้ และเรียกร้องให้บริษัทใหญ่ๆ ให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องซิมโทรศัพท์มือถือและอาหารสัตว์ โดยขอให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกสภาทุกท่าน ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ขออนุญาตมา กราบเรียนข้อเท็จจริงผ่านท่านประธานสภาเพื่อให้เพื่อน ๆ สมาชิกทั้งหลายได้รับทราบ นะครับ เหตุการณ์นี้ผมว่าถ้าเปึนหนังมันต่อเนื่องมา ๒ ตอนนะครับ อาทิตย์ที่แล้วก็ ๒ วัน เต็ม ๆ มาอาทิตย์นี้อีกเพิ่งจะได้มีโอกาสลุกขึ้นมาอธิบายให้พวกท่านฟัง เบื้องแรกก่อนเลยนะครับ ผมว่าเข้ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วงนี้ดูอีกทีก็มีความสุข แต่ดูอีกทีก็มีกรรม ผมต้องพูดอย่างนี้จริง ๆ นะครับ ท่านรู้ไหมครับวันแรกที่ผมเข้าไปทํางาน ผมไม่ทราบว่า เหมาะสมที่จะกล่าวหรือเปล่านะครับ ข้าราชการได้บอกผมบอกว่าถ้ารักจะเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์อยู่นาน ๆ อย่าแตะต้องเรื่องหมูเปึนอันขาด อันนี้ผมพูดจากใจจริง ให้พวกท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้ยินผ่านท่านประธานนะครับ ผมจําเปึนต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่า ท่านลองนั่งนึกดูนะครับ เรามานึกถึงสาเหตุกับเหตุผลก่อน มันไม่ได้อยู่เฉย ๆ แล้วบอกทุกอย่างนี่เกิดอะไรขึ้นมาสินค้าแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คิดอะไร แปลก ๆ หรือ ลุกขึ้นมาถึงก็มากดสินค้าให้เจ๊งบ๊งกันหมดทั่วประเทศ ผมอยากจะพูดเปึน ภาษาง่าย ๆ ให้ท่านได้ยินเผื่อพี่น้องต่างจังหวัดได้ฟังด้วยนะครับ เบื้องแรกท่านย้อนกลับไป ดูก่อนครับ ท่านถามตัวท่านเอง ไปถามภรรยาที่บ้านท่าน ถามคนรอบข้างของท่านสินค้า มันขึ้นราคามากี่เดือนแล้ว ผมไล่ให้ท่านฟังเลยก็ได้ครับ พฤศจิกายนเริ่มปล่อยผี ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ เดือนนี้เดือนมีนาคมทุกอย่างทะยานขึ้นจนน่าตกใจนะครับ ตกใจ จนกระทั่งผมดูแล้วผมก็ยังงงว่าขึ้นมาอย่างไรขนาดนี้ ท่านว่าเพราะอะไรครับ นั่นเพราะว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มันเกิดการผ่องถ่าย เพราะว่าจากรัฐบาลเก่าแล้วก็เว้นวรรคมาเลือกตั้งแล้ว กว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่ ผมไม่ได้แปลว่าพ่อค้าทั้งหมดเปึนคนไม่ดีนะครับ พ่อค้าที่ดีก็เยอะ คุณธรรม จริยธรรมสูงก็เยอะ แต่หลาย ๆ อย่างท่านก็ต้องยอมรับความจริงว่ามันเปึนโอกาส ให้เขามีโอกาสที่จะขึ้นราคา เพราะฉะนั้นสิ่งง่ายที่สุด ดีที่สุดที่จะต้องทําคืออะไร ก็ต้องตรวจสอบ ดูว่าต้นทุนคุณเท่าไร กําไร ขาดทุนคุณเท่าไร แล้วคุณควรจะขายราคาเท่าไรให้ประชาชน อันนี้มาดูภาพใหญ่ก่อนนะครับบอกว่าทําไมมันถึงเกิดปัญหาถึงอะไรขึ้นมาอย่างนี้นะครับ ถ้าไปดูสาเหตุจริง ๆ ทุกคนก็พูด อเมริกามีปัญหาซับไพรม (Subprime : สินเชื่อด้อยคุณภาพ) ฝ้ใกล้แตกหรือไม่แตก บัดนี้ท่านก็คงได้ยินแล้วถ้าท่านตามเศรษฐกิจ ๒ วันที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นครับ สถาบันทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับต้น ๆ ของโลก ๓-๔ แห่งเข้าไป พัวพันหมด เพราะฉะนั้นท่านปฏิเสธความเกี่ยวเนื่องตรงนี้ไม่ได้เลย ข้อ ๒ ไทยใช้เงิน ค้าขายทั่วโลก จะส่งออกไปประเทศใดก็แล้วแต่ ๗๑.