ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หารือเรื่องการจัดเก็บภาษี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดเก็บภาษีให้เป็นธรรม และเรียกร้องให้กรมสรรพากรปฏิบัติตามหลักประมวลรัษฎากร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการถอนอายัดเงินของนายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทา และเรียกร้องให้กรมสรรพากรดำเนินการตามกฎหมายในการอายัดทรัพย์สินของทั้งสองคน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ในฐานะกํากับดูแลกรมสรรพากร ใคร่ขอขอบคุณท่านประธานผ่านไป ยังท่านสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ถาม คือท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จาก จังหวัดพิษณุโลก และก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจุติที่ได้ให้ ความสนใจและตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บภาษีให้เปึนธรรม การจัดเก็บภาษีนั้น ถือว่าเปึนหัวใจสําคัญของการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐอย่างยิ่ง เพื่อที่จะนําภาษีนั้นไปพัฒนา ประเทศตามนโยบายของรัฐบาล และกรมสรรพากรก็เปึนกรมที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จัดเก็บนั้นมาจากกรมสรรพากร เพราะฉะนั้นหน้าที่ สําคัญของกรมสรรพากรคือการจัดเก็บภาษีให้มีความยุติธรรม จัดเก็บภาษีให้ทั่วถึง โดยยึดหลักประมวลรัษฎากรเปึนหลัก ซึ่งเปึนกฎมายที่กรมสรรพากรจะต้องปฏิบัติตาม และผู้เสียภาษีต้องปฏิบัติตาม ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ขอลําดับเหตุการณ์นะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ก็ทําให้เกิดความสับสนในวงการสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชน
ในประเด็นแรก ได้มีข่าวออกมาว่ากรมสรรพากรนั้นจะถอนอายัดเงินของ ผู้จะต้องเสียภาษี คือ นายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร ถอนอายัด ให้ทั้ง ๒ ท่านเปึนจํานวนเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็ทําให้เกิดความเข้าใจผิดในสื่อมวลชน ในหมู่พี่น้องประชาชน คนยังโทรศัพท์มาถามผมบอกว่า รัฐบาลกรมสรรพากกรจะไป ถอนอายัดเขาแล้วเอาเงินไปคืนนายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทาได้อย่างไร ผมเลยเรียนบอกว่าเปึนการเข้าใจผิดครับ จริง ๆ แล้วนี้กรมสรรพากรได้ออกหนังสือให้ ธนาคารส่งเงินอายัดให้กรมสรรพากรเพื่อนําเปึนรายได้ของแผ่นดิน จะต่างกันนะครับ ข่าวที่ออกไปว่ากรมสรรพากรสั่งให้ถอนอายัดกับส่งเงินอายัดให้กรมสรรพากร แต่เงินอายัดนั้นต้องตกเปึนรายได้ของแผ่นดิน ผมกราบเรียนชี้แจงท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกให้เข้าใจในประเด็นนี้ก่อนนะครับ
ในประเด็นถัดไป ก็คงจะยาวหน่อย ผมขอถือโอกาสนี้ใช้เวลากับ สภาแห่งนี้ครับท่านประธาน โดยจะลําดับเหตุการณ์เรื่องภาษีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ มีความสงสัยว่าลําดับเหตุการณ์นั้นลําดับเหตุการณ์อย่างไร กรมสรรพากรดําเนินการจัดเก็บภาษีอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ เร่งรัดหรือไม่ มีใครผู้ใด มาเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นผมขอลําดับเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อที่จะให้เราเข้าใจกันอย่างถี่ถ้วนนะครับ เริ่มจากเดือนเมษายน ๒๕๕๐ คณะกรรมการ คตส. นะครับได้แจ้งให้กรมสรรพากร เรียกเก็บภาษีเงินได้ ที่นายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทา ได้รับจากการซื้อหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด จากบริษัท แอมเพิล ริช อินเวสเมนท์ จํากัด ในราคา ที่ต่ํากว่าราคาตลาดตามที่ท่านสมาชิกได้เรียนในสภาแห่งนี้ไปแล้ว เดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ กรมสรรพากรจึงได้เรียกประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของทั้ง ๒ คน คือ นายพานทองแท้ เปึนเงิน ๕,๙๐๔,๗๙๑,๑๗๒ ล้านบาท นางสาวพิณทองทา เปึนเงิน ๕,๙๐๔,๕๐๓,๖๐๑ บาท ต่อมาในเดือนกันยายน ๒๕๕๐ บุคคลทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์ การประเมินโดยยังไม่ชําระภาษี พร้อมทั้งขอทุเลาการชําระภาษี หมายความว่า ขอยังไม่ชําระภาษี และไม่ให้เร่งรัดหนี้นั้นนะครับ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ กรมสรรพากร แจ้งผลไม่อนุมัติให้ทุเลาการชําระ คือแจ้งผลว่าไม่อนุมัติตามที่ขอมา