พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมและน้ำแห้งในภาคอีสาน โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การขุดสระน้ำในไร่นาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และโครงการผันน้ำแม่น้ำโขงเข้ามาในประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสาน นอกจากนี้ยังเสนอการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างงานให้กับคนริมคลอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้ความกรุณาเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาจะได้มีโอกาสอภิปรายกัน ในสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่าเรื่องน้ําเปึนเรื่องที่สําคัญ น้ําในตัวเราเองก็มี ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราขาดน้ําเราก็ตาย ท่านประธานครับ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนก็ได้รับฟัง เรื่องที่ค่อนข้างหนักใจ นั่นก็คือเรื่องของสินค้าแพง ข้าวยากหมากแพง เพราะฉะนั้น ญัตตินี้ก็ถือว่าจะเปึนอีกทางเลือกหนึ่งหรือว่าจะเปึนแนวทางที่ดีที่จะให้พี่น้องประชาชน ซึ่งขาดแคลนน้ําอยู่ โดยเฉพาะเกษตรกรในชนบทมีความหวังขึ้นมาในชีวิต ท่านประธานครับ ผมได้ร่วมกันกับ ส.ส. หลายท่านเสนอญัตตินี้ขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายที่ต้องการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาโครงการผันน้ําจากแม่น้ําโขงเข้าพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านประธานครับ แรงบันดาลใจที่ทําให้เสนอญัตติเรื่องนี้ เนื่องมาจากปัญหาความยากจนของพี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องในภาคอีสานครับ ความยากจน ที่เกิดขึ้นมานั้นก็เนื่องจากว่ามีรายได้ที่ต่ําแล้วก็มีหนี้สิน โดยเฉพาะคนอีสานทํานาทําไร่ ยิ่งทํายิ่งจนครับ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วอาศัยน้ําจากฟัา ระบบชลประทานไปไม่ถึง ท่านประธานที่เคารพครับ ภาคอีสานมีพื้นที่ลุ่มน้ําทั้งหมด ๑๑๐ ล้านไร่เศษ มีพื้นที่การเกษตร ๕๘ ล้านไร่เศษ แต่มีพื้นที่ชลประทานที่สามารถกํากับหรือว่าควบคุมน้ําได้เพียง ๖ ล้านไร่ ท่านประธานครับ ๑๑๐ ไร่แต่มีพื้นที่ชลประทานเพียง ๖ ล้านไร่ นี่คือความสูญเสีย นี่คือ ความเดือดร้อนของพี่น้องที่อยู่ในชนบทห่างไกล ท่านประธานครับ เมื่ออาศัยน้ําจากน้ําฝน ทําการเกษตรก็ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ว่าตอนที่ต้องการน้ําจะมาหรือเปล่า หรือมาตอนที่ ไม่ต้องการ เพราะฉะนั้นก็ส่งให้เปึนปัญหาเกิดความยากจนขึ้นกับพี่น้องภาคอีสานโดยเฉพาะ หลังจากปัญหาหนี้สินก็จะสร้างปัญหาสังคมตามมา นั่นก็คือครอบครัวขาดความอบอุ่น เพราะพี่น้องในภาคอีสานต้องอพยพเข้ามาหางานทําในกรุงเทพฯ เพราะว่านาแล้ง นาล่มทุกป้ จึงมีความจําเปึนเหลือเกินที่จะต้องพัฒนาแหล่งน้ําแบบบูรณาการ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อญัตติเรื่องนี้ประเด็นปัญหาที่สําคัญนั่นก็คือมี ๒ เรื่อง น้ําไม่พอใช้และน้ํามากเกินไป นั่นก็คือทั้งแล้ง ทั้งท่วม ท่านประธานครับ ถ้าเกษตรกรลงทุน เปึนจํานวนมากไม่ว่าจะเปึนค่าปุิย ค่าเตรียมดิน ปักกล้า ดํากล้า แล้วก็พอถึงเวลาจะเก็บ เกี่ยวปรากฏว่าฝนไม่มาตามฤดูกาลก็สูญเสียเงินที่ลงทุนไป นอกจากนั้นบางป้น้ํามามากเกินไป พระพิรุณให้น้ํามากเกินไปข้าวกําลังตั้งรวงปรากฏว่าฝนเยอะเกินไปน้ําท่วมเข้ามาขังไม่ถึง ๑ อาทิตย์ก็เรียบร้อย เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาใหญ่ที่จะต้องหาทางแก้ไขทั้งระบบนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นผมก็มีแนวทางที่จะเสนอที่ประชุมแห่งนี้ถึงวิธีการแล้วก็แนวทาง แก้ไขเรื่องของปัญหาน้ําทั้งระบบ ซึ่งรัฐบาลโดยการนําของท่านสมัคร สุนทรเวช ได้แถลงไว้ ตั้งแต่วันที่เข้ามารับตําแหน่งในข้อ ๑.