๑ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินอเมริกันดอลลาร์ เพราะฉะนั้นถ้าเศรษฐกิจเขาฟลอพ (Flop) ลงขนาดนั้น ฟุบลงขนาดนั้น ผมบอกเลย นะครับเงินบาทของเราก็จะแข็งขึ้นโดยปริยาย จะทําอย่างไรก็แล้วแต่ท่านก็ต้องเผชิญ อันนี้ ราคาน้ํามันขึ้นอุตลุดแล้วตอนนี้จนจําไม่ได้แล้ว แต่ก่อนมาลุ้นกันอยู่ที่ ๘๐-๙๐ เหรียญต่อบาร์เรล ตอนนี้เท่าไรแล้ว ๑๐๓ ๑๐๕ ๑๒๐ ท่านว่ามันจะไปหยุดได้ที่เท่าไร แล้วน้ํามันเราผลิตได้หยดหนึ่งหรือเปล่า ก็ไม่ได้ ก็นําเข้ากลับมาอีก แต่ก่อนเรากิน น้ําพริกกะป่กันอย่างเดียว ปลาทูทอด วันนี้ต้องรับประทานขนมฝรั่งท่านว่าอะไรเข้ามา เกี่ยวข้องบ้าง แปังสาลี เมืองไทยปลูกได้สักเม็ดหนึ่งไหมก็เปล่า นําเข้าหมด สิ่งเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้จะโถมเข้ามาหาประเทศไทยอย่างรุนแรง ผมบอกเลยนะครับ ถ้ารัฐบาล ที่กําลังบริหารจัดการนี่เปึนคนที่มีจิตใจอ่อนแอไม่กล้าตัดสินใจกลัวไปหมดทุกอย่าง กอดเก้าอี้แน่นคนไทยจะต้องเผชิญ ผมย้อนกลับไปอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องหมู เรื่อง ๖๐ รายการ แล้วก็เรื่องซิมโทรศัพท์ ผมไปออกโทรทัศน์ ๒-๓ ครั้งเรื่องหมู วันแรกที่ประกาศราคาหมูจาก ๑๒๐ บาท มา ๙๘ บาท ผู้คนก็ตื่นเต้นว่ามันลดลงมาได้อย่างไร ๑๒๐ บาท ถ้าผมพูดกับท่านอีกด้าน ถ้าผมไม่แตะ อะไรเลยหมูจะขึ้นไปที่ ๑๓๐ บาท แล้วก็ ๑๕๐ บาท แล้วถ้าเราโชคดีเราจะได้กินหมู กิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท ท่านมีความสุขหรือเปล่าครับ ทั้ง ๆ ที่ผมบอกถูกห้ามว่าอย่าแตะนะ แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะทํามัน วันนี้ผมขอถือโอกาสนี้อธิบายให้เข้าใจผมหวังว่าถ้าท่านมี เครื่องคิดเลข ท่านไม่ง่วงจนเกินไป ท่านมีปากกา ท่านลองบวก ลบ คูณ หารตัวเลขตามที่ ผมจะอธิบายต่อไปนี้ ตอนที่ผมเข้ามาเนื้อหมูกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท (ต่ําสุด) ๑๓๐ บาท อยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ขึ้นไปขายถึง ๑๗๕ บาท โครงสร้างของหมู อันนี้ ผมฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานสภา ทั้ง ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านถ้าท่านมีใจ เปึนธรรมท่านโปรดอธิบายให้ผู้คนในจังหวัดของท่านและประชาชนได้เข้าใจด้วยว่าเรื่อง มันเปึนอย่างนี้ครับ ถ้าท่านได้เลี้ยงหมูตัวหนึ่ง หรือทําหมูสักเล้าหนึ่งท่านต้องไปซื้อลูกหมู มาแล้วก็เอามาเลี้ยงอยู่ ๕ เดือน อายุของหมูตั้งแต่วันที่เกิดจนกระทั่งถึงวันที่เติบโตเต็มที่ เหมาะที่จะขายคือ ๕ เดือน น้ําหนักโดยมาตรฐานอยู่ที่ ๑๐๐ กิโลกรัม ตรงนี้เขาเรียก หมูเปึน หลังจากนั้นก็ขายหมูออกไปตัวละ ๑๐๐ กิโลกรัม ก็ไปสู่มาตรการของการออก อาชญาบัตร การชําแหละ ยี่ปัูว ซาปัูว ขายส่ง ขายปลีก แล้วไปถึงคนซื้อ ราคาจะบอกว่า อย่างไรก็แล้วแต่ ไปอยู่ที่ ๑๒๐ บาท ท่านไม่ต้องคิดมากนะครับ คราวนี้ผมจะอธิบายให้ ท่านฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น