เนื่องจากทรัพย์สิน บุคคลทั้ง ๒ นํามาเสนอเพื่อค้ําประกันหนี้ภาษีเปึนทรัพย์สินที่ คตส. ได้มีคําสั่งอายัดไว้ ฉะนั้นกรมสรรพากรก็ได้ทําตามหน้าที่ว่าไม่เห็นด้วยจากคําร้องที่ร้องมา เดือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายนกรมสรรพากรได้มีหนังสือเตือนบุคคลทั้ง ๒ ชําระภาษีอากรค้าง รวม ๒ ครั้งด้วยกัน เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ กรมสรรพากรได้ทําการสอบสวนทรัพย์สิน ของบุคคลทั้ง ๒ แล้วจึงมีคําสั่งอายัดทรัพย์สินดังนี้ครับ ทรัพย์สินนอกเหนือจาก ที่ได้จําเปึนจะต้องจ่ายค่าภาษีนะครับ ๑. ทรัพย์สินนอกเหนือจากทรัพย์สินที่ คตส. ได้อายัดไว้ ทั้งที่เปึนเงินฝากบัญชีธนาคาร ที่ดิน ทรัพย์สินอื่น ๆ คิดเปึน มูลค่ารวม ๑,๐๔๔,๐๘๔,๔๑๗.๙๕ บาท แยกเปึนดังนี้ครับ ของนายพานทองแท้ ๑๑๙,๑๑๙,๖๓๓.๐๓ บาท ของนางสาวพิณทองทา ๙๒๔,๙๖๔,๗๘๔.๙๒ บาท ๒. ทรัพย์สินที่อายัดจากกองทุนทรัพย์สินมูลค่ารวม ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ฝากไว้ ในบัญชีธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งเปึนรายการที่ได้อายัดไว้ ก่อนนี้แล้ ว แยกเปึ น นายพานทองแท้ ๑๔,๑๒๘,๑๔๖,๙๙๕.๓๓ บาท นางสาวพิณทองทา๑๙,๔๔๔,๕๘๐,๐๗๖.๓๔ บาท ที่เหลือจํานวน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ในชื่อของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เงินส่วนนี้คือเงินของทั้ง ๒ คนนะครับ ไม่ใช่เงินของพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ นายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทาได้ยื่นคําร้องขอเพิกถอนคําสั่งยึดและอายัด รายการทรัพย์สินที่อยู่นอกเหนือจาก คตส. นอกเหนือจากที่ คตส. ได้มีคําสั่งอายัดเอาไว้ ตามรายการข้อ ๑ ด้วยเหตุผลว่า เปึนเงินทรัพย์สินที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น อันเปึนที่มาของการประเมินภาษี โดยขอให้มีคําสั่งอายัดเฉพาะเงินในบัญชีเงินฝาก ที่ คตส. ได้มีคําสั่งอายัดไว้แล้ว เท่ากับจํานวนภาษีที่ค้างชําระเท่านั้น ประกอบกับ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีหนังสือหารือมายังกรมสรรพากร ว่าหากกรณีคําสั่งอายัดของ คตส. สิ้นผลไม่ว่าด้วยเหตุใด คําสั่งอายัดของกรมสรรพากร จะยังคงมีผลกับบัญชีเงินฝากอยู่หรือไม่ ธนาคารไทยพาณิชย์หารือมานะครับ คําสั่งอายัดของกรมสรรพากรจะยังคงมีผลกับบัญชีเงินฝากอยู่หรือไม่ ธนาคาร ไทยพาณิชย์หารือมานะครับ เพราะว่ากรมสรรพากรปฏิบัติงานโดยใช้กฎหมาย ประมวลรัษฎากร ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ กรมสรรพากรจึงได้ประชุมร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วมีมติว่าการอายัดสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์และ ธนาคารกรุงเทพของบุตรบุคคลทั้งสองจะอายัดได้ไม่เกินไปกว่าจํานวนหนี้ภาษีอากรค้าง ทั้งหมด รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเท่านั้น กลับมีมติให้กรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งต่อ ธนาคารไทยพาณิชย์ให้นําส่งเงินตามคําสั่งอายัดเท่ากับจํานวนหนี้ภาษีรวมเบี้ยปรับและ เงินเพิ่มต่อกรมสรรพากรภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับคําสั่งอายัดเพื่อส่งเปึนรายได้ ของแผ่นดิน ซึ่งมิใช่การเพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์เพื่อคืนให้แก่บุคคลทั้งสอง อันนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สํานักงาน สรรพากรภาค ๑ ได้มีหนังสือตามมติที่ประชุมนั้นแจ้งให้ธนาคารไทยพาณิชย์นําส่งเงิน ตามคําสั่งอายัดโดยมีจํานวนเท่ากับหนี้ภาษีรวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มต่อกรมสรรพากร ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ สําหรับคําร้องของนายพานทองแท้และนางสาว พิณทองทาที่ขอเพิกถอนคําสั่งยึด อายัดทรัพย์สินที่อยู่นอกเหนือรายการที่ คตส. ได้อายัดไว้นั้น กรมสรรพากรจะดําเนินการให้ตามที่บุคคลทั้งสองร้องขอได้ ก็ต่อเมื่อ ธนาคารได้นําเงินค่าภาษีอากรที่ถูกอายัดไว้ครบถ้วนแล้วเท่านั้น ๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ ธนาคารไทยพาณิชย์แจ้ง ไม่ขอนําส่งตามคําสั่งของกรมสรรพากร โดยอ้างว่าทรัพย์สิน ดังกล่าวถูกอายัดไว้โดยคําสั่ง คตส. และได้มีหนังสือสอบถามแนวทางปฏิบัติในเรื่องเงิน จํานวนดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งครับ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ กรมสรรพากรได้มีคําสั่งให้ธนาคารไทยพาณิชย์นําเงินภาษีอากรรวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ของบุคคลทั้งสองในทันที ท่านประธานที่เคารพ จากที่กระผมได้กราบเรียนรายงาน ให้ทราบตามลําดับขั้นตอนและที่มาของภาระภาษีอากรค้างชําระของนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร นั้น