๑๘ เรื่องของการพัฒนาศักยภาพแหล่งน้ําทั่วประเทศ ก็เปึนแนวความคิดที่ดี เปึนแนวทางที่ดีที่จะต้องนํานโยบายที่ท่านสมัครประกาศไว้ไปสู่ การปฏิบัติ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของแม่น้ําโขง ผันน้ําโขงขึ้นมา กระผม ใคร่ขออนุญาตแนะนําในการพัฒนาระบบชลประทานให้ครบวงจรดังต่อไปนี้ แบ่งเปึน ๓ ระยะเร่งด่วนครับท่านประธาน ฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีไป มีระยะเร่งด่วนที่จะต้องทํา ภายใน ๑-๒ ป้ ระยะกลางนั่นก็คือจะต้องทํา ๒-๕ ป้ และระยะยาว ๕-๑๐ ป้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในระยะเร่งด่วนในป้แรกเราคงไม่สามารถที่จะผันน้ําโขงขึ้นมาให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้ใช้ทันท่วงทีเพราะจะต้องมีการศึกษาถึงความเปึนไปได้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาศึกษากัน ผมคิดว่า น่าจะเปึนป้ ช่วงระหว่างที่รอผันน้ําขึ้นมา เราก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของน้ําแล้ง ในระยะเร่งด่วนได้ นั่นก็คือโครงการขุดสระน้ําในไร่นา ท่านประธานครับ ฯพณฯ รัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยนําโครงการขุดสระน้ําในไร่นาไว้ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาล ชุดก่อนโน้นนะครับ เปึนโครงการพัฒนาแหล่งน้ําในไร่นาของพี่น้องเกษตรกร ความจุ ขนาด ๑,๒๖๐ ลูกบาศก์เมตร โดยโครงการนี้ให้รัฐบาลสนับสนุน แล้วก็ชาวบ้านสมทบ ประมาณบ่อละ ๒,๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ เราขุดไป ๖๐,๐๐๐ บ่อ ป้ ๒๕๕๐ ไม่มี ป้ ๒๕๕๑ เท่าที่ทราบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งไว้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บ่อ ไม่พอครับ ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรเรื่องของสระน้ํา ในไร่นาลงชื่อเอาไว้ ๗๖๕,๕๗๐ คนที่ต้องการสระขนาดเล็กในไร่นา เพราะฉะนั้นก็ถือว่า เปึนนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลน่าจะรีบดําเนินการภายในป้นี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง เกษตรกรเหล่านั้น ท่านประธานครับ บางคนบอกว่าสมทบ ๒,๕๐๐ บาท ถ้ารัฐบาลบอกว่า น้อยไป ทางพี่น้องเกษตรกรก็บอกว่าพร้อมที่จะสมทบมากกว่า ๒,๕๐๐ บาท ก็ฝากท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาเรื่องน้ําในระยะกลาง ๒-๕ ป้นั้นก็คือการขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึงขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือการทําแก้มลิงเพื่อที่จะรองรับน้ําไว้ในอนาคต และระยะสุดท้ายนั่นก็คือโครงการผันน้ําจากแม่น้ําสําคัญ ๆ ขึ้นมาเติมคลองเหล่านั้น คูเหล่านั้น หนองเหล่านั้น นั่นก็คือเข้ามาถึงโครงการพัฒนาแม่น้ําโขง