สมมุติท่านจะเลี้ยงหมูสัก ๑๐๐ ตัว เบื้องต้นท่านต้องไปซื้อลูกหมู ผมอยากย้ําราคานี้นะครับ ท่านจดไว้ดูด้วยราคาลูกหมูเมื่อเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๐ ลูกหมู ๑ ตัว ราคา ๘๑๔ บาท พอมามกราคมอีก ๑ ป้ต่อมา มกราคมป้นี้ ๑,๒๐๐ บาทเศษ กุมภาพันธ์ ๑,๗๐๐ บาท มีนาคมต้นเดือนนี้ ๑,๘๐๐ บาท ป์านนี้ไม่รู้ขึ้นไปเท่าไรแล้ว ผมย้ํา ณ ต้นเดือน ท่านดูสิจาก ๘๑๔ บาท มา ๑,๘๐๐ บาท ท่านจะเลี้ยงลูกหมู ๑ ตัว ท่านนั่นไปเท่าไรแล้วนี่ อันนี้คือข้อที่ ๑ มันต้องมีคนตอบคําถามได้สิว่าราคาลูกหมูทําไม มันจะแพงขึ้นขนาดนั้น เอาละไม่เปึนไรไม่ต้องคิดมากเรื่องลูกหมูแพง มาคิดถึงเรื่องการ เลี้ยงหมู ปรากฏว่า ๕ เดือนต้องให้อาหารสัตว์ อาหารก็คงจะขึ้นด้วย แล้วผมก็ดูแล ความยุติธรรม วันหนึ่งเราก็เชิญนายกสมาคมผู้ค้าสุกรแห่งชาติ ชื่อฟังดูยิ่งใหญ่เลยมานั่งคุยกัน ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นั่งกันเต็มหมด คําถามก็คือว่าท่านพอใจ และมีความสุขจะขายหมูเปึนอยู่ที่กิโลกรัมละเท่าไร ตัวเลขออกมาคือ ๕๘ บาท เหมือนที่ ท่าน ส.ส. ได้พูดเมื่อกี้ครับท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาได้บอกว่า นี่ขายหมูได้ราคาดี ท่านรู้ไหมครับว่าราคาหมูป้ที่แล้วหมูเปึนกิโลกรัมละเท่าไร ป้ที่แล้วหมูเปึนกิโลกรัมละ ๓๐ บาท ตอนแรก ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท แล้วมาเหลือกิโลกรัมละ ๓๐ บาท ป้นี้ขึ้นมา ๕๘ บาท แล้วก็ถามว่าเขามีความสุขหรือเปล่า ความสุขนี้ไม่ใช่อะไรนะครับ เราไม่ไปต่อรอง ท่านต้องสังเกตดี ๆ นะเราไม่ต่อรองแม้แต่บาทเดียวเลยเพราะเรากลัวเกษตรกรรายย่อย จะเดือดร้อน แล้วเขาเลี้ยงหมู ๒๐ ตัว ๓๐ ตัว นานทีป้หนเขาจะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก เพราะฉะนั้นผมย้ํา ถ้าผมพูดแขนนี้คือราคาหมูเปึนตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งมาเปึนตัว แล้วได้น้ําหนัก ๑๐๐ กิโลกรัม ๕ เดือน อันนี้เราไม่แตะต้องเลย ๕๘ บาท แล้วราคา ๑๒๐ บาทมาจากไหน มาจากแขนนี้ครับ มาตั้งแต่วันที่ขายลูกหมูเดินกันเปึนตัว อู๊ด ๆ เข้ามา แล้วเริ่มเข้าสู่กระบวนการชําแหละไปจนกระทั่งถึงเขียงอีก ๖๒ บาท ถ้าผม พูดภาษาสวยให้คนฟังงงเล่น ๆ เปึนค่าบริหารจัดการ แต่ถ้าผมอธิบายท่านชัด ๆ ก็บอก แล้วอย่างไรครับมีการซื้อมา ออกอาชญาบัตร ชําแหละ ขายส่ง ขายปลีก แล้วไปจนถึงหน้าเขียง ๖๒ บาท กระบวนการนี้ มีตั้ง ๕-๖ กระบวนการ เราก็มานั่งนึกดู ท่านอย่าลืมนะส่วนหนึ่งท่านต้องให้เครดิต (Credit) ผมบ้าง ผมเปึนนักธุรกิจผมต้องดูออก ผมก็เชิญมาบอกว่าอย่างนั้นมานั่งคุยกัน ก็ปรากฏว่า ๕-๖ กระบวนการเราก็บอกว่าคนไทยจะดูด้วยกันได้ต้องมีความสุข วันนี้ทุกคนบอกเลยนะ ถ้าไม่ช่วยกันหายนะแน่นอน เจอเข้าไปไม่รู้กี่ลูก ราคาน้ํามัน วัตถุดิบทุกอย่าง ค่าเงิน เศรษฐกิจอเมริกันตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด พอเราบอกอย่างนี้เสร็จปุ็บเขาก็ไปคํานวณ สะระตะกัน ท่านเชื่อไหมครับ ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นซึ่งเหลือเชื่อ ผมฟังแล้วก็ขนลุก