ประเด็นต่อไปเปึนประเด็นสําคัญครับ ซึ่งผมขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกคือท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ ที่ถามกระทู้นี้ ดังนี้ครับ
๑. การดําเนินการนับแต่การประเมินภาษีจนถึงขั้นการที่กรมสรรพากรได้มี คําสั่งแจ้งให้ธนาคารไทยพาณิชย์นําเงินตามคําสั่งอายัดในทันทีเพื่อชําระหนี้ภาษีอากร ตามอํานาจที่มีอยู่ตามมาตรา ๑๒ แห่งประมวลรัษฎากรและตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการอายัดทรัพย์สินตามความประมวลรัษฎากร พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งได้ดําเนินการยึด อายัดทรัพย์สินมา ณ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เปึนลําดับมา หาใช่เปึน การเร่งรัดเพื่อช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์แก่บุคคลทั้งสองไม่ อนึ่ง การตรวจสอบ และแจ้งประเมินภาษีอากรแก่นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร เปึนการดําเนินการตามคําสั่งของ คตส. โดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา เปึนผู้กระทําธุรกรรมอันก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมินที่จะต้อง เสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร อีกทั้งสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากของบุคคลทั้งสอง ที่มีต่อธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงเทพนั้น เปึนเงินที่ได้อันเกิดจากการซื้อขายหุ้น ของบริษัทชินวัตร อันเปึนฐานแห่งการตรวจสอบและประเมินภาษีอากร ดังนั้นในชั้นที่กรมสรรพากร ได้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อนํามาชําระค่าภาษีอากร เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จึงถือว่าทรัพย์สินที่กรมสรรพากรได้ยึดหรืออายัดไว้นั้นเปึนทรัพย์สินของนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา อย่างไรก็ตามครับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาษี ให้เพิกถอนประเมินภาษีอากรอันเปึนผลให้บุคคลทั้งสองไม่ต้องชําระภาษีอากรและ เบี้ยปรับ หากนะครับ หากคณะกรรมการประเมินอุทธรณ์ภาษีให้เพิกถอนประเมินภาษี อากรและปรากฏว่าให้บุคคลทั้งสองไม่ต้องชําระภาษี หมายความว่ากรมสรรพากรแพ้ และเงินเพิ่มซึ่งกรมสรรพากรจําเปึนจะต้องคืนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการยึดหรือ อายัดตามที่มีการตั้งข้อสังเกตและมีข่าวจากสื่อมวลชน แต่พนักงานอัยการยังสามารถ ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในคดีที่ยื่นฟัอง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในข้อหาร่ํารวยผิดปกติ เพื่อให้ ศาลมีคําสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้เปึนการชั่วคราวก่อนที่จะมีคําพิพากษาได้ หมายความว่าสามารถจะยึดไว้ได้ไม่ต้องปล่อยเงินจํานวนนี้ออกไป
๒. การดําเนินการของกรมสรรพากรเปึนการดําเนินการตามกฎหมาย ประมวลรัษฎากรที่ผมได้กล่าวไปแล้วนะครับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ ที่ตั้งไว้ครับ มิใช่เปึนการถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของ คตส. แต่ประการใดทั้งสิ้น และเงินที่มีคําสั่งให้ธนาคารนําส่งให้นั้น เมื่อกรมสรรพากรได้รับแล้ว กรมสรรพากรก็มี หน้าที่ที่จะต้องนําส่งให้เปึนรายได้ของแผ่นดินในทันที มิอาจรอตั้งค้างไว้เพื่อประโยชน์ แก่บุคคลทั้งสองคือนายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทาที่จะได้รับคืนแต่อย่างใด หรือตามที่เราหวาดเกรงกัน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เท่าที่ผมได้เรียนชี้แจง การดําเนินงานของกรมสรรพากรมานั้น ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกคงจะได้เข้าใจ ผมคงตอบคําถาม ๒ คําถามตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ ส.ส. จังหวัดพิษณุโลก ได้สอบถาม ส่วนจะมีประเด็นคําถาม อะไรอีกก็จะตอบเพื่อชี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