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนําเรียนเสนอต่อท่านประธานต่อว่า แม่น้ําโขง มีความยาวทั้งหมด ๔,๙๐๐ กิโลเมตร ยาวเปึนอันดับ ๑๐ ของโลก ต้นน้ําอยู่ที่ภูเขาจี้ฟู์ บนที่ราบสูงทิเบต คนสิบสองปันนาเรียกแม่น้ําโขงว่าแม่น้ําล้านช้าง คนจีนเรียกว่า ล้านช้างเหมือนกัน แปลว่าแม่น้ําที่เชี่ยวกราก แล้วก็ไหลผ่าน ๖ ประเทศด้วยกัน ส่วนประเทศไทยแม่น้ําโขงไหลเข้ามา ๒ ช่วง มีผลเกี่ยวกับเราทางภาคเหนือ เข้าที่อําเภอเชียงแสน ไปถึงอําเภอเวียงแก้ว จังหวัดเชียงราย ระยะประมาณ ๘๔ กิโลเมตร จากนั้นก็ไหลเข้าไป ประเทศลาว จากนั้นก็มาโผล่อีกทีที่จังหวัดเลย แล้วก็ผ่านหนองคาย นครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ และอุบลราชธานี ระยะทางรวมกัน ๙๗๖ กิโลเมตร ท่านประธานครับ แม่น้ําโขงเปึนน้ําจืด เกิดจากการละลายของหิมะไหลลงมาเรื่อย ๆ ป้ ๆ หนึ่งแม่น้ําโขง ไหลทิ้งลงทะเลไป ๔๗๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มากเปึนอันดับ ๘ ของโลก ส่วนแม่น้ํา สาขาต่าง ๆ ของประเทศไทยที่ไหลลงแม่น้ําโขง ป้หนึ่งแม่น้ําชี แม่น้ํามูลไหลลงแม่น้ําโขง ๕๔,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานครับ จริง ๆ วันนี้ผมเตรียมแผนที่มาให้ แต่เพื่อ ประหยัดเวลาก็คงจะไม่ต้องใช้ ก็จะเข้าสู่เรื่องของโครงการแม่น้ําโขงที่ว่าจะผันขึ้นมา อย่างไร สืบเนื่องมาจากที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช ได้อภิปรายไว้ แล้วก็ได้มีข่าวไปทั่วประเทศไทย สร้างความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรในภาคอีสานว่า จะมีโอกาสนําน้ําจากแม่น้ําโขงเข้ามาเติมน้ําเข้ามา เพื่อที่จะให้แหล่งน้ําต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว เก็บกักน้ําได้ตลอดป้ โครงการผันแม่น้ําโขงที่กระผมนําเสนอท่านประธาน ผมเสนอว่า ผันขึ้นมาจากอําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย อําเภอเชียงคานซึ่งเปึนพื้นที่ของท่าน ส.ส. พัฒนา ถามพื้นที่ทางจังหวัดเลยแล้ว อําเภอเชียงคานแล้วก็ไม่มีปัญหา พร้อมที่จะให้ พัฒนาแม่น้ําโขงนี้เข้ามาเนื่องจากว่าบริเวณที่แม่น้ําโขงไหลเข้ามาจากประเทศลาว มาถึงบริเวณจังหวัดเลย บริเวณนั้นความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตรจากระดับน้ําทะเล ถ้าเปรียบเทียบประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอีสานเราจะลาดเอียงลงไปสูงจากจังหวัดเลย แล้วค่อยเอียงลงเรื่อย ๆ แล้วไปต่ําที่สุดประมาณ ๑๐๐ เมตรจากระดับน้ําทะเลที่ จังหวัดอุบลราชธานี เพราะฉะนั้นความต่างจากจังหวัดเลยไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี สูงประมาณ ๑๐๐ เมตรที่แตกต่างกัน จึงไม่เปึนปัญหาในการที่จะผันน้ําเข้ามาแล้วก็ ให้ไหลตามแกรวิตี้ (Gravity : แรงดึงดูดโลก) ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการที่ผมนําเสนอท่านประธานนี้ก็มีเอ็นจีโอ (NGO) หลายท่านพาดพิงเข้ามาว่าอาจจะมีเรื่องของน้ําเค็ม หรืออาจจะมีเรื่องของน้ําที่อาจจะ ไม่พอไหลขึ้นมาจากทางเมืองจีน เนื่องจากขณะนี้ประเทศจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ําโขงไว้แล้ว ๓ เขื่อนด้วยกันท่านประธานครับ แต่เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าถ้าหากเรา ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องดึงน้ําในแม่น้ําโขงขึ้นมาใช้ประโยชน์ก็จะต้อง มีการปรึกษาหารือกันในระดับประเทศทั้ง ๖ ประเทศที่แม่น้ําโขงเกี่ยวข้อง แต่ประโยชน์ จากการผันน้ําแม่น้ําโขงขึ้นมาเปึนประโยชน์อย่างสูง ถ้าหากสามารถทําได้ตามหลักวิชาการ และในขณะเดียวกันภาครัฐจะต้องให้ความสําคัญ เนื่องจากว่าถ้าหากว่าทําโครงการไปแล้ว แล้วไม่ต่อเนื่องและไม่รัดกุม ผลที่ตามมาก็จะเกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างพื้นที่ในจังหวัดหนองบัวลําภูของผม เนื่องจากว่าแม่น้ําโขง ถ้าหากว่าผันขึ้นมาที่อําเภอเชียงคานจะทําอุโมงค์ลอดเข้ามาแล้วมาเติมน้ําที่ลําน้ําพะเนียง ซึ่งลําน้ําพะเนียงมีความยาวทั้งหมด ๑๔๖ กิโลเมตร