ผมไม่เคยคิดว่าเขาจะใจดีขนาดนี้ ยอมขนาดนี้นะครับ เขาลดให้ ๒๒ บาท ๖๒ บาทลด ๒๒ ครับเหลือ ๔๐ บาท ผมถามนิดหนึ่งคนแขนนี้กับแขนนี้ใครเสียประโยชน์แล้วควรจะ ออกมาโวยวาย แขนนี้ไม่ได้แตะแม้แต่บาทเดียวนะ แขนนี้ลดลงไป ๒๒ บาท ปรากฏว่า ๒๒ บาทออกมาแถลงข่าวหน้าระรื่นยิ้มออกมาหมด แต่ปรากฏ ๕๘ บาทออกมาโวยวาย ใหญ่เลย ผมกําลังนั่งนึกว่าเพราะผมหกล้มครั้งที่แล้วหรือเปล่า สติผมฟัืนเฟ๋อนหรือเปล่า นี่ผมพูดจริง ๆ นะครับ ทําไมคนที่เสียประโยชน์ ๒๒ บาทไม่พูด แต่คน ๕๘ บาทเต็มเป้ืยม มีความสุขกลับพูด เอาไว้มีโอกาสผมจะเล่าให้ท่านฟังแล้วกัน ผมจะทิ้งประเด็นนี้ไว้ แล้วมันจะไปโยงเรื่องน้ํามันพืช เรื่องอะไร เรื่องลดภาษีเรื่องอะไรเสียเวลา เอาเรื่องหมูนี่ให้จบ สิ่งที่ผมเปึนห่วงเวลาการให้ข้อมูลข่าวสารหรือการพูดต่อกัน ท่านเคยเห็นเกมโชว์บางเกม โชว์ไหมครับ พูดปากหนึ่งมาปากสองปากสองไปปากสามปุ็บข้อความจะเพี้ยนไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้ก็เหมือนกัน เราถามเขาว่า ๕๘ บาทนี่มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ เขาก็บอก ข้อ ๑ เปึนหมูเนื้อแดงอย่างดี ข้อ ๒ ราคานี้ยืนนานไหมครับ เขาก็บอกว่า ๒ เดือน ข้อ ๓ ผมถามว่า ขาดตลาดหรือเปล่า เขาก็บอกไม่ แล้วมีขายตลอดใช่ไหมครับ ครับ ก็จบ สวัสดี ลาออก จากห้องไป แล้วอยู่ ๆ ท่านเชื่อไหมพอประกาศออกมานะครับ ก็มีคนเอามาพูด ใครก็ไม่รู้ มาพูดอะไรก็ไม่รู้ พูดโน่นพูดนี่ ผมก็นั่งดูโทรทัศน์อยู่ ๗ วัน ๑๐ วันผมไม่พูดอะไรเลยนะ จนกระทั่งในวันหนึ่งผมอดรนทนไม่ไหว ผมว่าคงต้องบอกความจริงกับประชาชนแล้วล่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในเรื่องนี้ถ้าผมจะพูดนะครับ ผมจะบอกว่าเดี๋ยวเราจะเข้าไปดูทั้ง กระบวนทัศน์ทั้งหมดทั้งกระบวนการของการค้าหมู ผมย้ํานะใครที่ออกมาพูดบอกว่า โอ๊ย ไม่ปล่อยให้เปึนไปตามกลไกของตลาดเลย ไปแทรกแซงกลไกตลาด ผู้ค้าหมูรายย่อย จะเจ๊งนะครับ ผมบอกเลยนะครับ งานนี้ถ้าผมพูดอีกภาษาหนึ่งนะครับ ผมกําลังจะเข้าไป ช่วยผู้ค้าหมูรายย่อย เพราะถ้าผมไม่ช่วยเขาเขาเจ๊งแน่นอน เพราะลูกหมู ๘๑๔ บาท มาเปึน ๑,๘๐๐ บาทเขาจะไปเลี้ยงได้หรือ ท่านหารง่าย ๆ ท่านเอา ๑,๘๐๐ บาทหารด้วย ๑๐๐ กิโลกรัม ค่าต้นทุนลูกหมูก็ล่อเข้าไป ๑๘ บาทแล้ว แล้วอีก ๔๐ บาทค่าอะไร ค่าอาหารสัตว์ ก็จบ แถมยังลูกหมูตาย ถ้าหมูตายก็ขาดทุน อันนี้ผมบอกเลยนะครับว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ใครบอกว่าหมูไม่ใช่หมูก็ถูกต้อง แล้วก็เปึนเรื่องระดับชาติด้วย แล้วอย่างไร เดี๋ยวเราจะลงไปดูหมด ผมอยากจะเน้นเรื่องหมูแค่เพียงบอกว่า ข้อ ๑ เราไม่ได้ลงไปแทรกแซง หรือกดดันราคาหมูเปึนเลย เพราะเราสงสารและอยากดูแลเกษตรกรรายย่อย ข้อ ๒ ที่มัน ลดมา ๒๒ บาท เราดูแลเรื่องค่าบริหารจัดการ แล้วเราต้องขอบคุณที่เขาช่วย ข้อ ๓ ราคานี้ อยู่ ๒ เดือนจริง ต่อไปตอบไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าหมูเปึนโรคพีอีดี (PED) ผมก็ถามว่าพีอีดี มันเปึนอย่างไรเขาก็บอก ผมไม่รู้พูดได้หรือเปล่าคํานี้ พูดภาษาชาวบ้านเขาบอกหมูมันขี้ไหล แล้วก็ตาย ผมบอกถ้าท่านพูดไปก็ตามใจเดี๋ยวเขาตกใจนึกว่าเปึนโรคไข้หวัดนกเหมือนไก่ เขาเลิกกินหมูท่านเจ๊งไม่รู้ด้วยนะ แต่เขาก็พูดออกมาเอง ก็ตามใจ มันก็จะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มันก็มีคําถามว่าทําไมผมถึงบอกว่า ๒ เดือน ที่ท่านสมาชิกหลายคนบอกว่า โอ๊ย ทําไมพูดเรื่อง ๒ เดือน ๓ เดือน ทําไมไม่พูดอะไรไปยาว ๆ ผมก็อยากทําให้ท่านยาว แต่ว่าก็มันติดเงื่อนไขบางอย่างของภาวะธุรกิจ ปัญหาต่อมาก็มาโยงอีกนะครับ ตอนนี้มีเรื่องหมู มีเรื่องตัวเลขการส่งออกหมู ซึ่งท่านก็ต้องรู้ในส่วนนี้ ผมก็เพิ่งนั่งประชุมไปเมื่อเช้า เผลอ ๆ พรุ่งนี้ ก็เปึนข่าว ตัวเลขเขาออกมาบอกว่า ป้ที่แล้วทั้งป้การส่งออกหมูไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเปึนทางการอยู่ที่ ๙๗,๐๐๐ กว่าตัว ผมย้ํานะอย่างเปึนทางการ เพราะต้องไปผ่าน หน่วยงานกรมปศุสัตว์ หน่วยงานศุลกากร ซึ่งจริง ๆ ไม่เสียภาษีเพียงแต่ไปแจ้ง แต่ป้นี้ อย่างเดียวเฉพาะเดือนมกราคมถ้าตัวเลขไม่ผิด อยู่ที่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ กว่าตัว ผมย้ําว่า เปึนการแจ้งอย่างเปึนทางการนะครับ ส่วนที่เขาไม่แจ้งก็มีอีกต่างหาก ตอนนี้ก็ต้องกลับมา ดูแล้วตรงนี้จะเอาอย่างไรต่อ ปล่อยให้เขาส่งออกไปเรื่อย ๆ คนไทยไม่มีหมูกิน ราคาหมูอยู่ที่ เท่าไร ผมทิ้งเครื่องหมายคําถามไว้ว่าใน ๒ เดือนนี้ยังจะเปึนอย่างนี้ต่อไป หมูจะยังอยู่ที่ ประมาณบวกลบ ๙๘ แต่หลายคนบอกว่าผมไปตามตลาดทําไมไม่ได้ ก็เราบอกแล้วว่า ๔ ห้าง ๒๓๓ สาขา บวกชื่อตลาดต่าง ๆ ผมอ่านอีกทีนะครับ ตลาดใหม่เจริญกรุง ตลาดเก่า เยาวราช ตลาดศาลาน้ําเย็น ตลาดพรานนก ตลาดบางกอกน้อย ตลาดสดอินเตอร์มาร์ท ปทุมธานี ตลาดศาลายา ตลาดมีนบุรี ตลาดอ่อนนุช เหล่านี้เขายินดีที่จะขาย ๙๘ บาท แต่บางที่มันก็ไม่ได้ ผมก็เห็นใจพ่อค้าแม่ค้าก็ต้นทุนมันมา ๑๐๐ บาทแล้วจะไปขาย ๙๘ บาทอย่างไร ก็อาจจะขาย ๑๑๐ บาท ๑๒๐ บาท อันนี้เปึนกลไกธรรมชาติ ท่านอยากได้ ๙๘ บาท ท่านก็ไปเดินหาเอาก็แล้วกันว่าจะซื้อตรงไหนก็บอกให้อยู่อย่างนี้ คราวนี้ผมจะผ่าน เรื่องหมูตรงที่อยากจะยืนยันกับพวกท่านว่า ข้อ ๑ ผมต้องดูแลคนส่วนใหญ่ก่อน ข้อ ๒ นักธุรกิจ พ่อค้า พ่อค้าคนกลางก็จะพยายามให้อยู่ได้แล้วก็ตามมา แต่ข้อ ๓ ผมยืนยันผมไม่ลงไป แทรกแซงกลไกตลาดในเชิงลึก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมจะดูแลเกษตรกรรายย่อย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกทุกท่าน ถ้าเปึนไปได้ผมอยากประกาศ อิสรภาพให้เกษตรกรคนเลี้ยงหมูทั้งประเทศ ผมจะดูสิว่ากลไกราคาที่แท้จริงแล้วที่มี การเอาบางคนออกมาพูดว่า กระทรวงพาณิชย์บิดเบือนกลไกตลาด ทําอะไรนี่ลงมายุ่งทําไม พ่อค้าหมูรายเล็กจะเจ๊ง ผมจะดูสิว่าแล้วถ้าผมได้อยู่ด้วยนะ มันต้องมีหมายเหตุด้วยนะ ก็เขาบอกแล้วถ้าผมแตะอันนี้ ตรงนี้ผมจะไม่ได้อยู่กระทรวงนี้มันต้องมีเงื่อนไขว่าผมต้องได้ อยู่ตรงนี้แล้วผมต้องได้ทําด้วย เราจะมารอดูกัน เรื่องหมูผ่านไปนะครับ ผมย้ําหลังจาก ๒ เดือนแล้ว ก่อน ๒ เดือน ผมจะพูดกับผู้ค้าหมูอีกทีหนึ่ง อาจจะกิโลกรัมหนึ่งไม่ได้อยู่ เท่านี้ ๙๘ บาท ถ้าท่านชอบหมูมากก็กินเสียตอนนี้ อีกหน่อยอาจจะกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ๑๓๐ บาท ๑๕๐ บาท อันนี้ผมตอบไม่ได้จริง ๆ มันต้องไปดูดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) ตอนนั้น