จากจังหวัดเลยไปลงที่เขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งเท่าที่ผมได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญแล้วก็เจ้าหน้าที่จากทางกรมชลประทานก็บอกว่า มีความสามารถเปึนไปได้ โดยที่เอาแม่น้ําโขงขึ้นมาแล้วเปึนอุโมงค์มุดเข้าไปแล้วมาโผล่อีกที ประมาณกลางทางกลางพื้นที่ที่บริเวณบ้านหัวนา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู แล้วก็ เปึนคลองเป่ดไหลไปลงที่เขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งปัญหาน้ําเค็มไม่น่าจะมีเนื่องจากบริเวณนั้น เปึนบริเวณที่เปึนแหล่งน้ําอยู่แล้ว เปึนลุ่มน้ําพะเนียงอยู่แล้ว แต่ประเด็นปัญหาที่เปึนปัญหา สําคัญอยู่ในปัจจุบันนี้ก็คือโครงการภาครัฐเมื่อลงไปทําแล้วไม่ได้ทําให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ค่าชดเชยที่ดินก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้เกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลําภูก็เดือดร้อน ถามว่า อยากได้ไหมโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ําโขง อยากได้ครับ แต่ในขณะเดียวกันก็อยากได้ค่าชดเชย ด้วยครับ เนื่องจากว่าเปึนผู้ได้รับความกระทบเดือดร้อน ภาครัฐก็ควรที่จะตั้งงบประมาณ เข้ามาให้เตรียมความพร้อมไว้ จึงต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้อย่างจําเปึน เร่งด่วน ท่านประธานครับสั้น ๆ อีกครับ ไม่เปึนเรื่องแปลกหรอกครับการที่จะทําคลอง มีหลายระเทศ ที่ทํากันไว้แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีคลองอีรี คาแนล (Erie Canal) ยาว ๘๐๐ กิโลเมตร ประเทศแคนาดาก็มีคลองเรเดียล คาแนล (Radial Canal) ประเทศจีนนี่ยิ่งสําคัญครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๕๐๐ เดอะ แกรนด์ คาเนล ออฟ ไชน่า (The Grand Canal of China) ความยาว ๑,๗๙๕ กิโลเมตร ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ แล้วอีกประเทศหนึ่งที่ทําน้ําใต้ดินนั่นก็คือประเทศลิเบีย มีแม่น้ํา ใต้พื้นทะเลทราย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากว่าเราสามารถจะบริหารจัดการน้ํา ได้ด้วยระบบที่เรามีอยู่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งการกระจายน้ํา โครงการผันน้ําโขงขึ้นมา นอกจากจะนําน้ํามาเติมในเวลาที่เราต้องการแล้วก็ยังเอาน้ําออกไปทิ้งได้ในเวลาที่เรา ไม่ต้องการ ท่านประธานครับ สรุปก็คือถ้าหากสามารถผันน้ําขึ้นมาได้อย่างเปึนระบบ อย่างบูรณาการเราจะมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
ข้อที่ ๑ พื้นที่เพาะปลูกเดิมที่มีอยู่แล้วก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อที่ ๒ ก็คือเราจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกขึ้นใหม่ ตามที่หลายท่านอภิปราย โดยเฉพาะท่านวิชัย สามิตร วันนี้อภิปรายไว้เห็นด้วย นั่นก็คือเราจะเปึนผู้ผลิตน้ํามันบนดิน ของโลกเราก็ต้องมีน้ําเพื่อจะนํามาปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลัง
ข้อที่ ๓ ถ้าหากมีน้ําขึ้นมาเราก็ให้พี่น้องเกษตรกรนี่ละครับสามารถใช้ แหล่งน้ําอันนี้ที่เราจะลอกขึ้นมาใหม่เปึนแหล่งขนส่งธัญพืช พืชพันธุ์ต่าง ๆ โดยประหยัด พลังงาน ขึ้นเรือไปเลยครับท่านประธานครับ
แล้วอีกข้อหนึ่งนะครับ ก็จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนที่อยู่ริมคลอง ได้อย่างยั่งยืน ก็เปึนประเด็นสําคัญที่คิดว่าน่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาการผันน้ําจากแม่น้ําโขงขึ้นมาแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