มาเรื่องที่ ๒ เรื่อง ๖๐ รายการสินค้า สบู่ ยาสีฟัน นมผง แชมพู สารพัด สินค้า ผมเรียนท่านเลยนะ เราเชิญเขามา ๑๒ บริษัท บอกว่าขอช่วยลดมาร์จิน (Margin) มาร์จินแปลว่าอะไร แปลว่าส่วนต่างของกําไร แล้วขอให้อยู่กันได้ อย่างไรลดเท่าไรก็ได้ มันเหมือนกับตามแต่ท่านมีจิตศรัทธาความหมายคืออย่างนั้น ปรากฏว่าเขาก็ลดให้ นมผงยี่ห้อหนึ่ง อันนี้ผมก็เสียใจนะ นมผงยี่ห้อหนึ่งมันเปึนนมผงที่ยอดนิยมมาก อันดับหนึ่ง เขาลดให้ ๕๖ บาทต่อ ๑ กล่อง ท่านเชื่อไหมครับผมได้รับคําบอกกล่าวอย่างไร ไปประชุมที่ ครม. ตํารวจมากดลิฟต์ให้ผม แล้วเขาพูดกับผมในลิฟต์ เขายืนกับผม ๒ คน เขาบอก โอ้โฮ ท่านผมยกมือไหว้ท่านล่ะ ผมมีลูกอ่อนอยู่ ๒ คน กินนมกินทั้งวันทั้งคืน ๕๖ บาทนี่ช่วยชีวิตครอบครัวผมแท้ ๆ นั่นเรื่องหนึ่ง ผู้สื่อข่าวเขาพูดอย่างนี้บอกหนูกําลังมีลูกแล้วก็ต้องกินนม แล้วบางท่านมาบอกบอกว่า ของไม่ได้รับความนิยมเลย บางท่านใส่ไข่ไปมากกว่านั้นอีกบอกว่าของหมดอายุแล้ว ท่านก็เห็นท่านก็ดูออกได้ ข้างล่างมันก็มีว่าผลิตเมื่อไร หมดอายุเมื่อไร แล้วถ้าบริษัทอย่างนั้น อยากทําลายตัวเองขนาดนั้นเดี๋ยวผมคนหนึ่งจะออกมารณรงค์ตรงกันข้ามบอกอย่าไปซื้อสินค้า บริษัทนี้เลย ถ้าเขาจะโกหกหลอกลวงประชาชน ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า ๖๐ รายการสินค้านี่ เราได้เจรจากับเขาอย่างดี คราวนี้มาบางอันผมดูในโทรทัศน์ผมก็เห็น อันนี้ผมก็ปวดหัว เหมือนกัน ถ้าไม่ทําอะไรเลยก็จะไม่มีปัญหาอะไรเลย ไม่อยากให้มีปัญหาอะไรเลย เขาก็ให้อยู่นิ่ง ๆ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ในช่วงผ่องถ่ายสินค้าบางตัวเอาง่าย ๆ มีร้านขายของเล็ก ๆ เขาซื้อมาเหลือยาสีฟันอยู่ ๓ กล่อง ต้นทุน ๑๒ บาท พอไปลดเหลือ ๙ บาท เขาก็ขาดทุนกล่องละ ๓ บาท คําถามคืออะไรครับ ผมก็ขอร้องบริษัทใหญ่ ๆ บอกถ้าเปึนไปได้ เอายาสีฟันไปเปลี่ยนให้เขา เปลี่ยนราคาให้เขาด้วย แต่ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ มันไม่ทั่วถึงจริง ๆ มันก็ต้องเข้าใจว่าในการทํางานใหญ่ที่ครอบคลุมคนทั้ง ๖๔ ล้านคนต้องเผชิญปัญหา เหล่านี้แน่นอน แต่ผมย้ํานะครับ ราคาก็ขึ้นอยู่กับบางยี่ห้อบอก ๒ เดือนยืนราคา บางยี่ห้อบอก ๖ เดือนยืนราคา ท่านถามว่าแล้วหลัง ๖ เดือนไปจะทําอย่างไร ผมก็จะตอบท่าน แบบตรง ๆ ถ้า ๖ เดือนผมยังได้อยู่กระทรวงนี้ค่อยมาว่ากัน ผมจะทําให้ดีที่สุดนะครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องซิมโทรศัพท์มือถือ ผมกราบเรียนถามท่านประธาน แล้วถาม เพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าใครไม่มีโทรศัพท์มือถือบ้างในห้องนี้ ทุกคนบอกว่ามีสิ ทําไมจะไม่มี ก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมเพิ่งแถลงข่าวกับบริษัทโทรศัพท์ ๔ บริษัท ในประเทศนี้มี ๔ บริษัท ประเทศไทยมีประชากรอยู่ ๖๔ ล้านคน ท่านเชื่อหรือไม่ว่า เราถามเขาตรง ๆ บอกว่าในประเทศไทยนี่มีโทรศัพท์อยู่กี่ล้านเครื่อง จริง ๆ เดี๋ยวจะกลายเปึน ผมมาเล่นเกมโชว์กับพวกท่าน ผมเฉลยเลยครับ ๔๐ กว่าล้านเครื่อง ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของคนไหม คน ๖๔ ล้านคน จริงอยู่หลายคนอาจจะบอกว่า บางคนมีตั้ง ๓ เครื่องต่อคน บางคน ๒ เครื่องต่อคน แต่จะบอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ประชากร ๖๔ ล้านคน มี ๔๐ ล้านกว่าเครื่อง สิ่งที่ผมเน้นนักเน้นหนาในการแถลงข่าววันนี้ มีอยู่ ๒ ข้อ ๑ ขอให้ท่านพิจารณาด้วยดุลยพินิจของท่าน ลดได้ก็ลด ลดไม่ได้ก็แล้วไป ข้อ ๒ ท่านพูดให้ชัด ๆ ให้สื่อมวลชนได้ยินแล้วเอาท่อนนี้ไปออกว่าผมไม่ได้ไปบิดเบือน กลไกราคาตลาด ไปบีบบังคับท่านด้วยอํานาจสิ่งใด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีผู้สื่อข่าว คนหนึ่งถามขึ้นมาบอกว่า เขาขอร้องอะไรท่านหรือเปล่า เขาขออะไรต่างตอบแทนหรือเปล่า เขาก็ตอบบอกไม่มี ผมก็ไม่มี เพราะฉะนั้นบอกเลยนะครับ ขอให้ท่านสบายใจนะครับ ไม่ว่าจะเรื่องหมู เรื่อง ๖๐ รายการ เรื่องซิมโทรศัพท์หรืออื่น ๆ ผมจะพยายามทําอย่างดีที่สุด ถึงผมทราบดีทําแล้วจะมีคนเกลียด แต่ท่านต้องเลือกเอา ทําอย่างไรให้คนไทยไม่เดือดร้อน หรือเดือดร้อนน้อยที่สุด และที่สําคัญทําอย่างไรให้เขามีความสุขมากที่สุดในช่วงที่ กําลังเผชิญภาวะวิกฤติ

คราวนี้ช่วงเมื่อกี้ผมก็นั่งฟังหลาย ส.ส. ผมนั่งอยู่ข้างนอกบ้างข้างในบ้าง ก็มีคนพูดบอกว่าเลี้ยงหมูก็ดี ทําเกษตรกรรมก็ดี เพาะปลูกก็ดี ช่วยดูปุิยทีสิ ดูอาหารสัตว์ทีสิ ดูน้ํามันพืชทีสิ โดยเฉพาะมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้กล่าวย้ําแล้วย้ําอีก ผมจดคําว่า อาหารสัตว์ ปุิยราคาแพง สินค้าราคาแพง ถ้าผมจดได้ประมาณ ๕๐-๖๐ ครั้ง ถึง ๑๐๐ ครั้ง ผมก็จะตอบท่านเลยนะครับ เหมือนผมเก็งข้อสอบถูก วันนี้ก่อนผมมาประชุมเราเพิ่งมีการประชุมคณะกรรมการ แล้วตั้งกรรมการขึ้นเปึนกอง ๆ บอกว่าวันนี้ราคาปุิย ราคาอาหารสัตว์ น้ํามันพืช ทั้งหมดนี้มีคนขึ้นมาดูแล แล้วรายงาน โครงสร้างโดยละเอียด แล้วผมเรียนท่านเลยปุิยวันนี้มีคนบางกลุ่มกําลังกักตุน แล้วเอาไปเก็บในบางที่ ราคากําลังกระดกขึ้นกระดกลงผิดปกติ เราต้องทํา ท่านจะบอกว่า อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าให้ผมมาอยู่ตรงนี้ผมจะทํา แล้วทั้งหมดจะรายงานออกมาตรง ๆ หมด ผมมีอีกบางเรื่องที่จะต้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับภาพรวมของประเทศ ผมก็วางตัวลําบาก วันนี้ผมมาทํางานได้เดือนเศษ ๆ เดือนกว่า ๆ คนบางคนบอกเหมือนทํางานมาป้หนึ่ง ทําอะไรก็ไม่รู้ บางคนว่าผมยิ่งกว่านั้นอีกบอกมาทําอะไร คาดหวังจะให้มาทําเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ นี่มาพูดถึงกุ้งแห้ง กะป่ น้ําปลา หอม กระเทียม ไม่หาเงินเข้าประเทศหรือ ผมเรียนท่านเลยครับในช่วงเดือนแรกถึง ๒ เดือนแรกถ้าท่านได้ฟังการสัมภาษณ์ ที่ชัดเจนของผม ผมบอกแล้วผมต้องดูแลความเดือดร้อนประชาชนก่อน เพราะฉะนั้น ปากท้องผมต้องดูแลก่อน แต่ในขณะเดียวกันผมไม่ได้ทิ้งเปล่า ผมจะทํางานในส่วนที่ หารายได้เข้าประเทศด้วย ผมถือโอกาสเรียนให้ทราบเลย พรุ่งนี้จะเปึนการเริ่มต้น ที่ชัดเจน ความจริงผมตั้งใจจะเก็บเอาไว้พูดพรุ่งนี้ แล้วก็มีรายละเอียดเยอะแยะ ผมจะเกริ่น ให้ท่านฟังเปึนน้ําจิ้ม เปึน ออร์เดิร์ฟ (H’orderve) ปกติประเทศไทยส่งสินค้าไปขายฝรั่งเศสครับ ป้ที่แล้วท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติพูดถึงเมื่อไม่กี่วันนี่บอกว่าช่วยดูแลลําไยทีสิ ช่วยดูแล มังคุดทีสิ จะทําอย่างไรอีก ๒ เดือนลําไยมาแล้ว มังคุดอีก ๒ เดือนก็มาแล้ว ผมกราบเรียนท่านเลย นะครับ ผมไม่ได้ฟังแล้วเฉย ๆ ผมไปทําการบ้านต่อ ประเทศฝรั่งเศสมีการนําเข้าโดยองค์กร ที่ผมจะแถลงข่าวร่วมพรุ่งนี้ ป้ที่แล้ว ๒๐ ตัน ป้นี้ผมบอกตัวเลขท่านเลย เขาเสนอตัวเลข มาเบื้องต้นแล้ว เขาจะสั่งซื้อ ๑,๐๐๐ ตัน แล้วขายผ่าน ๖,๐๐๐ สาขาทั่วประเทศฝรั่งเศส แล้วเขาจะก้าวขึ้นสู่ ๑๐,๐๐๐ สาขา ทั้งแอฟริกา ลาตินอเมริกา แอฟริกาและในยุโรป แล้วตัวเลขอื่น ๆ จะตามมา แล้วผลไม้ตลอดฤดูกาลทั้งป้ผมจะดิว (Due) กับเขาหมด ผมยืนยันว่าเกษตรกรพี่น้องชาวไร่ท่านไปบอกกับเขาเถอะว่ารัฐบาลนี้จะดูแลและจะจัดการ ให้อย่างดี ไม่ใช่เฉพาะลําไยหรือมังคุด ผลไม้ทุกอย่าง แล้วทุเรียนด้วยนะครับ ส.ส. ที่อยู่ ภาคตะวันออก จันทบุรี ระยอง ตราด ภาคใต้ ชุมพร นครศรีธรรมราช ลําไยอยู่ภาคเหนือ ท่านไปเตรียมเลย เราจะพยายามทําให้ดีที่สุด แล้วบอกเลย เราจะขอร้อง ไม่ว่าท่าน จะอยู่ฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้าน ผมจะขอให้ช่วยประสานงานซื้อและดิวตรง แล้วเรา จะช่วยกันขน เพราะฉะนั้น ๓๖ สนามบินเรื่องคาร์โก้ แอร์พอร์ต (Cargo airport) คาร์โก้ แอร์ไลน์ (Cargo airline) จะเกิดขึ้น แล้วก็จะทําเรื่องนี้ให้สําเร็จ ผมจะเริ่มแถลงข่าวตั้งแต่ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้อาจจะแค่พันตัน ๖,๐๐๐ สาขา แต่หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นโดยลําดับ ผมย้ํา นะครับ ๑๐,๐๐๐ สาขา แล้วทั่วใน ๔ ทวีป เรื่องนี้ปรากฏการณ์อย่างนี้ผมว่าน่าจะเปึน ข่าวดี ฟังแล้วมีความสุขมากขึ้นสําหรับคนไทย และโดยเฉพาะเกษตรกรไทย สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกบอกว่า ผมอยากทิ้งประเด็นนะครับ ๑-๒ เดือนแรกนี้ ผมได้เน้นที่เรื่องการแก้ปัญหาปากท้อง ทําอย่างไรก็ได้ให้คนไทยมีความสุขมากที่สุด ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่ในขณะเดียวกันรายได้จากการส่งออกผมจะเริ่มดําเนินการ ๓ อุตสาหกรรมใหญ่กําลังจะเกิดขึ้น ผมจะเปึนอีกแบบหนึ่งของคนที่ถ้าผมยังไม่ทําแล้ว ผมจะไม่พูด ผมเรียนท่านเลยนะครับอีกไม่นานท่านจะได้เห็นตัวเลขเกินกว่า ๑ ล้านล้านบาท ไหลเข้าประเทศนี้ จะเปึนอุตสาหกรรมอะไรอีกแป็บเดียวผมจะแถลงข่าวให้ท่านได้ทราบ ผมย้ํานะครับ ผมจะไม่พูดโดยเลื่อนลอยเพ้อเจ้อ ผมจะไม่ทําเด็ดขาด แล้วผมหวังว่า เพื่อนสมาชิกจะสบายใจขึ้น จะมีความสุขมากขึ้น แล้วสิ่งที่สําคัญ ข่าวบางอย่าง ที่มันเปึนข่าวดี ไม่ว่าจะฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล ผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน อีกทีนะครับ ก็ขอได้เผยแพร่ออกไปด้วย ก่อนผมจะนั่งลง ผมจะฝากบอกว่าผมจะทํา ทุกอย่างให้ดีที่สุดถ้าผมยังอยู่ตําแหน่งนี้ ขอบคุณครับประธานครับ